ปังปุริเย่! How to เขียนนิยายด้วย 
สุขภาพดีด้วย มีเงินเก็บด้วย 

 

ตอนที่กำลังหาไอเดียมาเขียนบทความ ได้ไปเจอแนวคิดเจ๋งๆ อันหนึ่งมาบอกว่า นักเขียนเป็นคนประเภทที่มีความสุขกับการทำงานมากๆ จนลืมดูแลตัวเองถึงขั้นรู้ตัวอีกทีก็ไปนอนอยู่โรงพยาบาลแล้ว และนักเขียนส่วนใหญ่ก็มักจะคิดว่าการเขียนนิยายเป็นงานอิสระ เป็นงานฟรีแลนซ์ที่รายได้ไม่แน่นอน ทำตอนไหนก็ได้ เลยไม่ได้ใส่ใจว่าความชอบกับงานประจำเนี่ยสามารถทำไปด้วยกันได้ 

แต่ถ้ามาลองคิดกันดูดีๆ จะเห็นว่าอาชีพนักเขียนเป็นงานอิสระก็จริง แต่การเขียนนิยายก็เป็นการทำงานอย่างหนึ่งของเราเหมือนกันนะ แล้วทำไมเราถึงไม่ทำงานที่เราชอบให้มีรายได้ที่มั่นคงไปซะเลยล่ะ?

ในบทความนี้ จึงได้รวบรวมคำแนะนำที่น่าสนใจมาให้ทุกคนได้ลองทำตามกันดูค่ะ เป็นเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยวางแพลนในการเขียนนิยาย และทำให้เราเห็นเห็นอนาคตชัดเจนขึ้นว่าเราอยากจะเขียนนิยายเป็นอาชีพไหม

ขอเวลาเขียนนิยายด้วย

นักเขียนใช้เวลาในการเขียนนิยายไม่เหมือนกัน  เช่น เขียนเมื่อมีเวลาว่าง ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเวลาหลังเลิกเรียน หรือหลังเลิกงาน พอทำธุระประจำวันเสร็จ ก็นู่นเขียนอีกทีดึกๆ เลย บางคนก็อาศัยช่วงวันหยุดในการเขียนนิยาย  วันนี้มีคำแนะนำดีๆ มาฝากกันค่ะ เป็นไอเดีย และวิธีการขอเวลาแบบน่ารักๆ ที่อยากเชิญชวนให้ลองทำตามกันดูค่ะ

วิธีขอเวลาตัวเองข้อที่ 1 ถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องเอาของรางวัล! 

วิธีขอเวลาตัวเองข้อที่ 2 เขียนแล้วหยุดพักทุก 15 นาทีจนกว่าจะจบ 1 ตอน

วิธีขอเวลาตัวเองข้อที่ 3 ตั้งชาเลนจ์อัปนิยายทุกวันตอน 9 โมงเช้า

วิธีขอเวลาตัวเองข้อที่ 4  เขียนตอนพิเศษสัปดาห์/เดือนละหนึ่งครั้ง

วิธีขอเวลาตัวเองข้อที่ 5 ขอชาเลนจ์จากนักอ่านแล้วเขียนซะ

วิธีขอเวลาตัวเองข้อที่ 6 เอาเรื่องพีคๆ ในชีวิตมาเขียนหนึ่งฉาก

วิธีขอเวลาตัวเองข้อที่ 7  อัดเสียงแล้วเล่านิยายของคุณเอง 

วิธีขอเวลาตัวเองข้อที่ 8 เขียนนิยายจากภาพ

วิธีขอเวลาตัวเองข้อที่ 9 กำหนดเวลาเขียนนิยายต่อวัน

วิธีขอเวลาตัวเองข้อที่ 10 ทำสัญญากับนักอ่านของคุณ!

เป็นไงคะ ดูเป็นชาเลนจ์ให้ทำมากกว่าใช่ไหมล่ะ นั่นแหละ รีบเอาไปลองเขียนกันเลย! 

via unsplash.com
via unsplash.com

สุขภาพดีด้วยการนั่งสมาธิ

เป็นเรื่องที่ยากมากๆ ถ้าอยากจะให้คนเป็นนักเขียนหาเวลามาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ บางคนเขียนนิยายในเวลาว่าง และเวลาที่ว่างดันเป็นช่วงเย็นๆ ดึกๆ  ซะด้วย  ดังนั้น คำแนะนำสำหรับนักเขียนทุกคนที่อยากดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี คือ คุณต้องทำสมาธิค่ะ 

เดี๋ยวนะ การทำสมาธิทำให้หายป่วยจากโรคภัยได้เหรอ?

เชื่อว่ายังมีหลายคนที่ยังไม่เข้าใจแก่นแท้ของการทำสมาธิในชีวิตประจำวันอยู่ค่ะ การทำสมาธิมีความสำคัญกับทุกคนทุกอาชีพเลยนะคะ เพราะมันทำให้เราสามารถควบคุมชีวิตและกิจกรรมของเราได้อย่างเต็มที่ ทำให้เรารู้จักกับร่างกายของตัวเองทั้งภายในและภายนอกได้ ที่เรารู้จักกันดีก็เช่น ความเครียดนั่นแหละค่ะ 

นักเขียนเป็นบุคคลที่เกิดความเครียดได้ง่ายมากๆ อารมณ์ศิลปิน และค่อนข้างอ่อนไหวเลยค่ะ  เรารู้กันดีว่า ความเครียดทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ และสุขภาพของนักเขียนส่วนใหญ่ก็มาจากความเครียดที่เกิดจากวิถีชีวิตของนักเขียน ดังนั้น การทำสมาธิจึงช่วยลดความเครียดและทำให้นักเขียนมีความสุขได้นั่นเองค่ะ

นอกจากการทำสมาธิ จะสำคัญสำหรับสุขภาพจิตของนักเขียนมากๆ แล้ว ยังมีการออกกำลังกายแบบสายฟ้าแลบด้วยค่ะ ถ้าเรารู้ตัวแน่ๆ ว่าเราจะไม่ออกกำลังกาย ต่อให้มีแพลนมีตารางบอกไว้ยังไง เราก็จะไม่ทำตามแน่ๆ ให้เลือกวิธีออกกำลังกายแบบสายฟ้าแลบค่ะ 

การออกกำลังกายแบบสายฟ้าแลบ คือ การออกกำลังกาย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ให้เลือกวันหยุดหนึ่งวันและออกกำลังกายง่ายๆ เช่น เดินเร็ว นั่งบนลูกบอล  ขี่จักรยาน ปลูกต้นไม้ หรือกิจกรรมที่เราเคยอยากลองทำก็ได้ค่ะ ขอแค่เราออกแรงและใช้เวลาจนเหงื่อออก(ไม่ใช่เพราะแดดร้อนนะคะ) เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นการดูแลตัวเองได้อีกขั้นหนึ่งแล้วค่ะ 

via unsplash.com
via unsplash.com

 

ถ้าวางเป้าหมายก็มีเงินเก็บได้ด้วย

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน แต่อยากให้ดูเป็นคำแนะนำไว้สักนิดหนึ่งค่ะ คุณ Michael Gerber ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจ เขาบอกว่าเหตุผลหนึ่งที่นักเขียนอิสระมักจะล้มเหลว (ไม่มีรายได้) ก็เพราะว่านักเขียนเป็นคนที่ไม่ชอบเรื่องน่าเบื่อนั่นเองค่ะ 

เรื่องน่าเบื่อที่ Gerber พูดถึงก็คือเรื่องการเงินนี่แหละค่ะ นักเขียนมักจะคิดว่างานเขียนเป็นงานอิสระ และมักจะเอาอาชีพนักเขียนไปผูกติดกับคำว่าฟรีแลนซ์ จนทำให้คำว่า ‘รายได้’ กลายเป็นคำว่าไม่แน่นอน และ อาชีพนักเขียน = รายได้ไม่แน่นอน 

ถ้าถามว่า แล้วไม่จริงตรงไหนบ้างล่ะ อาจจะเป็นที่วิธีคิดค่ะ  

มีนักเขียนส่วนหนึ่งเชื่อว่าเราสามารถทำอาชีพนักเขียนให้มีรายได้ที่มั่นคงได้ เพียงแค่เปลี่ยนวิธีคิดเท่านั้นค่ะ ในมุมมองของการทำธุรกิจ เชื่อว่าธุรกิจที่ประสบความสำเร็จต้องมีการวางเป้าหมายทางการเงิน และทำให้สำเร็จให้ได้ ถ้าหากเราอยากทำให้การเขียนนิยายเป็นรูปเป็นร่าง เป็นอาชีพที่มั่นคงได้ เราก็ต้องทำแบบนั้นเหมือนกันค่ะ มาลองวางเป้าหมายง่ายๆ กันเลย

  • เรามีภาระค่าใช้จ่าย/หนี้ ที่ต้องจ่ายทั้งหมดเท่าไหร่?
  • เรามีภาระค่าใช้จ่าย/หนี้ ที่จ่ายแล้วมีความสุขไหม?
  • เราต้องใช้เงินเท่าไหร่เพื่อใช้ชีวิตตามความฝัน?

ลองตอบดูค่ะ ไม่ว่าเราจะเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือจะเป็นวัยทำงาน เป็นผู้ใหญ่ที่มีอาชีพมั่นคงแล้ว ลองตอบดูแล้วเราจะได้ตัวเลขกลมๆ มาสามตัวเลข ทั้งสามข้อนี้เป็นตัวเลือกที่ทำให้เรามองเห็นความต้องการของตัวเองชัดเจนขึ้น และเมื่อถอดสมการออกมาจะได้ว่า

  • ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริงๆ = ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เลี้ยงดูครอบครัว ค่าเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน = ช็อปปิ้ง ซื้อนิยายอ่าน กินหมูกะทะ ซื้อตั๋วรถไฟไปเที่ยว
  • ค่าใช้จ่ายเพื่อทำความฝันในอนาคต = เงินเก็บ

เห็นไหมคะ พอคิดเป็นสเต็ปแล้วน่าสนใจมาก ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยากเขียนนิยายเป็นอาชีพ เราเขียนเพราะเป็นงานอดิเรก เป็นงานที่ทำให้เรามีความสุข ไม่อยากมองเป็นธุรกิจในการหาเงิน 

แต่หากวันใดวันหนึ่ง เราอยากจะมีเงินเก็บเพื่อทำบางสิ่งบางอย่าง ให้เราลองตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนแบบนี้ดูค่ะ แล้วการเขียนนิยายจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้เราได้ 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการวางเป้าหมายในขั้นแรกเท่านั้นค่ะ ถ้าหากใครอยากเขียนนิยายให้กลายเป็นอาชีพที่มีรายได้ทุกเดือน ก็ต้องเริ่มเขียนนิยาย และศึกษาการขายกันตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ 

เริ่มเขียนนิยาย และศึกษาการขาย

พี่แนนนี่เพน 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://thriveglobal.com/stories/you-will-thank-us-7-health-and-wellness-tips-for-writers/ https://www.makealivingwriting.com/dietexercise-post/ https://www.tckpublishing.com/financial-tips-for-freelance-writers-and-independent-contractors/ 


 

พี่แนนนี่เพน
พี่แนนนี่เพน - Columnist สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

koosakul Member 11 ธ.ค. 63 17:14 น. 1

https://writer.dek-d.com/koosakul/writer/view.php?id=2170197พี่ครับ วิจารณ์นิยายให้หน่อยได้ไหมครับ หาคนมาวิจารณ์นานล่ะ แค่ตอนเดียวก็พอ ภาค1ก่อน แล้วค่อยภาค2(หมายถึงยังไม่ต้องวิจารณ์ภาค2)ขอบคุณครับ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด