คู่มือนักเขียน :
5 วิธีหาแนวการเขียนที่ใช่และตรงใจนักอ่าน!
ชอบเขียนนิยายแนวไหนกันคะ? แล้วแนวที่เราเขียนมีคนอ่านรึเปล่า? ใครที่เขียนนิยายมานานแล้ว หรือเพิ่งเริ่มเขียนได้ไม่นาน บทความนี้ได้รวบรวมแนวทางการเขียนนิยายแนวที่ใช่ และตรงใจนักอ่านมาให้ทุกคนแล้ว ถ้าอยากรู้ว่าที่ผ่านมาเราทำพลาดตรงไหนบ้าง ทำไมถึงมีคนเข้ามาอ่านนิยายไม่ถึงเป้า ต้องไม่พลาดเคล็ดลับดีๆ ทั้ง 5 ข้อนี้เลย!
1. แนวนิยาย VS สิ่งที่อยากเขียน
เราเริ่มจากแนวนิยายหรือเริ่มจากสิ่งที่อยากเขียนคะ?
ขั้นตอนแรกก่อนจะเริ่มเขียนนิยาย เราควรค้นหาแนวนิยายที่ตรงกับไอเดียของเรามากที่สุดก่อนค่ะ เพราะแต่ละแนวนิยายจะนำเสนอเรื่องราวในทิศทางที่แตกต่างกันออกไป หากเราไม่รู้ว่านิยายของเราเหมาะกับการเขียนแนวไหน แสดงว่าเราไม่รู้จักกลุ่มเป้าหมายของเรา และถ้าเราไม่เข้าใจกลุ่มเป้าหมายของเรา เราก็จะไม่รู้ว่าเราทำการตลาดแบบไหนได้บ้าง
ลองดูตัวอย่างจากหนังสือในหมวดนิยายรักโรแมนติกกันค่ะ หนังสือเรื่อง The Collector ของนอร่า โรเบิร์ตส์ (Nora Roberts) ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการไขคดีฆาตกรรม ทำไมถึงไปอยู่รักโรแมนติกได้? นั่นเพราะเนื้อหาหลักของเรื่องโฟกัสไปที่ความหลงใหลระหว่างตัวละครเอกมากกว่าความละเอียดของคดีนั่นเองค่ะ
หรือจะลองดูตัวอย่างจากนิยายแปลจีนเรื่อง ศพ โดย amnovelbook ที่แปลให้อ่านบนเว็บเด็กดีก็ได้ค่ะ ถ้าดูจากชื่อเรื่องและเรื่องย่อ นักอ่านน่าจะตีความไปแล้วว่าเป็นนิยายแนวผี ชวนขวัญผวา หรืออาจจะหักมุมที่แนวสืบสวนสอบสวนก็ได้ ทั้งที่จริงแล้วเนื้อหาหลักของเรื่องเป็นแนวรัก มีความคอมเมดี้อยู่เยอะมากๆ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมนิยายเรื่องนี้ ถึงมาอยู่ในหมวดรักแฟนตาซีได้
จากตัวอย่างเหล่านี้ เมื่อเราลองมองในมุมของนักอ่าน ใครกันที่จะหยิบหนังสือเหล่านี้ไปอ่าน? คนที่ชอบอ่านเรื่องราวรักโรแมนติก? หรือคนที่ชื่นชอบแนวสืบสวนสอบสวน?
ดังนั้น ก่อนจะเขียนนิยาย ลองเริ่มต้นพิจารณาจากรายละเอียดของเนื้อเรื่องดูก่อนค่ะ แล้วเราจะเห็นว่าการเลือกแนวนิยายให้ตรงกับไอเดียที่เขียน ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้นักอ่านตัดสินใจอ่านนิยายได้มากขึ้นเช่นกัน
Tip : เริ่มต้นเขียนนิยายด้วยการเขียนเป้าหมายของตัวเอก และดูว่าแนวนิยายแบบไหนเหมาะสมที่สุด
2. ถึงจะเขียนหลายแนว แต่ต้องมีแนวหลัก
จากตัวอย่างที่ยกมา จะเห็นว่าหนังสือหนึ่งเรื่องสามารถมีหลายแนวนิยายได้ แต่ในท้ายที่สุด เราก็ต้องเลือกแนวนิยายเพื่อนำเสนอต่อนักอ่านเพียงแค่ 1 หรือ 2 แนวเท่านั้น เพื่อให้นักอ่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ซึ่งน่าจะมีหลายคนที่ยังไม่รู้แนวทางการเลือกแนวนิยายที่เหมาะสม
ดังนั้น ในข้อนี้ มาดูกันว่าเราสามารถพิจารณาแนวนิยายจากอะไรได้บ้าง
นิยายของเรามี…
- มีเรื่องราวความรัก
- เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
- มีองค์ประกอบของเวทมนตร์ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ
- มีเซตติ้งตั้งอยู่ในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต
- ตัวละครเอกอายุเท่าไหร่
- ตัวขับเคลื่อนพล็อตคืออะไร
จากนั้นก็มาลองหาองค์ประกอบสำคัญของเรื่องดูว่า มีอะไรน่าสนใจอยู่ในนิยายของเราบ้าง แล้วเราชอบองค์ประกอบไหนมากที่สุด
ตัวอย่าง นิยายของเราเป็นแนวทะลุมิติไปเกิดใหม่ในโลกอนาคต ตัวเอกมาจากโลกจีนโบราณ มีพลังปราณและวรยุทธ์แก่กล้า เขาเกิดใหม่เป็นชายหนุ่มธรรมดา และเป้าหมายคือ เอาชีวิตรอดในโลกยุค 2020 เป็นต้น
จากตัวอย่าง ถ้าเราจะจัดนิยายเรื่องนี้ตามหมวดนิยายเด็กดีโดยดูจากความน่าสนใจ จะเห็นว่า
ถ้าหากเราสนใจการเกิดใหม่ : หมวดอดีต ปัจจุบัน อนาคต
ถ้าหากเราสนใจพลังปราณและวรยุทธ์แก่กล้า : หมวดแฟนตาซี และกำลังภายใน
หรือหากเราสนใจดำเนินเรื่องด้วยความรักโรแมนติกของชายหลงยุค เราก็สามารถจัดนิยายเรื่องนี้ลงในหมวดรักแฟนตาซีได้เช่นกันค่ะ
ดังนั้น การหาแนวเรื่องหลักจึงขึ้นอยู่กับความน่าสนใจของเรื่องที่เราอยากนำเสนอต่อนักอ่านด้วยเช่นกัน
Tip : เขียนเรื่องย่อของนิยาย และดูเป้าหมายของตัวละครเป็นหลัก เพื่อสร้างแนวนิยายที่แข็งแกร่ง

3. ค้นหานักอ่านตัวจริง
นักอ่านชอบนิยายของเราเพราะอะไรคะ?
ที่ต้องถามคำถามนี้เพราะใครๆ ก็สามารถบังเอิญเข้ามาอ่านนิยายของเราได้ แต่จะเป็นนักอ่านแบบไหนกันล่ะที่จะกลายมาเป็นแฟนคลับนิยายของเราจริงๆ
ถ้าหากเราเพิ่งเริ่มต้นเขียนนิยายได้ไม่นาน และผลตอบรับยังไม่ได้ดีมากพอที่จะรู้แนวทางการเขียนของตัวเอง คำแนะนำแรกที่จะทำให้เราเข้าถึงกลุ่มนักอ่านได้เร็วที่สุด ก็คือ การเข้าไปดูแนวนิยาย หรือพล็อตเรื่องที่กำลังได้รับความนิยม นั่นเองค่ะ
สำหรับนักเขียนเด็กดีทุกคน ให้เริ่มพิจารณาจากแนวนิยายที่เรากำลังเขียนอยู่ และพุ่งตรงไปที่หมวดท็อปให้เร็วที่สุด เลือกพล็อตเรื่องที่ใกล้เคียงกับเรา จากนั้นเข้าไปอ่านคอมเมนต์หรือบทวิจารณ์ของนิยายเหล่านั้น โดยพิจารณาจาก..
1. ชื่อเรื่อง และคำโปรยเรื่อง : ดูว่าสอดคล้องกับแนวนิยายอย่างไร
2. คอมเมนต์จากนักอ่าน : ดูความคิดเห็นของนักอ่านว่าชอบหรือไม่ชอบเพราะอะไร นักอ่านติดตามนิยายเรื่องนี้เพราะอะไร เช่น รอดูการเติบโตของตัวละคร ตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เป็นต้น
เมื่อเรารู้ข้อมูลคร่าวๆ แล้ว เราจะเห็นเลยว่า นักอ่านชอบนิยายแนวนี้เพราะอะไร และคาดหวังว่าจะเจอเรื่องราวอะไรบ้างในนิยายเหล่านั้น
Tip : มองหาแนวนิยายที่ใกล้เคียงกับพล็อตของเรา และลิสต์ความคิดเห็นที่น่าสนใจเก็บไว้ เพื่อพัฒนางานเขียนให้น่าสนใจมากขึ้น (ไม่ควรเขียนตามใจนักอ่าน)
4. เขียนแนวเดียวกันได้ แค่ทำให้ดียิ่งกว่า
ถ้าใครเข้าไปดูอันดับนิยายเด็กดีบ่อยๆ จะเห็นว่ากระแสตลาดนิยายเปลี่ยนไปตามความชอบของนักอ่านอยู่เสมอ ถ้าหากเราอยากเขียนแนวนิยายที่ใช่และตรงใจนักอ่าน ก็ต้องเริ่มจากการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ตลาดต้องการก่อนค่ะ
เราไม่ได้กำลังแนะนำให้เขียนนิยายตามกระแสนะคะ แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า นิยายหนึ่งเรื่องมีหลายแนวได้ หากเราต้องการให้นิยายเข้าถึงกลุ่มนักอ่าน การจับกระแสที่นักอ่านชอบมาเล่นในนิยายก็เป็นทริคที่ดึงดูดนักอ่านได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นแนวนิยายหลักก็ได้ค่ะ แค่เราต้องทำออกมาให้ได้มาตรฐาน หรือมากกว่ามาตรฐานเดิมเท่านั้นเองค่ะ
ตัวอย่าง อันดับท็อปนิยายเด็กดีที่มีแนวเรื่องเกี่ยวกับการเกิดใหม่ เราสามารถจำแนกแนวการเกิดใหม่ได้ ดังนี้
เซตติ้ง : โลกยุคจีนโบราณ โลกซอมบี้ โลกวงการบันเทิง โลกคู่ขนาน โลกนิยาย
วิธีการเกิดใหม่ : ทะลุมิติ ตายแล้วเกิดใหม่ในร่างเดิม/ร่างใหม่
เป้าหมาย : แก้แค้น ใช้ชีวิตใหม่ ช่วยเหลือผู้คนในโลกเดิม ก้าวสู่การเป็นดับหนึ่ง ใช้ชีวิตเป็นตัวประกอบ หลีกเลี่ยงความตาย
ความสามารถพิเศษ : มีความทรงจำในชาติก่อน มีระบบ มีมิติ มีพลังปราณซ่อนเร้น
ภูมิหลัง : วิญญาณ ครอบครัว การเข้าใจผิด ปมปริศนาในอดีต การทรยศหักหลัง
เมื่อเรารู้เนื้อหาคร่าวๆ ของแนวที่ได้รับความนิยมแล้ว เราสามารถหยิบความน่าสนใจจากพล็อตเกิดใหม่ นำมาใช้ในนิยายของเราให้แตกต่าง และดียิ่งขึ้นได้ตามจินตนาการของเราเลยค่ะ
Tip : จำแนกแนวนิยายที่ได้รับความนิยม และเพิ่มรสชาติที่แตกต่างเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในเนื้อหาหลักของคุณ

5. เขียนในสิ่งที่รัก ไม่ใช่สิ่งที่คิดว่าจะขายได้
ทั้งสี่ข้อที่แนะนำไปก่อนหน้านี้ เป็นแนวทางการเขียนนิยายที่ทำให้เราเข้าถึงกลุ่มนักอ่านได้ดียิ่งขึ้นก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทิ้งแนวการเขียนที่เราชอบ เพื่อไปเขียนนิยายตามแนวที่ตลาดต้องการนะคะ
เราไม่จำเป็นต้องทิ้งแนวรักแฟนตาซีที่เราชื่นชอบเพื่อไปเขียนแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคตเลยค่ะ เพราะวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เราเขียนนิยายไปได้นานๆ และยังมีความสุขกับการเขียน ก็คือ การเขียนในสิ่งที่เราชอบและอยากเขียน นั่นเองค่ะ
ถึงแม้ว่าแนวที่เราชอบจะไม่ได้รับความนิยม หรือไม่ได้เป็นนิยายตามกระแส แต่การเริ่มต้นด้วยการเขียนสิ่งที่ชอบมักจะไปได้ดีกว่าเสมอนะคะ และหากเราต้องการเขียนนิยายเพื่อเป็นอาชีพ หรือต้องการเขียนเพื่อสร้างรายได้ การเป็นนักเขียนที่มีแนวทางเป็นของตัวเองก็เป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้นิยายได้เหมือนกัน
ดังนั้น จงมั่นใจในแนวทางที่เราเลือก และเชื่อเถอะว่าต้องมีนักอ่านที่ชอบแนวเดียวกับเราอยู่เหมือนกัน อย่าเพิ่งท้อกับเส้นทางนักเขียนนะคะ สู้ๆ ค่ะ
Tip : เขียนในสิ่งที่เราชอบและอยากเขียน
พี่แนนนี่เพน
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://writingcooperative.com/how-to-choose-which-genre-you-should-write-2c906bbe8d01 https://mikeshreeve.com/how-to-choose-a-genre-to-write-in/https://writetodone.com/pick-right-genre-novel/
3 ความคิดเห็น
ได้เข้ามาอ่านแล้วรู้สึกมีกำลังใจในการเขียนต่อไปเลยค่ะ อีกอย่างเราเองก็มือใหม่มากๆ ชอบคำนี้ที่สุด #เขียนในสิ่งที่เราชอบและอยากเขียน#
สู ้ๆๆอไ ปด้วยกันนะคะ มือใหม่เ หมือนกันค่ะ^^
ขอบคุณมากนะคะ ช่วยได้เยอะเลยค่ะ ไปต่อกับสิ่งที่ชอบค่ะ ลุย!
ชอบการละเล่นของไทยภาคอีสาน