เคล็ดลับเขียนนิยายไวใน 3 มอ. ไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องหักโหม แต่ไม่ให้ขาด ; ส้มผัก

เคล็ดลับเขียนนิยายไวใน 3 มอ.
 ไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องหักโหม แต่ไม่ให้ขาด ; ส้มผัก

เขียนไว เขียนเร็ว เขียนจบ เชื่อว่าเป็นความต้องการของนักเขียนทุกคนๆ แต่น่าเสียดายไม่ใช่ทุกคนที่ทำความต้องการนี้ให้เป็นจริงได้  บางคนใช้เวลาเขียนนิยายยาวนานถึงหนึ่งปีเต็มก็ยังไม่จบ  บางคนก็พบเจอกับอุปสรรคอื่นๆ ระหว่างทางจนทำให้ไม่มีวลาเขียน และบางคนก็ดองนิยายนานจนลืม ไม่รู้จะสานต่อเรื่องราวยังไง ซึ่ง "ส้มผัก" นักเขียนที่เราพามาแนะนำให้รู้จักในวันนี้ ก็เคยเป็นหนึ่งคนที่เขียนนิยายช้ามากๆ  เช่นกัน ก่อนที่ในปัจจุบันจะมีผลงานออกมาให้เราติดตามกันปีละไม่ต่ำว่า 2 เรื่อง  และตอนนี้ก็มีผลงานออกมาไม่ต่ำกว่าสิบเล่ม เธอมีเคล็ดลับอะไรจึงสามารถเร่งสปีดงานเขียนออกได้รวดเร็วแบบนี้ วันนี้ี่พี่หญิงได้ชักชวนส้มผักให้มาร่วมแชร์เคล็ดกัทุกคนกัน พร้อมกับเม้าถึงผลงานเรื่องล่าสุด  เธอที่(ไม่)รัก   นิยายที่กำลังอัปเดตกันอีกด้วยค่ะ

 

สวัสดีค่ะ ส้มผักนะคะ ส้มผักเป็นคนเขียนหนังสือที่มีความฝันว่าอยากเขียนนิยายจบปีละสองเรื่อง ตอนนี้ทำได้แล้วนะคะสองปีที่ผ่านมาเขียนนิยายได้มากกว่าปีละสองเรื่องแล้วค่ะ  

ตอนนี้เขียนนิยายเรื่อง เธอที่(ไม่)รัก อยู่ค่ะ กำลังโพสต์ให้ได้ติดตามอ่านกันที่เด็กดี ส่วนผลงานที่เป็นเล่มแล้วมีทั้งหมด 10 เรื่องค่ะ ทั้งแบบทำมือและก็ออกกับสำนักพิมพ์ค่ะ 

นากจากนี้บางคนอาจยังไม่ทราบอีกนามปากกาของส้มผักคือ เบญจามินทร์ ค่ะ เป็นนามปากกาที่เขียนนิยายมาสิบกว่าปีแล้ว มีนิยายราวๆ สิบกว่าเรื่องที่น่าจะพอเห็นผ่านตาบ้างก็ แรงตะวันและหนี้รักในกรงไฟค่ะ (ละครช่องสาม) เฉลี่ยได้ปีละเรื่องสองปีเรื่องค่ะ เป็นคนที่เรียกว่าเขียนนิยายได้ช้ามาก นานๆ จะมีผลงานสักเรื่อง สปีดในการเขียนเพื่อนๆ ล้อกันว่าเต่าป่วยค่ะ 

สาเหตุที่ต้องมีสองนามปากกา ก็เพราะนึกสนุกอยากเขียนอะไรที่หลุดจากกรอบเดิมๆ ที่เราเคยเขียนค่ะ เขียนพล็อตเน้นเส้นความรัก เบาๆ ไม่เครียด ไม่ดราม่า การจะเขียนแบบนั้นได้ก็ต้องเขียนในแบบที่ ไม่มีคนรู้จักเรา ไม่ต้องแบกหน้ากากนามปากกาเดิมไว้ ก็เลยอวตารมาเป็นส้มผัก ตอนเขียนไม่บอกใครเลยแม้แต่เพื่อนสนิท รู้แค่ตัวเอง สร้างไอดีใหม่ขึ้นมาโพสต์งานโดยเฉพาะเลย เริ่มจากศูนย์เขียนไปโพสต์ไป  

เปลี่ยนจากเต่าเป็นจรวจด้วยเคล็ดลับ “ความสม่ำเสมอ”

สำหรับส้มผัก อยากเขียนงานได้ไวเคล็ดลับคือเขียนสม่ำเสมอค่ะ เขียนทุกวันจนเป็นนิสัยทำเหมือนมันคืองานประจำที่เราจะต้องทำ เหมือนการกินข้าว อาบน้ำ ไม่ทำไม่ได้ ถ้าวันนี้ไม่เขียน พรุ่งนี้ก็ต้องเขียนชดเชย กำหนดโจทย์ให้ตัวเองเลยว่าจะเขียนวันละกี่ซีนกี่ฉากเริ่มแรกๆ ก็น้อยๆ ก่อนค่ะ หนึ่ง สองก่อน   

ถ้าถามว่าในวันๆ หนึ่งจำเป็นไหมที่เราจะต้องนั่งเขียนนิยายทั้งวัน ตอบเลยว่า ส้มผักเป็นคนที่ไม่ได้นั่งเขียนนิยายทั้งวันนะคะ ถ้านับเวลาทำงานจริงๆ วันหนึ่งทำงานเขียนประมาณ 3 ชั่วโมง สี่ชั่วโมงเต็มที่  โดยจะแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ช่วงคือเช้า เที่ยงและก็บ่ายค่ะ เฉลี่ยครั้งละชั่วโมง เริ่มจากตอนเช้าก่อนแปดโมงก็จะมานั่งโต๊ะละ ก่อนเที่ยงจะต้องเขียนนิยายให้ได้หนึ่งฉากหนึ่งซีนค่ะก็จะได้ราวๆ 1-3 หน้า เขียนจบก็พักทำอย่างอื่นที่อยากทำ แล้วช่วงก่อนบ่ายโมงก็จะมานั่งเขียนอีก ต้องเขียนให้ได้ก่อนบ่ายสามโมงทำเสร็จก็พัก แล้วบ่ายแก่ๆ ก็จะเขียนอีกสักหนึ่งฉากหนึ่งซีน ช่วงแรกๆ ของการเปิดนิยายเรื่องใหม่อาจจะได้วันละรอบ หรือสองรอบ ไม่ว่ากัน แต่ต้องทำทุกวัน เขียนทุกวัน พอเราเริ่มอินเนื้อเรื่อง มันจะง่ายค่ะ เขียนได้ลื่นไหลมากๆ สามซีนนี่คือเขียนแบบสบายๆ เลย บางวันนึกสนุกมีเขียนรอบดึกก่อนนอนอีกค่ะ 

ก็อย่างที่บอกไปแล้ว่าอยากเขียนไวสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ ความสม่ำเสมอค่ะ เราจะไม่พยายามพูดว่าวันนี้ไม่มีอารมณ์เขียน ไม่อยากเขียน วันหนึ่งเขียนไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องหักโหม แต่ต้องทำทุกวัน ให้ติดเป็นนิสัย ค่อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ เผลอแป๊บเดียวจำนวนหน้านิยายก็จะเพิ่มขึ้นมาเองค่ะ 

ส่วนเรื่อง “การตัน” หลังๆ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องตัน แต่จะมีปัญหาเรื่องมีภารกิจอื่นๆ เข้ามาแทรก ทำให้เขียนไม่ต่อเนื่อง ก็จะมีเขียนไม่ออกบ้าง รู้สึกตันๆ บ้าง จะแก้ปัญหาโดยการย้อนกลับไปอ่านตอนก่อนหน้าที่เราเขียนค่ะ ถ้าอ่านแล้วยังตันก็ลองมานั่งลำดับเหตุการณ์ล่วงหน้าไปค่ะ ตั้งคำถามให้ตัวเองตอบเกี่ยวกับเนื้อเรื่องที่เขียน เรื่องนี้เราจะสื่ออะไร อยากเล่าอะไร เล่าไปรึยัง อยู่กับมันสักพัก ก็จะเห็นทางไปต่อค่ะ 

เธอที่(ไม่)รัก นิยายที่เหมือนจะดราม่าแต่ความจริงแล้วขายความฟิน!

เธอที่(ไม่)รัก เป็นผลงานล่าสุดเล่าถึงเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่โตมาในครอบครัวที่แม่ส่งเสริมลูกให้ขายตัว ทำเรื่องนี้เหมือนเป็นเรื่องปกติที่ใครก็ทำกัน เกิดมาสวยก็เอาความสวยแลกเงิน แต่เธอต่อต้านความคิดนี้และพยายามทำทุกอย่างเพื่อจะได้ไม่ถูกมองเป็นผู้หญิงแบบแม่ เธอเชื่อว่าทุกคนสามารถเลือกที่จะไม่เป็นแบบนั้นได้ ไม่เชื่อว่าคนเราจะไม่มีทางเลือก กระทั่งได้เจอกับตัว  มีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอเลือกไม่ได้ ปัญหาถาโถมเข้ามา จนเธอต้องตัดสินใจทำสิ่งที่เกลียด นั่นคือขายตัวเองแลกเงิน ยอมเป็นเมียลับๆ ของผู้ชายที่เธอไม่เคยรู้จัก คนที่ตัดสินว่าเธอเป็นคนไม่ดี  แล้วเขาได้ตั้งกฎให้เธออยู่ กฎที่ไม่ควรมีผู้หญิงคนไหนต้องเจอ แต่เธอจำต้องอยู่กับมัน  

แรงบันดาลใจที่เขียนเรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่ได้ยินคำว่า อย่าตัดสินคนอื่น อย่าคิดแทนคนอื่น ตราบเท่าที่เราไม่ได้ไปอยู่ในจุดเดียวกับเขา เราไม่มีวันรู้จริงหรอกว่าทำไมเขาถึงต้องทำอย่างนั้น ทางเลือกของคนมีไม่เท่ากัน บางทีก็ต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ ตามสิ่งที่เจอ สิ่งที่มี 

แม้จะเริ่มจากความดราม่าแค่ความจริงแล้วเน้นความฟิน?

ด้วยพล็อต ด้วยคำโปรย ด้วยสิ่งที่เราอยากนำเสนอมันเริ่มจากความดราม่า แต่เรามีความคิดจะนำเสนอให้มันเบาๆ เป็นนิยายรักพาฟิน แล้วคนอ่านส้มผักส่วนใหญ่ไม่ชอบนิยายดราม่าค่ะ เห็นคำโปรยก็บอกไม่เอาดราม่านะ ก็เลยต้องเขียนบอกไว้ว่าไม่ดราม่า มันคือนิยายรักสไตล์ส้มผัก เหมือนนิยายเรื่องก่อนๆ อยากให้ลองอ่านดูก่อนนะ ถึงจะบอกอย่างนั้นคนอ่านก็ยังกลัวๆ อยู่ เลยต้องติดแท็ก #ไม่ดราม่า ไว้ด้วยค่ะเพื่อยืนยันว่า ส้มผักยังไม่ได้เปลี่ยนแนวเขียนนะ ยังอยู่ในหมวดซึ้งกินใจอยู่นะ   

ฉากที่ประทับใจในเรื่องนี้ ส้มผักชอบฉากตอนที่พระเอกรู้ความจริงว่าเข้าใจนางเอกผิดมาตลอดค่ะ เธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขาตัดสิน คือในเรื่องพระเอกจะเข้าใจผิดคิดว่านางเอกเป็นผู้หญิงไม่ดี เป็นเหมือนแม่ เหมือนพี่สาว ขายตัวแลกเงิน เขารู้สึกผิดหวังที่ผู้หญิงที่เขาปิ๊งตั้งแต่แรกเจอ เป็นแบบนี้ ต่อให้ซื้อตัวมาได้ ก็มักจะพูดจาทิ่มแทงใจให้นางเอกเสียใจเสมอๆ พอรู้ความจริงก็อ้าวเงิบแรง ทำไม่ดีกับเขาไว้เยอะ ทำไงดีล่ะ ต้องขอโทษนะ ต้องง้อนะ รู้สึกอ่านแล้วคนเขียนสะใจดีค่ะ ร้ายนักปากร้ายนักเป็นไงล่ะพ่อคุณ  ง้อเขาให้ได้ล่ะ ง้อให้สำเร็จล่ะ ถ้าไม่สำเร็จฉันจะสมน้ำหน้า เหมือนอินและสงสารนางเอก ทำให้เอาใจช่วยค่ะ ก็เลยชอบซีนนี้  

ส่วนแพลนในปีหน้าก็จะเขียนนิยายให้ได้สามเรื่อง ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้นก็ฝากติดตามด้วยนะคะ ยังไงก็จะมาโพสต์ให้อ่านกันที่เด็กดีนี่แหละค่ะ ทั้งสองนามปากกาเลยค่ะ 

ฝากถึงชาวเด็กดีที่อยากเขียน แต่ไม่มีเวลา

สำหรับน้องๆ ชาวเด็กดีที่อยากเขียนนิยายแต่ติดตรงที่ “ไม่มีเวลาเขียน” คนเราทุกคนมีเวลาเท่ากัน คือหนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมง ทำไมเราจะแบ่งเวลาสักชั่วโมงสองชั่วโมงมาทำสิ่งที่เรารักไม่ได้ ถ้าเราอยากเขียน แสดงว่าเรามีความรักจะเขียน อย่าใช้คำว่าไม่มีเวลามาเป็นข้ออ้างในการทำในสิ่งที่เรารักเลยค่ะ  อยากเขียนก็เขียน เขียนงานไม่จำเป็นต้องใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงเลย แค่วันละหนึ่งชั่วโมงก็พอสำหรับการเริ่มต้น

ส่วนแฟนๆ ที่คอยติดตามผลงาน อยากขอบคุณที่ติดตามผลงานและให้กำลังใจเสมอมาค่ะ ถ้าไม่มีคนอ่านที่คอยให้กำลังใจตั้งแต่ตอนโพสต์ออนไลน์ คอยช่วยอุดหนุนหนังสือ เราก็คงเขียนงานเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองอย่างทุกวันนี้ไม่ได้ ส้มผักสัญญาว่าจะสร้างสรรค์นิยายสไตล์ส้มผักออกมาให้ได้อ่านกันเรื่อยๆ เพื่อเป็นการขอบคุณพวกคุณค่ะ

สุดท้ายนี้ฝากติดตามนิยายเรื่องล่าสุด เธอที่(ไม่)รัก ด้วยนะคะ  ขอบคุณเพื่อนๆ ชาวเด็กดีที่แวะเข้ามาอ่านบทสัมภาษณ์นี้ หวังว่าจะได้รู้จักกันมากขึ้น หวังว่ามันจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่อยากเขียนงานต่อเนื่อง  ไว้โอกาสหน้าเจอกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ 

จบไปแล้วนะคะ สำหรับบทสัมภาษณ์ในวันนี้ พี่หญิงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ และกำลังใจให้นักเขียนชาวเด็กดีไม่มากก็น้อย สำหรับใครที่เขียนนิยายไม่จบสักที เพราะไม่มีเวลาเขียน ก็ลองเอาคำแนะนำของ ส้มผัก ไปลองปรับใช้ดูกันได้นะคะ วันหนึ่งเราไม่ต้องนั่งเขียนนิยายทั้งวัน แค่ลองแบ่งเวลาการใช้ชีวิตมาวันละชั่วโมงมาเขียนนิยายทุกวันอย่างสม่ำเสมอ แม้ตอนแรกๆ เราอาจจะยังไม่ชิน เขียนงานไม่ออก ได้แค่วันละหนึ่งบรรทัด แต่อย่างน้อยเราก็ได้เขียนค่ะ ทำบ่อยๆ สม่ำเสมอความเร็วในการเขียนงานของเราจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนจ้า

สุดท้ายนี้ขอลาไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า วันนี้สวัสดีค่ะ

พี่หญิง

ติดตามนิยายของ ส้มผัก  ที่นี่

พี่หญิง
พี่หญิง - Columnist มนุษย์บ้านิยายที่สิงอยู่แถวๆ คลังนิยายเด็กดีเป็นประจำ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

คนที่อยากเขียนแต่มีงานประจำ 10 ม.ค. 64 11:12 น. 1

คิดว่าเราสามารถทำแบบนี้ได้ถ้าหากไม่มีงานประจำ หรือไม่ได้อยู่ในวัยเรียนหนังสือค่ะ เพราะช่วงเวลาของการทำงาน การเรียน มันแย่งสมาธิ เวลาในสมองของเราไป ยิ่งงานเครียดๆก็ทำให้ราลืมอารมณ์ของนิยายไปชั่วขณะ พอกลับมาก็ไม่ต่อเนื่องแล้ว วิธีของส้มผัก คงทำได้ต่อเมื่อทำอาชีพนักเขียนเป็นหลักอย่างเดียว และไม่มีภาระงานนอกอื่นที่ต้องทำในการประกอบอาชีพรอง ไม่มีภาระอื่นที่ต้องรับผิดชอบ... แต่ก็ขอขอบคุณในคำแนะนำทั้งหมดนะคะ

1
sompakka Member 10 ม.ค. 64 18:41 น. 1-1

ใช่ค่ะ ส้มผัก ทำงานเขียนเต็มเวลาค่ะ ทำงานอยู่กับบ้านเลยใช้วิธีนี้ได้ แต่ถ้าคนทำงานประจำ หรือนักเรียน คงต้องหาเวลาที่เราว่างค่ะ เมื่อก่อนตอนทำงานประจำ ส้มผัก ก็เขียนได้ปีละเรื่องสองปีเรื่องค่ะ ก็จะช้ากว่าทุกวันนี้มากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ หาเวลาเขียน ถ้ารักจะเขียน

0
กำลังโหลด

1 ความคิดเห็น

คนที่อยากเขียนแต่มีงานประจำ 10 ม.ค. 64 11:12 น. 1

คิดว่าเราสามารถทำแบบนี้ได้ถ้าหากไม่มีงานประจำ หรือไม่ได้อยู่ในวัยเรียนหนังสือค่ะ เพราะช่วงเวลาของการทำงาน การเรียน มันแย่งสมาธิ เวลาในสมองของเราไป ยิ่งงานเครียดๆก็ทำให้ราลืมอารมณ์ของนิยายไปชั่วขณะ พอกลับมาก็ไม่ต่อเนื่องแล้ว วิธีของส้มผัก คงทำได้ต่อเมื่อทำอาชีพนักเขียนเป็นหลักอย่างเดียว และไม่มีภาระงานนอกอื่นที่ต้องทำในการประกอบอาชีพรอง ไม่มีภาระอื่นที่ต้องรับผิดชอบ... แต่ก็ขอขอบคุณในคำแนะนำทั้งหมดนะคะ

1
sompakka Member 10 ม.ค. 64 18:41 น. 1-1

ใช่ค่ะ ส้มผัก ทำงานเขียนเต็มเวลาค่ะ ทำงานอยู่กับบ้านเลยใช้วิธีนี้ได้ แต่ถ้าคนทำงานประจำ หรือนักเรียน คงต้องหาเวลาที่เราว่างค่ะ เมื่อก่อนตอนทำงานประจำ ส้มผัก ก็เขียนได้ปีละเรื่องสองปีเรื่องค่ะ ก็จะช้ากว่าทุกวันนี้มากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ หาเวลาเขียน ถ้ารักจะเขียน

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด