ทำไมขี้เกียจเขียนนิยาย? ไขความลับด้วย ‘Spoon theory’ ทฤษฎีของคนที่มีพลังงานจำกัด

ทำไมขี้เกียจเขียนนิยาย? 
ไขความลับด้วย ‘Spoon theory’ 
ทฤษฎีของคนที่มีพลังงานจำกัด

 

อยู่ดีๆ ก็ไม่อยากเขียนนิยาย ขอผัดวันประกันพรุ่งไปเขียนวันอื่นได้ไหม วันนี้หมดแรงแล้ว.. 

ใครที่มีอาการนี้บ่อยๆ เราอาจจะบอกตัวเองว่า ‘ฉันแค่ขี้เกียจ’ ไม่ก็ ‘ฉันแค่หมดไฟน่ะ’ อย่าไปคิดมากเลย แล้วก็ปล่อยผ่านไป ทำแบบนี้ซ้ำๆ จนอาจจะไม่รู้ตัวว่าอาการเหล่านี้ อาจทำให้เรา “ไม่อยากเขียนนิยาย” ได้ตลอดชีวิต 

เพื่อให้เหล่านักเขียนได้เห็นภาพกันชัดเจนขึ้น ในบทความนี้ จึงขอหยิบเอาทฤษฎีช้อน (Spoon theory) ของ Spoonie หรือคนที่ป่วยเรื้อรัง มาเล่าให้ฟังกันว่า ทำไมเราถึงรู้สึกขี้เกียจและหมดพลังจนไม่อยากแตะนิยายกันเลย! 

รู้จัก ‘Spoon theory’ ทฤษฎีของคนที่มีพลังงานจำกัด 

ทฤษฎีช้อน (Spoon theory) ถูกสร้างขึ้นโดย Christine Miserandino ในบล็อกปี 2003 เธอใช้ ‘ช้อน’ เป็นคำอุปมาเพื่ออธิบายให้เพื่อนของเธอฟังว่า คนที่ป่วยเรื้อรังรู้สึกยังไงกับอาการเจ็บป่วยที่มองไม่เห็น 

ตอนนั้นคริสตินกับเพื่อนของเธออยู่ในร้านอาหาร แล้วเพื่อนของเธอก็อยากรู้ว่าอาการป่วยเรื้อรังของเธอเป็นยังไงบ้าง คริสตินจึงให้เพื่อนของเธอถือช้อนที่มีทั้งหมด 12 คัน แล้วลองพูดถึงกิจวัตรประจำวันในแต่ละวันออกมาทีละอย่าง จากนั้นให้ประเมินดูว่าแต่ละกิจกรรมต้องใช้ช้อนกี่คัน เพื่อนของเธอเริ่มคิดและขอช้อนเพิ่มทันที แต่ก็ไม่ได้รับช้อนเพิ่ม แล้วเธอก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่า ‘ช้อน’ ที่เธอถืออยู่หมายถึงอะไร 

 

เมื่อเรามี ‘ช้อน=พลังงาน’ ไม่เท่ากัน

คริสตินใช้ ‘ช้อน’ เพื่อเปรียบถึง ‘พลังงาน’ ในจิตใจและร่างกายของคนเรานั่นเองค่ะ ถ้าคนที่มีสุขภาพดีเป็นทุนอยู่แล้ว จะใช้ช้อนในแต่ละวันเท่าไหร่ก็ได้ ขณะที่คนป่วยเรื้อรังจะมีจำนวนช้อนในแต่ละวันไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและอาการเจ็บป่วยในแต่ละวันด้วย เมื่อคนป่วยเหล่านี้ใช้ช้อนในวันนั้นๆ หมดแล้ว เขาก็ต้องใช้เวลาในการพักผ่อนเพื่อให้ได้ช้อนเพิ่มขึ้น 

ช้อนของคนป่วยกับช้อนของคนสุขภาพดีเป็นพลังงานที่เต็มที่เหมือนๆ กันแน่นอนค่ะ แต่ต่างกันที่คนสุขภาพดี ไม่ต้องเลือกว่าอยากจะทำกิจกรรมอะไรบ้าง จะต้องใช้ช้อนไปกี่คัน ขณะที่คนป่วยต้องวางแผนและตัดสินใจว่าจะทำอะไรบ้างในแต่ละวันเพื่อไม่ให้กระทบกับร่างกายและจิตใจ 

ตัวอย่าง : วันหยุดพักผ่อนของคนที่มีสุขภาพดี ใช้ช้อน 18 คัน

  • ตื่นนอนและลุกจากเตียง (ช้อน 1 คัน)
  • แต่งตัวหลังอาบน้ำ (ช้อน 2 คัน)
  • จัดแต่งทรงผม (2 ช้อน)
  • ขับรถ (ช้อน 3 คัน)
  • ซื้ออาหาร (ช้อน 3 คัน)
  • ทำอาหารและกินอาหาร (ช้อน 3 คัน)
  • ดูทีวีบ้าง (ช้อน 1 คัน)
  • ทำงานและพูดคุยกับคนอื่น (ช้อน 3 คัน)

ทั้งหมดนี้คือช้อน 18 คัน สำหรับวันพักผ่อนของคนที่มีสุขภาพดี แต่สำหรับคนป่วยเรื้อรังที่ต้องดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตไปด้วย พวกเขาต้องรักษาพลังงาน และอาจจะใช้ได้แค่ 4 ช้อนต่อวัน 

ตัวอย่าง : ช้อน 3 คันต่อวัน สำหรับคนที่ป่วยเรื้อรังรุนแรง

  • ตื่นนอน (ช้อน 1 คัน)
  • แต่งตัว (ช้อน 1 คัน)
  • ดูทีวี (ช้อน 1 คัน)

ตัวอย่างที่ยกมาคร่าวๆ ไม่สามารถเป็นไปได้จริง แต่เราอยากแสดงให้เห็นว่า กิจวัตรประจำวันในแต่วันนั้นจำเป็นต้องใช้พลังงานซึ่งก็คือร่างกายและจิตใจของแต่ละคน ในการขับเคลื่อน  

สำหรับคนที่ป่วย คงจะเป็นไปไม่ได้ถ้าวันนั้นพวกเขาต้องไปหาหมอด้วยช้อนเพียงแค่ 3 คัน เพราะใรความเป็นจริง พวกเขาจะต้องตื่นนอนแต่เช้า (ช้อน 1 คัน) และแต่งตัว (ช้อน 1 คัน) ทำอาหารและกินอาหาร (ช้อน 3 คัน) และถ้าจำเป็นต้องกินยา (ช้อน 1 คัน) หรือนอนไม่หลับ (ช้อน 1 คันหรือน้อยกว่าปกติ)  พวกเขาก็จะใช้พลังงานในแต่ละวันมากขึ้น ซึ่งพลังงานที่มีจำกัดนี้ หากใช้มากเกินไป ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายนั่นเอง

สรุป ทฤษฎีช้อน (Spoon theory) ได้ว่า

  • คนเรามีพลังงานเท่าๆ กันในแต่ละวัน
  • การใช้พลังงานแต่ละครั้งจะถูกแทนด้วยช้อน
  • คนที่มีสุขภาพดีมีช้อนจำนวนมาก (พลังงาน) กว่าคนที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง
  • กิจกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันใช้ช้อนจำนวนมาก
  • คนที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังที่เหนื่อยล้า จำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะทำกิจกรรมอะไรบ้าง เพื่อวางแผนว่าจะใช้ช้อน (พลังงาน) ในจำนวนจำกัดได้ยังไง
  • คนที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ถ้าทำกิจกรรมในตอนเช้ามากเกินไป พวกเขาจะมีช้อนไม่เพียงพอสำหรับช่วงบ่ายหรือเย็น
  • คนที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง อาจจะทำกิจกรรมบางอย่างในตอนเช้าหรือตอนบ่ายได้ แต่ไม่สามารถทำทั้งวันได้ เพราะพลังงานของพวกเขามีจำกัด
  • คนที่มีสุขภาพดีไม่จำเป็นต้องวางแผนว่าจะใช้ช้อนยังไงบ้าง เพราะพวกเขาไม่ได้เจ็บป่วย หรือมีข้อจำกัดอะไร

 

ทฤษฎีช้อน (Spoon theory)  ทำให้เห็นว่าคนเรามีขีดจำกัดในแต่ละวัน

การที่เรารู้สึกหมดไฟ หรืออยู่ๆ ก็ขี้เกียจเขียนนิยายขึ้นมา ถ้าลองอ้างอิงตามทฤษฎีช้อนโดยที่เราเองเป็นคนมีสุขภาพปกติดี อาจจะเป็นเพราะว่า เราใช้พลังงานในแต่ละวันเกินขีดจำกัดของร่างกายและจิตใจ 

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เจ็บป่วย และมีจำนวนช้อนที่ไม่จำกัด แต่จากทฤษฎีช้อน แสดงให้เห็นได้ว่า แต่ละกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเรา ล้วนใช้ช้อนในจำนวนที่ไม่เท่ากัน และจำนวนช้อนที่เราต้องใช้ในแต่ละกิจกรรมนั้น อาจจะบั่นทอนร่างกายและจิตใจของเราโดยไม่รู้ตัว จนทำให้เราหมดแรงที่จะเขียนนิยายในวันนั้นได้ 

 

ถ้าจะเพิ่มช้อนในแต่ละวันต้องทำยังไง

ถ้าอยากเพิ่มช้อนหรือพลังงาน ทำได้ง่ายๆ แค่พักผ่อนและดูแลตัวเองค่ะ แต่การพักผ่อนของแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน สำหรับบางคนการทำอาหารช่วยให้พวกเขาได้ช้อนกลับมา แต่สำหรับคนอื่นๆ การทำอาหารเย็นอาจต้องใช้ช้อนเพิ่มมากขึ้น  

แล้วเราจะทำยังไงเพื่อเพิ่มช้อนของเราให้เพียงพอต่อการเขียนนิยายกันล่ะ?

ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้กัน!

  • ทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นนิสัย เช่น กินข้าวในเวลาเดียวกัน ตื่นนอนในเวลาเดิม และเขียนนิยายในเวลาเดิมเสมอ ทำสิ่งเหล่านี้ในเวลาเดียวกันเพื่อให้ร่างกายคุ้นชินจนเป็นนาฬิกาปลุกของตัวเอง
  • ใส่ใจสุขภาพร่างกายและจิตใจเป็นอันดับแรก  ถ้าร่างกายอ่อนแอ และจิตใจไม่พร้อม การเขียนนิยายจะยิ่งเปลืองพลังงาน และเราอาจจะใช้ช้อนเกินขีดจำกัด
  • เขียนนิยายและให้รางวัลตัวเอง  พลังงานจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับความสุขของเราด้วยเช่นกัน
  • รู้วิธีเพิ่มช้อนกันแล้วมาเริ่มต้นเขียนนิยายกันเลย!
เริ่มเขียนนิยาย

พี่แนนนี่เพน

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากhttps://familyandchildtherapy.com/2019/11/07/how-the-spoon-theory-can-help-us-put-a-fork-in-poor-communication-and-self-care/https://butyoudontlooksick.com/articles/written-by-christine/the-spoon-theory/ https://me-pedia.org/wiki/Spoon_theory https://sophiecleverly.com/2017/04/18/my-top-10-tips-for-writing-with-a-chronic-illness/

 

พี่แนนนี่เพน
พี่แนนนี่เพน - Columnist สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

BladeGrass Member 28 ก.พ. 64 17:15 น. 1

น่าสนใจ แต่ผมกลับไม่เห็นด้วยกับ ทบ.นี้สักเท่าไหร่ เพราะหากจะเปรียบเทียบกิจวัตรกับช้อน

ในมุมมองของผม คนเรามีความสามารถต่างกัน มีพื้นฐานคนละแบบ สามารถพูดได้เลยว่า

ช้อนบางคนเล็กเท่ากับช้อนคนกาแฟ บางคนช้อนใหญ่ขนาดชามใบใหญ่ เพราะคนเรามีศักยภาพต่างกัน

ดังนั้น ทบ.นี้จึงดูไม่ค่อยเป็นรูปธรรมนัก เพราะที่จริง สิ่งที่ทุกคนมีเท่ากันจริงๆในหนึ่งวัน

คือเวลา ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะบริหารเวลาได้มากกว่ากันมากกว่า แต่ต้องขอขอบคุณ ที่นำมาแชร์

ให้ได้อ่าน อย่างน้อยเตือนให้ผมรู้ตัวว่า ผมไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองออกมาตอนเกิด


0
กำลังโหลด

1 ความคิดเห็น

BladeGrass Member 28 ก.พ. 64 17:15 น. 1

น่าสนใจ แต่ผมกลับไม่เห็นด้วยกับ ทบ.นี้สักเท่าไหร่ เพราะหากจะเปรียบเทียบกิจวัตรกับช้อน

ในมุมมองของผม คนเรามีความสามารถต่างกัน มีพื้นฐานคนละแบบ สามารถพูดได้เลยว่า

ช้อนบางคนเล็กเท่ากับช้อนคนกาแฟ บางคนช้อนใหญ่ขนาดชามใบใหญ่ เพราะคนเรามีศักยภาพต่างกัน

ดังนั้น ทบ.นี้จึงดูไม่ค่อยเป็นรูปธรรมนัก เพราะที่จริง สิ่งที่ทุกคนมีเท่ากันจริงๆในหนึ่งวัน

คือเวลา ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะบริหารเวลาได้มากกว่ากันมากกว่า แต่ต้องขอขอบคุณ ที่นำมาแชร์

ให้ได้อ่าน อย่างน้อยเตือนให้ผมรู้ตัวว่า ผมไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองออกมาตอนเกิด


0
กำลังโหลด
กำลังโหลด