นักเขียนสายกินต้องจัดหน่อยแล้ว!
รวม 5 เทคนิคเพิ่มสีสันในนิยายด้วยอาหาร
“อาหารคือภาษากลางของเรา”
ถ้าพูดถึงกระแสนิยายบนเว็บเด็กดีตอนนี้ นิยายที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับ “อาหาร” ก็มาแรงไม่แพ้นิยายแนวทะลุมิติไปเกิดใหม่เลยค่ะ หลายๆ เรื่องที่ได้อ่านในช่วงที่ผ่านมานี้ ถึงจะไม่ได้ตั้งชื่อเรื่องตรงๆ ว่าเป็นยอดเชฟ หรือเป็นแม่ครัวหัวเห็ด แต่เรื่องราวภายในนิยายไม่ว่าจะเป็นพล็อตเรื่อง ตัวละคร หรือแม้แต่ฉากในเรื่อง กลับสอดแทรกไปด้วยเรื่องราวของอาหารการกิน ทั้งการทำอาหารเอง การหาวัตถุดิบต่างๆ ตลอดจนการหาเงินจากอาหารก็มีมาให้เห็นไม่น้อยเลยค่ะ
ในฐานะที่พี่เป็นนักอ่านคนหนึ่งที่ชอบอ่านนิยายมาก พออ่านเจอนิยายเรื่องไหนที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการทำอาหาร นอกจากจะรู้สึกหิวตามแล้ว บางเมนูที่ไม่รู้จักก็อยากจะไปลองกินดูบ้างเลยค่ะ แบบนี้เรียกอ่านแล้วอินได้ไหมนะ พอมีอาหารในนิยายก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ จนเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ถ้าเราลองเพิ่มเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารเข้าไปในนิยาย จะช่วยเพิ่มสีสันให้กับตัวละคร ฉาก และโครงเรื่องในนิยายของเราได้ยังไงบ้าง ในบทความนี้เลยได้เทคนิคดีๆ มาให้ทุกคนได้ลองนำไปใช้กันดูค่ะ
ทำไมต้องเขียนเกี่ยวกับ “อาหาร” ?
“Food is our common ground, a universal experience.” - James Beard
อาหารเป็นเรื่องที่เราทุกคนต่างมีประสบการณ์ร่วมกัน ต่อให้เราอยู่คนละประเทศ ใช้คนละภาษา แต่อาหารเป็นสัญชาตญาณของเราทุกคน เช่น รสชาติ (เปรี้ยว หวาน เค็ม), กลิ่น (เลม่อน วนิลา ควันเทียน) หรือเนื้อสัมผัส (เนียน นุ่ม แข็ง) เราทุกคนสามารถเข้าใจตรงกันได้ โดยที่ไม่ต้องใช้รสนิยมว่าอาหารจานนี้ทำอร่อยหรือทำออกมาได้สวยงามเพียงใด ดังนั้นเราสามารถดึงดูดนักอ่านของเราได้ เพียงแค่เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารออกมาเท่านั้นค่ะ
ทริค : ทำให้อาหารที่เราใช้ในนิยายมีความหมายมากขึ้น ทั้งการวางแผน การเปิดเผยเรื่องราวของตัวละคร ภูมิหลัง ฉาก สถานที่
5 เทคนิคเพิ่มสีสันในนิยายด้วยอาหาร
1. ใส่ใจอาหารในฉากนิยาย
ฉากในนิยาย นอกจากจะเป็นเซ็ตติ้งของเรื่องแล้ว สถานที่ สถานการณ์ต่างๆ ก็นับรวมเข้าไปในฉากได้เหมือนกันค่ะ การเขียนฉากๆ หนึ่ง ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องมีการบรรยายให้เห็นแค่ภาพ เสียง เมืองที่อาศัยอยู่ หรือภูมิประเทศเท่านั้น เราสามารถใช้อาหารเพื่ออ้างอิงถึงสถานที่ได้ง่ายๆ
เช่น เขียนนิยายที่มีเซ็ตติ้งอยู่ในประเทศไทย อาทิ ข้าวซอยไก่ ที่บ่งบอกว่าเป็นอาหารเหนือ แกงไตปลา อาหารใต้ แกงอ่อม อาหารอีสาน หากเขียนเซ็ตติ้งในต่างประเทศ ก็สามารถยกเมนูเด็ดประจำประเทศนั้นๆ ได้ เช่น ซุปกิมจิ ประเทศเกาหลีใต้, เฝอ ประเทศเวียดนาม เป็นต้น
ทริค : อาหารที่เพิ่มเข้าไปในฉาก อาจไม่ได้บอกว่าตัวละครกำลังอยู่ในสถานที่นั้นๆ ก็ได้ แต่เราอาจเพิ่มเติมเมนูอาหารที่หลากหลายเข้าไป เพื่อเชื่อมโยงบทสนทนา หรือภูมิหลังของตัวละครได้ เช่น ตัวละครไปร้านอาหารและสั่งอาหารไทย เพราะเคยไปประเทศไทย หรือมีเพื่อนเป็นคนไทยมาก่อน
2. ทำให้อาหารกลายเป็นสิ่งที่มีความหมาย
ในนิยายหลายเรื่องใช้อาหารเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความดีใจ ความปรารถนา ความอบอุ่น และความซาบซึ้ง ฯลฯ เช่น ตัวละครชอบกินข้าวไข่เจียวมากเพราะแม่เคยทำให้กินบ่อยๆ ได้กินทีไรก็นึกถึงตลอด หรือตัวละครทำอาหารเป็นเพราะชีวิตที่ลำบากในวัยเด็ก และใช้ฝีมือการทำอาหารเพื่อคนที่รัก เป็นต้น
บางเรื่องก็ใช้อาหารเป็นส่วนหนึ่งของการก่ออาชญากรรม การทรยศ และการแก้แค้น เช่น การวางยาพิษในอาหารของฮ่องเต้ งานเลี้ยงค็อกเทลที่มีเบื้องหลังคือการลอบฆ่า การดูแลคนป่วยด้วยการผสมยาพิษในอาหาร เป็นต้น
ทริค : ทำเรื่องราวให้เรียบง่าย เป็นปกติที่สุด เพื่อสร้างความอยากรู้อยากเห็นให้นักอ่าน
3. เพิ่มอาหารเพื่อเปิดเผยเรื่องราวของตัวละคร
นิสัยการกินของตัวละครบอกใบ้ถึงภูมิหลังของตัวละครได้ดีมากๆ ลองมาทำความรู้จักตัวละครของเราให้มากขึ้น ผ่านคำถามเหล่านี้กัน
- ตัวละครของคุณชอบกินอะไรเป็นอาหารเช้า?
- อาหารจานโปรดของเขาคืออะไร?
- เขาชอบดื่มน้ำแบบไหน? เครื่องดื่มสุดโปรดคืออะไร?
- ตัวละครของคุณชอบทำอาหารไหม? ถ้าชอบ เขาชอบทำอาหารอะไรมากที่สุด?
- อาหารในวัยเด็กที่ตัวละครนึกถึงคืออะไร?
- เมื่อตัวละครทำอาหาร คนอื่นแสดงออกต่ออาหารของเขาอย่างไรบ้าง?
คำถามและคำตอบที่ได้ จะทำให้เราคาดเดาอารมณ์ของตัวละครในอนาคตได้ไม่ยาก แถมยังสามารถเชื่อมต่อเรื่องราวของอาหารไปสู่พล็อตนิยายของเราได้อีกด้วย
ทริค : ควรทำให้ตัวละครมีอาหารจานโปรด เพื่อเชื่อมโยงถึงคาแรกเตอร์ภายในตัวละคร และทำให้ตัวละครอื่นๆ เข้าหาได้ง่ายขึ้น
4. อาหารสามารถเป็นเรื่องราวระหว่างบรรทัดของตัวละคร
ตัวละครเป็นคนไทยแต่ทำต้มยำกุ้งไม่เป็น ตัวละครเป็นคนเวียดนามแต่ทำเฝอไม่ได้ นี่เป็นเรื่องเบสิคมากๆ ที่เราสามารถนำมาเล่าต่อยอดภูมิหลังของตัวละครได้
แม้ว่าในนิยายคนอ่านจะคาดหวังว่าตัวละครจะสามารถทำอาหารได้ แต่ถ้าตัวละครของเราทำไม่ได้ล่ะ เขาจะหมดความน่าสนใจไปเลยหรือเปล่า คำตอบคือไม่แน่นอนค่ะ ตัวละครไม่จำเป็นต้องทำอาหารเป็นก็ได้ แต่พวกเขาควรมีเมนูอาหารจานโปรด เพื่อบ่งบอกเรื่องราวบางอย่าง
เช่น ฉากที่ตัวละคร A เจอตัวละคร B กินมาม่าบ่อยๆ ส่วนหนึ่งอาจจะขยายความได้หลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นเพราะตัวละครชอบกินเป็นพิเศษอยู่แล้ว หรือจำเป็นต้องกินเพราะไม่มีเงิน เป็นต้น
ทริค : ใช้อาหารเล่าเรื่องแทนการบอกสถานการณ์ของตัวละครโดยตรง
5. อย่าลืมภาษาของอาหาร
ต้ม ผัด แกง ทอด นึ่ง ย่าง ไหม้ สุก ดิบ บลาๆ ที่ยกมาเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการทำอาหารเท่านั้นค่ะ แต่การบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารจริงๆ อาจจะต้องมองไปถึงจุดเด่นของอาหารนั้นๆ เพื่อให้คนอ่านเข้าใจ และนึกภาพตามได้ แม้จะไม่เคยกินมาก่อนก็ตาม
นอกจากวิธีทำแล้ว เราควรเพิ่มอรรถรสในการเล่าเรื่องด้วยเรื่องราวรอบตัว ทำให้รู้สึกว่าอาหารเป็นเรื่องใกล้ตัวให้ได้ เช่น ตัวละคร A ทะลุมิติไปอยู่ในยุคจีนโบราณ แต่เธอทำอาหารไม่เป็นเลย ทำได้แค่เมนูง่ายๆ อย่างการทอดไข่ เมื่อเธอได้ไข่ไก่จากการเฝ้าเลี้ยงดูแม่ไก่มาตลอดหนึ่งสัปดาห์ เธอจึงลงมือทำเมนูที่คิดถึงทันที เมื่อเสียงดีดตัวของน้ำมันในกระทะดังขึ้นเป็นสัญญาณ มือที่ถือถ้วยกระเบื้องอยู่ก็ค่อยๆ เทไข่ไก่ที่ตีจนฟองขึ้นลงไปในน้ำมันร้อนๆ เป็นต้น
ทริค : เขียนเมนูที่ถนัด เช่น เคยกินจนรู้ส่วนผสม หรือเคยทำมาก่อน หากไม่รู้วิธีหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความถูกต้องและสมจริง
เทคนิคง่ายๆ ทั้ง 5 ข้อนี้ บอกเลยว่าใช้ไม่ยาก ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเขียนยังไงดี ลองเริ่มจากเมนูง่ายๆ ที่เราทำเป็น เช่น การต้มมาม่า ก็ได้ค่ะ แค่การต้มมาม่าก็มีทั้งการต้มแบบเอาเส้นลงก่อนเพื่อให้เส้นสุก หรือเอาเครื่องปรุงลงก่อนเพื่อความเข้มข้น หรือเอาไปเวฟก็ได้ถ้าอยากประหยัดเวลา เห็นไหมคะว่าการทำอาหารก็มีเรื่องราวของมันเองเหมือนกัน ถ้าหากเราอยากเพิ่มสีสันให้นิยายของเรามากขึ้น ลองใช้เทคนิคเหล่านี้มาช่วยเราเขียนนิยายกันค่ะ
เริ่มเขียนนิยายพี่แนนนี่เพน
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก
https://www.stormwritingschool.com/objects-in-fiction/
https://www.writermag.com/improve-your-writing/fiction/food-writing-thought/
1 ความคิดเห็น
ผมก็ใช้ก๋วยเตี๋ยวเป็นตัวเชื่อมให้ตัวละครเข้าใจกันมากขึ้นด้วยครับ แล้วใช้ยังแสดงความใส่ใจในรายละเอียดของอีกฝ่ายที่ไม่ชอบกินถั่วงอก แถมยังปรุงก๋วยเตี๋ยวไม่เป็นอีกต่างหาก
ที่สำคัญบ้านนายเอกก็ขายขนมไทยด้วย นายเอกของเราทำขนมเก่งมากเลยหละ