จึ้งมากแม่!
รวมสารพัดวิธีแก้ตันที่พีคแล้วพีคอีก
ไม่หายตันไม่ได้แล้ว
สวัสดีค่ะน้องๆ นักเขียนชาวเด็กดีทุกคน ใครที่กำลังมีปัญหาเขียนนิยายไม่ออก ตัน รู้สึกหมดไฟ หมดกำลังใจจะเขียนนิยายต่อ ลองหาวิธีแก้มาแล้วสารพัดวิธีก็ยังแก้ไม่ได้ มาค่ะ บทความนี้ช่วยน้องๆ ให้หายตันได้แน่ เพราะแต่ละวิธีบอกเลยว่า โอ้โห พีคแล้วพีคอีก ถ้าไม่บอกว่าเคยมีนักเขียนชื่อดังเคยทำมาก่อนก็ไ่ม่อยากจะเชื่อเลยนะ ไม่กล้าทำตามด้วยแหละ มาดูกันว่ามันจะพีคได้ขนาดไหน!!!
ช้าก่อน! ถามตัวเองนิดหนึ่งว่าตันเพราะอะไร???
รู้แล้วๆ ว่าเขียนนิยายไม่ออกกัน แต่มาลองดูสาเหตุกันหน่อยดีไหมว่าอะไรทำให้เรารู้สึกตัน หรือหมดไฟกันได้ง่ายๆ
- เวลา : กว่าจะเขียนได้แต่ละครั้งใช้เวลานานมากๆๆๆ บางทีมีเวลาเขียนแต่ก็ดันเขียนไม่ออก พออยากจะเขียนก็ไม่มีเวลาบ้าง เอ๊ะ สรุปจะเอายังไงกันแน่
- กลัว : กลัวคำวิจารณ์ที่จะตามมา กลัวผลตอบรับไม่ได้ตามเป้าหมาย คาดหวังยอดวิว ยอดคอมเมนต์ ยอดหัวใจ กลัวไปหมดจนไม่กล้าเขียน
- ไม่มั่นใจในตัวเอง : อยากทำออกมาให้ดี แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังไม่ดีพอ ร่างแล้วลบ แก้แล้วแก้อีก สุดท้ายก็วนอยู่ที่เดิม
ถ้าใครอ่านแล้วรู้สึกว่าเคยเจอกับปัญหาเหล่านี้มาแล้ว มาลองดูวิธีแก้ตันกันเลย
ตันปุ๊ปอาบน้ำปั๊ป
จากบทความของ Jacquelyn Smith ใน Business Insider บอกว่า “72% ของคนที่เกิดไอเดียๆ ดี มักจะเกิดขึ้นในห้องอาบน้ำ”
เพราะสภาพเแวดล้อมในห้องอาบน้ำทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ไม่ต้องจดจ่อกับงานที่ทำอยู่ เหมือนได้พักสมองชั่วขณะหนึ่ง จึงทำให้ไอเดียดีๆ ชอบโผล่มาตอนเราอาบน้ำเสมอ ดังนั้น ถ้าใครรู้สึกว่าเขียนนิยายไม่ออก ติดอยู่ฉากนี้แหละ เจอแต่หน้าเวิร์ดเดิมๆ ลองพักสมองด้วยการไปอาบน้ำสักสามนาที เราอาจจะได้ไอเดียดีๆ มาเขียนนิยายเพิ่มก็ได้

ร้องไห้ออกมา
เคยได้ยินไหมว่าการร้องไห้คือการระบายอย่างหนึ่ง วิธีนี้เราจะร้องไห้จริงๆ หรือปลอมๆ ก็ได้ แต่ต้องร้องไห้ออกมาเป็นตัวอักษร เขียนสิ่งที่เราไม่ชอบเกี่ยวกับงานเขียนของเราลงไป ระบุปัญหาไปเลยว่าไม่ชอบตรงไหน มีปัญหายังไง ภาษาแย่ หลงทะเล เขียนมั่ว เขียนฟ้องออกมาให้หมด นึกเสียว่าเรากำลังเขียนร้องเรียนให้ตัวเองอยู่
วิธีนี้จะทำให้เราคลายความอึดอัดใจลงได้ เป็นการเขียนเพื่อเอาความรู้สึกด้านลบออกไป อาจจะไม่ได้ช่วยให้เรากลับมาเขียนนิยายได้ในทันที แต่ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ว่าอย่างน้อยเราก็รับรู้ปัญหาของเราแบบลายลักษณ์อักษร และปัญหานี้ได้รับการวิจารณ์ด้วยตัวของเราเอง
ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาปัญหาที่เขียนลงไปนั้น ไปแก้ไขปรับปรุงได้มากน้อยแค่ไหน หรือถ้าเลือกจะปล่อยผ่านไป ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเราได้ระบายความเครียดอย่างหนึ่ง

เปลี่ยนมาเขียนนิยายลงกระดาษ
เบสิคๆ แต่พีคจริงสำหรับนักเขียนสมัยนี้ ยิ่งตอนนี้เข้าสู่ยุคนักเขียนนิยายออนไลน์กันแล้ว วิธีนี้ถือว่าท้าทายกันมากๆ เพราะนอกจากจะต้องแก้ตันด้วยการเขียนนิยายลงในสมุดแล้ว เรายังต้องมานั่งพิมพ์ลงในคอมใหม่อีกรอบด้วย
ข้อเสียของวิธีนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นเวลาและอาการปวดเมื่อยจากการเขียน แต่ข้อดีดันดีมากๆ น่ะสิ เพราะมันทำให้เราได้ฉบับร่างมาก่อน พอพิมพ์ลงคอมเราก็สามารถแก้ไข และเกลานิยายของเราได้ในทีเดียวเลย หรือวิธีนี้มันจะเวิร์คนะ ต้องลองแล้วไหม?

ทำอะไรก็ได้ให้เลือดหมุนเวียน
จะเล่นโยคะ ห้อยหัว วิ่งหลายร้อยกิโล หรือปั่นจักรยาน ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เลือดลมในร่างกายสูบฉีด จะถือว่าเป็นการออกกำลังกายก็ได้ แต่สำหรับเหล่านักเขียนมันเป็นการระบายอย่างหนึ่ง เหมือนเปลี่ยนเรื่องที่ต้องสนใจไปชั่วขณะหนึ่ง ทำให้สมองโล่ง และไม่ติดกับเรื่องราวเดิมๆ ตรงนี้ไม่มีข้อมูลวิจัยที่แน่ชัดว่ามันช่วยนักเเขียนได้ยังไง แต่ถ้าทำให้เราร่างกายแข็งขึ้นได้ มีแรงมาเขียนนิยายได้ ก็ดูจะเป็นไอเดียที่เวิร์คดีเหมือนกัน

เล่นเกมกัน!
ถ้าไม่ชอบออกแรงหรือออกกำลังกาย ลองเล่นเกมดีที่สุด เกมอะไรก็ได้ที่ชอบ เล่นแล้วคลายเครียด หรือเล่นแล้วเครียดกว่าเดิมก็แล้วแต่เลย เพราะความสุขจากการคลายเครียดจะเพิ่มเอ็นโดรฟินในร่างกาย ทำให้เรามีอารมณ์ในการเขียนที่ดีขึ้นได้

สร้างแผนผังตัวละคร
ถ้ารู้สึกไม่อยากเขียนก็ไม่ต้องเขียนค่ะ มาลองทวนพล็อตด้วยการร่างแผนผังความสัมพันธ์ตัวละครกัน วิธีนี้นอกจากจะทำให้เราได้ทบทวนพล็อตเรื่องว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปแล้ว ยังทำให้เรามองเห็นจุดอ่อนในนิยายของเราได้ด้วย หากใครวางโครงเรื่องไว้ก็จะง่ายหน่อย ได้มองภาพรวมของเรื่องที่จะเขียนมากขึ้น แต่ๆๆ ถ้าใครด้นสด งานนี้สนุกแน่ คิดเสียว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งก็แล้วกันนะ

“วันไหนที่ไม่อยากเขียนหรือเบื่อมากๆ
ผมก็จะทำอะไรแแปลกๆ เช่น นั่งตั้งข้อสงสัยต่อพระจันทร์
เอาหัวเดินต่างเท้า ทำโยคะ บางวันผมก็ไปเขียนในโรงแรม
เรียกว่าผมเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง
เพื่องานเขียนที่ดีกว่า” - แจ็ก เครูแอ็ก
โห วิธีของแจ็ก เครูแอ็ก ก็น่าสนนะ รวมถึงแต่ละไอเดียที่นำมาฝากในวันนี้ก็น่าลองเอาไปทำตามดีนะ พี่ว่ามันเป็นวิธีง่ายๆ ที่หลายคนมองข้าม และรู้สึกว่าทำไปก็ไร้ประโยชน์ แต่ถ้าหากเราอยากหายจากอาการตันจริงๆ อยากเขียนนิยายต่อได้ ลองกัดฟันสู้ดูหน่อย เริ่มจากลองหยิบไอเดียข้างบนนี้ไปลองใช้สักอันสองอัน จะเวิร์คหรือไม่เวิร์ค จะช่วยเราได้หรือเปล่า ไม่มีใครรู้นอกจากเราต้องลองด้วยตัวเอง ถ้าเราอยากกลับมาเขียนนิยายจริงๆ สู้หน่อยนะคะ ลงมือเขียนวนไป พอถึงจุดหนึ่ง ไม่แน่ว่าเราอาจจะมีไอเดียมาเขียนนิยายมากขึ้นก็ได้ พี่เอาใจช่วยให้ทุกคนหายตันโดยเร็วค่ะ ^^
พี่แนนนี่เพน
อ่านเคล็ดลับนักเขียนเพิ่ม
0 ความคิดเห็น