นิยายแนะนำประจำสัปดาห์
จากนักวิทยาศาสตร์สู่หนทางการเป็นไอดอล :
กว่าจะเป็นไอดอลต้องผ่าน 7 ด่านนี้!
ถ้าคุณชอบดูรายการเรียลลิตี้ เซอร์ไวเวอร์เกาหลี การแข่งขันสู่การเป็นไอดอล เช่น Produce 101 หรือ Road to Kingdom ห้ามพลาด “จากนักวิทยาศาสตร์สู่หนทางการเป็นไอดอล” ของ Iliicit Iliicit นิยายประจำสัปดาห์ที่พี่น้ำผึ้งนำมาฝากในวันนี้!
ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่าหนทางสู่การเป็นไอดอล เนื้อเรื่องจึงอัดแน่นไปด้วยการแข่งขันและต่อสู้อย่างดุเดือด เพื่อการเป็น 1 ใน 7 คนที่ได้เป็นไอดอลเดบิวต์วงเกิร์ลกรุ๊ปของบรรดาเด็กฝึกผู้อยากเป็น ‘ไอดอล’ และเยว่เสวี่ยเฟิน นางเอกวัย 16 ใสๆ ของเราก็เป็นหนึ่งในนั้น
เรื่องราวเริ่มจากเยว่เสวี่ยเฟิน นักวิทยาศาสตร์สมองเปรื่องแห่งยุค วัย 28 ปี บังเอิญย้อนเวลากลับมาเป็นตัวเองในวัย 16 ปี เส้นทางชีวิตเธอต้องพลิกผันเมื่อมีแมวมองจากค่าย OMG มาทาบทามให้เธอไปเป็นไอดอล มีหรือที่เธอจะปล่อยให้โอกาสดีๆ แบบนี้หายไป ก็ต้องคว้าไว้สิ!
หนทางสู่การเป็นไอดอลของเยว่เสวี่ยเฟินจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับการฝึกฝนมหาโหด การแข่งขันที่ฟาดฟัน และการต่อสู้ที่ดุเดือดเพื่อให้ได้เดบิวต์ในวงเกิร์ลกรุ๊ปดั่งใจปรารถนา พิสูจน์ให้เห็นว่าการเป็นไอดอลไม่ใช่เรื่องง่าย และนี่คือ 7 ด่านที่เยว่เสวี่ยเฟินและผู้อยากเป็นไอดอลต้องเจอ!
คำโปรย
กำลังนั่งอ่านวิจัยเล่นๆอยู่คนเดียวลืมตาขึ้นมาอีกที 'อ้าว...ทำไมหน้าเด็กลงอ่ะ?' 'ถ้างั้นเป็นไอดอลละกัน ลงมือทำด้วยตัวเองย่อมต้องเข้าใจความรู้สึกดีกว่ามานั่งฟัง'
จากนักวิทยาศาสตร์สู่หนทางการเป็นไอดอล
ผู้แต่ง : Iliicit Iliicit
หมวด : ฟรีสไตล์ / รักแฟนตาซี
จำนวนตอน : 44 ตอน
ด่านที่ 1 : เข้าตาแมวมอง ถูกชักชวนมาออดิชัน
เมื่อเยว่เสวี่ยเฟินย้อนเวลามาวัย 16 ใสๆ เส้นทางการเป็นไอดอลของเธอเริ่มต้นจากการที่มีแมวมองแห่งค่าย OMG มาชักชวน ซึ่งค่ายนี้มีอดีตไอดอลชื่อดังอย่าง ไรอัน หาน เป็นประธานค่าย
แน่นอนว่าเส้นทางสู่การเป็นไอดอลมีหลากหลายวิธี นอกจากจะรอแมวมองมาทาบทาม (ซึ่งไม่รู้ในชีวิตจริงจะมีมั้ย?) การออดิชันด้วยตนเองก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ และไม่ต้องหวังพึ่งโชครอแมวมอง
แม้ว่าเยว่เสวี่ยเฟินจะเข้ามาเป็นเด็กฝึกเพราะถูกแมวมองทาบทาม แต่การที่เยว่เสวี่ยเฟินหรือ “ปริ๊นเซส” ได้เข้าร่วมรายการ The Girl Produce No.1 ก็เป็นอีกหนึ่งการออดิชันนะ แต่เป็นการออดิชันเพื่อเข้าแข่งขันในรายการเซอร์ไววัล เฟ้นหาไอดอลเดบิวต์เพื่อเป็นเกิร์ลกรุ๊ป
ด่านที่ 2 : รับบทฝึกมหาโหด
ใครบอกว่าเป็นไอดอลมันสบาย ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ หนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง แต่คุณใช้เวลาซ้อมปาไปแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง! ทั้งการร้องที่ต้องมีเทคนิคที่ดี การแร็ปที่ดุดัน การเต้นที่ต้องคุมจังหวะหายใจพร้อมกับการร้องไปด้วย และการแสดงที่สื่อถึงอารมณ์ของบทเพลง ทุกอย่างต้องปังปุริเย่
เยว่เสวี่ยเฟินใช้เวลาซ้อมสามเดือน มันอาจฟังดูน้อย แต่การต้องตื่นมาซ้อมทุกวันเพื่อฟิตร่างกายและฝึกฝนทักษะให้ดีขึ้น บอกเลยว่าเหนื่อยมาก อีกทั้งการที่เยว่เสวี่ยเฟินไปออกรายการแข่งขัน มันยิ่งทำให้เธอต้องฝึกซ้อมหนักมากขึ้น แม้จะมีพื้นฐานทักษะที่ดีอยู่แล้วก็ตาม
เธอฝึกมหาโหดครบทุกสกิล ทั้งร้อง แร็ป เต้น การแสดง เพื่อให้เป็น 1 ใน 7 คนของรอบสุดท้ายให้ได้ เรียกได้ว่าเป็นการฝึกมหาโหดมากๆ บอกแล้วว่ากว่าจะเป็นไอดอลได้มันไม่สบายอย่างที่คิด
ด่านที่ 3 : เผชิญการแข่งขันที่ต้องฝ่าฟันเพื่อเข้าชิงที่หนึ่ง
อาชีพไอดอลเดิมทีเป็นอาชีพที่กดดันและมีการแข่งขันสูงมากจนน่าตกใจ แต่การแข่งขันในรายการเพื่อเดบิวต์ในรอบสุดท้ายกดดันยิ่งกว่าเดิมอีก
สิ่งที่คุณต้องเจอคือการประเมินทุกสัปดาห์เพื่อจัดอันดับคลาส A-F แม้ว่าในสัปดาห์นี้คุณจะอยู่คลาส A แต่สัปดาห์หน้าคุณอาจร่วงไปอยู่คลาส F เลยก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการประเมินทุกสัปดาห์ และโจทย์ที่คุณต้องสร้างสรรค์การแสดงให้ดีเยี่ยมทุกครั้งที่ประเมิน
ในรายการ The Girl Produce No.1 มีเด็กฝึกถึง 99 คน และจะถูกคัดออกทุกสัปดาห์เพื่อให้เหลือเพียง 7 คนสุดท้ายเท่านั้นที่จะสามารถเดบิวต์ได้
เยว่เสวี่ยเฟินเป็นคนที่เพอร์เฟ็กขั้นสุด เธอคว้าคลาส A ในการประเมินครั้งแรกและรักษาอันดับตัวเองเอาไว้ได้อย่างดี ทำให้คลาส A มีมาตรฐานที่สูงเวอร์ เต็มไปด้วยการแข่งขันที่ต้องฝ่าฟันให้ถึงที่สุด โดยเฉพาะเมื่อกระแสผู้ชมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ด่านที่ 4 : ไอดอลไม่มีรู้จักคำว่าหยุดนิ่ง
เหนือฟ้ายังมีฟ้า ไม่มีคำว่าหยุดหรือสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นสำหรับไอดอล พวกเขาต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าเยว่เสวี่ยเฟินจะเป็นคนที่เก่งมาก โดยเฉพาะด้านการเต้น แต่เมื่อเจอเมนเทอร์แดนซ์อย่างเมนเทอร์เกาไป เธอกลับค้นพบว่าตัวเองไม่ได้เก่งอย่างที่คิด และเธอสามารถเก่งได้มากกว่านี้
มันทำให้เธอทุ่มเทกับการซ้อมมากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่การเต้น แต่ยังรวมไปถึงการแร็ป การแสดง ขนาดการร้องที่ตนคิดว่าไม่ถนัด สุดท้ายก็ยังพัฒนาได้ แต่ไม่ใช่แค่นางเอกเราที่พัฒนาอยู่คนเดียว เด็กฝึกคนอื่นๆ ก็พากันพัฒนาด้วย พวกเขาทุ่มเทซ้อมจนสามารถเลื่อนคลาสได้ในที่สุด
ด่านที่ 5 : รับความเสี่ยงให้ได้หากเส้นทางไอดอลของคุณไม่สำเร็จ
การลงทุนเพื่อความฝันมีความเสี่ยงเสมอ บางคนถึงกับยอมละทิ้งชีวิตที่สมบูรณ์แบบของตัวเอง เพื่อลงทุนตามความฝันสู่การเป็นไอดอล มีหลายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ร่วงล่นจากบันไดแห่งความฝัน บางคนมีเบาะคอยรองรับตอนตกลงมา แต่บางคนก็ไม่มีเลย ฉะนั้นการเป็นไอดอลจึงไม่ง่าย และมันเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง
แน่นอนว่าหากคุณคิดจะเป็นไอดอล คุณก็ต้องเตรียมใจรับความเสี่ยงที่อาจพ่วงมาด้วยเสมอ
ถึงแม้ว่าเยว่เสวี่ยเฟินจะไม่ได้ประสบถึงขนาดนั้น เพราะชีวิตของเธอไม่มีอะไรนอกจากเรียนอย่างเดียว และเธอก็ไม่คิดจะเป็นนักวิทยาศาสตร์เหมือนตอนแรก แต่กับเด็กฝึกบางคนก็เข้าขั้นละทิ้งชีวิตตัวเองเพื่อทำตามความฝันนี้! โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรายการแข่งขันเฟ้นหาไอดอลที่คุณมีสิทธิ์ถูกคัดชื่อออกทุกสัปดาห์
อย่างเช่น ไรอัน หาน ครั้งหนึ่งเขาก็เคยถูกให้ออกจากการเป็นเด็กฝึกค่ายใหญ่ แต่สุดท้ายเขาก็พยายามพลิกชีวิตตัวเอง ฝึกซ้อมอย่างหนักจนประสบความสำเร็จเหมือนปัจจุบัน
ด่านที่ 6 : รับมือกับแอนตี้แฟนให้ดี
มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด มันเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะกับไอดอลที่มีชื่อเสียง ฐานแฟนคลับหนาแน่น ก็ต้องมีแอนตี้แฟนเป็นเรื่องปกติ แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสามารถรับมือกับมันได้มากขนาดไหน
เยว่เสวี่ยเฟินเองก็มีแอนตี้แฟน แต่เธอเลือกที่จะเมินเฉยต่อคำว่าหลังคีย์บอร์ดเหล่านั้น เพราะมันไม่มีประโยชน์และเสียเวลา แต่ในขณะที่บางคนเลือกที่จะรับฟังคำก่นด่าพวกนี้จนจิตตก แล้วก็อาจจะถอนตัวจากการเป็นไอดอลเลยก็มี
ดังนั้นหากคุณต้องการประสบความสำเร็จบนเส้นทางไอดอล ต้องรู้จักการใช้วิจารณาญาณและการควบคุมอารมณ์ให้ใจเย็น มีสติเสมอ
ด่านที่ 7 : อบอุ่นด้วยความรักจากบรรดาเหล่าแฟนคลับ
กลับกัน แม้จะมีแอนตี้แฟน แต่ก็ยังมีบรรดาแฟนคลับที่คอยมอบความรักความอบอุ่นให้เสมอ เป็นเหมือนของขวัญจากการฝ่าฟันเพื่อเป็นไอดอลเลยก็ว่าได้
วินาทีที่เยว่เสวี่ยเฟินมองเห็นป้ายไฟชื่อตัวเอง เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมใครหลายคนถึงยอมละทิ้งอะไรหลายอย่างเพื่อมายืนจุดนี้ แฟนคลับเหมือนยาที่ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี เป็นกำลังใจที่มีค่าเป็นอย่างมากต่อการเป็นไอดอล
จากนักวิทยาศาสตร์สู่หนทางการเป็นไอดอล ของ Iliicit Iliicit เป็นนิยายแนวแข่งขันไอดอลที่ดุเดือด สะท้อนเส้นทางสู่การเป็นไอดอลว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ถึงนางเอกจะเก่งแต่ก็ต้องพัฒนาต่อไป และต้องแข่งขันตลอดเวลา
ถึงจะฟังดูตึงเครียดเพราะเต็มไปด้วยแข่งขัน แข่งขัน และแข่งขัน! แต่ธีมเรื่องกลับสดใส ไม่ได้แฉด้านมืดของวงการไอดอลขนาดนั้น อ่านนิยายเรื่องนี้แล้วให้ฟีลเหมือนกำลังดูรายการแข่งขันไอดอลอยู่ เป็นนิยายที่คลายเครียด สนุก ตลก ที่สำคัญนางเอกเก่งมาก
ใครอยากลองสัมผัสรายการไอดอลเซอร์ไวเวอร์แบบฉบับนิยาย ห้ามพลาด จากนักวิทยาศาสตร์สู่หนทางการเป็นไอดอล เลยค่ะ!
เริ่มอ่านนิยาย
พี่น้ำผึ้ง :)

0 ความคิดเห็น