ปังมากแม่! 9 เคล็ดลับเด็ดที่
‘Stan Lee บิดาแห่งจักรวาลมาร์เวล’
อยากให้นักเขียนทุกคนรู้!
“บางทีสแตน ลีอาจเป็นอิทธิพลทางวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผม มากกว่าเชคสเปียร์หรือโทลคีนเสียอีก”
ครั้งหนึ่ง จอร์จ อาร์. อาร์. มาร์ติน ผู้สร้าง Game Of Thrones กล่าวถึงผู้สร้างจักรวาลมาร์เวลที่ยิ่งใหญ่อย่าง ‘สแตน ลี’ ไว้ข้างต้น ส่วนตัวพี่เองก็คิดว่าสแตน ลีมีอิทธิพลต่อใครหลายคนนะ แม้กระทั่งกับพี่ ก็แหม ถ้าพูดถึงซุปเปอร์ฮีโร่ ใครๆ ต่างก็รู้จักจักรวาลมาร์เวลกันทั้งนั้น แถมเรื่องราวยังเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และทำให้เราทึ่งอยู่บ่อยๆ
ความคิดที่ไม่ธรรมดา พลังอันทรงพลัง และการทำงานหนักของสแตน ลี เป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน และบทความนี้ขอชวนทุกคนมาดูเคล็ดลับแห่งความสำเร็จบนเส้นทางนักเขียน (การ์ตูน) ของสแตน ลี กันค่ะ เชื่อว่าถ้าอ่านจบ เราอาจได้ไอเดียกลับไปสร้างเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมของเราให้ปังมากขึ้นกว่านี้ รวมถึงพัฒนาทักษะการเขียนให้ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่พูดเยอะ มาเริ่มเลยดีกว่า!
(via: https://ameblo.jp/)
01 เปิดเรื่องให้น่าสนใจ
“เช่นเดียวกับในเรื่อง” ลีแนะนำ “การ์ตูนต้องดึงดูดความสนใจของนักอ่านตั้งแต่ตอนแรก 2-3 ตอนแรกควรแสดงให้นักอ่านเห็นว่ามีบางสิ่งที่น่าสนใจเกิดขึ้นหรือกำลังจะเกิดขึ้น”
แน่นอนว่าคำแนะนำนี้เกี่ยวข้องกับการเขียนนิยายโดยตรง ความน่าสนใจเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าเราจะเขียนนิยายแนวไหน เราต้องทำนักอ่านรู้สึกว่าเรื่องของเราน่าตามต่อ จนพวกเขาอยากพลิกอ่านหน้าถัดไปมากๆ
คุณอาจจะลองทิ้งปมเล็กๆ น้อยๆ หรือตัดจบด้วยฉากที่น่าตื่นเต้น ชวนเรียกความสนใจจากนักอ่านดูก็ได้ มีหลากหลายวิธีที่น่าลอง
02 ความต่อเนื่องที่ราบรื่น
“การดำเนินเรื่องจากตอนหนึ่งไปยังอีกตอนหนึ่งจะต้องเป็นธรรมชาติและไม่มีการบังคับ หากตัวละครกำลังเดินอยู่บนถนน พูดคุยกับตัวละครอื่นในตอนนั้นๆ เราจะไม่แสดงให้นักอ่านเห็นการขี่ม้าในตอนถัดไปด้วยตัวละครที่ต่างออกไป” แสตน ลีกล่าวไว้
“อย่างไรก็ตาม มีบางครั้งที่จำเป็นต้องเปลี่ยนฉากหรือเวลาอย่างกะทันหัน และสำหรับเวลาดังกล่าว ผู้เขียนใช้คำบรรยาย ตัวอย่างเช่น หากเรามีแพตซี่ วอล์คเกอร์ นอนอยู่บนเตียง กำลังจะผล็อยหลับไปในตอนนั้นๆ และเราต้องการให้เธอรับประทานอาหารเช้าในตอนถัดไป ตอนที่สองจะมีคำอธิบายประกอบอ่านดังนี้: ‘เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม แพตซี่ก็รีบไปที่ห้องครัวเพื่อรับประทานอาหารเช้าแสนอร่อย’
ดังนั้น ด้วยการใช้คำอธิบายจึงสามารถปรับเวลาและพื้นที่ว่างในหน้านั้นๆ ของเราได้”
ความต่อเนื่องเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเขียนที่ดี ถ้าเรากระโดดข้ามไปมาอาจทำให้นักอ่านงง ดังนั้นถ้าต้องการกระโดดข้ามฉากไปมา ก็ควรจะเขียนกำกับไว้ด้วยเพื่อป้องกันนักอ่านงง
นอกจากนี้การเลือกใช้ภาษาให้สมูทในทุกๆ บทก็สำคัญเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น สามบทแทนพระเอกที่เป็นราชาด้วยราชาศัพท์ แต่อยู่ๆ หลังจากนั้นไม่ได้ใช้เฉย แบบนี้ก็ไม่ได้ ควรรักษาระดับภาษาที่ใช้ นักอ่านจะได้ไม่ต้องมานั่งเกาหัวงงค่ะ
(via: mashable.com)
03 บทสนทนาที่ดี
สแตน ลีให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มากๆ เขากล่าวว่า
“นี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด...ทุกวันนี้ เนื่องจากธุรกิจนิตยสารการ์ตูนเป็นหนึ่งในสาขาที่มีการแข่งขันสูงที่สุด บรรณาธิการแต่ละคนจึงพยายามหาบทสนทนาที่ดีที่สุดและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับตัวละครของเขา ในการเขียนการ์ตูนเรื่องนี้ ให้ตัวละครของคุณพูดเหมือนคนจริง ไม่ใช่ผู้อาศัยในโลกใหม่ที่แปลกประหลาดและน่างงงวย!”
ไม่ใช่แค่ในการ์ตูน แต่บทสนทนาก็สำคัญในนิยายเช่นกัน และบทสนทนาที่ดีควรทำให้เรื่องดำเนินต่อไปข้างหน้าได้ หลังจากการสนทนาแต่ละครั้ง นักอ่านควรเข้าใกล้จุดไคลแม็กซ์หรือบทสรุปของเรื่องราวมากขึ้น บทสนทนาที่ดีควรเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับตัวละคร ซึ่งเราจะทำแบบนั้นได้ถ้ารู้จักตัวละครดีและเข้าไปสวมบทบาทเป็นตัวละครของเรา
ลองพูดบทสนทนาหน้ากระจก แล้วดูว่าคำพูดโฟลว์ไหม เหมือนคนจริงๆ คุยกันแน่นะ ถ้าไม่แปร่งล่ะก็...ผ่านโลด!
04 ทำให้นักอ่านอยากรู้อยากเห็นตลอด
“ไม่ว่าคุณจะเขียนแนวลึกลับหรือตลก มีกฎเดียวที่บังคับใช้: ทำให้มันน่าสนใจตลอด การ์ตูนเรื่องใดก็ตามที่นักอ่านไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนต่อจากตอนที่พวกเขากำลังอ่านอยู่นั้น ไม่ใช่การ์ตูนที่ดี”
เห็นด้วยมากๆ เลยกับข้อนี้ เมื่อเริ่มเขียนนิยายแต่ละตอน หน้าที่ของเราคือดึงความสนใจนักอ่าน และทำให้พวกเขาอยู่กับเรื่องของเราให้ได้นานที่สุด (จนจบเรื่องนั่นแหละ) เราอาจจะสร้างปริศนาในเรื่อง เปิดบทด้วยคำถาม หรือจบบทด้วยเหตุการณ์ที่หน้าตื่นเต้นก็ได้
แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้นักอ่านตั้งคำถามและสงสัยในเรื่องราว / ตัวละคร พวกเขาจะได้ตามหาคำตอบในบทถัดๆ ไป

05 บทจบที่น่าประทับใจ
“ตอนจบที่ทำให้ผู้อ่านมีรอยยิ้มบนริมฝีปากของพวกเขา และความรู้สึกยินดีที่สายสัมพันธ์ที่หลวมๆ ของเรื่องราวที่ได้รับการผูกไว้อย่างเรียบร้อยได้คลายออก มันเป็นความเชื่อมั่นของผมเองโดยเสมอว่า บทที่มีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ บทสนทนาที่ดี และตอนจบที่น่าพึงพอใจจะต้องไม่เลวร้ายจนเกินไป แม้ว่าบางครั้งมันจะมีข้อบกพร่องอีกมากเพียงใดก็ตาม”
ความต้องการของนักอ่านคือ ต้องการตอนจบที่รวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน และประกาศว่า “นี่คือจุดจบ” ที่ชัดเจน ไม่สำคัญหรอกว่าจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งหรือไม่ ถ้าคุณไม่ใจร้ายกับนักอ่านมากเกินไป การจบอย่างมีความสุขก็เป็นอะไรที่นักอ่านส่วนใหญ่ชอบ แต่ถ้าอยากจะจบแบบเศร้าๆ เช่นโรมิโอกับจูเลียต ก็ควรใส่หาความสมเหตุสมผลลงไปในเรื่อง หรือหาอะไรที่ช่วยเยียวยาใจนักอ่านในตอนท้ายหน่อย นักอ่านจะได้สามารถมูฟออนไปจากความเศร้าได้
โดยภาพรวม ตอนจบควรเป็นอะไรที่นักอ่านรู้สึกประทับใจ
06 ติดตามไอเดียของคุณไป
ในการให้สัมภาษณ์สำหรับรายการทอล์คโชว์ของอเมริกา สแตน ลีบอกว่าความคิดของเขาเกี่ยวกับสไปเดอร์แมนนั้นไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก ผู้จัดพิมพ์ของเขากล่าวว่า “อย่างแรกเลย สแตน คนเกลียดแมงมุม เขาจะเป็นวัยรุ่นไม่ได้ วัยรุ่นเป็นได้แค่เพื่อนสนิทเท่านั้น วัยรุ่นไม่มีปัญหาส่วนตัวหรอก คุณไม่รู้งั้นเหรอว่าซูเปอร์ฮีโร่คืออะไร?”
แต่เมื่อสแตน ลีทำหนังสือชื่อ Amazing Fantasy เขาเพิ่ม Spider-Man เพราะเขาต้องการจะเพิ่มมัน! “ผมเอามันออกจากหัวไม่ได้” และหนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือขายดี
“สำนักพิมพ์โทรหาผมที่สำนักงานเมื่อ 2-3 สัปดาห์ต่อมาและพูดว่า 'สแตน จำตัวละครที่เราทั้งคู่ชอบมาก ๆ ได้ไหม สไปเดอร์แมน? ทำไมคุณไม่ทำซีรีส์ของมันล่ะ…’”
เมื่อมีไอเดียดีๆ โผล่มา อย่าลังเลที่จะคว้ามันไว้ แม้ว่าตอนแรกเราอาจยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงกับไอเดียนี้ได้บ้าง แต่เชื่อเถอะ มันอาจเป็นไอเดียที่เจ๋งสุดๆ เลยก็ได้เมื่อเราเริ่มต้นเขียนมัน เช่นเดียวกับสไปเดอร์แมน ถ้าสแตน ลีเลือกปล่อยผ่าน เราคงไม่เห็นสไปเดอร์แมน 3 เวอร์ชั่นสุดเจ๋งโลดแล่นในภาพยนตร์ มีใครไม่ชอบสไปเดอร์แมนบ้างล่ะ? ถามจริง

(via: Marvel Comics)
07 เขียนในสิ่งที่คุณอยากอ่าน
“ถ้าคุณเขียนบางอย่างที่ตัวเองพอใจ สิ่งนั้นอาจเป็นเรื่องจริง” สแตน ลี เคยกล่าวไว้
อย่าพยายามเขียนตามกระแสถ้านั่นไม่ใช่แนวที่คุณถนัด จงเขียนสิ่งที่คุณต้องการอ่าน อย่าคิดว่ามันจะไม่มีคนอ่าน มันมีคนอ่านอยู่แล้ว มันต้องมีใครสักคนที่ชอบแนวเดียวกับเรา ใครบางคนอาจพบว่างานเขียนของคุณน่าสนใจ นอกจากนี้แนวที่ไม่ถนัดอาจทำให้คุณเขียนช้า ลามไปถึงหมดแพชชั่นในการเขียนเลย
แต่เราเขียนในสิ่งที่ถนัด สนุกไปกับมัน และเปี่ยมไปด้วยความหลงใหล เรื่องราวที่น่าสนใจจะคงอยู่ตลอดไป
08 คิดนอกกรอบไว้ก่อน
สแตน ลีเล่าเรื่องต่อไปนี้ในการให้สัมภาษณ์ทางช่องซูเปอร์ฮีโร่ของ Batmite
“ผู้จัดพิมพ์ของผมได้เรียนรู้ว่า DC Comics ซึ่งตอนนั้นเรียกว่า National Comics มีหนังสือชื่อ Justice League และขายดีมาก เขาขอให้ผมทำเช่นเดียวกัน ในขณะเดียวกันตอนนั้นผมก็อยากเลิก ผมทำการ์ตูนเหล่านี้มาประมาณยี่สิบปีแล้วและผมได้รับคำแนะนำซ้ำๆ จากผู้จัดพิมพ์ตลอดเวลาว่า 'อย่าใช้คำที่มีมากกว่าสองพยางค์ คนอ่านจะเบื่อการอ่านบทสนทนา'
ดังนั้น ภรรยาของผมจึงบอกกับผมว่า 'ถ้าคุณอยากจะเลิกนะสแตน ทำไมไม่ทำหนังสือเล่มต่อไปในแบบที่คุณต้องการล่ะ? ที่แย่ที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้คือคุณจะถูกไล่ออก!' ผมก็เลยทำ
พวกเขาไม่มีตัวตนที่เป็นความลับ ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นสมาชิกที่มีค่าของทีมมากเท่ากับผู้ชายคนอื่นๆ และแทนที่จะเป็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักตัวตนอีกตัวตนหนึ่งของผู้ชายคนนั้น เช่น ซูเปอร์แมนและลอยส์ เลน ผมจะให้พวกเขาหมั้นหมาย พี่เขยจะเป็นสมาชิกอีกคน และจะมีตัวละครที่เป็นมนุษย์กึ่งสัตว์ประหลาด รีด ริชาร์ดสขึ้นอยู่กับตัวผม อาจจะน่าเบื่อหน่ายบ้าง”
ดังนั้น ลองเสี่ยงดูบ้างก็ได้ คิดอะไรแปลกๆ แบบที่ชาวบ้านไม่คิดกัน บางครั้งมันก็จำเป็นที่จะต้องรีเฟรชความคิดของเราและสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา
(via: tenor.com)
09 ภาคภูมิใจที่เราเป็นนักเขียน
บางครั้งเราอาจเผลอมีความคิดลบๆ ทำนองที่ว่างานเขียนของเราไม่น่าสนใจและไม่ทำอะไรเป็นพิเศษเพื่อโลก ช้าก่อน หยุดความคิดนั้นไว้เดี๋ยวนี้!!! ทุกคนมีความสำคัญและงานเขียนของเราก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน!
“ผมเคยอายเพราะเป็นแค่นักเขียนหนังสือการ์ตูน ในขณะที่คนอื่นกำลังสร้างสะพานหรือไปประกอบอาชีพทางการแพทย์ แล้วผมก็เริ่มตระหนักว่า ความบันเทิงเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผู้คน หากปราศจากมัน พวกเขาก็อาจจะเครียดมากๆ”
ใช่แล้ว อย่ากังวลนักเลย ภูมิใจในการเป็นนักเขียนเข้าไว้ ผลงานของเรากำลังทำให้คนยิ้มได้และมีความสุขจากวันเครียดๆ ของพวกเขานะ ^ ^
……………….
เป็นอย่างไรบ้างคะกับเคล็ดลับดีๆ จากสแตน ลีที่พี่นำมาฝากในวันนี้ สแตน ลี เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในปัจจุบัน การ์ตูนและภาพยนตร์ของเขาได้รับความนิยมไปทั่วโลก
ไม่มีเวทมนตร์ใดๆ ที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ มีเพียงแค่การทำงานหนักและความอุตสาหะที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ นี่ไม่ใช่สูตรวิเศษสำหรับความสำเร็จค่ะ แต่สิ่งที่จะทำให้สำเร็จคือ “การเริ่มเขียน”
เลิกผัดวันประกันพรุ่ง รีบหยิบปากกา เปิดคอมพ์ เข้าแอปพิมพ์นิยาย จากนั้นเริ่มต้นเขียนสักหน้าสองหน้า แค่นี้ก็ถือว่าเป็นอีกก้าวสู่ความสำเร็จแล้วค่ะ
“ที่ตลกคือ ยิ่งคุณทำมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งดูเหมือนว่าคุณทำได้มากเท่านั้น” - สแตน ลี
พี่น้ำผึ้ง :)
ขอบคุณข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ของสแตน ลีhttps://www.writersdigest.com/be-inspired/stan-lee-1947-guide-to-writing-and-selling-comics
4 ความคิดเห็น
ขอบคุณมากค่ะ
ถ้าพูดถึงหนังมาร์เวลก็ต้องสแตน ลี ในหนังไม่ต้องพูดถึง มีเขามาร่วมแจมเป็นตัวประกอบอีสเตอร์เอ้กตลอด พูดแล้วก็คิดถึงนะ ทั้งยังเสียดายที่แกจากไปซะแล้ว