หากใครเป็นนักเขียนที่กำลังต่อสู้บนเส้นทางสายนี้ และรู้สึกว่าเราได้ตั้งใจ พยายามทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นเหมือนที่ฝันไว้ เราอยากให้ทุกคนที่กำลังท้อแท้ ไม่แน่ใจในตัวเองได้มาลองอ่านเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจดีๆ จากนักเขียนที่บอกว่าตัวเองไม่ใช่ "นักเขียนดัง" แต่เป็นแค่ "นักอยากเขียน" คนนี้กันค่ะ
“บุ๋มบิ๋ม” หรือ “ไพรินสีมุก” เจ้าของนิยายสุดฮิตเรื่อง สดับสำเนียงรัตติกาล บอกว่าตัวเองไม่ใช่นักเขียนดัง เพราะเขียนนิยายมานานกว่า 7-8 ปีแล้ว แต่ผลตอบรับจากนิยายที่เขียนจบไปแล้ว 3-4 เรื่องแรก ก็ไม่ได้ปังถึงขั้นเป็นที่รู้จักจนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำมากมาย เธอจึงเรียกตัวเองว่าเป็น "นักอยากเขียน" และค้นหาแนวนิยายที่ชอบไปเรื่อยๆ
กระทั่งเมื่อความโชคร้ายมาเยือน เธอติดโควิดและต้องพักรักษาตัว ทำให้มีเวลาอยู่กับตัวเองและนิยายที่รักมากขึ้น และนั่นเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนเมื่อเธอเจอแนวนิยายที่ชอบและอยากลองเขียนดู แม้ว่าช่วงแรกๆ จะมีคนอ่านอยู่แค่หลักพัน แต่หลังจากที่เขียนต่อไปเรื่อยๆ และอัปนิยายอย่างสม่ำเสมอ จากคนอ่านหลักพันกลายเป็นคนอ่านหลักแสน แถมรายได้ที่เคยได้มากสุดที่หลักหมื่นต่อเดือน ก็เพิ่มไปที่หลักแสนต่อเดือนอย่างไม่คาดฝัน!
จะเป็นไปได้เหรอ? ที่พอเจอแนวนิยายที่ชอบปุ๊ป ผลตอบรับก็ปังขึ้นมาทันที? แถมยังมีรายได้มากถึงหลักแสนอีก? ในบทความนี้ "ไพรินสีมุก" ขอเปิดใจเล่าถึงประสบการณ์การเป็นนักเขียนตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมแบ่งปันเคล็ดลับการเขียนนิยายที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนบนเส้นทางนักเขียนของเธอ!
01
ชีวิตนักเขียน
ที่ไม่ดัง ไม่ปัง ตั้งแต่แรก
______
“สวัสดีค่ะ ชื่อ ‘บุ๋มบิ๋ม’ นะคะ อายุ 29 ปีค่ะ นามปากกา ‘ไพรินสีมุก’ ค่ะ เรื่องล่าสุดที่แต่งอยู่ก็คือ ‘สดับสำเนียงรัตติกาล’ ค่ะ ช่วงนี้เพิ่งย้ายงานจากฝั่ง HR มาเป็นฝ่ายการตลาดสื่อสารกับลูกค้าค่ะ”
“เรื่องแรกคือเริ่มเขียนตั้งแต่มหาลัยเลยค่ะ ถ้าจะนับช่วงเวลาการเขียนนิยายแบบจริงจังก็ประมาณ 7-8 ปีได้ แต่ถามว่าดังไหม? ไม่เลยค่ะ”
สองเรื่องแรกที่เขียนจบ เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของเรา แต่ตอนนั้นเราไม่สามารถเขียนต่อได้ เพราะยังยุ่งวุ่นวายกับการทำมาหากินอยู่ แต่พอทุกอย่างค่อยๆ ลงตัว เราก็มาเริ่มต้นใหม่ ความชอบในใจยังคงอยู่ และรอการสานต่อ เราก็ตัดสินใจทำเลย เขียนเลย”
“ในตอนแรกๆ ที่เขียน เราเขียนเลย เขียนไปเรื่อยๆ เขียนไปจนพบว่า เรื่องที่สาม ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ต้องการ แต่สิ่งที่รู้สึกจากใจคือมีคนตามอ่าน รู้สึกโอเค ใช้ได้ มีคนชอบว่านิยายของเราดี แต่ก็ยังรู้สึกว่าเราอาจจะยังไม่เจอแนวตัวเองนะตอนนั้น แค่รู้สึกว่าพอได้ แล้วก็มาถึงเรื่องที่ 4 หรือเรื่องที่ 5 นี่แหละ นิยายเรื่อง ‘ปลายจวักหวนคืน’ ที่รู้สึกว่า หาทางของตัวเองเจอ ค้นพบแนวที่ตัวเองชอบและใช่จริงๆ”
02
จุดเปลี่ยนของชีวิต
เจอแนวที่ชอบตอนติดโควิด!
______
“ตอนที่เขียนนิยายเรื่อง ‘ปลายจวักหวนคืน’ เราค้นพบแนวนิยายที่ใช่ของตัวเอง เป็นคนที่ต้องเขียนแบบแฟนตาซีนิดๆ ตัวเอกเป็นเด็ก ชอบให้นักอ่านค่อยๆ โตไปกับตัวละคร ค่อยๆ เห็นพัฒนาการของตัวละคร เติบโตไปด้วยกัน สงสาร ร้องไห้ มีความสุขไปด้วยกัน ได้เขียนแบบนี้จะรู้สึกฟินมาก”
“ทีนี้เกิดเหตุการณ์โควิดแพร่ระบาดขึ้นมา เราโชคร้ายติดโควิด ต้องหยุดพักรักษาตัวยาว น่าจะประมาณเกือบสองเดือนเลยนะ ก็เลยคิดว่าทำยังไงดี ว่าง เครียด โอเค งั้นเปิดเรื่องใหม่ เราก็ลงนิยายไป สามสิบตอนแรกมีคนตามอ่านพันกว่าๆ แล้วมันก็เงียบไป เราก็คิดว่าก็ไม่เป็นไร นิยายเราคงไม่แมส ไม่ใช่แนวที่คนกำลังนิยม นิยายที่นางเอกเห็นผี เป็นจีนโบราณแฟนตาซี เราก็บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เราเขียนเพราะความชอบของเรา มันต้องมีคนที่ชอบเหมือนเราเข้ามาอ่านบ้างแหละน่ะ ก็เลยลงไปเลยสามสิบตอน”
“แล้วเราก็ตั้งใจไว้ว่า จะให้อ่านฟรีสามสิบตอน เพราะว่าเนื้อเรื่องมันค่อนข้างยาว ถ้าอ่านสักสิบตอน คนอ่านจะตัดสินใจยากว่าควรจะตามเรื่องนี้ต่อไหม เอาสามสิบตอนแล้วกัน ก็เขียนๆ ลงๆ ไป ตอนนั้นขยันลงมากๆ ไม่เคยสนใจอันดับเลย”
“แล้วอยู่ๆ วันหนึ่งมีคนมาคอมเมนต์ว่า เฮ้ย ไปอยู่ไหนมาเพิ่งเคยอ่านเรื่องนี้ ทำไมเรื่องนี้ไม่ขึ้นติดอันดับ สนุกออก ฉันไม่เคยเห็นเรื่องนี้เลย หลงเข้ามาอ่านแล้วมันสนุกมาก คือรู้สึกแบบ เฮ้ย เรามีแฟนคลับคนใหม่แล้ว เรารู้สึกว่าเราตกคนอ่านใหม่ๆ ได้ นี่คือความภูมิใจนะ”
“ต่อมา เริ่มมีคนเข้ามาพิมพ์ประมาณนี้เยอะขึ้นจนผิดสังเกต เราก็เลยไปส่องดูอันดับตัวเองในทุกหมวดว่าอยู่อันดับที่เท่าไหร่ ในใจก็ลุ้นว่าขอสักอันดับ 30-40 ก็มีความสุขมากๆ แล้ว ที่ไหนได้ นิยายเราได้ติดท็อป 10 ด้วย ดีใจมากค่ะ”
ปัจจุบันนิยายติดท็อปอันดับ 1 ของหมวดจีนย้อนยุค และติดท็อปนิยายขายดี
03
อยากแต่งนิยายให้จบ
เลยหาแรงผลักดันด้วยการติดเหรียญขาย
จนมีรายได้หลักแสนต่อเดือน
______
“ทุกเรื่องที่ขายหรือติดเหรียญ เราตั้งใจไว้เลยว่า เรื่องนี้ต้องเขียนให้จบ การติดเหรียญนิยายและเขียนนิยายให้จบ ชีวิตเราคอมพลีทแล้ว สมบูรณ์แล้ว การติดเหรียญไม่ใช่แค่เรื่องรายได้นะ มันเป็นแรงผลักดันของเรา ฉันทิ้งเรื่องนี้ไม่ได้แล้วนะ มีคนสนับสนุนอยู่นะ มีคนกดซื้อทุกครั้งที่อัป เราทิ้งมันไม่ได้ จะเขียนแบบไม่ใส่ใจไม่ได้ ต้องเขียนต่อไปจนจบ”
“เมื่อมีคำติ ก็ต้องรับ เพราะคนอ่านจ่ายเงินให้เรา ประมาณนั้นเลย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำคือทำความสุขของคนอ่าน ของเราเองในฐานะนักเขียน และเหรียญที่ได้คือเงินที่เข้ากระเป๋าของเรา ดังนั้นจะมาพูดว่า ฉันจะอัปแบบนี้ ฉันชอบแบบนี้ ฉันไม่รับฟังคุณ สำหรับเราคือไม่ได้ ต้องตอบแทนซึ่งกันและกันเหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ต้องเป็นแบบนี้แหละ นิยายถึงจะไปได้ เราถึงจะมีความสุขกับมันจริงๆ อาจจะเครียดนิดหน่อย อาจจะรู้สึกกดดัน แต่มันคือแรงผลักดันของเราจริงๆ นะ”
“พูดถึงรายได้ ตอนนั้นสารภาพว่าอยากจะถามเด็กดีมากเลย ตอนรายได้ขึ้นถึงหนึ่งหมื่นบาท เราก็ตกใจไปรอบหนึ่งแล้ว มารอบล่าสุด ขึ้นถึงหลักแสน เราเคยคิดในใจว่าต้องทักไปหาทีมงานเด็กดีไหมว่า ‘เด็กดีคะ มันไม่ควรจะมากถึงขนาดนี้หรือเปล่าคะ? คุณให้เงินฉันผิดหรือเปล่า?’ แล้วก็กลัวเด็กดีตอบมาว่า ‘อ๋อ ใช่ค่ะ โอนผิด’ แล้วฝันเราจะสลายหรือเปล่า เลยไม่กล้าทักไป เรากลัวมากเลย (หัวเราะ)”
04
รู้สึกปลดล็อกตัวเอง
เมื่อมีเงินซัพพอร์ตครอบครัว
______
“ถามว่าเอาเงินที่ได้ไปใช้อะไร ส่วนใหญ่ก็เอาไปลงทุนกับปกนิยาย เอาไปซื้อโน้ตบุ๊กใหม่ เพราะกลัวว่าพิมพ์นิยายไปแล้ว นิยายจะหายค่ะ ต้องการเครื่องมือซัพพอร์ตงานของเรา หาอะไรที่ซัพพอร์ตให้ตัวเองเขียนนิยายได้สบายขึ้น แล้วก็ซัพพอร์ตคุณพ่อคุณแม่”
“ในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังไม่บูมขนาดนี้ ที่บ้านเรา ครอบครัวเราไม่เข้าใจว่าการอ่านนิยายดียังไง ทำไมมานั่งอ่านนิยาย เขียนนิยาย ไม่อ่านหนังสือเรียน คุณควรจะตั้งใจเรียน เขามองว่านิยายเป็นเรื่องไร้สาระ แบบว่าบุ๋มบิ๋มจะมาเสียเวลากับตรงนี้ได้ยังไง เรียนก็เหนื่อยอยู่แล้ว จะทำแบบนี้ไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร ปกติเราฟังเขาบ่น เราก็ท้อใจ แต่ก็คิดว่าสักวันหนึ่ง รอให้เราประสบความสำเร็จ หรือว่าทำให้การเขียนของเราเห็นชัดเจนเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่ เขาจะได้มองเห็นว่ามันป็นความสามารถของเราจริงๆ”
“การได้รายได้ตรงนี้มาทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำไม่ใช่เรื่องไร้สาระหรือเสียเปล่า พอเรามีเงินมาซัพพอร์ตเขา เขาก็สงสัยว่าทำไมเรามีเงินเยอะจัง เราก็บอกว่าเนี่ยเราเขียนนิยายขาย เรามีเงินให้เขาเป็นรูปธรรมที่มองเห็นง่ายที่สุด เหมือนได้เคลียร์สิ่งที่อยู่ในใจระหว่างกัน เรามีกำลังใจมากขึ้น มีช่องทางให้เขียนนิยายต่อไปได้ โดยที่เราไม่มาอดทนฟังคำพูดกดดันของคนในครอบครัว มันช่วยได้เยอะนะ”
05
Key Success
เขียนจากความชอบ
สม่ำเสมอ ใส่ใจนักอ่าน และเขียนให้จบ
______
“ไม่รู้ว่าสำหรับนักเขียนคนอื่น มีเคล็ดลับคืออะไร แต่สำหรับเรา เราเริ่มจากความชอบก่อน เป็นคนชอบอ่านนิยายมาก่อน แล้วอยากจะถ่ายทอดสิ่งที่ตัวเองคิดให้กับคนอื่น อันนี้คือจุดเริ่มต้นแรกๆ เลย”
“การเขียนนิยาย ขึ้นอยู่กับการหมั่นฝึกฝนด้วย เราอ่านเยอะ มีคำในหัวเยอะ ได้ความรู้เยอะ ก็เขียนได้เยอะ เวลาเราเขียนนิยายเราต้องหาข้อมูล หาความรู้พื้นฐาน เดี๋ยวนี้มันเป็นโลกอินเตอร์เน็ต เราจะหายังไงก็ได้ เราอาจจะมาเทียบนิดหนึ่งว่าข้อมูลมันน่าเชื่อถือแค่ไหน อ่านแล้วรู้สึกว่ามันเป็นไปได้แค่ไหน น่าเชื่อถือมากแค่ไหน แต่เรื่องบางเรื่องก็ต้องใช้จินตนาการนะ ความรู้ไม่สำคัญเท่าจินตนาการ”
“จากที่เคยเป็นนักอ่านมาก่อน ตามนิยายมาเยอะแยะมาก โดนนักเขียนเท เขียนไม่จบ นักเขียนเปลี่ยนใจ ปิดหนี เยอะแยะมากเลย แต่ว่าสิ่งที่เราอยากจะบอกคือ เฮ้ย ไม่ว่างานคุณโดนอะไรมา ไม่ว่าอย่างไร จะมีนักอ่านคนหนึ่ง ตามคุณอยู่ คุณไม่ต้องสนใจคนที่ทิ้งคุณไปก็ได้ แต่สนใจคนที่ตามคุณอยู่ คนที่รักคุณ ติดตามคุณ เฝ้าคอยผลงานของคุณ ไม่ว่าผลงานคุณดังหรือเปล่าในสายตาคนอื่น แต่คุณดังในสายตาเรานะ”
“ในเด็กดีนี่ เรามองเห็นความพยายามของนักเขียนหลายๆ คน ทุกคนผ่านการเป็นนักเขียนโนเนมมาก่อน ดูอย่างเราสิ เราใช้แรงกระตุ้นพวกนี้แหละ มาเติมเต็มในสิ่งที่เราขาดๆ ไป อะไรที่ควรจะทำก็ต้องทำ ลงนิยายสม่ำเสมอ ใส่ใจนักอ่าน ถ้าจะเขียนปม ก็ต้องแก้ปมให้ได้ หาตอนจบให้นิยายของคุณ อย่าทิ้ง อย่าเทนิยายกลางทาง แล้วก็คอยสังเกตคนที่เขาเก่งๆ กว่าเราเยอะๆ แค่นี้ก็ช่วยเราได้เยอะมากเลย เมื่อไหร่ที่ทำได้แบบนี้ รายได้จะตามมาทีหลังเองค่ะ
ตอนที่ได้คุยกับนักเขียนคนนี้ สิ่งที่พี่แนนนี่เพนประทับใจมากคือเธอเป็นคนร่าเริง มีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี และไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ นี่คือคุณสมบัติที่มีค่าที่สุดสำหรับทุกอาชีพค่ะ ไม่ใช่แค่เฉพาะอาชีพนักเขียนเท่านั้น พี่แนนนี่เพนไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงประสบความสำเร็จ เพราะเธอมีหัวใจของนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้นั่นเอง
ทั้งที่เขียนนิยายจบไปแล้วหลายเรื่อง แต่ไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้างจนเป็นที่รู้จัก ไพรินสีมุกกลับไม่เคยย่อท้อ ไม่เคยทิ้งการเขียนนิยาย ยังคงเขียนและค้นหาแนวทางที่ชอบต่อไป เมื่อไหร่ที่เจอเรื่องที่อยากเขียนก็อัปนิยายสม่ำเสมอ ใส่ใจผู้อ่าน ใส่ใจเนื้อหาของตัวเอง และผลักดันตัวเองให้เขียนนิยายจนจบได้ทุกเรื่องอีกด้วย
สิ่งที่ไพรินสีมุกทำและได้เล่าผ่านประสบการณ์ของเธอในวันนี้ ถือว่าเป็น เคล็ดลับการเขียนนิยายจากใจคนที่ไม่ยอมแพ้บนเส้นทางนักเขียน เป็นเคล็ดลับของนักเขียนนักสู้ ที่พี่แนนนี่เพนอยากให้ทุกคนจดจำไว้ เผื่ออนาคต พบเจอกับปัญหาในการเขียน ให้หันมาลองอ่านเรื่องราวนี้อีกครั้ง คิดว่าน่าจะช่วยเป็นกำลังใจให้คนที่มีปัญหาทุกคนได้ ไม่มากก็น้อยค่ะ
หวังว่าเรื่องราวดีๆ ในวันนี้ จะส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆ ให้นักอยากเขียนทุกคน
ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคและลงมือเขียนนิยายของเรากันต่อไปเรื่อยๆ นะคะ ^^
พี่แนนนี่เพน
อ่านผลงานนิยายของ “ไพรินสีมุก”
2 ความคิดเห็น