ท่ามกลางความฮิตของกระแสนิยายจีนบนเว็บเด็กดี น้องฟิว หรือ “อ.อนันต์” นักเขียนหนุ่มวัย 17 ปี กลับฝ่ากระแสนิยายจีนปังๆ มาลองแต่งนิยายแฟนตาซีแนวไทยย้อนยุคดูบ้าง เด็กหนุ่มตั้งใจเขียนนิยายเรื่อง “ย้อนเวลามาเป็นราชาโลกใต้ดิน ในสมัยอยุธยา” ขึ้นมา เพราะคิดว่า...
ความเป็นไทยกับความแฟนตาซีก็สามารถนำมาเล่าเรื่องให้สนุกได้ไม่แพ้กัน และไอเดียของเขาที่นำเรื่องราวของระบบ การทะลุมิติ เวทมนตร์ ไสยศาสตร์มารวมเข้ากับยุคสมัยโบราณ ก็ไปเข้าตานักอ่านที่โหยหานิยายแฟนตาซีกลิ่นอายไทยๆ เข้าอย่างจัง จากที่คิดว่าแต่งแนวย้อนยุคไทยน่าจะมีคนอ่านน้อยแต่กระแสกลับดีเกินคาด เพราะคนที่เข้ามาอ่านนิยายกลับพากันติดนิยายงอมแงมถึงขั้นเชียร์ให้นักเขียนติดเหรียญขายตอนล่วงหน้ากันเลยทีเดียว!
ทว่าเรื่องราวชีวิตนักเขียนของน้องฟิวที่แหวกกระแสมาลองแต่งนิยายแนวย้อนอดีตไทยจนนักอ่านชอบถึงขั้นเปย์หนักมาก ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนหรือประสบความสำเร็จในทันทีทันใดนะคะ เพราะนักเขียนวัยเรียนคนนี้บอกว่าตัวเองยังเป็นเพียงนักเขียนมือใหม่คนหนึ่งที่ยังต้องพัฒนาฝีมืออีกมาก ในสัมภาษณ์วันนี้ เขาก็เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์และมุมมองดีๆ ที่ได้เขาได้รับหลังจากก้าวมาเป็นนักเขียนกันค่ะ ^^
แหวกมาแต่งย้อนอดีตไทย
ไม่ใช่เพราะอยากสวนกระแส แต่…
เขียนจากความชอบ!
“สวัสดีครับ ผมนายชัยอนันต์ กองพันธ์ นะครับ ชื่อเล่นชื่อ ฟิว นามปากกา อ.อนันต์ ปีนี้ก็อายุ 17 ปีแล้วครับ ช่วงนี้ก็เรียนออนไลน์ปกติเลยครับ”
“ผมเริ่มเขียนนิยายประมาณม.ต้นครับ ก็เป็นช่วงที่เรียกได้ว่าผมบ้านิยาย ติดนิยายมากๆ ถ้าว่างจากการเรียนก็คือจะอ่านนิยายเลยครับ แนวที่ผมชอบมากๆ ถ้าเจอแล้วต้องอ่านเลยก็จะเป็นแนวตำนานเทพ ไม่ว่าจะเป็นเทพกรีก เทพจีน ตำนานของทางฝั่งยุโรป ทางฝั่งตะวันออก ผมจะชอบมาก”
“ในช่วงแรกที่ผมไล่อ่านนิยายมา ผมได้แรงบันดาลใจจากนิยายแปลของประเทศจีนนะ นิยายเรื่องนั้นเป็นนิยายที่ตัวเอกย้อนไปอยู่ในยุคราชวงศ์ของทางฝั่งจีนนี่แหละ ผมรู้สึกชอบมาก ทีนี้ก็เลยลองมาคิดว่า..
ถ้าคนไทยย้อนไปในยุคอดีตของไทยบ้างจะเป็นยังไง เพราะของเราก็มีที่น่าสนใจเหมือนกันนะ เราก็เลยลองดู ลองดึงเอาความเป็นไทยมาใช้ ประจวบเหมาะกับที่ผมชอบด้วย ผมชอบอะไรที่มันเกี่ยวกับอยุธยาก็อยากเอาสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เป็นตัวของเราเอง มาทำเป็นผลงานของเราครับ”
นิยายย้อนยุคไทยเรื่องแรกปังมาก
แต่พังเพราะยังเป็นนักเขียนมือใหม่!?
“เราอ่านมามาก เราก็เลยคิดว่าถ้าว่าเราลองแต่งนิยายดูมันน่าจะได้นะ เราก็เลยลองดู เริ่มจากศูนย์ก็คือโทรศัพท์เครื่องเดียวเลยครับ ศีกษาหาข้อมูลก็มาจากโทรศัพท์เครื่องนี้เลย ศึกษาแล้วก็แคปภาพไว้ เรื่องที่เป็นความรู้เราก็แคปๆ มาอ่าน แล้วในการแต่งผมก็พิมพ์เอาในเวิร์ด ทางโน้ตนี่แหละ แล้วก็ค่อยก็อปแล้วก็เอามาลง ในโทรศัพท์เครื่องเดียวเลย เริ่มต้นแค่นั้นจริงๆ”
“นิยายเรื่องแรกของผม ‘ย้อนเวลามาสร้างอาณาจักรในสมัยอยุธยา พร้อมระบบ’ มีทั้งประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จในตัวเดียวกันครับ ที่มันไม่ประสบความสำเร็จเพราะว่าผมไม่สามารถแต่งให้จบได้ ผมแต่งแล้วมันตันก่อน ตอนนั้นเรามีความคิดอะไร เราก็ใส่เข้าไปเลย ไม่ได้วางพล็อตอะไรเลย จนมันถึงจุดที่เราคิดอะไรต่อไปไม่ได้แล้ว พล็อตมันตัน สิ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จสำหรับผมก็คือแต่งไม่จบนี่แหละครับ”
“เรื่องที่สอง ‘ย้อนเวลามาเป็นราชาโลกใต้ดิน ในสมัยอยุธยา’ เขียนช่วงนี้เลยครับ ผมพูดได้เลยว่าเรื่องที่สองเนี่ยโครงสร้างมาจากเรื่องที่หนึ่ง ผมเอามาพัฒนาต่อ เพราะมีคนเข้ามาคอมเมนต์ในนิยายเรื่องแรกว่าอยากให้แต่งต่อ พอเราเห็นว่ายังมีคนติดตามเราอยู่ เราก็เลยมีความคิดว่าจะแต่งต่อครับ แต่ในเรื่องที่สองนี้ผมมีการวางแผน มีการเตรียมความพร้อมให้มากขึ้น วางพล็อตไกลขึ้น ทั้งจุดเริ่มต้น ด่านต่างๆ ของเนื้อเรื่อง ลามไปถึงจุดจบ ก็เลยเกิดเป็นเรื่องที่สองที่ผมพยายามมากขึ้นครับ”
ฝ่าด่านนักเขียนมือใหม่มาได้
เพราะใส่ความชอบไปเต็มพิกัด
“ผมมองว่า แค่ความเป็นไทยมันก็มีความน่าสนใจในตัวมันอยู่แล้วนะครับ มันมีเรื่องที่เราอยากรู้เพิ่มอยู่แล้ว เราก็เลยอยากจะเอาจุดๆ นั้น ช่วงเวลานั้นมาแต่ง สอดแทรกความแฟนตาซีเข้าไป สอดแทรกความเป็นตัวเองเข้าไป..
เราใช้ช่วงเวลาในอดีตเป็นแบ็กกราวด์ เป็นองค์ประกอบเฉยๆ ครับ ส่วนการดำเนินเรื่องผมก็ใส่ความเป็นผมเข้าไปอีกที เราแค่เอาเสน่ห์ของมันมาเฉยๆ เสน่ห์ของความเป็นสมัยก่อนที่ทุกคนรู้ ทุกคนเคยศึกษามาอยู่แล้ว ส่วนการดำเนินเรื่องเป็นยังไง วิถีชีวิตที่นิยายดำเนินไปเป็นยังไง ตรงนั้นคือสิ่งที่ผมคิดและทำออกมาเองครับ”
“ผมเชื่อว่าจะต้องมีคนที่เขาโหยหาเหมือนผมเหมือนกัน คนที่ชอบในความเป็นไทย แล้วก็อยากเห็นนิยายที่เอาความเป็นไทยกับแฟนตาซีมารวมกัน พอมีนิยายแนวนี้ก็เลยทำให้ผลตอบรับออกมาดีมากๆ เลยครับ คนที่เข้ามาติดตาม คนที่เข้ามาคอมเมนต์ให้ เขาก็จะบอกว่านิยายแนวนี้ไม่ค่อยมีนะ ทำต่อไปเรื่อยๆ นะ”
“ก็ต้องขอบคุณจริงๆ ไม่รู้ว่านิยายผมมันน่าติดตามหรืออะไร ช่วงที่แต่งนิยายเรื่องที่สอง ก็มีคอมเมนต์เข้ามาว่า อยากให้เปิดให้อ่านล่วงหน้าได้ไหม พร้อมเปย์เลย ผมก็มองว่าถ้าเราจะเปิดให้อ่านล่วงหน้ามันก็ทำได้นะ ผมก็เริ่มเขียนตอนเพิ่มไปจนถึงตอนที่ติดเหรียญ แล้วมันก็สร้างรายได้ตั้งแต่นั้นมาเลยครับ”
ตั้งใจว่าจะลองหาค่าขนมตอนที่ 100
แต่นักอ่านพร้อมเปย์ตั้งแต่ตอนที่ 50
“ผมก็ไม่คิดว่าจะมาจนถึงจุดนี้เหมือนกัน ผู้อ่านหรือผู้ติดตามของผมเป็นส่วนสำคัญเลยที่ทำให้ผมตัดสินใจมาขายนิยาย แล้วก็พัฒนาจนมันได้ขนาดนี้ จริงๆ ผมตั้งไว้ว่าแต่งถึงตอนที่ 100 แล้วเดี๋ยวจะเริ่มติดเหรียญ แต่ว่าในช่วงตอนที่ 50 ทางผู้อ่านเขาขอมาก่อน ขอว่าติดเหรียญตอนอ่านล่วงหน้าได้ไหม ผมก็เลยทำให้”
“ขายแล้วคนอ่านน้อยลงไหม? ไม่ลดลงนะครับ เพราะว่าตอนนี้มันเป็นแค่ตอนที่ล่วงหน้าเฉยๆ คนที่มีแรงสนับสนุนหน่อย เขาก็จะเลือกที่จะสนับสนุนเราโดยการซื้อตอนอ่านล่วงหน้า ส่วนคนที่เป็นสายฟรี ก็รออ่านตอนฟรีประจำวันไปครับ คนอ่านก็ตามปกติที่เรามีอยู่แล้ว”
“ส่วนรายได้ สำหรับผมก็ถือว่าเยอะนะ เพราะว่าตอนแรกที่เราคิดจะติดเหรียญ เราคิดแค่ว่าจะมีรายได้ค่าขนมแค่นั้นเอง แต่ตอนนี้มันเกินกว่าที่เราคาดไว้ ตอนนี้ประมาณวันที่ 21 ตุลาคม 64 อยู่ประมาณ 7,000 - 8,000 บาท ถือว่าเยอะด้วยเพราะว่าเราอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ออกไปทำงานด้วย รายได้ก็เยอะสำหรับผมในวัย 17 ปีนะ”
วันที่เด็กวัย 17 รู้สึกโตขึ้น
“ความรู้สึกที่ผมคิดว่าผมโตขึ้น ก็คือวันที่ผมสามารถมีรายได้จากนิยายได้นี่แหละครับ ตอนที่เงิน 1 บาทแรกเข้าเนี่ย ผมจำได้เลยว่าผมเดินขึ้นไปหาแม่ ยื่นโทรศัพท์ให้ดูแล้วบอกเขาว่า “แม่ ทำได้แล้วนะ” เพราะว่าเรื่องแรกที่เราไม่ประสบความสำเร็จ เราก็ศึกษาของเรามาเป็นปีสองปีเลยนะ วันนี้วันที่มีรายได้เนี่ย เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมามันสัมฤทธิ์ผลแล้วนะ มันเป็นเงินที่เราหาได้จากน้ำพักน้ำแรงของเรา เราก็ภูมิใจในตัวเองครับ”
“เพราะเป้าหมายของผมตอนแรกก็คือได้ทำ แล้วเราได้ทำไปแล้ว เป้าหมายแรกของเราบรรลุไปแล้ว เป้าหมายที่สองที่ผมตั้งไว้ก็คือแต่งไปเรื่อยๆ จนสามารถสร้างรายได้ได้ ตอนนี้เป้าหมายที่สองของผมก็ลุล่วงไปแล้ว เป้าหมายต่อจากนี้ก็คือพัฒนาจนสามารถเป็นอาชีพที่เลี้ยงดูผมได้ครับ นั่นคือเป้าหมายที่ใหญ่ และน่าจะเป็นด่านหลักเลย ถ้าไปถึงขั้นนั้นจริงๆ ผมก็มองว่าอะไรหลายอย่างในตัวผมคงพัฒนาไปด้วยกว่าจะถึงจุดนั้นครับ”
อ่านจบแล้วมีแรงฮึดขึ้นมาเลย!!! เชื่อว่าต้องมีนักเขียนที่กำลังสับสนในตัวเองอยู่แน่ๆ ว่าเราควรเริ่มต้นเขียนนิยายจากอะไรก่อนดี ระหว่างเขียนจากความชอบหรือเขียนตามกระแส ซึ่งใครที่อ่านเรื่องราวของน้องฟิวจนจบ จะเห็นว่าเขาเลือกที่จะเขียนนิยายจากความชอบของตัวเองก่อน แม้ว่าในตอนแรกจะเริ่มต้นจากศูนย์แล้วพังด้วยการเขียนไม่จบ แต่บทเรียนจากนิยายเรื่องแรกก็เป็นประสบการณ์ที่สอนให้เขาเขียนนิยายเรื่องที่สองจนปัง แถมยังมีรายได้จากการสนับสนุนของนักอ่านอีกด้วย!
หากใครที่อยากแต่งนิยายของตัวเองดูบ้าง พี่แนนนี่เพนแนะนำให้ลองเริ่มต้นเขียนจากความชอบของเราดูก่อนค่ะ จะปังหรือจะพังอย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ให้เราได้เรียนรู้กันนะคะ และจากเรื่องราวของน้องฟิว ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ายังมีคนที่ชื่นชอบในเรื่องราวแบบเดียวกันอยู่ไม่น้อย มาลองเขียนนิยายที่มาจากความชอบของเรากันค่ะ ^^
เริ่มต้นเขียนนิยายกันพี่แนนนี่เพน
อ่านผลงานนิยายของ “อ.อนันต์”
3 ความคิดเห็น