/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

สวนกระแสแต่ปังนะ! เด็ก 17 แหวกมาแต่งย้อนอดีตไทย นักอ่านรอสนับสนุนเพียบ | The Chosen EP.24 อ.อนันต์ []

วิว

 

ท่ามกลางความฮิตของกระแสนิยายจีนบนเว็บเด็กดี น้องฟิว หรือ “อ.อนันต์” นักเขียนหนุ่มวัย 17 ปี กลับฝ่ากระแสนิยายจีนปังๆ มาลองแต่งนิยายแฟนตาซีแนวไทยย้อนยุคดูบ้าง เด็กหนุ่มตั้งใจเขียนนิยายเรื่อง “ย้อนเวลามาเป็นราชาโลกใต้ดิน ในสมัยอยุธยา” ขึ้นมา เพราะคิดว่า...

ความเป็นไทยกับความแฟนตาซีก็สามารถนำมาเล่าเรื่องให้สนุกได้ไม่แพ้กัน และไอเดียของเขาที่นำเรื่องราวของระบบ การทะลุมิติ เวทมนตร์ ไสยศาสตร์มารวมเข้ากับยุคสมัยโบราณ ก็ไปเข้าตานักอ่านที่โหยหานิยายแฟนตาซีกลิ่นอายไทยๆ เข้าอย่างจัง จากที่คิดว่าแต่งแนวย้อนยุคไทยน่าจะมีคนอ่านน้อยแต่กระแสกลับดีเกินคาด เพราะคนที่เข้ามาอ่านนิยายกลับพากันติดนิยายงอมแงมถึงขั้นเชียร์ให้นักเขียนติดเหรียญขายตอนล่วงหน้ากันเลยทีเดียว! 

ทว่าเรื่องราวชีวิตนักเขียนของน้องฟิวที่แหวกกระแสมาลองแต่งนิยายแนวย้อนอดีตไทยจนนักอ่านชอบถึงขั้นเปย์หนักมาก ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนหรือประสบความสำเร็จในทันทีทันใดนะคะ เพราะนักเขียนวัยเรียนคนนี้บอกว่าตัวเองยังเป็นเพียงนักเขียนมือใหม่คนหนึ่งที่ยังต้องพัฒนาฝีมืออีกมาก ในสัมภาษณ์วันนี้ เขาก็เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์และมุมมองดีๆ ที่ได้เขาได้รับหลังจากก้าวมาเป็นนักเขียนกันค่ะ ^^

 

แหวกมาแต่งย้อนอดีตไทย
ไม่ใช่เพราะอยากสวนกระแส แต่…
เขียนจากความชอบ!

“สวัสดีครับ ผมนายชัยอนันต์ กองพันธ์ นะครับ ชื่อเล่นชื่อ ฟิว นามปากกา อ.อนันต์ ปีนี้ก็อายุ 17 ปีแล้วครับ ช่วงนี้ก็เรียนออนไลน์ปกติเลยครับ”

ผมเริ่มเขียนนิยายประมาณม.ต้นครับ ก็เป็นช่วงที่เรียกได้ว่าผมบ้านิยาย ติดนิยายมากๆ ถ้าว่างจากการเรียนก็คือจะอ่านนิยายเลยครับ แนวที่ผมชอบมากๆ ถ้าเจอแล้วต้องอ่านเลยก็จะเป็นแนวตำนานเทพ ไม่ว่าจะเป็นเทพกรีก เทพจีน ตำนานของทางฝั่งยุโรป ทางฝั่งตะวันออก ผมจะชอบมาก” 

“ในช่วงแรกที่ผมไล่อ่านนิยายมา ผมได้แรงบันดาลใจจากนิยายแปลของประเทศจีนนะ นิยายเรื่องนั้นเป็นนิยายที่ตัวเอกย้อนไปอยู่ในยุคราชวงศ์ของทางฝั่งจีนนี่แหละ ผมรู้สึกชอบมาก ทีนี้ก็เลยลองมาคิดว่า..

 ถ้าคนไทยย้อนไปในยุคอดีตของไทยบ้างจะเป็นยังไง เพราะของเราก็มีที่น่าสนใจเหมือนกันนะ เราก็เลยลองดู ลองดึงเอาความเป็นไทยมาใช้ ประจวบเหมาะกับที่ผมชอบด้วย ผมชอบอะไรที่มันเกี่ยวกับอยุธยาก็อยากเอาสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เป็นตัวของเราเอง มาทำเป็นผลงานของเราครับ” 

ผลงานนิยายแนวย้อนอดีตไทยที่เริ่มต้นเขียนจากความชอบ
ผลงานนิยายแนวย้อนอดีตไทยที่เริ่มต้นเขียนจากความชอบ

นิยายย้อนยุคไทยเรื่องแรกปังมาก
แต่พังเพราะยังเป็นนักเขียนมือใหม่!?

“เราอ่านมามาก เราก็เลยคิดว่าถ้าว่าเราลองแต่งนิยายดูมันน่าจะได้นะ เราก็เลยลองดู เริ่มจากศูนย์ก็คือโทรศัพท์เครื่องเดียวเลยครับ ศีกษาหาข้อมูลก็มาจากโทรศัพท์เครื่องนี้เลย ศึกษาแล้วก็แคปภาพไว้ เรื่องที่เป็นความรู้เราก็แคปๆ มาอ่าน แล้วในการแต่งผมก็พิมพ์เอาในเวิร์ด ทางโน้ตนี่แหละ แล้วก็ค่อยก็อปแล้วก็เอามาลง ในโทรศัพท์เครื่องเดียวเลย เริ่มต้นแค่นั้นจริงๆ”

“นิยายเรื่องแรกของผม ‘ย้อนเวลามาสร้างอาณาจักรในสมัยอยุธยา​ พร้อมระบบ’ มีทั้งประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จในตัวเดียวกันครับ ที่มันไม่ประสบความสำเร็จเพราะว่าผมไม่สามารถแต่งให้จบได้ ผมแต่งแล้วมันตันก่อน ตอนนั้นเรามีความคิดอะไร เราก็ใส่เข้าไปเลย ไม่ได้วางพล็อตอะไรเลย จนมันถึงจุดที่เราคิดอะไรต่อไปไม่ได้แล้ว พล็อตมันตัน สิ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จสำหรับผมก็คือแต่งไม่จบนี่แหละครับ”

“เรื่องที่สอง ‘ย้อนเวลามาเป็นราชาโลกใต้ดิน ในสมัยอยุธยา’ เขียนช่วงนี้เลยครับ ผมพูดได้เลยว่าเรื่องที่สองเนี่ยโครงสร้างมาจากเรื่องที่หนึ่ง ผมเอามาพัฒนาต่อ เพราะมีคนเข้ามาคอมเมนต์ในนิยายเรื่องแรกว่าอยากให้แต่งต่อ พอเราเห็นว่ายังมีคนติดตามเราอยู่ เราก็เลยมีความคิดว่าจะแต่งต่อครับ แต่ในเรื่องที่สองนี้ผมมีการวางแผน มีการเตรียมความพร้อมให้มากขึ้น วางพล็อตไกลขึ้น ทั้งจุดเริ่มต้น ด่านต่างๆ ของเนื้อเรื่อง ลามไปถึงจุดจบ ก็เลยเกิดเป็นเรื่องที่สองที่ผมพยายามมากขึ้นครับ”

นิยายเรื่องที่สองที่พัฒนามาจากเรื่องแรก
นิยายเรื่องที่สองที่พัฒนามาจากเรื่องแรก

ฝ่าด่านนักเขียนมือใหม่มาได้
เพราะใส่ความชอบไปเต็มพิกัด

“ผมมองว่า แค่ความเป็นไทยมันก็มีความน่าสนใจในตัวมันอยู่แล้วนะครับ มันมีเรื่องที่เราอยากรู้เพิ่มอยู่แล้ว เราก็เลยอยากจะเอาจุดๆ นั้น ช่วงเวลานั้นมาแต่ง สอดแทรกความแฟนตาซีเข้าไป สอดแทรกความเป็นตัวเองเข้าไป..

ราใช้ช่วงเวลาในอดีตเป็นแบ็กกราวด์ เป็นองค์ประกอบเฉยๆ ครับ ส่วนการดำเนินเรื่องผมก็ใส่ความเป็นผมเข้าไปอีกที เราแค่เอาเสน่ห์ของมันมาเฉยๆ เสน่ห์ของความเป็นสมัยก่อนที่ทุกคนรู้ ทุกคนเคยศึกษามาอยู่แล้ว ส่วนการดำเนินเรื่องเป็นยังไง วิถีชีวิตที่นิยายดำเนินไปเป็นยังไง ตรงนั้นคือสิ่งที่ผมคิดและทำออกมาเองครับ”

“ผมเชื่อว่าจะต้องมีคนที่เขาโหยหาเหมือนผมเหมือนกัน คนที่ชอบในความเป็นไทย แล้วก็อยากเห็นนิยายที่เอาความเป็นไทยกับแฟนตาซีมารวมกัน พอมีนิยายแนวนี้ก็เลยทำให้ผลตอบรับออกมาดีมากๆ เลยครับ คนที่เข้ามาติดตาม คนที่เข้ามาคอมเมนต์ให้ เขาก็จะบอกว่านิยายแนวนี้ไม่ค่อยมีนะ ทำต่อไปเรื่อยๆ นะ”

“ก็ต้องขอบคุณจริงๆ ไม่รู้ว่านิยายผมมันน่าติดตามหรืออะไร ช่วงที่แต่งนิยายเรื่องที่สอง ก็มีคอมเมนต์เข้ามาว่า อยากให้เปิดให้อ่านล่วงหน้าได้ไหม พร้อมเปย์เลย ผมก็มองว่าถ้าเราจะเปิดให้อ่านล่วงหน้ามันก็ทำได้นะ ผมก็เริ่มเขียนตอนเพิ่มไปจนถึงตอนที่ติดเหรียญ แล้วมันก็สร้างรายได้ตั้งแต่นั้นมาเลยครับ” 

ขายนิยายตอนอ่านล่วงหน้าตามที่นักอ่านเชียร์
ขายนิยายตอนอ่านล่วงหน้าตามที่นักอ่านเชียร์

ตั้งใจว่าจะลองหาค่าขนมตอนที่ 100
แต่นักอ่านพร้อมเปย์ตั้งแต่ตอนที่ 50

“ผมก็ไม่คิดว่าจะมาจนถึงจุดนี้เหมือนกัน ผู้อ่านหรือผู้ติดตามของผมเป็นส่วนสำคัญเลยที่ทำให้ผมตัดสินใจมาขายนิยาย แล้วก็พัฒนาจนมันได้ขนาดนี้ จริงๆ ผมตั้งไว้ว่าแต่งถึงตอนที่ 100 แล้วเดี๋ยวจะเริ่มติดเหรียญ แต่ว่าในช่วงตอนที่ 50 ทางผู้อ่านเขาขอมาก่อน ขอว่าติดเหรียญตอนอ่านล่วงหน้าได้ไหม ผมก็เลยทำให้”

ขายแล้วคนอ่านน้อยลงไหม? ไม่ลดลงนะครับ เพราะว่าตอนนี้มันเป็นแค่ตอนที่ล่วงหน้าเฉยๆ คนที่มีแรงสนับสนุนหน่อย เขาก็จะเลือกที่จะสนับสนุนเราโดยการซื้อตอนอ่านล่วงหน้า ส่วนคนที่เป็นสายฟรี ก็รออ่านตอนฟรีประจำวันไปครับ คนอ่านก็ตามปกติที่เรามีอยู่แล้ว” 

“ส่วนรายได้ สำหรับผมก็ถือว่าเยอะนะ เพราะว่าตอนแรกที่เราคิดจะติดเหรียญ เราคิดแค่ว่าจะมีรายได้ค่าขนมแค่นั้นเอง แต่ตอนนี้มันเกินกว่าที่เราคาดไว้ ตอนนี้ประมาณวันที่ 21 ตุลาคม 64 อยู่ประมาณ 7,000 - 8,000 บาท ถือว่าเยอะด้วยเพราะว่าเราอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ออกไปทำงานด้วย รายได้ก็เยอะสำหรับผมในวัย 17 ปีนะ

วันที่เด็กวัย 17 รู้สึกโตขึ้น

ความรู้สึกที่ผมคิดว่าผมโตขึ้น ก็คือวันที่ผมสามารถมีรายได้จากนิยายได้นี่แหละครับ ตอนที่เงิน 1 บาทแรกเข้าเนี่ย ผมจำได้เลยว่าผมเดินขึ้นไปหาแม่ ยื่นโทรศัพท์ให้ดูแล้วบอกเขาว่า “แม่ ทำได้แล้วนะ” เพราะว่าเรื่องแรกที่เราไม่ประสบความสำเร็จ เราก็ศึกษาของเรามาเป็นปีสองปีเลยนะ วันนี้วันที่มีรายได้เนี่ย เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมามันสัมฤทธิ์ผลแล้วนะ มันเป็นเงินที่เราหาได้จากน้ำพักน้ำแรงของเรา เราก็ภูมิใจในตัวเองครับ”

“เพราะเป้าหมายของผมตอนแรกก็คือได้ทำ แล้วเราได้ทำไปแล้ว เป้าหมายแรกของเราบรรลุไปแล้ว เป้าหมายที่สองที่ผมตั้งไว้ก็คือแต่งไปเรื่อยๆ จนสามารถสร้างรายได้ได้ ตอนนี้เป้าหมายที่สองของผมก็ลุล่วงไปแล้ว เป้าหมายต่อจากนี้ก็คือพัฒนาจนสามารถเป็นอาชีพที่เลี้ยงดูผมได้ครับ นั่นคือเป้าหมายที่ใหญ่ และน่าจะเป็นด่านหลักเลย ถ้าไปถึงขั้นนั้นจริงๆ ผมก็มองว่าอะไรหลายอย่างในตัวผมคงพัฒนาไปด้วยกว่าจะถึงจุดนั้นครับ”

 

อ่านจบแล้วมีแรงฮึดขึ้นมาเลย!!! เชื่อว่าต้องมีนักเขียนที่กำลังสับสนในตัวเองอยู่แน่ๆ ว่าเราควรเริ่มต้นเขียนนิยายจากอะไรก่อนดี ระหว่างเขียนจากความชอบหรือเขียนตามกระแส ซึ่งใครที่อ่านเรื่องราวของน้องฟิวจนจบ จะเห็นว่าเขาเลือกที่จะเขียนนิยายจากความชอบของตัวเองก่อน แม้ว่าในตอนแรกจะเริ่มต้นจากศูนย์แล้วพังด้วยการเขียนไม่จบ แต่บทเรียนจากนิยายเรื่องแรกก็เป็นประสบการณ์ที่สอนให้เขาเขียนนิยายเรื่องที่สองจนปัง แถมยังมีรายได้จากการสนับสนุนของนักอ่านอีกด้วย!

หากใครที่อยากแต่งนิยายของตัวเองดูบ้าง พี่แนนนี่เพนแนะนำให้ลองเริ่มต้นเขียนจากความชอบของเราดูก่อนค่ะ จะปังหรือจะพังอย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ให้เราได้เรียนรู้กันนะคะ และจากเรื่องราวของน้องฟิว ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ายังมีคนที่ชื่นชอบในเรื่องราวแบบเดียวกันอยู่ไม่น้อย มาลองเขียนนิยายที่มาจากความชอบของเรากันค่ะ ^^

เริ่มต้นเขียนนิยายกัน

พี่แนนนี่เพน
 

อ่านผลงานนิยายของ “อ.อนันต์” 

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นักเขียน #นักเขียนเด็กดี #สัมภาษณ์นักเขียน #เขียนนิยายออนไลน์ #แต่งนิยาย #เริ่มต้นเขียนนิยาย #อาชีพนักเขียน #อยากเขียนนิยาย #งานอดิเรกสร้างรายได้ #ขายนิยายออนไลน์ #ติดเหรียญรายตอน #ขายตอนนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ขอแย้งสุดตัว
      Guest
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่สวนกระแสอะ แนวระบบดาษๆกับแบล๊คกราวน์กรุงศรีที่ใส่มาทำไมก็ไม่รู้ นอกจากชื่อคนกับสถานที่แล้ว แทบจะไม่มีอะไรบ่งใกล้เคียงประวัติศาสตร์เลยสักอย่าง จะเลือกมาแนะนำก็เลือกนิยายคุณภาพหน่อยไม่ได้เหรอ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นี่เรียกว่าไหลตามกระแส น้ำขึ้นก็รีบตัก เอาระบบเข้ามาใส่เพื่อให้เป็นแนวตีตลาด ไม่ทราบว่าทีมงานได้อ่านเนื้อหารึเปล่าหรือว่าเห็นแก่เงิน ก็อย่างว่านะเจ็ดถึงแปดพันต่อเดือนเชียว เพราะเท่าที่ผมอ่านคร่าว ๆ ก็แค่ตัดแปะประวัติศาสตร์ช่วงกรุงศรีอยุธยาลงในนิยายระบบก็เท่านั้นเอง แหม หน่วยเงินเป็นบาทยังจะพูดมาได้ว่าเสน่ห์ของความเป็นสมัยก่อน ถ้าจะพัฒนาเป็นอาชีพงานต้องประณีตกว่านี้นะน้องนะ นี่เรียกว่าพี่ติอย่างเบามือแล้ว แต่ไม่แน่ถ้าว่าง ๆ พี่อาจจะไปเขียนคำนิยมให้

      ---

      ถ้าเห็นว่าดีก็ประชาสัมพันธ์ ตีฆ้องร้องป่าวไปเถอะนะเด็กดี มันเป็นพื้นที่ของคุณ แต่ผมคนหนึ่งล่ะเห็นแล้วละเ-่ยใจ สักแต่ว่าอวยกันเนื้องานไม่ได้ดีขนาดนั้นสักหน่อย เท่าที่ผมถอดบทเรียนในอดีตมีเรื่องหนึ่งที่อยากให้คอลัมน์นิสต์และทีมงานนิยายเด็กดีลองศึกษาคือ กรณีนิยายเรื่องไวท์โรด สาเหตุที่มีคนด่าท่วมบ้านท่วมเมืองทั้งเล่มนิยายลามไปถึงตัวนักเขียนก็เป็นเพราะสาเหตุหลักว่าโฆษณาเกินจริง ซึ่งสำหรับการแนะนำนิยายของเว็บเด็กดีส่วนหนึ่งก็มักจะเป็นแบบนี้ อย่างเมื่อก่อนที่ชอบขายฝันให้เห็นว่าเขียนนิยายเล่น ๆ ก็กลายเป็นอาชีพได้ เดี๋ยวนี้เห็นว่าเพลา ๆ ลงก็นึกว่าจะปรับปรุงแล้ว สุดท้ายมาสร้างปัญหาใหม่อีก โอ้เงินนั้นทองหอมหวานช่างเย้ายวนใจ เราอย่าได้คิดอะไรอีกนอกจากเงิน เงิน เงิน

      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-11.png

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป