เขียนนิยายออนไลน์บน Dek-D
จนวันนี้มีบ้านหลังแรกในชีวิต
The Chosen EP.53 เฟยเทียน/กัญญ์ญาภัค/เงาจันทราสีหมึก
ในบทความนี้มีอะไรบ้าง
- จากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่ทำให้ต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ สู่การเขียนนิยายกว่า 30 เรื่องในเวลาเพียง 3 ปี จนมีบ้านหลังแรกในชีวิต นี่คือเรื่องจริงของ “พี่โช” นักเขียนเจ้าของนามปากกา เฟยเทียน กัญญ์ญาภัค และเงาจันทราสีหมึก
- เธอมีผลงานที่หลายคนคุ้นเคยบนเว็บ Dek-D ทั้ง ฉินเซียว เมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย, ขวัญชีวา คุณแม่สุดแกร่ง รวมถึงนิยายใหม่ที่อัปเดตเป็นที่แรกบนเด็กดี อย่าง ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา, ชุนหนี ฮู้เกินโคลนฤดูใบไม้ผลิคุ้มราก และแดนสรวงดงเสือ
- ก่อนจะมาเขียนนิยาย พี่โชทำงานมาแล้วหลายอาชีพ แต่หลังจากเกิดอุบัติเหตุ เธอต้องหางานที่สามารถทำจากบ้านได้ และสุดท้ายเธอเลือกเขียนนิยายออนไลน์ เพราะอยากหารายได้ และอยากสานต่อความฝันวัยเด็กที่เคยมี
- ตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอใช้ประสบการณ์จากการเป็นนักอ่านบนเด็กดี เขียนนิยายออนไลน์เรื่องแล้วเรื่องเล่า จนวันนี้เธอสามารถซื้อรถ และซื้อบ้านในฝันได้ด้วยเงินจากนิยายที่เขียนเอง
- ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ “พี่โช” นักเขียนสู้ชีวิตที่ลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้งด้วยการเขียนนิยายออนไลน์
“ตอนเริ่มเขียน พี่ขอแค่ให้มีเงินมาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน แล้วก็มีค่าขนมให้ลูกไปโรงเรียนแค่นั้นเอง แต่เดือนแรกที่เปิดขายพี่มีรายได้ 6,400 บาท ซึ่งมากกว่าที่คาดไว้เยอะมาก หลังจากนั้นพี่ก็มีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ จากคนที่ชีวิตติดลบ กลายเป็นคนที่สามารถซื้อรถได้ ซื้อบ้านได้ ส่งลูกเรียนในสิ่งที่เขาอยากเรียนได้ ไม่ต้องลำบากเหมือนเดิมอีกต่อไป”
จากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่ทำให้ต้องใส่เข่าเทียมไปตลอดชีวิต สู่การเขียนนิยายออนไลน์กว่า 30 เรื่องในเวลาเพียงสามปี จนมีรายได้หลักแสนต่อเดือน สามารถซื้อรถ และซื้อบ้านหลังแรกได้ นี่คือเรื่องจริงของ “พี่โช” นักเขียนเจ้าของนามปากกา เฟยเทียน กัญญ์ญาภัค และเงาจันทราสีหมึก
พี่โชเริ่มเขียนนิยายครั้งแรกบนเว็บ Dek-D ในเดือนสิงหาคม 2565 และตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอมีผลงานกว่า 30 เรื่อง ทั้งแนวรัก จีนย้อนยุค และแฟนตาซี อาทิ ฉินเซียว เมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย, ขวัญชีวา คุณแม่สุดแกร่ง รวมถึงนิยายใหม่ที่อัปเดตบน Dek-D เป็นที่แรกอย่าง ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา, ชุนหนี ฮู้เกินโคลนฤดูใบไม้ผลิคุ้มราก และแดนสรวงดงเสือ
ก่อนจะเป็นนักเขียนเต็มตัว พี่โชทำงานมาหลายอาชีพ ตั้งแต่พนักงานร้านสะดวกซื้อ ผู้ช่วยพยาบาล ไปจนถึงรองผู้จัดการปั๊มน้ำมัน กระทั่งอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้ต้องหางานที่ทำจากบ้านได้ เธอจึงกลับมาสานฝันในวัยเด็ก ด้วยการเขียนนิยายออนไลน์บนเว็บ Dek-D และหวังว่าจะเลี้ยงดูครอบครัวจากงานเขียนได้
สามปีผ่านไป การเขียนนิยายกลายเป็นรายได้ที่ช่วยดูแลครอบครัว ซื้อรถ และซื้อบ้านหลังแรกในชีวิตให้เธอได้สำเร็จ
ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปรู้จักเส้นทางการเขียนของพี่โช ตั้งแต่เริ่มต้นเขียนนิยายจากศูนย์ เคล็ดลับและแรงบันดาลใจดีๆ ไปจนถึงวิธีทำให้นิยายสร้างรายได้ได้จริง จนสามารถพลิกชีวิตของเธอได้ขนาดนี้ มาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย!

ก่อนเขียนนิยาย เคยทำมาแล้วหลายอาชีพ
อาชีพที่พี่ทำมาก่อนเริ่มเขียนนิยาย เริ่มจากเป็นเด็กเซเว่น ต่อด้วยผู้ช่วยพยาบาล แล้วก็ไปเป็นรองผู้จัดการปั๊มน้ำมัน ซึ่งเป็นงานสุดท้ายก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุ ตอนนั้นพี่เพิ่งเรียนจบ ปวช. แล้วเราอยากหาวุฒิเพิ่มเพื่อไปสมัครงาน แต่ยังไม่ทันได้เริ่มหางานจริงๆ ก็โดนรถชนเสียก่อน ต้องผ่าตัดไปทั้งหมด 3 ครั้ง ขาขวาใส่เหล็ก ใส่น็อต ใส่เข่าเทียม คือทั้งขาเป็นน็อตหมดเลย ทำอะไรเองไม่ได้นานหลายเดือนเลย แต่ถามว่าเคยโทษอุบัติเหตุไหม เคยท้อไหม… ก็ไม่นะคะ
พอมองย้อนกลับไป ถ้าเหตุการณ์วันนั้นไม่เกิดขึ้น พี่คงไม่ได้เริ่มเขียนนิยายเลย แล้วก็คงไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ที่มีทุกวันนี้ได้ก็มาจากเงินที่แต่งนิยายขายนี่แหละค่ะ

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขียนนิยายเรื่องแรกขึ้นมา
ตอนที่เริ่มเขียนนิยายเรื่องแรก ขวัญชีวา คุณแม่สุดแกร่ง มาจากความคิดถึงแม่ค่ะ ตอนนั้นพี่ประสบอุบัติเหตุ ขาก็ยังเดินไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำอาชีพอะไรต่อ ก็เลยนึกถึงแม่ แล้วพี่เป็นคนที่ชอบอ่านนิยายอยู่แล้ว ก็เลยคิดว่าลองเขียนดูแล้วกัน ถ้าเขียนได้ก็กำไร แต่ถ้าเขียนไม่ได้ก็เท่าทุน
ตอนนั้นพี่มีแค่มือถือเครื่องเดียวค่ะ พิมพ์ก็ไม่ถนัด คำผิดเยอะมาก ตอนเขียนพี่ด้นสดเลย ไม่ได้มีพล็อตล่วงหน้า คิดอะไรออกก็เขียนเลย แล้วก็เอาประสบการณ์ของแม่ที่เคยเล่าให้ฟังมาใช้ เรื่องนี้ก็เป็นพล็อตสืบสวนสอบสวน เกิดจากการที่พี่ฟังคดีมาเยอะ ก็เลยคิดว่า ถ้ามีตัวละครที่เชื่อมต่อกับวิญญาณได้ หรือตามหาหลักฐานจากการสื่อสารกับวิญญาณได้จะเป็นอย่างไร ก็เลยกลายเป็นเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ
ผลตอบรับดีมากค่ะ นักอ่านบอกว่าพล็อตแปลก ไม่เคยอ่านอะไรแบบนี้มาก่อน แล้วในเรื่องเป็นสตอรี่ที่จบในตอน แต่ละเคสเป็นของใครของมัน ก็เลยอ่านง่าย นักอ่านก็ให้การตอบรับดี
แล้วนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้รับผลตอบรับที่ดี ตอนที่พี่ได้เงินเดือนแรกคือดีใจมาก หลังหัก VAT แล้วเหลือ 6,400 บาท นี่คือรายได้ครั้งแรกที่รู้สึกดีใจมาก จากที่แค่หวังว่าจะเอามาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน กลายเป็นว่ามันได้มากกว่าที่เราคาดไว้ เราก็เลยเขียนต่อมาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ค่ะ

นิยายที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต
คือเรื่อง ฉินเซียว เมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย ค่ะ ตอนเขียนเรื่องนี้พี่ได้รับการติดต่อสัมภาษณ์จากทางเด็กดีเป็นครั้งแรก (อ่านสัมภาษณ์ แม้ใส่เข่าเทียมแต่ไม่ท้อแต่งนิยายออนไลน์เลี้ยงครอบครัว) หลังจากนั้นมีคนรู้จักพี่มากขึ้น เข้ามาให้กำลังใจเยอะขึ้น นักอ่านหลายคนบอกว่าพี่เป็นคนมองโลกในแง่บวกดี พี่ก็รู้สึกขอบคุณมากจริงๆ ทุกกำลังใจทำให้พี่มีกำลังใจเขียนต่อค่ะ
แล้วพี่ก็มีความสุขมากขึ้น เพราะว่าเราหารายได้ได้เอง จากเมื่อก่อนที่แทบไม่มีรายได้เลย ไม่รู้เลยว่าชีวิตควรจะทำอะไรต่อไป แต่พอได้มาเขียนนิยาย พี่รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขขึ้น รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้นด้วย
เพราะตอนที่ประสบอุบัติเหตุ ตอนนั้นพี่ห่อเหี่ยวมาก คิดไม่ออกเลยว่าจะไปทำอะไรดี ยังเดินไม่ได้ด้วย ทำอะไรเองก็ไม่ได้ แต่พอพี่มาแต่งนิยายปุ๊บ พี่รู้สึกว่า เฮ้ย ชีวิตฉันดีขึ้น ฉันหาเงินใช้เองได้ ลูกอยากกินอะไรเราก็ซื้อให้ลูกได้

เริ่มเขียนนิยายจากศูนย์ สู่รายได้หลักแสน
อย่างที่พี่บอกเลยค่ะ ตอนเริ่มเขียน พี่คาดหวังแค่อย่างเดียวจริงๆ คือ อยากมีเงินมาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน แล้วก็มีค่าขนมให้ลูกไปโรงเรียน แค่นั้นเอง
แต่เดือนแรกที่เปิดขาย พี่ได้ 6,400 บาท ซึ่งมากกว่าที่คาดไว้เยอะมาก หลังจากนั้น พี่ก็มีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ รายได้ที่เคยได้น้อยที่สุดก็คือ 6,400 บาทจากเรื่องแรกนี่แหละค่ะ ส่วนรายได้ที่เคยได้มากที่สุดคือประมาณ 120,000 บาทต่อเดือน
เมื่อก่อน พี่ไม่ได้คาดหวังว่าเราจะต้องได้เท่าไหร่ พี่มีความเชื่อว่า ถ้านิยายเราดี นักอ่านชอบ ก็น่าจะขายได้ ความรู้สึกของพี่คือเหมือนเราขายความสุขผ่านตัวละครของเรา ให้คนอ่านได้อ่านแล้วรู้สึกว่ามีความสุขไปกับเรา แต่ตอนนี้รายได้จากนิยาย พี่เอาไว้ผ่อนบ้านกับส่งลูกเรียนเป็นหลักค่ะ

จากวันที่ชีวิตสิ้นหวัง สู่วันที่มีบ้านหลังแรกด้วยนิยายออนไลน์
ความจริงแล้ว บ้านหลังนี้ ถ้ามองจากจุดที่พี่เคยยืนอยู่ในตอนนั้น จากคนที่เคยชีวิตติดลบมาก่อน อาจจะมองว่าพี่หวังอะไรเกินตัวมากไปหน่อย แต่พี่มองโครงการนี้ตั้งแต่เขาเริ่มก่อสร้างแรกๆ แล้ว และพี่ก็ฝันมาตลอดว่า สักวันหนึ่งฉันจะต้องมีบ้านแบบนี้ให้ได้ ฉันต้องทำให้ได้จริงๆ
ตอนนั้นพี่ยังไม่ได้เขียนนิยายเลยด้วยซ้ำ พี่รับจ้างแปะขนมสัปปะรด ที่เอาขนมปังประกบกับไส้สัปปะรดนั่นแหละ วันหนึ่งได้ร้อยกว่าบาท ได้เป็นค่ากับข้าวแต่ละวัน แต่เราฝันไกลมากค่ะ
ฝันว่าจะมีบ้านเป็นของตัวเอง มีรถเป็นของตัวเอง ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าอาชีพอะไรจะพาเราถึงตรงนั้นได้ แต่พี่ก็ฝันไว้ก่อน ฝันว่าเราต้องทำได้ ต้องมีให้ได้ จนเราได้มาเขียนนิยาย ก็ไม่คิดไม่ฝันเลยว่ามันจะเป็นไปได้จริงๆ พอเรามาเขียนนิยายแล้วหาเงินได้ด้วยตัวเอง พี่รู้สึกเลยว่า เรามีคุณค่าในตัวเองมากขึ้น
พลิกชีวิตให้กลับมายืนด้วยตัวเองได้อีกครั้ง
พี่ถือว่าการเขียนนิยายพลิกชีวิตเลยค่ะ เป็นการพลิกจากชีวิตที่ติดลบ มาสู่จุดที่เราสามารถซื้อรถ ซื้อบ้านได้ ส่งลูกเรียนในสิ่งที่เขาอยากเรียน ไม่ต้องลำบากเหมือนเดิมอีกต่อไป
จริงๆ พี่เคยอยากเขียนนิยายมานานมากแล้วนะคะ แต่ด้วยโอกาสหลายอย่าง ตอนที่เรายังเดินได้ ยังทำงานได้ เราก็คงไม่คิดจะมาทางนี้หรอก เพราะอาชีพนักเขียนมันเป็นอาชีพที่ประสบความสำเร็จยากมาก เราไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เราเขียนจะไปได้ไกลแค่ไหน จะมีใครอ่านหรือเปล่า เราจะเขียนได้จริงไหม
แต่พี่มาเริ่มเขียนนิยายตอนประสบอุบัติเหตุ ตอนที่ไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรต่อไป พี่ก็เลยคิดว่า ลองดูหน่อยเถอะ ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว แล้วทุกครั้งที่พี่มองย้อนกลับไป พี่ยังรู้สึกอยู่เลยว่า ขอบคุณอุบัติเหตุในวันนั้น ที่ทำให้ได้เขียนนิยายในวันนี้ เพราะว่าถ้าเรายังมีชีวิตปกติดี พี่ก็คงไม่มาถึงวันนี้

วางแผนเขียนนิยายปีละ 6 เรื่อง
พี่วางแผนเขียนนิยายปีละประมาณ 6 เรื่องค่ะ ปีนี้แบ่งเป็นที่จบไปแล้ว 3 เรื่อง และกำลังเขียนอยู่อีก 3 เรื่องค่ะ ตอนนี้ที่กำลังอัปเดตอยู่ในเด็กดีมีหลายแนวเลย
เรื่องแรกคือ แดนสรวงดงเสือ ในนามปากกา เงาจันทราสีหมึก ซึ่งเป็นนามปากกาแรกของพี่ที่ห่างหายไปนานมาก จนนักอ่านถามหาว่าเมื่อไหร่จะกลับมาเขียนแนวสืบสวนลึกลับอีก พี่ก็เลยกลลับมาเขียน ตอนนี้อัปเดตบนเว็บอยู่ค่ะ
เรื่องต่อมาคือ ชุนหนี ฮู้เกินโคลนฤดูใบไม้ผลิคุ้มราก ในนามปากกา เฟยเทียน เป็นนิยายจีนแนวการเกษตรที่ตอนนี้ติดท็อปอยู่ อีกไม่นานก็จะจบแล้วค่ะ
เรื่องสุดท้ายเป็นนิยาย Exclusive กับเด็กดี แนวการแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ ชื่อ ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา ตอนนี้ทยอยอัปเดตอยู่นะคะ เรื่องนี้พี่ได้แรงบันดาลใจมาจากซีรีส์ญี่ปุ่นแนว Code Blue พี่รู้สึกว่าตลาดนิยายแนวนี้ยังไม่ค่อยมี เลยอยากลองทำดูค่ะ
จริงๆ พี่เคยแต่งนิยายแนวการแพทย์มาก่อนในเรื่อง ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง ซึ่งต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับการแพทย์ค่อนข้างเยอะ พอแต่งเรื่องนั้นจนจบ พี่ก็มีความมั่นใจมากขึ้น ถ้าต้องแต่งแนวการแพทย์อีกครั้ง เลยเกิดความคิดที่จะเขียนแนวการแพทย์ทางอากาศขึ้นมาค่ะ

เทคนิคการเขียนนิยายพร้อมกันหลายเรื่อง
จริงๆ พี่ไม่ได้มีการแบ่งเวลาอะไรเลยค่ะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับอารมณ์ตอนนั้นมากกว่าว่า ช่วงนี้อินเรื่องไหน ก็จะเขียนเรื่องนั้นเลย เพราะนิยายของพี่ส่วนใหญ่เป็นการด้นสด มีพล็อต มีวางทรีตเมนต์ไว้คร่าวๆ มีคาแร็กเตอร์และรายละเอียดตัวละครเตรียมไว้แล้ว (อย่างที่พี่เตรียมไว้ในรูปนี้) จากนั้นก็ปล่อยอารมณ์พาไปว่า อยากเขียนเรื่องไหน ไม่ได้จำกัดเวลาไว้
วิธีไม่ให้สับสนเวลาเขียนหลายเรื่อง พี่มีวิธีของพี่เอง คือ พี่จะปริ้นต์หน้าปกออกมาแยกเป็นเรื่องๆ แล้วทำข้อมูลตัวละครไว้ทุกเรื่อง เช่น ชื่อตัวละคร อายุ คาแร็กเตอร์ ความสัมพันธ์ หรือข้อมูลจำเป็นอื่นๆ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเรื่องนี้เป็นของใคร มีโทนแบบไหน
เมื่อก่อนตอนพี่ยังไม่มีวิธีนี้ เคยเขียนพลาดใช้ชื่อตัวละครซ้ำกัน นักอ่านก็ท้วงติงมา ทำให้รู้ว่าต้องหาวิธีทำงานใหม่ ปรับตัวเอง พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ จนเจอวิธีนี้ แล้วก็สิ่งที่พี่พยายามทำให้ได้เลยคือ อัปตอนใหม่ทุกวัน ถ้าเป็นนิยายจีนที่นักอ่านตามเยอะ ก็จะพยายามลงวันละ 2–3 ตอน แต่ถ้าเป็นงานแนวอื่นก็จะลงวันละตอน เพื่อให้ทุกคนได้อ่านกัน


ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองเลยสักวัน
เราพยายามทำการบ้านให้หนักมากขึ้นค่ะ โดยการอ่านเยอะขึ้น เพื่อเรียนรู้คำศัพท์ให้มากขึ้น จะได้ลดความผิดพลาดเวลาเขียน ถ้าเราต้องเขียนเกี่ยวกับอาชีพ เราก็จะไปทำการบ้านของอาชีพนั้นให้ละเอียด พี่อยากให้นักอ่านรู้สึกว่านอกจากสนุกแล้ว เขาจะต้องได้อะไรจากอ่านนิยายที่เราเขียน อย่างถ้าเขาอ่านเรื่องที่ตัวละครเป็นเกษตรกร พี่ก็อยากให้เขารู้ว่า ต้องปลูกยังไง ต้องกำจัดศัตรูพืชแบบไหน คือให้เขารู้สึกว่า เขาอ่านแล้วเขาได้อะไรกลับไปบ้างก็ดี
การเขียนนิยายสอนให้พี่มีวินัยค่ะ ถ้าเราอยากให้นิยายของเราติดท็อป มีคนมองเห็นมากขึ้น เราต้องลงนิยายตามเวลาที่เราตั้งไว้ให้สม่ำเสมอทุกวัน แต่ถ้าวันไหนติดปัญหาจริงๆ ก็แจ้งนักอ่านไว้หน่อย เพื่อไม่ให้เขาต้องรอ
แล้วก็ การเขียนนิยายทำให้พี่ต้องเป็นทุกอาชีพของตัวละครในเรื่อง เพราะถ้าเราไม่เข้าใจอาชีพของตัวละคร เราจะสื่อถึงนิสัยของตัวละครนั้นไม่ได้ ทุกครั้งที่พี่แต่งนิยาย พี่จะคิดว่าเราเป็นตัวละครในนั้น ใช้ความรู้สึกของตัวเองลงไปเขียนด้วย อย่างบางตอนพี่เขียนเศร้าจนพี่ร้องไห้เองจริงๆ แล้วนักอ่านก็มาคอมเมนต์ว่า เขาร้องไห้นะ เขาเศร้า บางตอนพี่เขียนแล้วหัวเราะ นักอ่านก็หัวเราะไปด้วย ทำให้เรารู้สึกว่า เรากับตัวละครเป็นหนึ่งเดียวกันค่ะ ถ้าเขาทำอาชีพอะไร เราก็ต้องไปทำการบ้านให้เข้าใจอาชีพนั้นๆ ถึงจะไม่ได้รู้ลึกถ่องแท้เท่าคนทำจริงๆ แต่ก็ต้องรู้ให้มากพอที่เราเอามาเขียนต่อได้
นักเขียนได้ทำตามฝันมากขึ้น เพราะนิยายออนไลน์
การเขียนนิยายออนไลน์ให้โอกาสพี่เยอะมากจริงๆ ค่ะ สมัยก่อนพี่เคยฝันอยากจะเป็นนักเขียนนะ แต่การเป็นนักเขียนในยุคก่อนค่อนข้างที่จะยากแล้วก็ลำบากมาก เพราะว่าเราต้องเขียนต้นฉบับ ส่งไปตามนิตยสาร หรือส่งสำนักพิมพ์โดยตรง
แต่พอมีโลกออนไลน์ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด
การเขียนออนไลน์สมัยนี้ คือ เราสามารถสมัครเว็บนักเขียนแล้วก็เขียนได้ทันที แล้วเราก็สามารถลงผลงานเอง ขายเอง ตั้งราคาเอง ติดเหรียญเองได้ ทุกขั้นตอนเราควบคุมเองได้ทั้งหมด ทำให้การเป็นนักเขียนง่ายขึ้น และสะดวกมากขึ้น

ฝันอยากเป็นนักเขียน ต้องเริ่มที่ลงมือเขียน
ถ้าใครถามว่าพี่ทำอาชีพอะไร พี่จะตอบเสมอว่าทำอาชีพนักเขียนค่ะ เราภูมิใจในอาชีพของเรา ไม่ว่าเราจะขายได้ หรือขายไม่ได้ก็ตาม มีงานที่พี่แต่งแล้วพี่ขายไม่ได้เลย ก็มีนะ ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ถามว่าพี่ท้อไหม ก็ไม่นะ ถ้าเรามัวแต่ท้อ เราก็จะไม่กล้าเดินหน้า ฉะนั้น ต้องกล้าค่ะ กล้าที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า กล้าที่จะแต่ง กล้าที่จะฝัน กล้าที่จะคิด เพราะถ้าเรายังไม่กล้า มีแต่คำว่า ยัง ยัง ยัง มันก็จะหยุดอยู่แค่คำว่า ยัง ค่ะ
ถึงคนที่อยากเขียนนิยายเหมือนพี่นะคะ พี่อยากแนะนำว่า ลองเลยค่ะ เขียนเลย เพราะครั้งแรกที่พี่คิดปุ๊บ พี่ก็ลงมือทำเลยเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวว่าจะขายได้ไหม หรือจะมีคนอ่านหรือเปล่า แค่เรารู้ว่านี่คือความฝันของเราก็พอแล้วค่ะ แค่ลงมือเขียน ก็เหมือนเราได้ทำความฝันก้าวแรกไปแล้ว จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ มันคือปลายทางอีกทางหนึ่งแค่นั้นเอง
ทุกวันนี้พี่ยังไม่เคยบอกว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้วนะคะ แต่พี่รู้สึกว่า การที่เราได้ทำในสิ่งที่รัก ได้ทำในสิ่งที่ชอบ แล้วมีนักอ่านคอยสนับสนุนเรา ก็ถือเป็นความสุขของเราแล้วค่ะ
ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ “พี่โช” นักเขียนสู้ชีวิตที่ลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้งด้วยการเขียนนิยายออนไลน์ จนวันนี้มีทั้งรายได้ งานที่รัก และบ้านหลังแรกในชีวิตของเธอ
สิ่งที่พี่โชทำมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือการ “ลงมือเขียนนิยาย” เธอเริ่มต้นเขียนนิยายจากมือถือเครื่องเก่า เอาเรื่องใกล้ตัวมาเป็นแรงบันดาลใจจนเกิดเป็นนิยายเรื่องแรกขึ้นมา แม้ว่านิยายเรื่องนั้นจะเต็มไปด้วยคำผิดและคำวิจารณ์ แต่ก็มีนักอ่านคอยสนับสนุนจนจบเรื่อง และทำให้เธอมีรายได้มาช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้ตามที่หวัง
หลังจากวันนั้น พี่โชก็ไม่เคยหยุดเขียนเลย เธอมีผลงานกว่า 30 เรื่องภายในเวลาสามปี ระหว่างทาง เธอรับฟังคำวิจารณ์อย่างเปิดใจ ค่อยๆ ขัดเกลาสำนวนภาษาให้ดีขึ้น และไม่เคยหยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเกษตร การแพทย์ หรือประวัติศาสตร์จีน เพื่อให้ตัวเองมีความรู้เพียงพอจะเล่าเรื่องที่อยากเล่าได้ ทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นภาพของคนที่รักงานเขียนจริงๆ และอยากจะเป็นนักเขียนไปตลอดชีวิต
ถ้าใครอ่านสัมภาษณ์นี้จบแล้วรู้สึกอยากเขียนนิยายขึ้นมาทันที ก็ไม่ต้องแปลกใจไปค่ะ เพราะเรื่องราวของพี่โชได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็สามารถเขียนนิยายได้ แค่ “ลงมือเขียน” เท่านั้น และถ้าคุณมีความฝันอยากเป็นนักเขียนจริงๆ ลองหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเขียนนิยายของคุณตอนนี้เลย ไม่แน่ว่าคุณเองก็อาจจะทำความฝันการเป็นนักเขียนให้สำเร็จได้เหมือนเธอคนนี้ : )
เริ่มเขียนนิยายพี่แนนนี่เพน
อ่านผลงานนิยายของ เฟยเทียน กัญญ์ญาภัค และเงาจันทราสีหมึก
- ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา
- ชุนหนี ฮู้เกินโคลนฤดูใบไม้ผลิคุ้มราก
- แดนสรวงดงเสือ
- ฉินเซียว เมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย
- ขวัญชีวา คุณแม่สุดแกร่ง
- ซูเหยา เมื่อฉันกลายเป็นแม่เลี้ยงที่โหดร้าย
- และผลงานอื่นๆ อีกมากมาย
0 ความคิดเห็น