“กาวหมด” จากนิยายพล็อตกาว สู่ยอดวิวหลักล้าน และรายได้หกหลักต่อเดือน!

“กาวหมด” 
จากนิยายพล็อตกาว สู่ยอดวิวหลักล้าน 
และรายได้หกหลักต่อเดือน! 
 

จากเด็กสาวคนหนึ่งที่เคยฝันอยากเป็นนักเขียนมาตั้งแต่เด็ก แต่ต้องพับเก็บความฝันนั้นไว้ เพราะคำพูดที่ได้ยินจากคนรอบตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ‘นักเขียนไส้แห้ง’ เธอจึงทำได้เพียงเขียนนิยายเล่นๆ ลงบนกระดาษ 

กระทั่งหลายสิบปีต่อมา เธอตัดสินใจลองเขียนนิยายออนไลน์ลงบนเว็บเด็กดี โดยที่ไม่รู้เลยว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร แต่ใครจะคิดว่านิยายเรื่องแรกจะประสบความสำเร็จเกินคาด มียอดวิวทะลุหลักล้าน ทั้งยังติดอันดับ 1 ยาวนานต่อเนื่องถึงหนึ่งเดือน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของรายได้หกหลักต่อเดือน 

นี่คือเรื่องราวของ “กาวหมด” นักเขียนนิยายพล็อตกาวผู้นิยามตัวเองว่า ‘แม้แต่ฉากเศร้าก็ยังเขียนออกมาให้ตลกได้’ เจ้าของผลงานสุดฮิตอย่าง หลิวอี้โยว หลี่เพ่ยหยากับกาต้มน้ำ อาม่าท้ารบ และนิยายอีกหลายเรื่องที่ครองใจนักอ่าน

พบปะพูดคุยวันนี้ กาวหมดจะมาเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอ ตั้งแต่วันที่ต้องทิ้งความฝันในวัยเด็ก ไปจนถึงวันที่ได้วนกลับมาเดินบนเส้นทางนี้อีกครั้ง จนสามารถเขียนนิยายเป็นอาชีพหลักได้ ใครที่กำลังมีความฝันอยากเป็นนักเขียน แต่ยังลังเลว่าจะเริ่มต้นดีไหม ต้องไม่พลาดบทความนี้เลย 

กาวหมดคือใคร

สวัสดีค่ะ กาวหมด ค่ะ เรียกสั้น ๆ ว่ากาวก็ได้ค่ะ ตอนนี้กำลังแต่งเรื่อง ‘มารยากะเทย’ อยู่ค่ะ จริง ๆ มีอีกหลายเรื่องที่ดองยังไม่ได้แต่ง รวม ๆ แล้วเกือบ 10 เรื่องเลยค่ะ พล็อตแปลกทั้งนั้นค่ะ (หัวเราะ)

เดิมทีใช้นามปากกาเป็นภาษาอังกฤษค่ะ แต่พอเริ่มแต่งนิยาย ทุกครั้งที่วางพล็อตดราม่าทีไร พอเขียนออกมาแล้วกลายเป็นตลกไปหมด แม้แต่ฉากเศร้าก็ยังตลก กลายเป็นเนื้อหากาวหมดทุกเรื่องเลยค่ะ เลยตั้งชื่อนามปากกาว่า “กาวหมด” เสียเลย

จากความฝันวัยเด็ก สู่เส้นทางนิยายออนไลน์

จุดเริ่มต้นคือชอบอ่านการ์ตูนค่ะ แล้วมีพล็อตเยอะมาก อยากเขียนออกมาเป็นการ์ตูน เรียกว่าเป็นความฝันตั้งแต่เด็กเลย แต่พรสวรรค์ในการวาดรูปบอกได้ว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก เลยไปปรึกษาเพื่อนที่วาดรูปเก่ง ตั้งใจว่าเพื่อนวาด เราแต่งเนื้อเรื่อง แต่เพื่อนไม่ว่างค่ะ เขามีงานของเขาอยู่ เขาเลยแนะนำให้เอาพล็อตไปทำเป็นนิยายค่ะ 

จริง ๆ เริ่มแต่งนิยายแบบเล่น ๆ มานานมากแล้วค่ะ แต่ส่วนใหญ่เขียนใส่กระดาษ แต่มาแต่งจริงจังเรื่องแรกคือ หลิวอี้โยว ตอนปี 2564 ค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นเป็นช่วงโควิด ร้านเกมส์ถูกสั่งปิดแบบไม่มีกำหนดเปิด เลยหันมาเปิดร้านกาแฟ ตอนเฝ้าร้านก็คือว่างไม่มีอะไรทำ เลยนั่งแต่งนิยายลงเด็กดีนี่ล่ะค่ะ ตอนนี้ผลงานที่จบแล้วมี 11 เรื่องค่ะ

หลิวอี้โยว นิยายเรื่องแรกของ กาวหมด ที่ยอดวิวปังทะลุล้าน
หลิวอี้โยว นิยายเรื่องแรกของ กาวหมด ที่ยอดวิวปังทะลุล้าน

นิยายเรื่องแรก แจ้งเกิดบนเด็กดี

นิยายเรื่องแรกที่ลงเด็กดี มี 2 เรื่องแต่งพร้อมกันค่ะ คือ ‘หลิวอี้โยว’ กับ ‘เขาบังคับข้ามาเกิดใหม่’ แต่หลิวอี้โยวได้รับผลตอบรับที่ดีกว่ามาก เลยพักอีกเรื่องไว้ก่อน กะว่าแต่งหลิวอี้โยวจบแล้วค่อยมาแต่งต่อ แต่ปรากฏว่าย้ายบ้าน ทำพล็อตหาย ตอนนี้เลยยังค้างอยู่ค่ะ

ส่วนหลิวอี้โยวผลตอบรับดีมาก ๆ ค่ะ อยู่อันดับ 1 ของเด็กดีเป็นเดือนเลยค่ะ ถือว่าเหนือความคาดหมายไปมาก

สำหรับเราการเริ่มต้นแต่งนิยายไม่ยากเลยค่ะ แค่ลงมือทำ มีความคิดมากมายอยู่ในหัว หากเราไม่ลงมือ สุดท้ายมันคืออากาศที่จับต้องไม่ได้ค่ะ

ชีวิตเปลี่ยน เข้าใกล้อาชีพนักเขียนที่ไม่กล้าฝัน

เรื่องที่เป็นจุดเปลี่ยนคือ หลิวอี้โยว เลยค่ะ เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดนามปากกาชื่อกาวหมดอย่างแท้จริงเลยค่ะ และมีรายได้เข้ามาแบบว้าวมาก คือรายได้จากตัวนิยายต่อเดือน ได้มากพอ ๆ กับการเปิดร้านเกมส์ที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมากเลยค่ะ ตั้งแต่นั้นมาก็ยึดการแต่งนิยายเป็นรายได้ทางหนึ่งเลยค่ะ

นิยายเรื่อง หลิวอี้โยว2 ข้าจะโต ยังคงได้รับฟีดแบ็กดีๆ จากนักอ่านต่อเนื่อง
นิยายเรื่อง หลิวอี้โยว2 ข้าจะโต ยังคงได้รับฟีดแบ็กดีๆ จากนักอ่านต่อเนื่อง

ความกดดันหลังจากนิยายแมสทะลุหลักล้านวิว

จริง ๆ เคยรู้สึกกดดันหลังจากจบเรื่องหลิวอี้โยวค่ะ เหมือนกับว่าเราจะทำได้ไม่ดีเท่าเดิมอีกแล้ว กลัวนักอ่านจะผิดหวัง ทำให้หายไปอยู่พักใหญ่เลยค่ะ เกือบ 2 ปีได้

ช่วงที่ท้อทุกคนต้องมีแน่ ๆ อยู่แล้วค่ะ ก็ใช้วิธีปรับแนวคิดค่ะ เราจะเริ่มต้นจากศูนย์ใหม่ทุกครั้ง พอเป็นแบบนี้เราจะไม่กดดันมากค่ะ ใช้วิธีคิดตลอดเวลาว่าเราเป็นมือสมัครเล่น เราไม่ใช่มืออาชีพ ทุกความพยายามอาจจะไม่ใช่ความสำเร็จ แต่ทุกความสำเร็จเกิดจากความพยายามค่ะ

เราเห็นความสำเร็จของคนอื่น เราอาจจะชมเขาว่าเก่งจังเลย แต่เราไม่ได้เห็นเบื้องหลังว่าคนคนนั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง ต้นแบบที่ทำให้กาวลุกขึ้นสู้คือลิซ่าค่ะ กาวเคยเห็นคอมเมนต์ชมน้องลิซ่าว่าน้องมีหุ่นฟ้าประทาน แต่สิ่งที่กาวเห็นคือความพยายามค่ะ กว่าจะออกกำลังกายจนทำให้หุ่นดีขนาดนั้น ต้องออกกำลังกายหนักมากแค่ไหน การที่จะร้องเล่นเต้นหนัก ๆ บนเวทีต้องซ้อมและฝึกโหดมาก การเห็นความสำเร็จที่เกิดจากความพยายามของคนอื่น ทำให้มีกำลังใจเสมอเลยค่ะ

นิยายเรื่อง อาม่าท้ารบ
นิยายเรื่อง อาม่าท้ารบ 

 ลายเซ็นนักเขียนของกาวหมด

จริง ๆ เป็นคนชอบนิยายแนวดาร์ก ๆ ค่ะ แบบดราม่าจัด ๆ ร้องไห้น้ำตาท่วม อยากแต่งดราม่า แต่ภาษาส่วนตัวคือไม่ได้จริง ๆ ไม่รู้แต่งออกมากี่เรื่อง ๆ นักอ่านล้อเลียนหนักมากว่าดราม่าน้ำตาเล็ด จริง ๆ แทบทุกเรื่องตั้งใจแต่งให้ดราม่าเลยค่ะ ยกเว้นมารยากะเทยที่ตั้งใจแต่งเบาสมองตั้งแต่แรกเลย

จริง ๆ แต่งได้ทุกแนวค่ะ แต่ไม่ว่าจะพล็อตแบบไหนมา ก็แต่งให้ฮาได้ทุกแนวเลยค่ะ มันเป็นปัญหาของกาวหมดจริง ๆ ค่ะ ถ้าจะคาดหวังนิยายดราม่าแท้ ๆ จากกาวหมดอาจจะต้องรอไปก่อน 5555

เห็นตลกแต่เป็นสายวางพล็อต ไอเดียเพียบ

จริง ๆ เป็นคนที่วางพล็อตเรื่องเอาไว้ก่อนค่ะ ตอนต้น และตอนจบ ระหว่างทางก็มีพล็อตย่อยบ้างว่าจะมีอะไร ที่เหลือก็ให้ตัวละครนำทางเราค่ะ ตัวละครของเราต้องมีชีวิตค่ะ เขาจะพาเราเดินไปถึงจุดจบที่เราตั้งไว้ค่ะ

ส่วนแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายคือไปเจอซีรีส์ การ์ตูน หรือนิยายที่ขัดใจ ก็จะเอามาล้อบ้าง เอามาปรับบ้าง อย่างเรื่อง เมื่อนางร้ายกลายเป็นนางเอก เรื่องนี้คือล้อเลียนละครสั้นเลยค่ะ เอะอะกระอักเลือด ขยันกระอักเลือดมาก โดนฟันแขนกระอักเลือด แต่งด้วยความหมั่นไส้ล้วน ๆ เลยค่ะ

เรื่องล่าสุดอย่าง มารยากะเทย ก็ได้ไอเดียมาจากหลี่เพ่ยหยาที่แต่งจบไปแล้วค่ะ มีตัวละครหนึ่งในเรื่องที่เป็นกะเทยทะลุมิติไป แล้วสอนนางเอกเรื่องของผู้ชาย การเอาตัวรอดต่าง ๆ พอนางเอกเจอกับเนื้อคู่ ก็ใช้มารยากะเทยที่ได้รับการสั่งสอนมา ก็เลยอยากแต่งเรื่องที่มีกะเทยเป็นนางเอกเลยค่ะ

นิยายเรื่อง เมื่อนางร้ายกลายเป็นนางเอก ได้ไอเดียมาจากการล้อเลียนละครสั้น
นิยายเรื่อง เมื่อนางร้ายกลายเป็นนางเอก ได้ไอเดียมาจากการล้อเลียนละครสั้น

สู่วันที่เขียนนิยายออนไลน์เป็นอาชีพหลัก

การเขียนนิยายสำหรับกาวมันคือความฝันที่อยากทำตั้งแต่ตอนเด็ก ทุกคนมักจะพูดว่านักเขียนไส้แห้ง ทำให้เราทิ้งมันไป พอได้มาแต่งจริง เดือนแรกได้เงิน 4,000 บาทโดยประมาณ แต่เดือนหลังจากนั้นคือได้ 6 หลัก มันทำให้เราภูมิใจในตัวเองมาก ๆ เลยค่ะ

และตั้งแต่แต่งนิยายมา รายได้ต่ำสุดน่าจะประมาณ 1,200 บาทค่ะ ช่วงนั้นคือหยุดแต่งนิยายไปเป็นปีเลย แต่ยังมีรายได้เข้ามาทุกเดือน ส่วนรายได้สูงสุดขึ้นอยู่กับความขยันล้วน ๆ เลยค่ะ สำหรับกาวสูงสุดที่ทำได้ก็ 6 หลักต่อเดือนค่ะ

ตอนนี้นิยายถือว่าเป็นอาชีพหลักค่ะ ทำให้มีเวลาอยู่บ้าน ไม่ต้องเดินทาง สามารถนอนอืดจนสาย อยากทำอะไรเวลาไหนก็ทำประมาณนั้นค่ะ แต่ใด ๆ ก็แล้วแต่ เราต้องมีเป้าหมายนะคะ ว่าจะต้องแต่งนิยายวันละกี่ตอนต่อวัน เหมือนเป็นเป้าหมายในชีวิตค่ะ

เชื่อว่าถ้ามีวินัยมากพอนะคะ การแต่งนิยายก็เป็นอาชีพหลักได้สบายเลยค่ะ มากกว่าเงินเดือนประจำด้วยซ้ำ

ในส่วนของครอบครัว สามีค่อนข้างสนับสนุนค่ะ พอกาวจะแต่งนิยาย ทุกคนจะพร้อมใจกันเงียบ ลูกชายจะย้ายตัวเองไปอยู่มุมอื่นหรือห้องอื่นเลย ส่วนพ่อแม่ ตอนเด็ก ๆ อาจจะไม่ชอบ มองว่านักเขียนไส้แห้ง แต่พอเราทำให้เห็น มีรายได้เข้ามาจริง เขาก็ไม่ห้ามแล้ว อยากทำก็ทำ

นิยายเรื่องล่าสุด  มารยากะเทย
นิยายเรื่องล่าสุด  มารยากะเทย

จุดเริ่มต้นบนแพลตฟอร์มเด็กดี สู่ชีวิตนักเขียนในฝัน

จริง ๆ เพราะคุ้นเคยกับเด็กดีค่ะ รู้จักมาตั้งแต่สมัยเรียกมัธยม เรียกว่ามั่นใจในเด็กดีสุด ๆ แล้วค่ะ

ส่วนตัวตั้งแต่ใช้งานมา ชอบการติดเหรียญล่วงหน้าค่ะ เพราะเป็นนักเขียนประเภทแต่งสดงดเชื่อไม่เบื่อทวง ทุกวันนี้ถ้านักอ่านรู้ว่ากาวอยู่ไหนอาจจะโดนดักเผาเอาง่าย ๆ แล้วพอนิยายจบ ก็จะส่งพิสูจน์อักษร แล้วทำการรีไรท์ แล้วกลับไปติดเหรียญอีกทีค่ะ แต่คนที่เคยซื้อล่วงหน้าไว้แล้วไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่ ทำให้ชอบการติดเหรียญล่วงหน้ามาก ๆ ค่ะ

จริงๆ กาวเป็นคนนอนดึก แต่ตื่นมาจะแต่งนิยายก่อนเลยค่ะ แต่งเสร็จแล้วก็จะไปดูซีรีส์ อ่านนิยาย ศึกษาข้อมูลนิยาย แล้วพอตกดึกจะแต่งอีกตอนหนึ่ง วันหนึ่งจะแต่งประมาณ 2 ตอน ยกเว้นมีเหตุต้องไปทำค่ะ อย่างธันวาปีที่แล้วก็ไม่ได้แต่งทั้งเดือน เพราะต้องไปหาหมอทุกวันค่ะ
 

ภูมิใจที่ได้เป็นนักเขียน

คำว่านักเขียนสำหรับกาว คือคนที่สร้างสรรค์ผลงานออกมา เป็นไปในแนวทางของตัวเองค่ะ ไม่ว่าจะแต่งออกมาแนวไหน ผลงานอาจจะไม่เป็นที่รู้จัก แต่เชื่อเถอะว่ามันมีคุณค่าในตัวของมันเอง เวลาไปไหนหรือใครถามว่าเราทำงานอะไร แล้วตอบไปว่าเป็นนักเขียน ทุกคนจะว้าวเสมอ จริง ๆ การเป็นนักเขียนเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมากนะคะ

เป้าหมายของกาวคือ เขียนพล็อตที่ดองไว้ทั้งหมดออกไปค่ะ ตอนนี้มีเป็นสิบเรื่องเลย แพลนในอนาคต ตอนนี้ก็ยังอยากแต่งนิยายดราม่าที่ตอนจบเศร้าน้ำตาท่วมจออยู่นะคะ ความชอบกับความสามารรถอาจจะสวนทางกันไปหน่อย แต่มั่นใจว่าไม่เกินความพยายามค่ะ (หัวเราะ)
 

ฝากถึงนักเขียนมือใหม่

หลัก ๆ ก็คือการลงมือค่ะ ขอแค่คุณลงมืออย่างสม่ำเสมอทุกวัน วันหนึ่งจะต้องเป็นวันของเราแน่นอนเลยค่ะ

ฝากกาวหมดไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ แต่จะอ่านนิยายกาว รบกวนอย่ากินน้ำกินข้าวนะคะ ได้ข่าวว่าสำลักมาหลายคนแล้ว สามารถติดตามการผลงานใหม่ ๆ ของกาวหมดได้ทางเด็กดี และเฟสบุ๊ค กาวหมด ได้เลยค่ะ

 

*****

ความฝันลอยอยู่ในอากาศ อยู่ที่คุณจะคว้ามันได้ไหม

เหมือนที่เธอคนนี้ เอาจินตนาการมากมายในหัว มาลงมือเขียนเป็นนิยายออกมาจริงๆ โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ จากวันนั้นถึงวันนี้ ใครจะคิดว่า นิยายเรื่องแรกของเธอจะปังจนมียอดวิวทะลุหลักล้าน ทั้งยังติดท็อปอันดับ 1 ยาวนานถึงหนึ่งเดือน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางอาชีพนักเขียน

ถ้าจะบอกว่ากาวหมดโชคดีที่เขียนเรื่องแรกแล้วปังเลย ก็ไม่ถูกไปเสียหมด เพราะก่อนจะมีวันที่นิยายปัง เธอเริ่มจากความฝันเล็กๆ อย่างการมีเรื่องเล่าในหัว มีจินตนาการที่อยากถ่ายทอด และค่อยๆ สะสมประสบการณ์ด้วยการลงมือเขียนลงบนกระดาษ จนวันหนึ่งเมื่อโอกาสมาถึง เธอก็ได้ลงมือเขียนอย่างจริงจัง จนเกิดเป็นนักเขียนนามปากกา กาวหมด ที่เขียนนิยายสนุกๆ ให้เราได้อ่านกันในทุกวันนี้

แล้วคุณล่ะ ถ้าการเป็นนักเขียนคือความฝันของคุณจริงๆ วันนี้คุณได้เริ่มต้นแล้วหรือยัง กาวหมดบอกไว้ว่า “ทุกความพยายามอาจจะไม่ใช่ความสำเร็จ แต่ทุกความสำเร็จเกิดจากความพยายาม” เพราะถ้าเรามีจินตนาการอยู่แล้ว แต่ไม่เคยลงมือทำ สุดท้ายมันก็กลายเป็นเพียงอากาศที่จับต้องไม่ได้

ว่าแล้วก็มาทำความฝันการเป็นนักเขียนของเราให้เป็นจริงกันเถอะ!

เริ่มต้นเขียนนิยาย

พี่แนนนี่เพน
 

อ่านผลงานนิยายของ กาวหมด

พี่แนนนี่เพน
พี่แนนนี่เพน - Columnist สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น