สวัสดีค่ะน้องๆชาวเด็กดีทั้งหลาย ปีใหม่นี้รูปแบบและโฉมหน้าใหม่ของเด็กดีเป็นยังไงบ้างคะ ถูกใจกันถ้วนหน้าเลยใช่ไหมเอ่ย :D
พี่ออมคนนี้จะมาทำหน้าที่สัมภาษณ์นักเขียนจากเว็บเด็กดีให้น้องๆได้รู้จัก และนำประสบการณ์ต่างมาบอกเล่าหวังว่าน้องๆจะได้เรียนรู้สิ่งดีๆจากประสบการณ์ของน้องที่ประสบความสำเร็จได้รับการตีพิมพ์ผลงานนะคะ
ปีใหม่เรามาประเดิมนักเขียนคนแรกกันเลยดีกว่าใครเคยอ่านนิยายเรื่อง แฮ็กเกอร์ บ้าง (โอ้ ยกมือกันสลอน ~) ใช่แล้ววันนี้พี่จะนำบทสัมภาษณ์จากนักเขียนหน้าใหม่คนนี้มาให้น้องๆในเด็กดีได้รู้จักกัน เอาล่ะไม่เสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะ
พี่ออม สวัสดีค่ะ พี่มาจากเว็บเด็กดีขอสัมภาษณ์น้องที่พี่โน้ตติดต่อมานะจ้ะ
แอ็ค - สวัสดีครับ พี่....(ยกมือไหว้...ด้วย)
พี่ออม - พี่ชื่อ ออม นะคะ ยินดีที่ได้รู้จักน้องด้วยนะจ้ะ
แอ็ค - ยินดีที่ได้รู้จักครับเช่นกันผม
เรามาเริ่มคำถามแรกเลยนะคะ (ยิ้ม) อยากให้น้องแนะนำนิดนึงจ้า สำหรับน้องๆที่ยังไม่รู้จักน้องนะคะ
ชื่อจริง ชื่อเล่น เรียนที่ไหน ปีอะไรคะ
ครับผม...ชื่อเล่นแอ็ค นะครับ ชื่อจริง ปวิชนนท์ มโนธัม จบการศึกษาจาก โรงเรียนเทพศิรินทร์ ปัจจุบันเรียนที่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบังครับ คณะวิทยาศาสตร์ สาขา เคมีครับผม ขณะนี้เรียนชั้นปีหนึ่งครับ
เส้นทางการลงนิยายในเว็บเด็กดีของน้องเริ่มจากเรื่องอะไรคะ เป็นแนวไหน ตอน นั้นได้รับการตอบรับอย่างไรคะ
ก่อนอื่นขอย้อยความตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อนนะครับ ผมเริ่มเขียนนิยายเรื่องแรกลงในเว็บเล็กๆเว็บหนึ่งที่คนไม่ค่อยรู้จักซักเท่าไร ชื่อว่าเว็บ แอลเฮช พาราไดซ์ ซึ่งตอนนี้ก็ถูกปิดไปอย่างถาวรแล้ว ช่วงนั้นก็มีคนเข้ามาดู เรื่องที่ผมเขียนอยู่เพียงคนสองคน แม้จะแค่นั้นแต่มันก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้ สัมผัสกับความรู้สึกภูมิใจ ปลาบปลื้ม...มันบอกไม่ถูกน่ะครับ เป็นอารมณ์ที่ยาก เกินกว่าบรรยายมาเป็นคําพูดได้ แต่ผมเชื่อว่านักเขียนทุกคนย่อมเคยมีความรู้สึก นี้เช่นเดียวกันครับ มีคนมาอ่านเรื่องของเราและชื่นชอบ แม้เพียงหนึ่งคน แค่นั้น ก็มีความสุขแล้ว...และเพราะความรู้สึกในตอนนั้นเอง ที่ทําให้ผมเขียนหนังสือมา ได้จนถึงทุกวันนี้ครับ
จากนั้นผมก็เขียนนิยายเรื่อยมาหลายเรื่องครับ จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้ไปดูหนังแนววิทยาศาสตร์เรื่องหนึ่งที่มีแฮ็กเกอร์เป็นตัวละครซึ่งไม่มีจุด เด่นเท่าไหร่นัก แต่ว่าเขากลับเป็นตัวแปรสําคัญในเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งในตอนนั้นที่ทําให้ผมคิดจะเขียนนิยายที่แตกต่างจากความคิดเดิมๆ ก็เลยนําไอเดียของคําว่า แฮ็กเกอร์ มาใช้ในงานเขียนแนวสยองขวัญที่ผมชื่นชอบ ก็เลยกลายเป็นนิยายเรื่อง แฮ็กเกอร์ คอมพิวเตอร์อาถรรพ์ ขึ้นมา ผมได้โพสนิยายเรื่องแฮ็กเกอร์ ลงในเว็บที่ผมเคยโพสนิยายอยู่เป็นประจําครับ และนับว่าได้รับการตอบรับจากคนในเว็บมากกว่านิยายเรื่องเก่าของผมหลายเท่า จากนั้นผมจึงนําเรื่องของตัวเองไปลงเว็บเด็กดีเป็นครั้งแรกครับ แฮ็กเกอร์ ในช่วงที่นํามาลงเว็บเด็กดีนั้น ในช่วงแรกก็มีคนเข้าออกประปราย หวดสามคะแนนบ้าง ห้าคะแนนบ้าง จนกระทั่งผมได้โพส แฮ็กเกอร์ คอมพิวเตอร์ อาถรรพ์ในภาคแรกจบลง ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนในเว็บและหลายเดือน ต่อมาก็ติดท้อป อันดับ นิยายเรทติ้ง 5 อันดับ สูงสุดอยู่พักหนึ่งครับซึ่งในตอนนั้นเองที่พี่โน๊ตคงได้รู้จักผมแล้วถถึงจะไม่ค่อยได้ติดต่อกันเท่าไหร่ แต่พี่โน๊ตก็คอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอดครับโดยใช้เว็บเด็กดีนี่แหละเป็นสื่อกลางในการ โฆษณา อย่างเช่น ตอนที่ผมทําหนังสือทํามือเรื่องนี้ไปขายในงานหนังสือการ์ตูน VBK วิบูรณ์กิจ น่ะครับ เว็บเด็กดีก็ช่วยโฆษณาให้ นับว่าเป็นพระคุณ อย่างมากจริงๆที่ เว็บเด็กดีช่วยเหลือผมรวมทั้งนักเขียนทุกคนครับ แม้อย่างนั้นในตอนนั้นเรื่อง hacker คอมพิวเตอร์ อาถรรพ์ ตอนที่ยังทําเป็นหนังสือทํามือขายในงานนั้นกลับขายไม่ได้เลยครับจําได้ว่าผมทําไว้หลายสิบ เล่ม แต่กลับขายได้เพียงสามเล่ม ผมก็เลยเดินคอตกกลับบ้าน แต่ภายหลังจากนั้นไม่ นานก็มีส่งจองทางอีกเมล์มากขึ้นเรื่อยๆครับ จนกระทั้งขายได้เกือบหมดเหลือเพียง ไม่กี่เล่มที่ญาติผมต้องการเก็บไว้เท่านั้น นับว่าเป็นโชคดีที่ผมไม่ต้องหมดเนื้อหมดตัวครับ (ยิ้มแห้งๆ)
![]() |
![]() |
|
ทำไมถึงเลือกเว็บเด็กดีเป็นทางเลือกในการลงนิยายล่ะคะ
ทําไมน่ะหรอครับ...ก็เพราะเว็บเด็กดีเรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักมากเป็นอันดับต้นๆ ในประเทศไทย และเป็นเว็บสําหรับวัยรุ่น รวมทั้งสําหรับคนทุกวัย เป็นเพียงเว็บ เดียวที่เปิดให้มีการลง การโหวด การโพส การวิจารณ์ วรรณกรรม มากที่สุดในประเทศ ไทยครับ และที่สําคัญ เป็นเว็บที่เหมาะกับวัยแบบผมด้วยครับ
พี่ทราบมาว่านิยายของน้องได้รับการลงใน M book และน้องติดต่อสำนักพิมพ์ เพื่อเสนอผลงานจนได้รับการตีพิมพ์เอง
ใช่ครับ
เล่าให้ฟังหน่อยสิคะ ว่าทำอย่างไร
ยินดีเลยครับ เอ็มบุ๊คนั้น ทางบริษัทโฟธอท เป็นผู้ติดต่อเข้ามาครับผมทางอีเมล์ว่าอยากจะนํานิยายเรื่องนี้ไปลงในมือถือ ผมจึงตอบตกลงแล้วก็ได้ไปเปิดตัวพร้อมกับนักเขียนรุ่นน้องสองคน และรุ่นพี่อีกหนึ่งคือ พี่เซเรีย(คนเขียนคิมหันติ์) น้องเปา น้องมิ้นครับ และเปิดให้ใช้บริการเรื่อยมาครับผม
![]() |
![]() |
![]() |
จากนั้นผมจึงมีกําลังใจและขัดเกลาฝีมือตนเองไม่เว้นแต่ละวัน ได้ลงหนังสือ พิมพ์และออกทีวีจนเพื่อนในชั้นเรียนรู้ว่าเราทําอะไร ในช่วงแรกที่ผมเขียนนิยายอย่างเปิดเผยตัว(คือตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าผมเขียนหนังสือน่ะครับ)มีหลายคนต่อ ต้านผมและกล่าวคําสบประมาทนะ แต่ผมเชื่อว่านักเขียนวัยรุ่นหลายคนที่ยังพิสูจน์ตัวเองกับผู้อื่นไม่ได้ก็คงเคยโดนสบประมาทจากเพื่อน และคนใกล้ชิดมาก่อนแล้วนะครับ ถ้าเพื่อนๆโดนแบบนั้นจงอย่าท้อนะครับ อย่าคิดว่าเราเขียนเพื่อตีพิมพ์ หรือเขียนเพราะอยากให้คนชื่นชมมากๆ แต่สิ่ง สําคัญคือเราเขียนเพราะเราชอบมัน และเรามีความสุขกับโลกในจินตนาการของเรา คิดไว้เลยว่าการที่เรานํานิยายไปโพสให้คนอื่นอ่าน ก็แค่เพียงให้คนอื่นได้สัมผัสกับจินตนาการของเราเท่านั้นไม่สําคัญหรอกครับว่าจะมีเยอะหรือน้อยขอให้มีคนชอบ อยากให้นักเขียนทุกคนตระหนักถึงเรื่องนี้นะครับ เพราะหลังจากที่คุณมีชื่อเสียงเมื่อไหร่มีแฟนนิยายติดตามคุณมากเท่าไหร่ เมื่อถึงระดับหนึ่ง ความรู้สึกในความสนุกของการเขียนนิยายของคุณจะค่อยๆหายไป กลายเป็นความรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ที่คุณต้องเขียน กลายเป็นชื่อเสียงที่คุณต้องสร้างซึ่งเมื่อนิยายคุณได้ตีพิมพ์เมื่อไหร่ คุณจะหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เลยครับ
ผมไม่ลืมความสนุกของการเขียนนิยาย ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร หรือว่าจะมีคน อ่านมากหรือเปล่า ผมก็ยังคงเขียนต่อไปเรื่อยๆ ของผม จนกระทั่ง มีคนแนะนําให้ลอง ส่งไปประกวดตามที่ต่างๆ หลายที่ถึงจะไม่หวังอะไรมากมายแต่ก็ดันได้รับรางวัลมามีหลายรางวัล เช่น รางวัลชมเชยเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ ครบ รอบ 20 สสวท เป็นรางวัลแรกที่ผมได้รับ ในตอนนั้นท่านแม่ผมที่เคยต่อว่าก็เลยยอม ผ่อนปรนให้เขียนหนังสือได้แต่ต้องรู้จักแบ่งเวลา จากนั้นมาผมก็แต่งเรื่องสั้น ส่งตามที่ต่างๆ และรับรางวัลเรื่อยมาจนกระทั่งได้ตัดสินใจ ส่งต้นฉบับนิยาย เรื่องยาวเรื่องหนึ่งที่ผมเขียนต่อจากแฮ็กเกอร์ ห้กับ กอง บ.ก.สํานักพิมพ์ สยามอินเตอร์บุ๊ค รออยู่เกือบสองปี ถึงได้รับการติดต่อมาว่าได้รับการตีพิมพ์ ครับ
อยากให้น้องแอ๊คเล่ารายละเอียดของเรื่องที่น้องเขียนมาคร่าวๆ ว่าเป็นเนื้อเรื่อง แนวไหน
เรื่องที่ผมเขียนนั้น มีอยู่สองเล่มด้วยกันที่ออกมา และออกมาเปิดตัวพร้อมกัน เลย ซึ่งก็คือเรื่อง hacker คอมพิวเตอร์อาถรรพ์ และ The Last Song on the Froszen Tear บทเพลงสุดท้ายแห่งดินแดนฟรอสเซ็น


แฮ็กเกอร์จะเป็นแนวสยองขวัญ เป็นเรื่องราวของความลึกลับของความกลัวซึ่งไร้ตัวตนเมื่อวันหนึ่ง แอ็กเด็ก หนุ่มอ่อนแอคนหนึ่งได้ไปพบกับอีเมล์ลึกลับฉบับหนึ่งซึ่งเตือนว่าเพื่อนของเขาจะตายและวันต่อมา ฮาร์ทเพื่อนของเขาก็เสียชีวิตลงด้วยอาการขาดอากาศหายใจตายภาย ในลิฟต์ แอ็คจึงต้องออกตามสืบว่า ใคร? หรือ อะไร? ที่เป็นคนฆ่าเพื่อนเขากันแน่
ส่วน บทเพลงสุดท้ายแห่งแดนฟรอสเซ็น เป็นเรื่องราวของสงครามระหว่าง มนุษย์ และดรากูน เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเหล่าดรากูนอสูรร้ายที่มุ่งหวังจะครองโลกได้ บุกจู่โจมเมืองทุกเมืองที่มันยกกองทัพผ่าน แต่เมื่อพวกมันได้พบกับเหรียญวิเศษทั้งห้าจากเมืองป้อมปราการของมนุษย์ที่มีชื่อว่าฟรอสเซ็น ทําให้พวกมันเกิดหวั่น เกรง และหาอุบายเพื่อนําเหรียญวิเศษไปซ่อน จนกระทั่งมันทําสําเร็จสงครามระหว่างเมืองฟรอสเซ็น เมื่องแพนโดเรีย เมืองคูเบียเรีย และเผ่าพันธ์อีกหลาย เผ่าพันธุ์บนโลกจึงได้ก่อตัวเปลวไฟสงครามทั่วโลกร้อนระอุ ตํานานผู้รวบรวม เหรียญวิเศษทั้งห้าจึงได้เริ่มต้นขึ้นเพื่อช่วยเหลือเหล่ามนุษย์จากการโจมตีของด รากูนในครั้งนี้ ใครอยากดูบทวิจารณ์อย่างละเอียด ให้ดูได้จากเว็บของคุณ woratana นะครับ ทาง URLนี้เลย http://woratana.exteen.com/20051219/the-last-song-on-the-frozen-tear (แอบโฆษณาให้เลย)
มีอะไรอยากจะฝากทิ้งท้ายไว้ให้กับน้องๆในเด็กดีที่สนใจ อยากจะเป็นนักเขียนใน อนาคตบ้าง
ถ้าคุณรักที่จะเขียน หรือ รักที่จะทําอะไรซักอย่างหนึ่ง ขอให้อย่าทิ้งมันไม่ ว่าจะมีอุปสรรคเพียงไหน ในชีวิตผมเจอปัญหาหลายอย่างครับ ทั้งเรื่องใหญ่และ เรื่องเล็กแต่ว่าผมมีวิธีการแก้ปัญหาอยู่วิธีเดียวคือ อดทนและพยายาม นั่นคือสิ่งที่ใช้ได้เสมอไม่ว่าจะเจออะไรก็ตามครับ ขอบคุณครับ
เอาล่ะค่ะพอหอมปากหอมคอกันนะคะสำหรับนักเขียนหนุ่มไฟแรงคนนี้ น้องแอ๊คบอกเล่าหลายอย่างที่คิดว่านักกเขียนหลายคนอาจจะประสบอยู่ ทั้งการไม่ยอมรับของคนรอบข้างว่าเราจะทำได้ไหม หรือว่าการที่มีคนอ่านเพียงน้อยนิด แต่ถึงอย่างนั้นน้องแอ๊คก็ยังไม่ล้มเลิก บรรจงบอกเล่าจินตนาการในสมองออกมาอย่างต่อเนื่อง ผมลัพธ์ของความพยายายามและอดทนทำให้น้องแอ๊คเป็นนักเขียนที่ได้รับรางวัลและการตีพิมพ์ออกมาถึงสองเล่มแล้ว น้องๆที่กำลังเขียนอยู่ก็ต้องอย่าลืมที่น้องแอ๊คบอกนะคะ อย่าคิดว่าเราเขียนเพื่อตีพิมพ์ หรือเขียนเพราะอยากให้คนชื่นชมมากๆ แต่สิ่ง สําคัญคือเราเขียนเพราะเราชอบมัน และเรามีความสุขกับโลกในจินตนาการของเรา และ อดทน พยายาม ทางเว็บเด็กดีเอาใจช่วยค่ะ และขอขอบคุณน้องแอ๊คที่สละเวลามาบอกเล่าประสบการณ์ให้พวกเราชาวเด็กดีได้อ่านกันนะคะ
พบกันคราวหน้าพี่ออมจะนำนักเขียนคนไหนมาสัมภาษณ์รอติดตามกันนะคะ สำหรับวันนี้ก็ขอสวัสดีค่ะ สุขสันต์วันปีใหม่นะคะ :D





134 ความคิดเห็น
ฟรอสเซ็นเทียร์เป็นชื่อดั้งเดิมของเมืองฟรอสเซ็นครับ แต่ต่อมาได้มีการตัดคําว่าเทียร์ออกไป ในยุคสมัยที่เมืองนี้เปลี่ยนการปกครองป็นระบอบใหม่ซึ่งให้พระราชาเป็นผู้ปกครอง และมีการตั้งสภาสําหรับขุนนาง ซึ่งแต่เดิมนั้นจะเป็นพ่อมดหรือผู้มีวิชาแปรธาตุในราชวงศ์เท่านั้นที่สามารถปกครองเมืองนี้ได้ (สําหรับสาเหตุที่ได้ตัดคําว่าเทียร์ออกไปนั้น ในเล่มต่อๆไป จะมีบอกไว้ครับ)
อืม ในนิยายเรื่องนี้ ทุกอย่างมีช่วงเวลา ประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ ที่สัมพันธ์กันอย่างเสมือนจริงครับ หลักในการแต่งนิยายของผมคือทุกอย่างต้องมีเหตุผลในตัวของมันและไม่เลื่อนลอยครับ ซึ่งประวัติศาสตร์ การเมือง เผ่าพันธ์ เศรษฐกิจ การค้า การวิวัฒนาการ การเปลี่ยนแปลงของภาษา เช่น ในหนังสือมีช่วงนึงที่เขียนถึง
การที่เมืองแพนโดเรียได้เปลี่ยนการใช้ภาษาเฟรนเซีย เป็นภาษาของมนุษย์แทน ก็เพราะว่า ทั้งสองเมืองได้ติดต่อทางการค้ากันมายาวนานครับ เมืองแพนโดเรียจึงได้ซึมซับเอาวัฒนธรรมภาษาของมนุษย์มาใช้ ครับ
พวกเรื่องต่างๆเหล่านี้จะสะท้อนออกมาในเล่มต่อๆไปครับ
มีข้อสงสัย โพสได้เลยครับ นักเขียนยินดีตอบทุกคําถามครับ ถ้าว่างอ่ะนะครับ พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยว่างอ่ะครับ
---ฝน---ขอบคุณนะครับ อืม ผมก็คิดว่าอย่างนั้นนะครับ จบเร็วไปนิดนึงนะ ยังไงจะเขียนนิยายต่อไปเรื่อยๆครับ ไม่ต้องห่วง แต่ดีไม่ดีนั้น ผู้อ่านเป็นคนตัดสินครับ
เจ๋งค๊าบบบบบบบบบบบบ *
----oาร์ บี ฮิพ * [ n u _ f e r n ]---โอ้พระเจ้าจ๊อซ มันยอดมาก+ เฟิร์นก็มาโพสด้วยเหรอเนี่ย
----
---Name : ออน--- งืม เท่าที่ผมอ่าน ก็คิดว่าสนุกนะครับ>o< กิ้ววว
งัยก้อสู้ๆนะ เรื่องที่เขียนก้อน่าอ่านมาก สนุกดี เขียนมาเยอะนะ
เงกะลังฝจให้นะจ้ะ
แต่หนูมีข้อสงสัยค่ะว่า บทนำนั้นมีบรรทัดหนึ่งท่เขียนว่า แบกทารก
ตรงนี้แหละค่ะพี่ขา หนูสงสัยว่าทำไมพี่ถึงไม่เขียนว่า อุ้มทารกดังเช่นประโยคถัดมาคะ ถามแค่นี้แหละค่ะ
สุดท้าย ขอให้เล่ม 2 ออกเร็ว ๆ นะคะ หวังว่าจะได้ซื้อในงานหนังสือไม่มีนาก็เมษานะคะ
ร้านหนังสือยังมีขายอยู่ไหม จะรีบไปซื้อมาอ่านด่วน!!