ว่างจัดดีนัก มาเขียนซะเลย
ขอบอกก่อนว่า เราเป็นนักเลงกลอนคนหนึ่ง ที่พอจะมีกึ๋นเรื่องการเขียนกลอน มีเทคนิควิธีการจากการลักจำเอาบ้าง คิดเองบ้าง มานิดๆหน่อยๆ กลอนเราก็...แหะๆ คิดว่าคมนะ คมขนาดแค่ตัดกระดาษขาด แต่ไม่คมถึงขั้นแทงใจใคร (ฮา) มาเริ่มกันเลยดีกว่า
อันดับแรกเลยที่นักเลงกลอนพึงสังวรณ์ว่าไว้ คือเรื่อง "ฉันทลักษณ์" หรือแบบผังกลอน
ไม่ จำเป็นต้องแต่งขนาดฉันทลักษณ์ยากๆ (ฉันท์เนี่ยตัวดี ครุลหุ คลังคำหมดพอดี) เอากลอนที่เราเขียนแล้วรู้สึกไหลลื่น สบายใจ สะดวกที่สุด อย่างเช่น กลอนแปด กลอนหก กลอนสี่ กาพย์สุรางคนางค์ กาพย์ยานี โคลงสี่สุภาพ เป็นต้น
แล้ว บางครั้งเราแอบไปเห็นกลอนของคนอื่นๆ แหะๆ ไม่นิยมมีสัมผัสระหว่างบทกันเลยง่ะ มันทำให้การอ่านติดขัดเอาได้ง่ายๆ มันไม่ลื่นไหลและดูไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกลอนทั้งหมด อยากให้มีสัมผัส ระหว่างบทกันสักหน่อย กลอนท่านจะอร่อยอย่าบอกใครเชียว
ฉันทลักษณ์ นั้นไม่จำเป็นต้องแต่งตามนั้นเป๊ะๆๆๆ ดูอย่าง ขัตติยพันธกรณี สิ ทุกคนคงคุ้นเคยกันเพราะเป็นแบบเรียนภาษาไทย เป็นอินทรวิเชียรฉันท์ไม่บังคับครุลหุ (เสียงหนักเสียงเบา) นะ อ.เนาวรัตน์เคยกล่าวไว้ว่า ไม่จำเป็นต้องแต่งตามฉันทลักษณ์หมดหรอก เขียนอย่างที่อยากเขียน อิสระเสรีก็พอแล้ว
สำหรับฉันทลักษณ์กลอนแปดนั้นพี่ปตารมินทร์เขียนไว้แล้ว แหะๆ ที่นี่ค่ะ
หลักการแต่งกลอน ภาค 1 http://www.dek-d.com/myBoard/view.php?id=537969
หลักการแต่งกลอน ภาค 2 http://www.dek-d.com/myBoard/view.php?id=538012
หรือ ถ้าไม่ชอบแบบมีฉันทลักษณ์ เอาแบบไม่มีฉันทลักษณ์เลยก็ได้ เรียกว่า กลอนเปล่า ซึ่งไม่มีสัมผัสใดๆทั้งสิ้น ลักษณะนี้คุณศักดิ์ศิริ มีสมสืบ ก็เขียนเอาไว้ สื่อแนวความคิดได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว เช่น
ต้นไม้มีหลายใบ
พื้นทรายมีทรายหลายเม็ด
รังผึ้งมีผึ้งหลายตัว
โลกนี้มีคนหลายคน
แต่คนดีมักเดินคนเดียวนี่แหละที่เรียกว่ากลอนเปล่า (ปล. ออกข้อสอบเข้าอักษรจุฬาด้วยล่ะ X กลอนเปล่าเนี่ย) เรื่องฉันทลักษณ์นี้เราควรจะแม่น ควรจะหัดเขียนกลอนจนแม่นเรื่องฉันทลักษณ์เสียก่อน
ต่อ มาก็เป็นเนื้อหาล่ะ เนื้อหาที่ว่านี้เรากำหนดให้แน่ๆ ว่าจะสื่ออะไร ต้องการพูดถึงอะไรบ้างแล้วเชื่อมโยงกันอย่างไร จะเปรียบเทียบกับอะไร เป็นต้น จะเขียนเป็นร้อยแก้วก่อนก็ได้ อยากให้คมมันต้องมีการ "สื่อความคิด" น่อ เราสามารถแทรกความคิดเห็นของเราในกลอนได้อย่างอิสระ ยกตัวอย่างกลอน "ประชานิยม"
http://my.dek-d.com/kwan_rapee/story/viewlongc.php?id=119244&chapter=19
สำหรับ การเขียนนั้น เราแนะนำว่าควรมีคลังคำไว้บ้าง เพื่อที่จะได้ไม่ตันคำ หรือถ้าตัน เราย้ำก็ได้ (ฮา) แต่ย้ำเพื่อความหนักแน่นของบทกลอนนะ (ตามตัวอย่างโลด) ไม่ควรทำบ่อย และไม่ควรใช้สัมผัสเลือน คือไม่ควรใช้คำเดียวกันซ้ำๆ คือพูดง่ายๆว่าอยากให้กลอนมันคมๆ มันโดนใจ เราต้องแม่นฉันทลักษณ์และมีการสื่อความคิดที่ชัดเจน และต้องมีเรื่อง กวีโวหารอยู่บ้าง
เช่น อุปมา (เปรียบเสมือน) อุปลักษณ์ (เปรียบเป็น) อติพจน์ (โอเวอร์) สัญลักษณ์ สัทพจน์ (เลียนเสียงธรรมชาติ) เป็นต้น
และ ที่สำคัญที่สุดคือชั่วโมงบินในการเขียนกลอน การอ่านหนังสือเยอะๆ จะช่วยในการเขียนสื่อความคิด และการสรรคำได้เฉียบคมปลาบมากขึ้น ถ้าหากกำลังมีอารมณ์ เช่น โกรธ รัก เศร้า ผิดหวัง หรืออะไรก็แล้วแต่ ลองมาเขียนกลอนดู จะพบว่าลื่นไหลอย่างแน่นอน (ฮา) เพราะฉะนั้นการบิวท์อารมณ์ก็สำคัญนะ
สรุป จะเขียนกลอนให้คมได้ต้อง
1. แม่นฉันทลักษณ์ มีคลังคำ
2. มีการสื่อความคิดที่ชัดเจน
3. มีลีลาการเขียน มีโวหาร
4. มีการสะสมความคิดและชั่วโมงบิน
5. มีการสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้คล้อยตามกลอน
ก็ประมาณนี้แหละเจ้าค่ะ ได้อะไรกันไปบ้างละเนี่ย เหอๆ
โฆษณานิดนึง ไม่ค่อยมีใครเข้าไปเมนท์กลอนเราเลยอ่ะ
อักษรกลอนกานท์สมานกวี กับ ++ห้องกวีการศึกษา++ ค่ะ ใครเป็นนักเลงกลอนมาคุยกันได้น้า
12 ความคิดเห็น
สั้นไปหน่อยใช่ปะ? เค้ามีกึ๋นอยู่แค่เนี้ยแหละ!!!
ไม่ใช่นักเลงกลอน แต่กำลังหัดเขียนค่ะ ^^"
ขอบคุณมาก ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ
ต่ออีกนิด มีเรื่องรบกวนถามอ่ะจ้ะ ^^"
คือ เรื่องกลอนเนี่ย ไม่ค่อยมีความรู้มากนัก แหะๆ
แต่กะแด๊ะเขียนนิยายที่ต้องใส่เพลงเข้าไปด้วย -_-" เป็นนิยายแนวแฟนตาซี เพลงที่แต่งก็จะคล้ายๆ กลอน
พอรู้มาบ้างว่าในกลอนเนี่ย ไม่ให้ใส่ไม้ยมก (ๆ) ใช่ไหม -_-? (ง่า... บอกแล้วว่าเราไม่ค่อยแม่นเรื่องกลอน ^^")
แต่ถ้าเป็นเพลงน่ะ ใช้ได้ไหมคะ เพราะจะมีอยู่วรรคหนึ่งที่เป็นการซ้ำคำ ลองตัดไม้ยมกออกแล้วเขียนคำเดิมซ้ำลงไป แต่มันดูแปลกๆ ไม่ค่อยได้อารมณ์เพลงเลยง่ะ ลองหาคำอื่นมาแทน มันก็ไม่ได้อีก
อยากถามอ่ะจ้ะ ว่าถ้าใส่ไม้ยมกไปเนี่ย จะผิดไหม ^^"
แต่ในกลอนเขาแค่ไม่นิยมใส่กันเท่านั้นค่ะ
ที่นั่นน่ะนักกลอนมือดีๆทั้งนั้นเลย ได้แต่อ่านตาละห้อย T-T
ขอบคุณมากจ้า
สิ้นแผ่นดินสิ้นนามตามเสด็จ ต้องเที่ยวเตร็ดเตร่หาที่อาศัย
แม้นกำเนิดเกิดชาติใดใด ขอให้ได้เป็นข้าฝ่าธุลี
สิ้นแผ่นดินขอให้สิ้นชีวิตบ้าง อย่ารู้ร้างบงกชบทศรี
เหลืออาลัยใจตรมระทมทวี ทุกวันนี้ก็ซังตายทรงกายมา
สุนทรภู่
ชอบกลอนสองบทนี้มากเลยค่ะ รู้สึกว่าซึ้งและแต่งเพราะ
athiwat-mai@hotmail.com ช่วยๆกันนะครับ คนไทยด้วยกัน ขอบพระคุนครับผม