ทำความรู้จักกับข้อสอบ IELTS

 

นอกเหนือจากการสอบ TOEIC TOEFL ฯลฯ แล้ว ก็ยังมีการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษอีกอย่างหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับกันมาก นั่นก็คือ การสอบ IELTS ค่ะ แต่น้องๆ หลายคนยังไม่รู้จักกันเลยว่า IELTS คืออะไรกันนะ? หรือบางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อแต่ไม่ทราบว่าย่อมาจากอะไรและรายละเอียดรวมถึงการเตรียมตัวสอบเป็นยังไงบ้าง? วันนี้ เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

IELTS หรือ International English Language Testing System เป็นระบบทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักแต่มีความประสงค์ที่จะใช้ภาษาอังกฤษในการศึกษาต่อ จัดทำและพัฒนาโดย British Council, IDP Educationa Australia : IELTS Australia และ University of Cambridge Local Examinations Syndicate (UCLES)

IELTS เป็นระบบวัดความรู้ด้านภาษาอังกฤษสำหรับการศึกษาที่ให้ความสำคัญต่อการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้ง 4 ทักษะ คือ อ่าน พูด ฟัง เขียน โดยให้คะแนนทักษะทั้งสี่แยกจากกัน สามารถวัดผลได้ชัดเจน แม่นยำ และถูกต้องตรงกับความสามารถในการใช้ภาษาที่แท้จริงของผู้สอบ IELTS จะทดสอบทั้งสี่ทักษะ โดยแบ่งการทดสอบเป็นสองช่วง ช่วงเช้า: สอบข้อเขียน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที (การฟัง 30 นาที, การอ่าน 60 นาที และการเขียน 60 นาที) ช่วงบ่าย: สอบสัมภาษณ์รายบุคคลกับอาจารย์ชาวต่างประเทศใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

ในการลงทะเบียนสอบ IELTS จะต้องมีหลักฐานดังต่อไปนี้

1.IELTS Application form

2.คู่มือการลงทะเบียน (กรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ แล้วแต่สนามสอบของเรานะคะ)

3.หนังสือเดินทาง (Passport) หรือบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา

4.รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 2 ใบ ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน

(2 ข้อแรกดาวน์โหลดได้ที่ www.britishcouncil.org/TH/thailand-exams-ielts.htm)

หมายเหตุ: ผู้พิการสามารถยื่นเรื่องขอจัดสอบเป็นกรณีพิเศษได้กับเจ้าหน้าที่จัดสอบโดยตรง

รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการสอบ

1.ค่าทดสอบ IELTS 5,700 บาท

2.ผู้สมัครจะต้องชำระค่าสมัครล่วงหน้าก่อนวันสอบและไม่สามารถขอรับค่าธรรมเนียมคืนหรือขอเปลี่ยนเป็นรูปแบบใดๆได้เมื่อได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ถ้าผู้สมัครไม่สามารถมาสอบในวันสอบด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ผู้สมัครสามารถขอเปลี่ยนวันสอบเป็นวันสอบครั้งถัดไปหรือขอรับค่าธรรมเนียมสอบคืนได้ส่วนหนึ่งโดยผู้สมัครจะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ซึ่งออกโดย โรงพยาบาลรัฐบาล และต้องยื่นให้ศูนย์สอบอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันสอบ

3.ศูนย์สอบจะปิดรับสมัคร 3 วันก่อนวันสอบหรือเมื่อวันสอบในรอบนั้นเต็ม

4.ในกรณีที่สถาบันการศึกษาหรือกลุ่มผู้สนใจต้องการให้จัดสอบพิเศษสอบสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่สอบโดยตรงได้

ข้อแนะนำในการเตรียมตัวสอบ

1. หมั่นฝึกฝนโดยการจับเวลาอยู่เสมอ เพราะในการสอบจะมีการจำกัดเวลา หากเราลองทำข้อสอบให้ชินกับเวลาจะทำให้ไม่เสียโอกาสในการทำข้อสอบมากขึ้น

2.หัดทำแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ ใช้ทักษะในการทำข้อสอบภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่

3. นอกเหนือไปจากความรู้ในตำราแล้ว การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมก็เป็นสิ่งจำเป็นมากนะคะ น้องๆ อาจจะลองชมรายการโทรทัศน์หรืออ่านคอลัมน์สอนภาษาอังกฤษในหนังสือพิมพ์ดูก็ได้ จะช่วยได้มากเลยค่ะ

4. ความเชื่อมั่นในตัวเอง ก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้การสอบ (ไม่ว่าจะสอบอะไรก็ตาม) ลุล่วงไปได้ด้วยดี และอย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะ

น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.britishcouncil.org/TH/thailand-exams-ielts.htm

ใครที่คิดจะสอบก็ขอให้สอบผ่าน ได้เป็นนักเรียนนอกสมใจกันทุกคนนะคะ พี่ปาล์มเอาใจช่วยเต็มที่เลย !! และใครที่เคยผ่านสนามสอบนี้มาแล้วอยากเล่าประสบการณ์ในห้องสอบ ก็โพสต์กันได้เลยจ้า

มีข้อสงสัยหรืออยากแบ่งปันประสบการณ์คนเคยเรียนนอก สามารถส่งอีเมล์หรือแอด msn มาคุยได้ที่ palm@dek-d.com

พี่ปาล์มขอบคุณข้อมูลจาก

www.britishcouncil.org/TH/thailand-exams-ielts.htm

http://www.thebrightbrain.com/

ขอบคุณภาพประกอบจาก

www.britishcouncil.org/TH/thailand-exams-ielts.htm

www.pantipmarket.com

 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด

14 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
Belle 20 ส.ค. 51 17:40 น. 2
เราเคยสอบมาแล้ว ยากมหาโหด
แต่เราก้อผ่านมาได้นะ ขอเพียงเรามีสมาธิ อย่าวอกแวก
เพราะตอนสอบฟัง ถ้าเราหลุดคือหลุดหมดเลย

ตอน reading test ก้อต้องรู้ศัพท์เยอะๆๆ เพราะจะใช้คำที่เราไม่ค่อยเจอกันเท่าไหร่
แต่เราต้องพยายามอ่านอ่านภาพรวมนะ อย่าไปแปลทีละประโยค เดี๋ยวไม่ทันอ่ะ
เจอคำตอบก้อต้องรีบเขียนลงในกระดาษคำตอบเลย

ตอน writing ก้อต้องรู้ศัพท์มากๆๆเหมือนกัน เราต้องเขียนให้หลากหลาย
มีการเขียน task 1 ซึ่งเป็นการอธิบายกราฟ อธิบายวงจร อะไรพวกนี้ มันจะมีศัพท์เฉพาะที่เราต้องจำอีก เราต้องเขียนมากกว่า 150 คำ ในพาร์ทนี้
ส่วนการเขียน task 2 เป็นการเขียนเรียงความอย่างน้อย 250 คำ เค้าจะมีโจทย์มาให้ ให้เราเขียนอธิบาย เช่น เห็นด้วยหรือไม่ บอกข้อดีข้อเสียแหละ แล้วสุดท้ายก็ให้เราสรุบที่เขียนใน in conclusion

ส่วนสอบพูด เราจะเข้าไปนั่งในห้องสอบตัวต่อตัวกับคนสัมภาษณ์เลย
เค้าจะอัดเทปด้วยนะ เราก็พูดไปเรื่อยแหละ ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องไปพะวงเรื่องแกรมม่า เพราะจะทำให้เราพูดไม่ค่อยออก คิดอะไรได้ก้อพูดไปเลยจ้า

ส่วนตัวเราไม่รู้นะว่าสถานที่สอบ IDP หรือ British จะดีกว่ากัน แต่เราไปสอบที่ IDP มา ก้อดี
ส่วนเพื่อนๆๆที่จะไปอังกฤษ เราแนะว่าควรสอบที่ British จะดีกว่านะ

สำหรับค่าสอบก้อไม่แพงมากขนาดนั้นหรอก เพราะตอนนี้เราต้องมาสอบใหม่ที่ต่างประเทศ
ค่าสอบ 280$ ก้อประมาณ 8400 บาทแน่ะ

ส่วนใครที่ยังไม่เตยรู้อะไรเลย เราแนะให้ไปลองเรียนเตรียมสอบ IELTS ที่สถาบัน New Cambridge
แถวๆๆ ชิดลมอ่ะนะ
เราไปเรียนมาดีมากๆๆเลย

สุดท้ายก้อขอให้เพื่อนๆที่กำลังจะสอบโชคดี ได้ IELTS กันเยอะๆๆนะ
0
กำลังโหลด
Skyteam Member 20 ส.ค. 51 20:31 น. 3
ผมไปสอบมาแล้ว ได้ 5.5 คะแนนที่ได้ผมจะใช้ยื่นไปเรียนต่อมหาลัยที่ออสเตรเลียปีหน้านี่ ทางโน่นเค้าบอกด้วยว่า สำหนับเด็ก ม.ปลาย 5.5 นี่ถือว่าดีแล้ว แต่ถ้าจะให้ดีพี่ชายบอกว่าต้องให้ได้ 7 เพราะมันเป็นคะแนนที่เซฟ สำหรับการสอบ อันแรก listening ต้องฟังดีๆครับ เพราะบางทีก็พูดเร็ว บางทีประโยคเดียวมี 2 คำตอบ ส่วน writing แบ่งเป็น 150 ก่ะ250 คำ 150คำแรก จะมีพวกกราฟ/ชาร์ท/แผนที่เผรียบเทียบมาให้ 250 นี่จะเป็นหัวข้อสั้นๆมาให้แล้วเขียนเอา ก็เน้นๆครับ อย่าใช้คำศัพท์ซ้ำกันมากและอย่าเขียนวนไปวนมา reading นี่ต้องอ่านดีๆครับ แนะนำใช้เทคนิค อ่านคำถามก่อนแล้วค่อยมาหาคำตอบ เวิร์คมากๆ ส่วน speaking ถ้าได้หัวข้อที่ตัวเองไม่รู้เรื่องอะไร ให้ fake ไปเลยครับ อย่าเอาความจริงมาก โม้ได้ก็โม้ไปแล้วอีกอย่างเค้าจะดูบุคลิกภาพด้วย แนะนำอย่าจ้องตาคนสัมภาษณ์ พยายามมองใบหน้าเค้าครับ เช่นกู จมูก ปาก สุดท้ายคนที่จะสอบก็ขอให้โชคดีครับ ปล.ผมสอบ 2 ครั้ง ครั้งละ 5700 ของ British ครั้งแรกได้ 5.0 ครั้งที่ 2 ได้ 5.5
0
กำลังโหลด
เบบี๋ Member 20 ส.ค. 51 22:11 น. 4
IELTS เคยลองสอบแล้วอะ จะว่ายากก็ยากถ้าเราไม่มีสมาธิแหละนะ เพราะตอนสอบก็มัวแต่ล่กด้วยไง แบบว่าเวลามันจะพอไม๊วะ?? แต่ผลออกมาก็ค่อนข้างภูมิใจแหละ ได้ 7 มันก็ไม่ได้แย่ไรมาก การสอบต้องสอบแบบมีสติ อย่ามัวแต่กังวลอะไรมากเกินไปด้วย และที่สำคัญก็อย่าลืมเรื่องเวลา ขอให้ทุกคนโชคดีนะ :) )))*
0
กำลังโหลด
DEmon[CHika] Member 21 ส.ค. 51 21:59 น. 6


   เคยไปเรียนเตรียมตัวสอบ IELTs ที่สถาบันแห่งหนึ่ง...ซึ่งจะแบ่งห้องผู้เรียนเป็น 4 ห้องตามระดับคะแนนที่สอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษก่อนหน้าที่จะได้เข้าเรียน (ห้องละ 20 คน 4 ห้อง) พอดีได้อยู่ห้องแรก ซึ่งอาจารย์จะเป็นระดับ Supervisor ที่สอนคนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศก็เลยจะค่อนข้างซีเรียสกับคะแนน ซีเรียสกับการทำข้อสอบมาก...บอกตรงๆ ว่าแต่ก่อนหน้านี้ผมชอบภาษาอังกฤษนะ และมีความสุขที่ได้ใช้ภาษานี้ด้วย...แต่หลังจากไปเรียนกับอาจารย์คนนี้แล้วผมค่อนข้างเกลียดเข็ดขยาดเหมือนกัน  

   แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการเรียน IELTS มันไม่ดีนะครับ มันขึ้นกับอาจารย์ที่สอนเหมือนกัน ก็ผมลองถามนักเรียนอีก 3 ห้องที่เหลือ เค้าบอกว่าสนุกเพราะได้เล่นเกม และได้ระดมสมอง (Brain strom) ในการช่วยกันคิดวางแผนงานต่างๆ ซึ่งแสดงว่ามันขึ้นกับเทคนิคการสอนของอาจารย์แต่ละท่านอีกด้วย...พวกเขายังพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าห้องผมห้องเดียวที่เรียนเครียดจนไม่กล้าเข้าไปทัก (^_^")

    และก็ขอขอบคุณสำหรับบทความนี้ด้วยนะครับ เพราะหลังจากเรียนเตรียมจะสอบแต่ก็ยังไม่ได้หาข้อมูลที่จะสมัครสอบเลย...บทความนี้เป็นประโยฃน์มากเลยครับ
0
กำลังโหลด
devil*s girlz Member 13 ก.ย. 51 13:18 น. 7
อ่า กำลังจะไปสอบตอนปลายปี ไม่รู้จะได้หรือเปล่า คิดว่า listening กับศัพท์ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเรียนออสมาตั้งหลายปี ก็ฟังได้เกือบทุกสำเนียง แต่ไงก็ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
0
กำลังโหลด
thaitesttalk 18 มิ.ย. 52 10:00 น. 8
แนะนำเว็บบอร์ดใหม่เพิ่งเปิดค่า
เพื่อนๆที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELTS, TOEFL, TOEIC เข้ามาพูดคุยกันนะคะ
มีแจกข้อสอบ Free ด้วยค่ะ

http://www.thaitesttalk.com
0
กำลังโหลด
มาร์ค 3 ส.ค. 52 10:44 น. 9
แนะนำ board สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELTS โดยเฉพาะครับ
รวมทั้งคนที่สนใจศึกษาต่อในประเทศ อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ด้วยครับ

http://www.ielts.in.th/Forum/
0
กำลังโหลด
mot2009 Member 19 ก.ย. 52 16:05 น. 10
เรียน IELTS รับรองผลที่6 Up ทดลองสอบ IELTS ฟรี! พร้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับ IELTS รายละเอียดข้อสอบ IELTS ข้อมูลการวัดผลคะแนน IELTS สถานที่สอบและการสมัคร IELTS พร้อมรับเทคนิคจากผู้สอบได้ 970 http://www.thescores.in.th/
0
กำลังโหลด
วรวลัญช์ 18 พ.ย. 52 16:44 น. 11
เรามี Cambridge IELTS ทั้ง 6 เล่มค่ะ ทั้งตัวข้อสอบและไฟล์เสียง

สนใจแอดเมลมาถามได้นะคะ mashimaro_vaan@hotmail.com



ปล. ที่มีหกเล่มเพราะว่า เค้าทำออกมาใหม่เรื่อยๆ ค่ะ แต่แพทเทิ่นของข้อสอบนั้น เหมือนเดิมค่ะ เพียงแต่เป็นโจทย์ใหม่ ไดอาล๊อกใหม่ และ แพจเสจใหม่ค่ะ ไม่เกี่ยวกับระดับความยากง่าย หรือ ระดับคะเเนนนะคะ เพียงแต่ว่าทำมาให้เราได้ฝึกมากขึ้นค่ะ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับข้อสอบ ทำให้ตอนสอบจริงนั้นไม่ประหม่า ในเวลาที่จำกัด เพราะเวลาจะเป็นตัวกดดันเรามากๆ ค่ะ ทำให้เราทำข้อสอบไม่ทัน แนะนำเป็นเล่มหกนะคะ เพราะออกใหม่ล่าสุดค่ะ ในหนึ่งเล่ม จะมีข้อสอบสี่ชุดค่ะ ในแต่ละชุดก็จะมีครบทั้งสี่พาร์ทเลยค่ะ รูปแบบและแนวข้อสอบนั้น เปง REAL TEST นะคะ คือรูปแบบที่ใช้ในการสอบจริงค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากเว็บไซต์ Dek-D.com ขอสงวนสิทธิ์ในการงด โพสต์ข้อความซื้อ/ขาย/แลกเปลี่ยน/โฆษณา สินค้าทุกชนิดในเว็บบอร์ด เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้ใช้งานท่านอื่น

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากเว็บไซต์ Dek-D.com ขอสงวนสิทธิ์ในการงด โพสต์ข้อความซื้อ/ขาย/แลกเปลี่ยน/โฆษณา สินค้าทุกชนิดในเว็บบอร์ด เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้ใช้งานท่านอื่น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด