|
สวัสดีครับ ชาวเด็กดีทุกคนครับ..นับจากวันนี้คงเหลือเวลาอีกไม่ถึง 70 วันก็จะเข้าสู่ สนามสอบแอดมิชชั่นด่านแรกกันแล้วนะครับ นั่นก็คือ วิชาเฉพาะนั้นเอง..เตรียมพร้อมกันแล้วใช่ไหมครับ..555..หากใครยังไม่พร้อมก็ต้องพร้อมหละครับ..เช็คเรื่องการสมัคร การตรวจที่นั่งผังสอบให้ดี เพราะสิ่งเหล่านี้มีปัญหาทุกปีครับ... วันนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการสอบแอดมิชชั่น พี่ลาเต้ ก็มีประสบการณ์การสอบแอดมิชชั่นของ รุ่นพี่ปี 1 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เพิ่งผ่านสนามสอบไปเมื่อปีที่แล้ว มาบอกต่อเล่าให้ฟังครับ..มาดูซิว่าปีที่แล้วแนวข้อสอบ แนวเนื้อหา เป็นอย่างไรบ้าง... เอาเป็นว่าไม่ต้องให้เสียเวลา เราไปฟังประสบการณ์การสอบแอดมิชชั่น จาก พี่แพร ศิรัญญา สวัสดิ์ชัยพงษ์ กันเลยครับ...อ๋อๆๆ ลืมบอกไปพี่คนนี้เป็นศิษย์ของจากโรงเรียนราชนันทาจารย์ สามเสนวิทยาลัย 2 ครับ..
O-NET ปีที่แล้วออกแบบไหน" O-NET เมื่อเทียบกับการทำข้อสอบเก่าหลายๆปีที่ผ่านมานั้น ถือว่ายากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของวิชาคณิตศาสตร์จะยากขึ้นกว่าเดิมมากๆ แต่สำหรับวิชาภาษาไทยนั้นถือว่าง่ายไม่ต่างจากข้อสอบเก่าค่ะ แต่ที่ตะลึงสุดๆคงจะเป็นวิชาสังคม ที่ค่อนข้างเปลี่ยนแนว คนที่อ่านข้อสอบเก่ามาจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เอ๊ะ..เอาอะไรมาออก ไม่คุ้นเลย ส่วนทางวิชาวิทยาศาสตร์ ด้วยความที่อยู่สายศิลป์ ก็เลยมองว่ามันยาก และภาษาอังกฤษก็ถือว่าไม่น่าตกใจ ไม่เปลี่ยนแนวเท่าไหร่ ยังซ้ำๆกับข้อสอบเก่าอยู่""จากที่ได้ผ่านมา อยากจะแนะนำให้น้องๆไปอ่านแนวข้อสอบเก่าๆไว้เลยค่ะ ย้อนหลังเยอะๆ อย่างบางวิชาพิสูจน์ได้เลยว่าจะออกซ้ำๆกันหลายๆปี บางข้อเหมือนเลยก็มี แต่บางวิชาก็ออกไม่เหมือนก็มีนะคะ เหมือนกับในรุ่นของพี่ ที่วิชาสังคมออกแบบเปลี่ยนแนวมากๆ เล่นเอาเด็กหลายๆคนถึงกับ งง" แนวข้อสอบหาได้ที่ไหน "แนวการถามของข้อสอบ อย่างวิชาสังคมที่ได้สอบมา เป็นเนื้อหาที่ไม่มีในบทเรียนนะคะ ในกวดวิชาก็ไม่มี ไม่รู้เขาเอาอะไรที่ไหนมาออก แต่สำหรับเลขก็ค่อนข้างปราบเซียน จะถามตามสูตร ตามคำสั่งคล้ายๆในบทเรียน ม.ปลาย แต่ก็อยู่ในระดับที่ยาก ส่วนภาษาไทยจะเน้นที่ความเข้าใจ เราต้องอ่านแบบละเอียดเลย อย่าบางข้อจะมีโจทย์เนื้อเรื่องมาแล้วถามว่า "คนนี้เป็นลูกของยาย ที่มีหลานกี่คน" ซึ่งหลายตลบมากๆ ส่วนวิชาวิทยาศาสตร์ หากอ่านจากหนังสือที่เรียนมา ก็โอเคเลยค่ะ แต่เด็กสายศิลป์อาจจะต้องทำความเข้าใจนิดหนึ่ง อ่านเยอะๆค่ะ ส่วนภาษาอังกฤษก็ไม่ต่างจากข้อสอบเก่าๆ แต่เดี๋ยวนี้มันจะเน้นพวกสำนวน ประโยคต่างๆมากขึ้น เราต้องไปหาจากข้างนอก" "อย่าอ่านหนังสือค่ำๆ มืดๆเพราะมันจะทำให้เราเสียสุขภาพ โดยเฉพาะ ม.6 ควรจะนอนมากๆ เพราะการนอนเต็มอิ่มจะช่วยให้จำแม่นค่ะ ควรจะอ่านตั้งแต่ต้นเทอม ม.6 หากใครไม่ทันแล้ว ก็ให้เริ่มเลยทันที อย่าง ม.6 ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีกิจกรรมแล้ว ก็ทยอยอ่านมาเลย อย่ามาอัดเอาใกล้ๆ เพราะไม่มีข้อดีอะไรเลยค่ะ และที่ประสบความสำเร็จสุดๆ คือการฝึกทำแบบฝึกหัดย้อนหลังประมาณ 5 ปีค่ะ มันจะได้ผลจริงๆ"
เลือกคณะอย่างไรดี... "เลือกตามความชอบค่ะ ประกอบกับคะแนนได้พอดี ก็เลยสมหวัง แต่ก็มีช่วงที่สับสนนิดหนึ่ง แต่ก็พยายามถามใจตัวเองให้ดี ว่าชอบ และอยากทำอะไร ทำสิ่งไหนแล้วมีความสุขค่ะ หากใครคิดไม่ออกก็ให้นึกดูว่าเราอยากทำงานอะไร ก็เลือกเรียนตามสายงานนั้น" "อยากให้เริ่มเตรียมตัวได้แล้ว และพยายามค้นหาว่าตัวเองอยากเรียนคณะอะไร ควรจะดูรายละเอียดของแต่ละคณะว่าใช้คะแนนเท่าไหร่ ต้องสอบวิชาอะไรบ้าง เพราะบางวิชากำหนดขั้นต่ำไว้หากเราได้ไม่ถึง หรือไม่รู้ ก็อาจหมดสิทธิ์ในคณะนั้นไปเลย ควรจะดูอย่างละเอียดให้ดีๆ และพยายามทำความเข้าใจค่ะ" ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจนะครับ..น้องๆบางคนอ่านหนังสือออกทะเลไปมั่ว หากมีไกด์ดีๆมาแนะว่าควรจะอ่านตรงไหนอย่างไร คงจะประหยัดเวลาได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญไม่หนักหัวให้เครียดด้วยครับ.. เอาเป็นว่า รุ่นพี่ๆคนไหนที่ผ่านสนามสอบแอดมิชชั่นมาแล้ว อยากจะแนะนำอะไรน้องๆ ก็เข้ามาแสดงความเห็นได้เลยนะครับ...พี่ลาเต้ เชื่อว่าทุกประสบการณ์เป็นประโยชน์มากๆสำหรับน้อง ม.6 ปีนี้ครับ... |
เด็กดี TCAS
แจ้งเตือนทุกข่าวสำคัญก่อนใครอ่านง่ายๆ
ผ่าน App บันทึกไว้อ่านย้อนหลังได้ด้วย






13 ความคิดเห็น
ผมก้ออยากเข้านิเทศจุฬา ^^
โอ้ววว ขอบคุณมากๆงับ T T
อยากเข้านิเทศ จุฬาฯ มาก ๆ
คนนี้จะเรียนกวดวิชามาพอสมควรเลย
ไม่พูดละกันว่าสถาบันไหน
แต่กับเราที่ไม่เคยเรียนกวดวิชาสถาบันนี้
เราขอบอกว่า...
ในหนังสือเรียนจริงๆมันมีนะวิชาสังคมเนี่ย
หรือว่าเราใช้คนละเล่มกับเค้าก็ไม่รู้เหมือนกัน
ส่วนวิชาเลขเห็นด้วยมากๆ
ปีที่แล้ว...
อื้มนะไม่ขอเอ่ย
ยังไงก็สู้ๆนะ
ขอให้ทุกคนติดคณะที่หวังนะ
ตอนนี้ใครที่ยังมัวเล่นๆอยู่อยากให้อ่านหนังสือได้แล้ว
เดี๋ยวมันจะไม่ทันเอา
เป็นกำลังใจให้เด็กแอดนะค่ะ
สู้ๆทุกๆคนละ
โววววว แพรเพื่อนเราดังใหญ่แล้ววว...
ยังไงน้องๆ ที่กำลังจะแอด ก็สู้ๆ ต่อไปนะ ทาเคชิ!! (เกี่ยวไร??)
พี่ได้ผ่านพ้นมันมาแล้ว...ใช่ว่าจะสบายใจ
เพราะตอนนี้...ร่อแร่แล้วคร๊าบบบบบ พี่น้องงงง!!!
การเรียนมหาวิทยาลัยนิ มันยากจิงๆ T_T
อ่อที่แท้เพื่อนกูนิเอง - -
------------------------------
อย่างว่าอะแหละ เรียนมาไม่เหมือนกันนิ
เราเรียนทั้งที่โรงเรียน และกวดวิชา (แต่กวดวิชาเรียนแค่ อ.ปิง)
ข้อสอบสังคมเราว่ามันแบบ- คิดมากก็ผิด คิดตื้นๆก็..ผิด
มันก็ไม่ใช่ตรงกับเนื้อหาในหนังสือของใครเป๊ะๆหรอกนะ
ลองดูดิ ไอข้อที่ราบสูง มาจากไหนกันนนน?
เกิดมายังไม่รู้เลยว่าเคยเรียนด้วยเหรอ... (เอ๊ะ..หรือกุไม่ตั้งใจเรียนเอง..?)
เอาเป้นว่าหนทางสุดท้ายที่จะช่วยน้องๆได้ก็คือ เดาเอาเว่ย
สู้ๆนะน้องๆ
ก้อตามที่แพรบอก ปีเรามันเปนแบบนั้นจิงๆๆ
เลขยากขึ้นมากสำหรับ โอเนต
และสังคมก้ออึ้งๆๆ แบบว่าข้อนี้มาได้ไง ไม่รุ้ว่าเราไม่ตั้งใจเรียนเองหรือป่าว เรยทำไม่ได้
เราไม่ใช่เด็กขยัน อย่างเลขนี่ มาอ่านอาทิตย์สุดท้ายก่อนสอบเอง เที่ยงคืนก่อนวันสอบยังโทหาเพื่อนให้ติวให้อยู่เรย
อย่าเลียนแบบ มันไม่ดี
ก้อถ้าอยากเรียนอะไรก้อมุ่งมั่นอันนั้น เช่นชอบภาษาก้อติวเยอะๆ อ่านเยอะๆ วิธีก็แล้วแต่ตัวเองถนัดไป
เรย และก้อเลือกตามความชอบตามใจเรา อย่าตามใจพ่อแม่ หรือเห็นว่ามันเท่
เราว่าเลขง่ายนะ
หลับตากาเลย
เก่งอ่ะ
เคลียดมากเลยอยากฝากน้องๆ ม.ต้น ทุกคน
ว่า ม.ต้น กะ ม.ปลาย ต่างกันมาก
กิจกรรมก้อเยอะ สอบก้อเยอะ เนื้อหายากสุดๆ
อยากให้ตั้งใจเรียนกัน การเรียนกวดวิชาไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด
แต่อยู่ที่ตัวเราว่าขยันและตั้งใจมากแค่ไหน
ตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ว่าอยากทามอะไร
แล้วทามตามฝันให้ได้ ถึงไม่ได้ก้ออยากท้อเราทามดีสุดแล้ว
ไม่จำเปนต้องได้เกรดสูงๆไม่ต้องไปแข่งกับใครแข่งกันตัวเองนั้นเปนดี
ฝากด้วยค่ะ ทุกคนสามารถที่จะทำอะไรก้อได้อยากเปนอะไรเปนได้หมด แต่อยู่ที่ตัวเรามากกว่าที่จะเริ่ม
ต้น ลงมือทำหรือยัง
วิชาคณิตศาสตร์O-net ปี50 จะยากกว่าปีที่ผ่านๆมา แต่ไม่มากเท่าไหร่(ได้86)
ซึ่งจะยากในเรื่องของสถิติ (คิดว่าน่ะ) เพราะว่าเปนข้อที่ต้องใช้เวลานาน
สูตรก้อตัวแปรบานเบอะ จำผิดจำถูกเข้าไปสอบ ถ้าจะให้แนะนำน้องๆแล้วพี่คิดว่า
คณิตศาสตร์เปนวิชาที่น่าจะเก็บไว้ได้หมด หากน้องได้ลองทำโจทย์เก่าๆดู
ก้อจารู้ว่าไม่ยากเกินความสามารถเลย วิชาคำนวนเปนอะไรที่ต้องทำข้อสอบ
อ่านแต่ทฤษฎีไม่ได้ประโยชน์อะไร เจอกับข้อสอบมากๆแล้วมันจาพัฒนาskillของตัวน้องเอง
วิชาวิทยาศาสตร์โอเน็ต สำหรับพี่แล้ว ปีที่แล้วตั้งไว้สูงมาก เพราะว่าเปนวิชาที่พี่ถนัด
(อ่านแทบเป็นแทบตายเพราะหวังจาเอาร้อยเต็ม)
ในพาร์ทของชีววิทยา ข้อสอบไม่ได้ยากมาก พี่ไปอ่านหนังสือของแบรนซัมเมอร์แคมป์มา
ก้อทำได้ อาจจะต้องจำมากเล็กน้อย พี่แนะนำให้ทำข้อสอบเก่าดู จะมีแนวทางในการอ่านมาก
ในพาร์ทของเคมี จะออกไบโอเคมยาก แล้วก้อโพลิเมอร์ด้วย นอกนั่นก้อGeneral มาก
ในพาร์ทของฟิสิกส์ เปนส่วนที่ต้องจำสูตรเข้าไปแทนค่าเพื่อหาคำตอบมาก ไม่มีอะไรเลยถ้าน้องจำสูตรได้
ในพาร์ทของดาราศาสตร์ และ ธรณี ที่พี่สอบมันออกเหมือนกับปีก่อนหน้ามาก แทบจะบอกได้เลยว่า
ถ้าข้อสอบพิมพ์ผิดมันก้อพิมพ์ผิดวันยังค่ำ ต้องจำความส่วงของดาวฤกษ์เข้าไปด้วยน่ะ พี่ที่แล้วพี่จำไม่ได้
(พี่พลาดไอพาร์ทนี้แหละ จำได้ว่าได้รวมแปดสิบกว่าๆ)
ในวิชาภาษาอังกฤษ ปี50 เป็นข้อสอบที่เยอะ ยาก และมาก ยากกว่าเอเน็ตอีกอ่ะ
passage นี่ไม่รุกี่อัน ข้อแนะนำก้อคือ ดูว่าอ่านอันไหนไม่รุเรื่องผ่านไปก่อน ทำpassageที่ง่ายๆ
เพราะว่าปีที่แล้วพี่ทำไม่ทัน มั่วไปหลายสิบข้อ(พี่ไม่เก่งอังกิดด้วยแหละ) (ได้60)
แนะนำอีกก้อคือจามีหนังสือศัพท์ที่ออกในpassageบ่อย เล่มเล็กๆ ที่ศุนย์หนังสือจุฬาชั้นล่าง
อาคารวิทยกิตติ์ ที่ใกล้ๆโรงอาหารทันตะ จุฬาฯ ไปซื้อมาอ่านก้อดี(สำหรับคนที่ไม่ค่อยเก่งอังกิด)
ในวิชาสังคมศึกษา พี่ไม่แนะนำอารัยมาก เพราะว่าถ้าใครเรียนกวดวิชาแล้ว อ่านแค่เล่มintensive
สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนกวดวิชา พี่แนะนำมินิบุค มันก้อออกตรงประเด็นดี แต่ก่อนซื้อดูให้ครบก่อน
ว่ามีบทครบไหม แล้วก้อทำโจทย์เก่าๆดู
ในวิชาภาษาไทย ข้อสอบส่วนมากจะเป็นพวกการตีความประโยค หรือกลอนที่เค้าให้มา ต้องคิดเก่งๆ
แล้วข้อไหนถามว่าจากข้อความข้างต้น น้องก้อต้องเอาที่มีในข้อความมาตอบนะ คิดเองไม่ได้ อิอิ
สุดท้ายวิชา จำไม่ได้อ่ะว่าชื่ออะไร มันเอามารวมๆพวกดนตรี ศิลปะ สุขศึกษา พี่จำได้ลางๆอ่ะ
เพราะพี่รีบๆกาแล้วหลับ แต่ข้อสอบดนตรีออกโหดมาก พี่ยังคิดๆยุว่า รร พี่ไม่ได้สอน
เลยนะ ฮ่าฮ่าๆๆ ก้อไม่รุเหมือนกันว่าปีนี้จาเอาคะแนนไหม ถ้าไม่เอาคะแนนก้อ ต้องใจทำบ้างเล็กน้อย
เส็ดแล้วก้อพักผ่อน รอเลิกละกัน
ขอให้น้องทุกคนโชคดีน่ะๆ