|
วันนี้ พี่ลาเต้ มีข่าวความคืบหน้าของระบบแอดมิชชั่นมาเล่าให้ฟังครับ..เป็นเรื่องเก่าที่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการแยกสอบวิชาวิทยาศาสตร์ ที่ได้ผลสรุปแล้วว่า ไม่มีการแยกสอบแน่นอน แต่น้องๆก็ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะทางคณบดีคณะวิทย์ ได้ออกมาให้ความมั่นใจแล้วว่า ไม่น่าห่วง เพราะเป็นคนออกข้อสอบเอง..รายละเอียดจะเป็นยังไงไปอ่านกันเลยครับ.. จากกรณีที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย(ทวท.) เสนอที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ขอให้แยกข้อสอบวิทยาศาสตร์เป็นวิชาคือ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา เพื่อใช้ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิชชั่นส์ เนื่องจากเห็นว่าไม่สามารถคัดเลือกเด็กได้ตามที่ต้องการ
ศ.ดร.ละออศรี เสนาะเมือง คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ในฐานะประธานทวท. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ทวท.มีการหารือเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวซึ่งที่ประชุมมีมติว่าแอดมิชชั่นส์ปี 2552 ยังไม่แยกข้อสอบหรือแยกไปสอบตรงเพราะเกรงว่าเด็กจะสับสน และยังไม่ได้แจ้งเด็กก่อน ดังนั้น ทวท.จะนำเรื่องนี้ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2551 ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจะมีงานประชุม ทวท.วิชาการประจำปี 2551 "แม้ ทวท.จะไม่เห็นด้วยกับการรวมข้อสอบแต่ ทวท.มีโอกาสได้เข้าไปร่วมออกข้อสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือเอเน็ต กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ที่จะใช้ในแอดมิชชั่นส์ปี 2552 ข้อสอบนี้น่าจะช่วยคัดกรองเด็กได้ระดับหนึ่ง และมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็รับตรงมากกว่าแอดมิชชั่นส์น่าจะได้เด็กที่ต้องการ" ศ.ดร.ละออศรีกล่าว ก่อนหน้านี้ พี่ลาเต้ ได้ไปทำข่าวถามความคิดเห็นจากอาจารย์ และเพื่อนๆนักเรียนหลายคน ล้วนตอบเป็นเสียงเดียวว่า "อยากให้แยก" แต่ผลออกมาอย่างนี้ก็อยากให้ทุกคนทำใจและยอมรับมันครับ.. |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกพ |


10 ความคิดเห็น
แยกเปนสามวิชาเลยวิทอ่ะ
แล้วจะได้ไม่เครียดเดี๋ยวก็ฆ่าตัวตายกันอีก
น่าจะแยก เรียนมาทั้งปี ใช้สอบแค่เนี่ย!!
โคตรเจ็บใจ แล้วไปสอบเอเน็ตน่ะเหรอ
มันโคตรยากเลยน่ะนั้น
ไม่แยกก็ดี ขี้เกียจอ่านเยอะ เฮ้อ!
เอาเถอะๆ อะไรก็ได้ สู้ๆ
แยกเถอะครับ...ได้โปรด
จะได้ไม่อ่านเยอะอ้า><
โดยเฉพาะฟิสิกส์ เฮอๆๆ--
เราว่าควรแยกสอบวิทย์เป็น 3 paper คือสอบ
เคมี , ชีวะ , ฟิสิกส์ , สอบ คณิต ( พื้น+เพิ่ม ) , อังกฤษ , ไทย+สังคม เต็มฉบับละ 100 คะแนน รวม 600 คะแนน ดังนั้น คณบดีคณะแพทย์ทุกแห่งของประเทศไทยต้องร่วมกันกับ คณะทันตะ , เภสัช , สัตวแพทย์ , เทคนิคการแพทย์ , สาธารณสุข , รังสีเทคนิค - กายภาพบำบัด และที่สำคัญคือ คณะวิทยาศาสตร์ ให้จัดรวมสอบด้วยกันครั้งเดียว ( หรือ 2 ครั้ง นำคะแนนวิชาที่ดีที่สุดมาคิด ) เป็น "กลุ่มสถาบันการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย"ให้เด็กเลือกคณะ/สถาบันได้ 5-6 ลำดับ จัดสอบ ประมาณ ม.ค. ประกาศผล ก.พ. ถ้าไม่ติด ก็ให้นำคะแนน PAT/GAT ไปใช้สมัครคณะอื่น (ตั้งตนเป็นอิสระจาก ทปอ.ซะเลย ยุ่งดีนัก...) 600 คะแนนนั้น ถ้าจะ(หาเรื่อง)เพิ่มเติมอีกก็อาจนำคะแนน o-net (ซึ่งเด็กทุกคนต้องสอบอยู่แล้ว) มาคิด 100 คะแนน วิชาเฉพาะอีกก็ได้ 100 คะแนน รวม 800 คะแนน(ซึ่งรุ่น A-netเดิมคิดตั้ง 300 มันมากไป และก็ไม่มีหลักประกันว่าเขาจะประพฤติตัวตามที่ได้เขียนไว้)
ปล.ไม่ชอบใจคำพูดของ ทปอ.ที่ว่า "ทั้งนี้ ทปอ.ยืนยันองค์ประกอบแอดมิชชั่นปี 2553 ตามเดิม และจะไม่มีการแยกสอบวิชาวิทยาศาสตร์ออกเป็น 3 วิชา แต่หากคณะวิทยาศาสตร์ต้องการสอบตรงก็สามารถทำได้" เหมือนๆจะดูถูกคณะวิทยาศาสตร์ที่ว่า คุณจะจัดก็จัดไป เด็กคงไม่มาสอบของเข้าคณะคุณมากนักหรอก ดังนั้นคณะวิทย์ต้อง lobby รวมกับคณะอื่นๆ เพื่อให้เด็กได้มีการพัฒนาทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์อย่างเต็มศักยภาพ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว
จาก Olympiad...