Why world ranking? จัดอันดับ...สำคัญไฉน?

 

สวัสดีจ้า น้องๆ เคยได้ยินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดไหมคะ? ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยในประเทศไทย อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย หรือในเอเชีย และหลายๆ เสียงก็เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมจะต้องมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยด้วย วันนี้พี่ปาล์มก็เลยสรรหาคำตอบมาให้น้องๆ ได้อ่านกันค่ะ

สำหรับการจัดอันดับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกนั้น เนื่องจากปัจจุบันนี้การศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทุกด้าน อีกทั้งยังมีค่านิยมว่าใครเรียนสูง ยิ่งสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นการยกระดับคุณภาพของคนๆ นั้น

เราคงต้องยอมรับกันนะคะว่า ค่านิยมเหล่านี้แม้จะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด (ก็ความจริงแล้ว คนที่เรียนไม่เก่งหรืออาจจะไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยที่โด่งดังมากนัก ก็เป็นคนดีและมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตได้มากพอๆ กับคนเก่งและจบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงค่ะ) แต่ด้วยค่านิยมต่างๆ และสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปนั่นเองค่ะ

มีผลการวิจัยจาก U.S. News & World Report "America's Best Colleges" ปี 2008 ได้กล่าวถึงเหตุผลสำคัญที่ต้องจัดอันดับมหาวิทยาลัย ดังนี้ค่ะ

1.Higher education becoming more global

- การจัดอันดับมีความสำคัญเนื่องจากการศึกษาในระดับสูงมีความต้องการและสำคัญอย่างมากทั่วโลก ปัจจุบันก็มีค่านิยมที่ยิ่งเรียนสูงยิ่งดี เพราะการมีการศึกษาสูงนับเป็นการยกระดับทางสังคมของคนๆ นั้น

2.Knowledge the key driver of international competitiveness

- การศึกษานับเป็นกุญแจสำคัญอย่างหนึ่งที่จะวัดระดับความสามารถของทุกคน และสถาบันของแต่ละประเทศต้องการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพของประเทศตัวเอง การจัดอันดับทางการศึกษาเป็นตัวอย่างหนึ่งซึ่งจะชี้วัดระดับมาตรฐานคุณภาพทางสังคมของแต่ละประเทศได้เช่นกัน

3.Increasing desire for comparative information

- เป็นค่านิยมและความต้องการในการแข่งขันทางข้อมูลงานวิจัยและผลงาน เป็นค่านิยมของทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นในแง่ความต้องการทางข้อมูลข่าวสารว่าที่ใดดีที่สุด ที่ใดมีคุณภาพที่สุด การจัดอันดับทางการศึกษาเป็นเสมือนการจัดอันดับเพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อค่ะ

4.Uniques positions of THES and QS as international and independent experts in higher education

- มีการจัดอันดับขึ้นเนื่องจากสถาบันแต่ละสถาบันมีความโดดเด่นที่ต่างกัน ดังนั้น จึงต้องใช้มาตรฐานเดียวกันมาวัด ซึ่งการจัดอันดับมีข้อดีในแง่ที่จะเป็นการเปิดเผยเฉพาะเจาะจงว่าแต่ละสถาบันมีความโดดเด่นในการสอนคณะใด และมีมาตรฐานใดเป็นหลัก

5.Raises awareness of all 500+ universities involved in the project

- การจัดอันดับเป็นการยกระดับความตื่นตัวของมหาวิทยาลัยกว่า 500 แห่งทั่วโลกในแง่ที่จะพัฒนาศักยภาพและคุณภาพของสถาบันตัวเองให้โดดเด่นและเป็นที่รู้จักในวงการศึกษา ดังนั้น การเป็น Top 100 ของโลก หรือ Top 10 ระดับประเทศ จะเป็นตัวชี้วัดคุณภาพและความสำเร็จทางการเรียนการสอนของสถาบันนั้นๆ

อื้มม จากเหตุผลทั้งหมดพี่ปาล์มว่าก็น่าสนใจและถือเป็นการดีนะคะ เพราะหากแต่ละสถาบันพัฒนาคุณภาพและศักยภาพแล้ว ผลดีก็ตกอยู่กับตัวผู้เรียนที่จะได้ศึกษาในสถาบันที่ดีและสามารถนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาตัวเอง สังคมและประเทศชาติได้ต่อไปค่ะ

แต่ช้าก่อน....เรื่อง World Ranking ยังไม่จบ สัปดาห์หน้าพี่ปาล์มจะนำอันดับของมหาวิทยาลัยแต่ละประเทศ/ทวีปมาฝากไว้เป็นความรู้ค่ะ อย่าลืมติดตามกันนะคะ

พี่ปาล์มขอบคุณข้อมูลจากนิตยสารการศึกษาอัพเกรด

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.lnu.edu.ua

 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

11 ความคิดเห็น

ddds 20 พ.ย. 51 19:22 น. 1
ก็จริงอ่าแหละ ถ้าทุกมหาลัยมีค่าเท่ากัน ทุกคนจะตั้งใจ อ่านหนังสือ ขยันกันแทบบ้าทำไม ขนาดแค่ในไทยกว่าจะเข้าจุฬาได้ก็ลากเลือดกันและจริงป่ะ
0
กำลังโหลด
อิอิ 21 พ.ย. 51 08:08 น. 2
ถึงความเห็นที่ 1 มันทำไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าระบบมาตรฐานการศึกษาไทยมันยังไม่เท่าเทียมกันอ่า (ถึงรัฐจะพยายามทำให้มันเท่ามันก็ยังไม่เท่าอยู่ดี) ดังนั้น ก็ต้องยอมรับว่าชื่อมหาวิทยาลัยก็มีส่วน(บ้าง)ที่จะระบุถึงคุณภาพบัณฑิตอ่า เพราะข้างในนัน้สังคมมันก็ไม่เหมือนกัน
0
กำลังโหลด
จริงป่ะ 21 พ.ย. 51 11:15 น. 3
สังคมไทยยึดติดแต่ชื่อ จึงเป็นสังคมที่ล้าหลัง ลองมาวัดกันที่ผลงาน
ก็จะรู้ว่า ต่อให้เรียนมาที่ดีขนาดไหน แต่ผลงานไม่ดีเขาก็ไม่เอาไว้เหมือน
กัน
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
บอล 21 พ.ย. 51 21:00 น. 6
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด Havard University

มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก 6 ปีซ้อน

ด้วยคะแนนทุกคณะเท่ากัน เต็ม 100 คะแนนเฉลี่ย ก็เลยออกมา 100 เต็ม ที่เดียวในโลก

ตั้งอยู่ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซ็ตส์ สหรัฐอเมริกา

ตามมาติดๆ ด้วย มหาวิทยาลัยเยล Yale University

คะแนนทุกคณะก็เต็มร้อยหมด ยกเว้นบางคณะ ทำให้คะแนนแพ้ฮาวาร์ด

คะแนนเฉลี่ยทุกคณะก็เลยออกมา 99.8 คะแนน ห่างกันแค่ 0.2 คะแนนเอง

น่าเสียดาย พยายามอีกนิดน๊ะเยล เด๋วก็ได้เทียบชั้นกับฮาวาร์ด อย่างเต็มตัว

ตั้งอยู่ในเมืองนิวเฮเลน รัฐคอนเนคติคัส สหรัฐอเมริกา

ไกล้กับเมืองนิวยอร์ก แค่ขับรถข้ามรัฐ จากรัฐนิวยอร์ก ออกจากเมืองนิวยอร์ก

ถึงเมืองนิวเฮเลน รัฐคอนเนคติคัส ก็ถึงเยลแล้ว ประมาณ 820 กม.

ส่วนใครจะไปฮาวาร์ด ไกลหน่อย อยู่ในรัฐแมสซาชูเซ็ตส์ ขับรถขึ้นเหนือ

จากเมืองนิวเฮเลน ไปเมืองบอสตัน ประมาณ1,030 กม.

การจัดอันดับมหาวิทยาลย ปี2008 โดยประเทศอังกฤษ

เข้าไปดูในบอร์ดมีสาระ อันดับมหาวิทยาลัย

จุฬา ปีนี้ อยู่ 166 ของโลก ด้วยคะแนนเฉลี่ย 58.8 คะแนน
0
กำลังโหลด
adf 24 พ.ย. 51 17:21 น. 9
มหาลัยแต่ละที่ต่างก็มีจุดเด่นและจุดด้อย อย่าง Harvard U. แม้จะเป็นอันดับ 1 ของโลกและมีึคะแนนเต็มทุกบ้าน(อย่างที่ด้านบนกล่าวมา) แต่ Engineering dept. ของ Harvard ก็ยังเป็นรองมหาลัยอย่าง MIT, Caltech, Stanford, Berkeley etc.
มหาลัยดังๆของเอเชียสาขาวิศวะ อย่าง Tokyo U., National U. of Singapore ก็มีคะแนนด้านวิศวะสูงกว่า Harvard

ที่กล่าวมาก็เพื่อจะบอกว่าบางครั้งเราก็ต้องดูด้วยว่าสถาบันที่เราตั้งใจจะเข้าไปศึกษานั้นดีเด่นในด้านไหน ไม่ใช่ดูที่ชื่อสถาบันอย่างเดียว
แน่นอนถ้าจะเรียน law ละก็ Harvard ก็ไม่เป็นที่สองรองใครแน่นอน
0
กำลังโหลด
prim_sasi Member 24 พ.ย. 51 19:04 น. 10
เเต่ละมหาวิทยาลัย มันก้มีสิ่งที่ดีเเละไม่ดีเหมือนกันนั่นเเหล่ะ เพียงเเต่ว่าเราจะเลือกเอาอันไหนมาใช้ก้เท่านั้น
0
กำลังโหลด
เบื่อเมกามากมาย 25 พ.ย. 51 10:47 น. 12
ขอเพิ่มอย่างนึงด้วยครับ
ต้องดูด้วยว่า personalityเเละsteriotype เราเป็นแบบไหน ต้องดูให้เข้ากับมหาวิทยาลัยที่จะเลือกไปเรียนด้วย
ที่ไทยลักษณะอย่างที่กล่าวไปยังเห็นไม่ชัดนะครับ เเต่ถ้าเป็นที่อเมริกา เรื่องนี้ก็เเรงพอๆกะ academic เลยทีเดียว

ขอแก้ Yale อยู่ นิวเฮเวน(New Heaven) ครับ ไม่ใช่ นิว เฮเลน
0
กำลังโหลด
เป็งเพียงเด็กคนนึง Member 25 พ.ย. 51 21:36 น. 13

จะเลือกอะไรก็แล้วแต่ แต่ขอให้เลือกเพราะใจรักก็พอแล้ว เพราะมันจะเป็นแรงผลักดันและอยู่เคียงข้างเราตลอดไป

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด