|
สวัสดีครับ..พี่ลาเต้ และ คอลัมน์ประสบการณ์แอดมิชชั่น มาพบกับชาวเด็กดีอีกแล้วครับ..วันนี้มาพร้อมกับเรื่องราวประสบการณ์ที่ภูมิใจนำเสนอ และอยากให้ชาวเด็กดีได้อ่านมากๆ โดยเฉพาะ น้องๆ ม.5 และ ม.6 ที่กำลังเตรียมแอดมิชชั่นในข้างหน้านี้..ประสบการณ์เรื่องนี้เป็นคำแนะนำชั้นดีที่จะทำให้น้องๆ อ่านหนังสือเตรียมสอบแอดมิชชั่นให้ได้ผล..โอ้เรื่องดีๆแบบนี้ งั้นอย่ารอช้าไปอ่านกันเลยครับ.. น้องๆเคยคิดไหมว่า ช่วงระดับชั้นไหนเหมาะสมที่จะอ่านหนังสือมากที่สุด ซึ่งจากที่ผ่านมาคิดว่าช่วงก่อนขึ้น ม.6 นะดีที่สุด เพราะความรู้ที่เราเรียนมาจะมีเกือบ 100% แล้ว หรืออ่านทำความเข้าใจล่วงหน้าของ ม.6 ไปเลยก็ได้ ก็จะเป็นดูหนังสือ 1 ปีก่อนสอบ ระยะเวลาพอดี แต่คนไหนบ้าพลังอยากดูตั้งแต่ ม.4 ก็ไม่ขัดอัธยาศัย แต่ดูไปอาจจะไม่รู้เรื่องก็ได้เพราะยังไม่ได้เรียน [เคยเห็นรุ่นพี่ที่ได้ที่ 1 สอบเอนท์เขาดูหนังสือตั้งแต่ ม.4 นะ ทำได้ยังไง เก่งจริงๆที่ควบคุมตัวเองได้]
โน้ตย่อ โน้ตย่อนั้นพี่คิดว่าควรเป็นของใครของมัน เราอาจย่อความโดยใช้สำนวนของเราเอง ไม่ควรเอาไปให้เพื่อนยืม เพราะเสี่ยงต่อการหายเป็นอย่างยิ่ง การทำโน้ตย่อจะถือว่าเป็นการอ่านหนังสือแบบรู้เรื่องมากๆ เพราะมันไม่อ่านอย่างเดียว มันต้องอ่าน แปล ตีความ ประมวลความคิด สรุปใจความสำคัญ ก่อนที่จะเขียนออกมาที่สำคัญเป็นวิธีการอ่านหนังสือที่ไม่หลับด้วย เพราะมือจะเขียนตลอด [เว้นแต่ว่าคนทำอาจกำลังง่วง หรือปัจจัยอื่นๆก็ตาม] เสร็จแล้วเราก็จะได้สมุดสรุปความคิดของเราอีก 1 เล่ม ก่อนสอบสักอาทิตย์ มาอ่านโน้ตย่อทวนอย่างสังเขปทั้งหมด เพื่อเป็นการทบทวนความจำเล็กน้อยก่อนเข้าสนามสอบจริง จะเป็นเรื่องที่ดีทีเดียวข้อสอบเก่า เขาเปรียบข้อสอบเก่าว่าเป็นหินลับมีดชั้นยอด ทำสัก 10 ปีย้อนหลังก็ชัวร์ [อันนี้ขั้นต่ำนะ ควรจะมากกว่านี้น่ะ] เพราะตัวข้อสอบนั้นหากหลักสูตรยังเหมือนเดิม เก่าๆ วนเวียนๆ ก็มั่นใจเถอะว่ามันออกซ้ำแน่นอน ไม่ต้องไปซื้อไปหามาก คว้าเอาจากห้องสมุดโรงเรียนนั่นแหละ แต่ดูตำราดีๆหน่อยนะ เพราะพี่เคยเจอบางสำนักพิมพ์เฉลยภาษาอังกฤษผิด นั่งถกกะพ่อใหญ่เลยในการทำข้อสอบเก่า ให้จับเวลาแบบทำข้อสอบจริงๆด้วยนะ จะได้รู้ความเร็วในการทำข้อสอบ และความถูกต้องด้วย ซ้อมสอบกับสนามสอบจริงนั้นแม้บรรยากาศจะต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ถ้าเราทำให้คล้ายกับการสอบจริงที่สุด [มีการจับเวลา] ก็จะช่วยให้เราชินกับการทำข้อสอบมากขึ้น และเริ่มไม่กลัวสนามสอบ ข้อที่ผิด อ่านเฉลยให้เข้าใจ ไม่เข้าใจก็ลองไปค้นคว้า ถามอาจารย์ ให้แน่ใจว่าหากข้อสอบข้อนี้มาให้ทำอีก จะไม่มีการผิดซ้ำซาก แล้วก็ไม่ต้องห่วง ทำๆไปน้องจะจับแนวข้อสอบได้เลยว่าเป็นยังไง อย่างภาษาไทยนี่ก็ออกทุกปี คำมูล คำประสม คำซ้ำ คำซ้อน ประโยค สำนวนต่างประเทศ ยังไงก็ยังงั้นข้อสอบ O-NET A-NET ภาษาไทยล่าสุด พี่เจอข้อสอบเอนท์เก่าอย่างน้อยๆ ก็ 3-4 ข้อละ คือให้กำลังใจตัวเองได้ว่า อาจมีข้อสอบซ้ำนิดๆหน่อยๆ แต่อย่าหวังมาก ให้รู้ว่าถ้าเจอข้อนี้ในตัวข้อสอบจริง หวานหมู..มีโอกาสฟันคะแนน ฮ่า ฮ่า ฮ่า..แล้วก็แนะนำอีกนิดว่า พวกโครงการ Pre-Ent โครงการที่เขาให้มีลองข้อสอบต่างๆ ถ้ามีโอกาสน้องก็ไปลองเลย บางที่ก็ฟรีด้วยนะ เพราะอาจมีการจัดเป็นแบบสนามสอบคล้ายๆของจริง ตรวจให้ ประเมินให้เสร็จสรรพ ลองไปดูนะ ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องทำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ แล้วข้อสอบต่อให้ยากขนาดไหนก็ไม่ยากสำหรับเราแล้วล่ะ หากให้เวลามันมากพอ เตรียมตัวมาอย่างดี คณะที่ฝันไม่หนีไปไหนแน่นอน..ฟันธงๆๆ |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลประสบการณ์ดีๆจากพี่กวางระพีครับพ |


47 ความคิดเห็น
เพราะความจำสั้นอ่านไว้แล้วจำไม่ได้
แต่ก้อสามารถเข้ามอกับคณะที่ตัวเองชอบได้
อย่าไปเครียดกับมันมาก
แต่ยังงัยพี่ก้อเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคน
สู้ๆนะจ๊ะ
เพราะเกิดความกังวลว่าจะสู้คนอื่นไม่ได้ แต่ก็พยายามอ่านแล้วอ่านอีก อ่านซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะเข้าใจ
ถ้าเราเข้าใจทุกอย่างก็สบายฉิว และแล้ว อักษร จุฬา ก็กลายมาเป็นคณะของเรา
อ่านไปเรื่อยๆๆๆ
ตอนที่สมองเรามานทำงาน
ก้อโอเคค่ะ
อย่ารีบจนเกินไป
ทำใจให้สบาย
จะรู้ว่าเราอ่านได้เยอะค่ะ
เยอะกว่าที่คิดอีกนะคะ
สู้ๆค่ะทุกคน
เราอ่านหนังสือน้อยอ่ะ มัวติดภารกิจที่ร.ร.
พอผ่านจุดนั้นมาได้(วินาทีหลังจากประกาศว่าติดคณะไรที่ไหน) ทุกอย่างจะกลับเป็นศูนย์
เพราะสำหรับเราไม่ได้ปลื้มปิติ ไม่ได้เสียใจ ..อารมณ์มันแบบ..เฉยๆ งงๆว่าผ่านมาแล้วเหรอเนี่ย นอนต่อดีกว่า ^ ^
..อ่อ อีกความรู้สึกนึงที่มันมาพร้อมช่วงแอดมิดชั่นคือ ความรักเพื่อน ยุคนั้นพอได้ยินเพลงวันเดือนปีแล้วหดหู่ทันทีเลย
(เอนท์ก็ไม่รู้จะติดป่าวแล้วยังจะต้องลาจากเพื่อนๆอีก ..ชะตาชีวิตวัยรุ่น)
..วันต่อๆมาก็ไม่สนแล้วคับม.ปลาย รอวันนัดเจอเพื่อนแถวๆช่วงรับน้องอย่างเดียว
ประทับใจทุกอย่างเลยนะ เพิ่งผ่านมาได้ปีเดียวเอง แต่ภาพมันยังชัดอยู่เลย
เรียนๆเล่นๆ แต่ก็ตั้งใจเรียน ตั้งใจเล่น 555+
เรียนที่โรงเรียนทั้งวัน เลิกก็มาเรียนคอร์สเอ็นท์ เีรียนเสร็จไปกินข้าวกับเพื่อน
สนุกมาก
มีเครียดบ้าง ทะเลาะกันบ้าง (โดยเฉพาะกับพวกที่เอ็นตรงติดไปก่อนแล้ว)
ช่วงปิดเทอมว่างจัด แต่เครียดจัด
มาย้อนนึกดู มันเป็นช่วงเวลาที่ว่างมากจริงๆ ตั้ง3เดือนแน่ะ
อยากทำอะไรก็ได้ ไปพักร้อน บ่มผิวสักสามเดือนยังได้เลย
แต่อารมณ์เด็กม.6ตอนนั้นอ่ะ มันเครียดมากจนไม่มีใจจะทำอะไรเลย
คิดแต่เรื่องผลสอบ ดูเว็บทุกวัน
พอถึงวันประกาศ(จะประกาศผลก่อนวันจริง) ก็เปิดเว็บดูแล้วงงๆว่า
อ้าว ติดแล้ว
ดีใจ
ติด ไ ด้ ไ ง 5555+
ตอนรุ่นพี่ ก็ไม่ค่อยเครียดอะไรมากนักนะ อ่านก็ไม่เท่าไร แต่ก็สอบเข้าคณะที่ต้องการได้ มันสำคัญอยู่ที่ความตั้งใจมากกว่า
มันเป็นธรรมดาล่ะค่ะ ไม่มีใครไม่เครียด หรือกดดันหรอกน๊ะ
แต่ความเครียด กังวล ไม่ช่วยอะไรนะคะ
น้องต้องเปลี่ยนความรู้สึกนั้นให้เป็นแรงผลักดันน้องไปสู่จุดมุ่งหมายที่ใฝ่ฝันเอาไว้
ตอนสมัยพี่ พี่ก้คิดว่า เดี๋ยวช่วงเวลานี้ก้ผ่านไป ๆๆ อดทนเอา สู้ๆ อะไรแบบนี้
พี่ไม่ใช่คนที่รักการอ่านหนังสือหรอกน้ะ
จัดว่า ค่อนข้างจะ "ขี้เกียจ" เลย
แต่พี่ก้อุส่าตรากตรำ อ่านหนังสือ
พยายามอ่านไปเรื่อยๆๆ
อ๊ออออ สำหรับน้องๆที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเรียนอะไรดี (เหมือนที่พี่เคยคิดอ่าน๊า)
จริงๆ แล้วพี่ไม่มีเป้าหมายในชีวิตเลย เหอๆๆๆๆ
มันไม่รู้จิงๆ ว่าอยากเรียนอารายยย ~
สุดท้ายสรุปว่า เรียนอารายก้ได้ที่จบมาแล้วมีงานทำ ~
บางที สิ่งที่เราชอบบบ มันอาจจะไม่สอดคล้องกับเศรษฐกิจทุกวันนี้น๊ะ
ลองนึกๆดู ว่าเรียนวิชาชีพไหน แล้วจะดีกับอนาคตเรา
และที่สำคัญ อ่านหนังสือปายยย ห้ามมมมท้อ น๊า!!
สู้ๆๆๆๆๆ น้องๆๆๆ ทุกคน
เป็นกำลังใจให้จ้า
พยายามมมมเข้า!!~
น๊ะๆๆ
รักน้องๆๆๆๆ
เราตั้งใจเรียนแค่ไหนตลอดเวลาที่ผ่านมา
เราก็อ่านทบทวนเรื่อยๆไม่ต้องเครียดนะคะ
ข้อนี้สำคัญ เพราะถ้าเครียดแล้วเราจะกดดันตัวเองนะ
ทำให้เราทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ก่อนเขาห้องสอบก็ตั้งสติดีๆ อย่าเกร็ง
ตั้งใจค่ะ แต่อย่าเครียด
พี่ใช้เวลาอ่านไม่มากเลย แต่ตั้งใจเรียนเสมอมา
สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ เหนื่อยหน่อยนะช่วงนี้
หลายรอบ
ลัลล้า
แต่ที่สำคัญก็ข้อสอบเก่า
พี่ทำ วิชาละ สามพันข้อ
พอละคับ
แล้วตอนสอบก็
อ่านโจทย์ดีๆ
เอาปากกาไปขีดที่โจทย์เลยก็ได้
จะได้รู้ว่าต้องการถามอะไร
จริงจังคับบ
ต้องตั้งใจ
อย่าลัลล้า แต่ก็อย่าเครียดมากเกินไป
เครียดจิง ก็คือ ตอนประกาศคะแนนนี้แหละ ที่เครียดเพราะว่า เว็ปมันล่ม
เซ็งตอนนี้แหละ
เง้อออออออออออออออออออออออออ
สู้ตายย
เลขไม่ค่อยอ่านช่างมันเพราะอ่านยังไงก็ไม่เข้า 555+ เลยละเว้นไว้1วิชาแล้วอัดวิชาอื่นเยอะๆแทน
แต่สิ่งที่สำคัญมากและไม่อยากให้น้องๆพลาดคือ ต้อง!!! อ่านเนื้อหาทั้งโอเนต+เอเนตให้แน่นก่อนสอบโอเนต เพราะพี่เจอมาแล้วพวกหมดอาลัยตายอยากหลังจากสอบโอเนตเสร็จเยอะมากกกกกกก ทำให้หมดกำลังใจอ่านเอเนตต่อ อันนี้เป็นกันทุกคนขึ้นอยู่กับว่าเป็นมากเป็นน้อยแค่ไหน
แล้วที่เหลือก็สู้ๆ
เพราระการสอบแอดมิดชั่นติดไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียว
เราต้องใจถึง
กล้าเลือกคณะด้วย
ประมาณตัวเองตามหลักความจริง อย่าไปกลัว
อย่าไปเครียดมาก
อย่าพยายามกดดันตัวเอง
เพราะมันจะไม่ได้เกิดผลดีเลย
ถ้ารู้ตัวว่าที่ทำยังดีไม่พอ
ก็พยายามให้มากขึ้น
แล้วก็ห้ามโทษตัวเองว่าตัวเองโง่ไรประมาณนั้น
มันจะเครียด
ตอนนี้อ่านๆไป
ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ
แต่ห้ามขี้เกียจ
ถ้าเล่นเกมก็ละไปก่อนเลยจะดีมาก
สุดท้ายนี้แล้ว
ก็ขอให้น้องๆทุกคนโชคดีนะคะ
ขอให้ได้เรียนในสิ่งที่รักที่ชอบกันทุกคนเลย
ตอนนี้ก็เริ่มทำๆพวก Short Note แล้วแหละฮะ
แต่ผมอยู่ม.5 น่ะนะ
เพิ่งปีนี้แหละมาตั้งหน้าตั้งตาเรียน
อืม...ข้อสอบเก่าๆงั้นเหรอ ?? (ห้องสมุดรร.ผมมีเพียบเลยอ่ะ)
น่าสนฮะน่าสน แล้วก็เรื่องจับเวลา
โว้วๆๆๆ !!! เทคนิคทั้งนั้น Thank ฮะ
คือแบบสอบไฟนอลที่ รร. เสดก้เปงแบบ หยุเสาอาทิดแระก้มาเริ่มวานจัน
แร้วก้อ่านแบบม่ายเคยอ่านมาก่อนนัยชีวิด เหนื่อยมากกกกก
อ่านแบบตื่น 8 โมง อ่านนนนนจนข้าวม่ายด้ายหรือกินก้แบบม่ายตงเวลา
แร้วก้นอนแบบตี3ตี4
แร้วพอวานใกล้สอบ O-Netก้แบบอ่านจนเข้าโรงบาล
แต่เมื่อสอบเสดก้หายป่วยทันที ๕๕๕๕๕
แร้วพอต้องเลือกคณะก้แบบเคียดเพาะคาแนนม่ายด้ายดีเรย
แต่พอปากาดผลแร้ว มหาวิทยาลัยที่อยากเรียนก้เข้าด้ายเรยโล่งจัยมากมายยยยย
เปงช่วงเวลาที่โหดร้ายมากกกกกกกกกกก
สู้ตายยยย น้องๆที่จาแอดปีเน่
ก้ออ่านบ้าง
เน้นว่าที่ไหนมีติวฟรี
ก้อไป ไปๆๆกะเค้านั้นแระ มันยังดีกว่าที่อยู่บ้านเฉยๆๆ
เข้าหัวบ้าง ผ่านไปบ้าง ไม่ค่อยเลยที่จะโน๊ตไว้ กลับมาอ่าน
ช่วงแรก ๆ ก้อคิดว่า ต้องเขามหาลัยให้ได้
ไม่ให้ใครมาดูถูกเราได้
เราเปนคนที่เรียนไม่เก่ง แล้วก้อไม่ขยัน
แม่เปนครู ในสังคมนั้นเค้าจะอวดลูกกัน
ลูกชั้นเรียนเก่ง ลูกชั้นได้เกรดดี
อาไรแบบนี้ ส่วนแม่เราไม่มีโอกาสได้คุยกะเค้าหรอก
เพราะลูกไม่เก่งเหมือนคนอื่น
ตอนไปสอบ ก้อไม่ค่อยเครียดเท่าไร
เพราะได้โควต้าราชพัดแล้ว
ไม่ได้ก้อไม่เปนไร เราอยากเปนครู
พ่อแม่ก้อสนับสนุน
แต่พอประกาศผลเรากลับติด
แล้วเปนคณะที่อยากเรียน และมหาลัยที่อยากเข้า
แต่,,,
มันกลับไม่เปนอย่างที่ฝันไว้
พ่อแม่ไม่ให้ไปรายงานตัว เหตุผลเพราะไกลบ้าน เปนห่วง
เราอยู่ภาคเหนือ แต่เราติดม.บูรพา
ตอนนั้นเสียใจมาก ทำอะไรไม่ถูกเลย
อยากจะพูดอยากจะบอกอะไรกับพ่อแม่
อยากจะอธิบาย แต่ก้อพุดไม่ออก
เอาแต่ร้องไห้ เพราะไม่คิดว่าจะเปนแบบนี้
สุดท้าย ก้อลองเชื่อพ่อกับแม่อีกครั้ง
เพราะคิดว่า เชื่อพ่อแม่คงไม่ทำให้เราผิดพลาด
แล้วก้อมาเรียนราชพัด เพราะใกล้บ้าน
และแล้วตอนนี้ ความรุ้สึกผิดหวังมันก้อยังอยู่ในใจตลอดมา
แค่อยากทำบางอย่างให้คนที่เรารักภูมิใจบ้างแค่นั้นเอง
แต่ท่านก้อไม่เข้าใจในสิ่งที่เราทำ
ไม่รุ้ว่าสิ่งนี้ เปนสิ่งที่เราพอใจแล้วรึยัง
อยากจะบอกน้องๆให้ สุ้ ๆ ๆนะ
สู้จนถึงที่สุด
อย่าให้เปนแบบพี่
ลองทำให้เต็มที่แบบสุดๆเท่าที่เราจะทำได้
จำไว้ว่า Nothing is Impossible
ยิ่งช่วงใกล้สอบบางคนจะจิตตกอย่างรุนแรง
เพื่อนพี่บางคนทั้งๆที่อยากเรียนจุฬาฯมาด้วยกันแต่แรก
สุดท้ายคิดว่าตัวเองคงไม่ติดแน่ (คิดไปเอง)
เปลี่ยนไปเล็งมหา'ลัยอื่นแทนซะงั้น
ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึงที่สุด
พยายามหากำลังใจให้อยากอ่านหนังสือนะคะ
หารุ่นพี่ที่ผ่านประสบการณ์แบบนั้นมาแล้ว
แล้วลองคุย พี่ว่ามันช่วยให้เราเกิดแรงนะ
ลองดูจ้า
แล้วเจอกันน้า ^O^