สวัสดีปีใหม่ครับ..  มาสวัสดีแอดมิชชั่นต่อเนื่องกันในภาคที่ 2 นะครับ.. ภาคนี้จะเน้นลึกลงไปที่สูตรจำ สูตรทำของแต่ละวิชา พี่ลาเต้ คาดว่าคงจะถูกใจน้องๆ เด็กเรียน เด็กเก่งทั้งหลายนะครับ.. เอาเป็นว่าอย่าให้เสียเวลา.. เราไปสวัสดีแอดมิชชั่นกันเลยครับ.. ภาคที่ 2 ขอเริ่มต้นข้อที่ 17 ถึงข้อที่ 33 ครับ..

            17. ถ้าหากคุณอ่านหนังสือจนเข้าใจเป็นอย่างดี หรือทำโจทย์จนรู้แนวข้อสอบ คุณก็จะค้นพบเทคนิคด้วยตัวเองอีกเยอะเลยแหละ ต่อไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นนะ เทคนิคเหล่านี้เจ้าของเทคนิคก็ต่างค้นพบด้วยตัวเองทั้งนั้นแหละ ดูเอาไว้เผื่อเป็นไอเดียในการสร้างเทคนิคให้กับตัวเอง และเทคนิคนั้นๆ ก็จะมีความเหมาะสมกับคุณมากด้วย

            18. ตอนที่ซ้อมทำข้อสอบเก่าภาษาไทย พวกข้อสอบที่ต้องวิเคราะห์ เช่น ใจความสำคัญของข้อความนี้, ผู้เขียนต้องการสื่อถึงอะไร, น้ำเสียงของบทความ เป็นต้น ควรจะฝึกโดยการปิดช้อยส์ก่อนนะ แล้วนึกคำตอบออกมาให้ได้ แล้วค่อยเปิดช้อยส์ดู ถ้าเราเจอช้อยส์ที่ใกล้เคียงกับที่เราคิด ก็นั้นแหละน่าจะเป็นคำตอบที่ถูก แต่ถ้าเราอ่านโจทย์แล้วดูช้อยส์เลยก็จะถูกช้อยส์นำความคิดไป คือ โดนหลอกโดยไม่รู้ตัว ประมาณว่าข้อนี้ก็น่าจะใช้ ข้อนั้นก็น่าจะถูก ตอนออกจากห้องสอบก็คิดว่าทำได้ แต่จริงๆ แล้วโดนช้อยส์หลอกโดยไม่รู้ตัว

            19. หัดฟังเพลง หรือดูหนังฝรั่งไว้บ้างก็ดีนะ เพราะเราจะได้สำนวนหรือวัฒนธรรมทางภาษามาใช้ทำข้อสอบสวนที่เป็นภาษาอังกฤษในชีวิตประจันได้ดีเลยทีเดียว

               ภาษาอังกฤษ มีนา 2547 A police officer is chasing a robber and wants into stops. He shouts ".............."


               ถ้าใครเคยดูหนังฝรั่งบ่อยๆ จะรู้เลยว่า ควรจะตอบ Freeze เวลาตำรวจฝรั่งวิ่งไล่จับคนร้ายทีไรก็จะพูดว่า Freeze! มีความหมายว่า "หยุดนะ อย่าขยับ" เหมือนกับตำรวจไทยนั้นแหละ

            20. ในวิชาคำนวณ ต้องเข้าใจ concept ในแต่ละเรื่องให้ดีๆ วิชาคำนวณขืนจำสูตรอย่างเดียวแต่ไม่เข้าใจอะไรเลยก็ทำข้อสอบไม่ได้หรอก ต้องใช้ความเข้าใจเป็นหลัก

            21. ถ้าหากคิดว่าสูตรมันเยอะจนขี้เกียจจะจำละก็ ลองเทคนิคการจำสูตรให้ติดมือนี้ดูนะ เราต้องจำสูตร แต่ให้จำด้วยความเข้าใจ [เข้าใจที่มาของสูตร หรือวิธีการใช้สูตร] ฝึกทำโจทย์เยอะๆ เราก็จะเปลี่ยนจากความจำกลายเป็นความเคยชิน ถ้าได้เขียนสูตรอยู่บ่อยๆ เราก็จะไม่รู้สึกว่าเราจำสูตร แต่จะรู้สึกว่าคุ้นเคย หรือจำจนติดมือนั้นเอง วิชาคำนวณทุกวิชาสามารถใช้เทคนิคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนะ

            22.
สูตรบางสูตรมันก็มีที่มา ถ้าหากเราเข้าใจที่มาของแต่ละสูตรดี มันก็ช่วยให้เราจำสูตรนั้นได้แม่นยำ หรือช่วยให้เราพลิกแพลงสูตรเพื่อทำข้อสอบบางข้อได้ด้วย

            23.
เรื่องสมการ log หรือเรื่องตรีโกณมิติก็ตาม สูตรมันเยอะก็จริง ในช่วงแรกเราอาจจะจำเป็นต้องจำสูตรเขาหน่อย แต่ถ้าหากเราทำโจทย์เยอะๆ ทำโจทย์บ่อยๆ ตัวเราเองก็จะเปลี่ยนจากความจำเป็นความเคยชินไปโดยปริยาย เมื่อเราทำโจทย์จนคล่อง เราก็จะรู้สึกว่าเหมือนไม่ต้องจำสูตรเลย แค่เห็นโจทย์ก็ทำได้ เพราะมันกลายเป็นความเคยชินไปแล้วยังไงล่ะ



            24. เรื่องวิธีเรียงสับเปลี่ยน และการจัดหมู่ โจทย์มันจะหลากหลายแนวมากๆ เลย ไม่ค่อยตายตัว คือแนวโจทย์มันจะดิ้นได้อยู่เรื่อยๆ ต้องหัดทำโจทย์ให้เยอะๆ นะ ถ้าหากว่ามีสถาบันกวดวิชาใด หรือหนังสือคู่มือเล่มใดที่เขาแบ่งประเภทโจทย์ของเรื่องนี้ไว้ เช่น แบ่งเป็นกรณีการจัดของในลักษณะแถวหน้ากระดาน, กรณีการจัดที่นั่งเป็นวงกลม เป็นต้น ก็จะดีมากๆ เลยแหละ เพราะเราจะได้ไม่สับสน ง่ายต่อการทำความเข้าใจ อย่าลืมทำโจทย์เรื่องนี้ให้เยอะๆ ละกัน เพื่อที่จะกอบโกยประสบการณ์ของโจทย์เรื่องนี้ให้มากที่สุด ไปเจอโจทย์แบบไหนในข้อสอบก็เสร็จเราหมด

            25. นอกจากนี้ เมื่อเราคล่องเรื่องวิธีเรียงสับเปลี่ยนและการจัดหมู่แล้ว เราก็จะพลอยคล่องเรื่องความน่าจะเป็นไปด้วย เพราะมันเป็นบทที่ต่อเนื่องกัน และการทำข้อสอบเรื่องความน่าจะเป็นก็ต้องอาศัยความรู้จากเรื่องวิธีเรียงสับเปลี่ยนและการจัดหมู่เยอะเหมือนกัน เท่ากับว่า ยิงกระสุนนัดเดียว ได้นกสองตัว

            26. ตอนซ้อมทำโจทย์เก่าวิชาคำนวณ ฝึกปิดช้อยส์หรือฝึกจากอัตนัยก็ดีนะ จะได้ฝึกคิดตัวเลขให้แม่น เพื่อจะได้ตอบข้อสอบอัตนัยได้แม่น ถ้าข้อสอบปรนัยคิดแล้วไม่เจอช้อยส์ก็ยังพอรู้ว่าคิดผิด แต่ถ้าเป็นข้อสอบอัตนัยคิดเลขออกมาแล้ว ไม่มีทางรู้เลยนะว่าจะถูกหรือผิด ถ้าไม่มั่นใจจริง

            27. สำหรับวิชาฟิสิกส์ ต้องใช้ความเข้าใจเยอะมาก อย่าคิดว่าจำสูตรอย่างเดียวจะทำข้อสอบได้เสมอไป มันไม่ทุกข้อหรอก

            28. เมื่อจำสูตรได้ ควรจะรู้ด้วยนะว่าตัวแปรแต่ละตัวคืออะไร เช่น V ในบางสูตรก็คือความเร็ว ในบางสูตรก็คือความต่างศักย์ไฟฟ้า, P ในบางสูตรก็คือโมเมนตัม ในบางสูตรก็คือกำลัง

            29. สูตรฟิสิกส์มันเยอะก็จริง แต่ถ้าหากเราหาวิธีจำดี มันก็จะจำได้ง่ายและแม่นนะ ลองดูตัวอย่างละกัน แล้วเดียวไปหาวิธีจำสูตรอื่น เอาเองนะ

          สูตรแรงดึงดูดระหว่างดวงดาว ถ้าจำเป็น F = GMm / R^2 หรือ แกรมมี่ / อาร์เอส [R Square] ก็จะจำได้ง่ายและนานกว่าใช่เปล่า

            30. ทฤษฎีบางอย่างอาจจะจำเยอะซะหน่อยหรือสับสนได้ง่าย ก็ลองหาวิธีจำดี ขึ้นมาสิ ดูตัวอย่างแล้วลองไปหาวิธีจำทฤษฎีอื่นเอาเองล่ะกัน

          ย่านความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ต้องจำเยอะมาก เลย อาจจะจำเป็น G-XU-LI-MR อ่านว่า [จี-ซู-ไล-เมอร์] ซึ่งก็มาจาก แกรมม่า เอ็กซ์ อัลตราไวโอเลต แสง [Light] ไมโครเวฟ คลื่นวิทยุ[Radio]นั้นเอง จำแค่ G-XU-LI-MR คำเดียวสั้น ง่ายจะตาย

            31. สำหรับเรื่องฟิสิกส์อะตอม จำพวกการทดลองของทอมสัน การทดลองของมิลิแกน มันจะใช้สูตรของกลศาสตร์และไฟฟ้าเข้ามาประยุกต์กันใช่ไหมล่ะ สูตรหลัก ที่ใช้ทำเรื่องนี้มันก็มีอยู่ไม่กี่สูตรหรอกนะ แต่จุดยากก็คือเราต้องแปลงสูตรให้เก่ง ซึ่งสถาบันกวดวิชาบางแห่งก็ชอบให้จำสูตรสำเร็จไปเลย และก็ต้องจำอยู่มากทีเดียว แบบนี้เรามาจำด้วยความเข้าใจจะดีกว่าไหม จำเฉพาะสูตรหลัก ซึ่งก็ต้องจำไปใช้ในการสอบกลศาสตร์และไฟฟ้าอยู่แล้ว และหัดแปลงสูตรให้เก่ง เชื่อมโยงแต่ละสูตรให้ได้ ซึ่งการที่คุณจะทำแบบนี้ได้ก็คือ คุณต้องฝึกทำข้อสอบเก่าเรื่องฟิสิกส์อะตอมมาแล้วอย่างโชกโชนนั้นเอง

            32.โจทย์ประเภทที่กำหนดสถานการณ์มาแล้วถามความเข้าใจโดยไม่ต้องคำนวณ โจทย์แบบนี้จะมีทุกปีเลยนะ ศึกษาโจทย์ประเภทนี้ให้ดีล่ะ ซึ่งการที่จะทำโจทย์ประเภทนี้ได้มันก็ต้องเข้าใจทฤษฎีนั้นเอง ถ้าหากคุณเข้าใจก็จะทำได้เลย แต่ถ้าไม่เข้าใจทฤษฎี คิดให้ตายก็ทำไม่ได้หรอก ถ้าหากนึกโจทย์ประเภทนี้ไม่ออก ลองดูตัวอย่างนะ

               ฟิสิกส์ ตุลาคม 2544 ดวงจันทร์โคจรรอบโลกโดยหันด้านเดียวเข้าหาโลกตลอด เมื่อดวงจันทร์โคจรรอบโลกครบ 1 รอบ จะหมุนรอบจุดศูนย์กลางตัวเองกี่รอบ

               ข้อนี้ไม่ต้องใช้ความรู้อะไรเลย ถ้าทำความเข้าใจกับโจทย์ดี ก็ตอบได้นะ มันเน้นที่ความเข้าใจมากกว่า ลองวาดรูปดูสิ แล้วจะรู้ว่า "ดวงจันทร์หมุนรอบจุดศูนย์กลางตัวเองกี่รอบ"

            33. สำหรับวิชาเคมี ในส่วนที่เป็นเนื้อหาบรรยายหรือทฤษฎี เราอาจจะต้องจำเยอะซะหน่อย ถ้าจะให้ดี เราควรจะจำด้วยความเข้าใจนะ เพราะวิทยาศาสตร์มันจะมีเหตุมีผล มีที่มาของทฤษฎีนั้น ถ้าหากว่าเราเข้าใจที่มาหรือเหตุผลของทฤษฎีนั้น มันก็จะช่วยให้เราจำหลักการของทฤษฎีนั้นได้อย่างแม่นยำ และก็ไม่ลืมกันง่าย ซะด้วยสิ ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ แล้วไปหัดจำด้วยความเข้าใจเอาเองนะ

            - พอลิเมอร์แบบกิ่ง สายพอลิเมอร์มันจะมีกิ่งก้านสาขาใช่ไหมละ ทำให้โมเลกุลมันไม่สามารถจัดเรียงตัวชิดกันได้มากยังไงล่ะ ความหนาแน่นมันก็เลยน้อย จุดเดือดจุดหลอมเหลวก็เลยต่ำกว่าพวกพอลิเมอร์แบบเส้น ถ้าเรารู้เหตุผลที่มาขอทฤษฎีแบบนี้ เราก็จะจำได้แม่นยำว่า “พอลิเมอร์แบบกิ่งมันมีจุดเดือดจุดหลอมเหลวต่ำกว่าแบบเส้น” นั้นเอง พอเจอข้อสอบที่ถามเกี่ยวกับจุดเดือดจุดหลอมเหลวของพอลิเมอร์แบบกิ่งและเส้น เราก็จะตอบได้ด้วยความมั่นใจ

           - ระบบคายความร้อน มันไม่ชอบความร้อนมันถึงได้คายออก ถ้าเราเพิ่มอุณหภูมิ สมดุลก็จะย้อนกลับ เพราะมันไม่ชอบความร้อนนี้นา ถ้าเราใช้ความรู้สึกของเราที่สมเหตุสมผลแบบนี้ เมื่อเราเจอข้อสอบที่ถามว่า “ระบบคายความร้อน ถ้าเพิ่มอุณหภูมิ สมดุลจะไปทางไหน” เราก็จะทำข้อสอบข้อนี้ด้วยความมั่นใจเช่นกัน

            ถือเป็นเคล็ดลับที่น่าสนใจมากๆเลยนะครับ.. น้องๆ สาวกแอดมิชชั่นชาวเด็กดีดอทคอมก็สามารถเลือกหยิบไปประยุกต์ใช้ตามความสนใจ และความถนัดส่วนตัวได้เลยครับ.. รับรองต้องมีประโยชน์แน่ๆ ในห้องสอบแอดมิชชั่น หมอลาเต้ ฟันธง คอนเฟิร์ม..อิอิ..

 

  ติดตามบทความ 99 วิธี สวัสดีแอดมิชชั่น ภาคต่างๆ คลิกที่นี่ ครับ  

 
 
พี่ลาเต้ ขอขอบคุณข้อมูลเทคนิคดีๆจาก มายไอดีน้องตี๋ ครับ
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

11 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
นามีน 4 ม.ค. 52 22:20 น. 9
ม.5แต่ความอุสาหะยังไม่มาเข้าใกล้เลย หนังสือไม่เคยแตะ เรียนก็หลับแล้วตูจขะเข้าที่ไหนได้ฟระ แงงง
พี่เราบอกว่า เรียนไปก็มีค่า ตราบใดที่มารดายังส่งเสีย
จุฬา ธรรมศาสตร์ พี่เราบอกชาติหน้าค่อยคิดไปเข้าเถอะน้องแต่ตอนนี้มหาลัยมะขามเตี้ยเลียไม่ถึงรออยู่
ให้กำลังใจน้องน่าดู แงงงงงงงง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด