|
สวัสดีปีฉลู ยูฮู้ครับ..ผ่านพ้นเทศกาลงานเลี้ยงปีใหม่กันไปแล้ว..ช่วงนี้ก็คงเข้าสู่ "เทศกาลงานเข้า" กันบ้าง..โดยเฉพาะน้องๆที่ยังไม่ได้หยิบหนังสือมาอ่าน หรือหยิบคู่มือสมัครสอบมาศึกษา เพื่อเตรียมตัวสอบแอดมิชชั่น ซึ่งหากนับจากวันนี้ก็คงเหลือเวลาอีกประมาณ 60 วันเท่านั้นครับ..พร้อมกันไหมเอ่ย..อิอิ.. และวันนี้ พี่ลาเต้ ก็มีเสียงสดๆจากน้องคนหนึ่งครับ ที่ยืนยันหนักแน่นมาว่า "พร้อมแล้วครับ..พร้อมเต็มที่ที่จะสอบแอดมิชชั่นระบบใหม่ GAT - PAT..แต่ก็แอบสงสัยอะไรบางอย่างนิดหน่อย.." ว่าแต่สิ่งที่เขาสงสัยเป็นอะไร และคนที่พร้อมคนนี้เป็นใคร ไปอ่านกันเลยครับ.. หากน้องๆจำกันได้ หลังจากมีมติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย [ทปอ.] เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2550 ส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนระบบกลางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาหรือแอดมิชชั่น ปีการศึกษา 2553 โดยยกเลิกการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือเอเน็ต แต่เพิ่มการทดสอบวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT และการทดสอบความถนัดวิชาชีพหรือ PAT ภายใต้วัตถุประสงค์วัดความถนัดของเด็กให้ตรงกับวิชาชีพ และลดการเรียนกวดวิชา..
ความหวังดีของผู้ใหญ่ในครั้งนั้นทำให้ น้องตั๋น พสิษฐ์ คงคุณากรกุล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย หนึ่งในนักเรียนที่ต้องสอบแอดมิชชั่นในปี 2553 เกิดการรับรู้ว่าองค์ประกอบแอดมิชชั่นปี 2553 นั้นมีอะไรบ้าง แต่เขาไม่รู้ว่าแต่ละองค์ประกอบจะสอบเพื่ออะไร โดยเฉพาะการสอบ GAT- PAT ไม่เข้าใจว่าทำไมคณะนิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ ต้องสอบความถนัดคณิตฯ และทำไมความถนัดด้านสังคม ไม่มีให้สอบ ทั้งๆที่จำเป็นต้องใช้เมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย "ผมรู้ว่า GAT คือการสอบความถนัดทั่วไป แต่ความถนัดทั่วไป อาจหมายถึงการวัดจากความชอบ ทักษะ อุปนิสัย และความรู้พื้นฐาน แล้วที่สำนักงานทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติจะสอบวัด มันคือการสอบวัดอะไร บอกแต่ว่าสอบวัดความถนัดทั่วๆไป ส่วนการสอบ PAT ความถนัดทางวิชาชีพทำไม PAT ทั้ง 7 มีแต่สอบความถนัดทางวิชาการ แล้วอย่างนี้เด็กอย่างพวกผมต้องเรียนเฉพาะด้านวิชาการอย่างเดียวเท่านั้นหรือ"
การสอบ GAT - PAT ทั้ง 7 ประเภทได้แก่ PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์และ PAT 7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ ซึ่งการสอบประเภทนี้ส่วนหนึ่งต้องใช้ความรู้พื้นฐาน หรือวิชาการเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งตรงจุดนี้ "ตั๋น" บอกว่าเขาเข้าใจดี เพียงแต่สิ่งที่ติดอยู่ในใจของเขา ณ ตอนนี้ คือตลอดเวลาที่มีการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบแอดมิชชั่นปี 2553 , GAT และ PAT ไม่เคยให้ความกระจ่างหรือตอบคำถามอะไรในใจของเขาได้ รู้เพียงว่าเด็กต้องวิ่งเข้า ร.ร.กวดวิชาเพื่ออัดความรู้ให้แน่น.. น้องตั๋น เชื่อว่าเพื่อนหลายๆคนไม่อยากใช้เวลาทั้งวันไปกับการเรียน หรือกวดวิชา แต่หากเรียนแล้วทำให้มีความรู้มากขึ้น รู้เทคนิคในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย คงไม่มีใครอยากเสียโอกาสเพิ่มเติมความรู้ของตนเองให้มากกว่าคนอื่น เพราะทุกวันนี้ ร.ร.กวดวิชา คือทุกคำตอบของเด็ก จึงฝากผู้ใหญ่ว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเด็กโดยตรง น่าจะสอบถามเด็กบ้าง.. ประโยคข้างบนนี้ พี่ลาเต้ ยกให้เป็นประโยคเด็ด หมัดเด็ด ต้อนรับปีวัวปีนี้เลยนะครับ..แหม..น้องตั๋น พูดได้โดนใจมากๆ..แต่อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้วครับ..แต่พวกเรายังสามารถปรับตัวเพื่อรับมือ และเอาชนะในสิ่งนั้นได้ครับ..สู้ๆๆ..ว่าแต่ชาวแอดมิชชั่นแห่งเด็กดีว่าอย่างไร คิดเห็นอย่างไรมาเม้นบอกกันได้ครับ.. |
![]() |



24 ความคิดเห็น
จริงๆ
จะให้สอบทำเพื่ออะไรกันเนี่ย
คนที่สอบเนี่ย
เครียดจะตายอยู่แล้ว
เปลี่ยนเปนระบบเก่าไม่ได้หรอ
อันเก่าก้อดีอยู่แล้ว
จริงๆเลยค่ะ
ปีนี้เรา ม.5 แระ
กิจกรรมก็เยอะ เรียนก็หนัก ไหนจะสอบ
GAT & PAT นี้อีก
คนสอบนี้ก็เครียดกันไปทั่วประเทศแล้วล่ะค่ะ
แบบเดิมก็ดีอยุ่แล้ว ไม่ทราบ อะไรคือเหตุผลในการเปลี่ยนระบบ T^T
เล่นสอบตั้งแต่เดือนมีนา เพิ่งจบ ม.๕
เอาความรู้ม.๖ ไปสอบยังไง
ถ้าไม่เรียนกวดวิชา ?
หนีกวดวิชาหรอกหรอ !
ความถนัดแพทย์ ก็มีสอนกวดทั่วๆไป ใครไม่เรียน ก็เสียเปรียบ
ความจริงไม่เรียนก็ได้แต่ต้องขยันให้มากถึงหลายเท่า ซึ่งแน่นอนไม่มีนักเรียนคนไหนทำกันหรอก
แล้วก็รู้ๆ กันอยู่ แต่ละโรงเรียน อาจารย์สอนได้ดีไม่เท่ากัน
มันวัดกันไม่ได้อยู่แล้ว
ส่วน GAT PAT อันนี้แบบว่าหนักเข้าไปใหญ่
สอบครั้งแรก ให้เด็กเสีย 200 - 5000 บาท เพื่อเป็นหนูทดลอง เหนื่อยผู้ปกครอง จ่ายค่าสอบให้ลูก
แทนที่สอบครั้งแรกน่าจะไม่ต้องเสียตังค์ จะได้รู้ว่ามันเป็นข้อสอบแนวไหน จะต้องเตรียมตัวยังไง
งบประมาณเยอะมากไม่ใช่หรอ หรือว่า เอาไปแบ่งกันกินหมด
ในเมื่อการศึกษาไทยเป็นแบบนี้ มีค่านิยมให้เด็กต้องทำข้อสอบให้ได้คะแนนเยอะๆ (ปัญหาโรงเรียนกวดวิชา)
ทำเกรดเฉลี่ยให้สูงๆ (ปัญหาโรงเรียนปล่อยเกรด) และยังมีผู้ที่มีอำนาจเห็นแก่ตัวอย่างนี้
ระบบการศึกษาไทย ไม่มีวันเจริญหรอกค่ะ
ตอนนี้เราไม่ต้องการคนที่ดีแต่เก่งหรอก แต่เราต้องการแค่คนดี ก็พอ !
แต่เราเรียนสายอาชีพอ่า อย่างเช่น เรียนศิลปกรรมแบบนี้ก็เข้าสบายๆ เพราะเรียนปฏิบัติทางด้านศิลปกรรมมา
ตามตรงที่สอบ เลย ส่วน คณิต อังกฤษ ก็เรียนตามกวดวิชาเอา
พาณิชยกรรม ก็สอบคณิตศาสตร์ กับ อังกฤษ ถือว่าสบายมากสำหรับสายอาชีพนี้
เราอยากสอบนะ จะได้ให้โอกาส ด้านเด็กทางสายอาชีพบ้างไม่ต้องไป สอบตรง....
ส่วนค่าเทอมแพงมาก...จ่ายค่าลงทะเบียนได้เลยนะ
ทำอารายก้อปรึกษากันแต่ผู้ใหญ่ทำไมตอนทำไม่มาปรึกษา
คนสอบอย่างพวกเราบ้างอ่ะ เด็กเป็นคนสอบนะ
ไม่ใช่พวกที่คิด เห็นใจกันมั่งมั้ย
ค่าสอบก้อแพง วิชาละ 200 ทำได้ไง
ถ้าบ้านจน ไม่ต้องมีที่เรียนเพราะไม่มีเงินสอบเลยหรือไง เคยมั้ยที่จะรับฟังเด็กอ่ะ
เอาแต่ความคิดตัวเอง ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ แล้วที่เก็บไปวิชา200เนี่ยค่าอะไรบ้าง
ช่วยแจงได้มั้ย เก็บแพงอย่างงี้ใช้กระดาษผสมทองคำมาใช้ออกข้อสอบหรือไง
ฮะๆๆๆๆอยากจะรู้นัก
"เพราะทุกวันนี้ ร.ร.กวดวิชา คือทุกคำตอบของเด็ก " นี่อ่ะ ประโยคเด็ดเลยพี่ลาเต้ >w< จิงๆน๊าค๊ะ
หนูอยากได้กระทู้ที่มีวิธีลดความเครียดสำหรับเด็กแอด 2553 จังเลยอ่ะพี่
ขอแบบเด็ดๆน้ะ เพราะตอนนี้เครียดมาก ที่โรงเรียนก็เครียดกัน แบบสอบครั้งแรกจะมาถึงแล้ว
เสียค่าเรียนพิเศษไปหลายหมื่นแล้ว ค่าคอร์สเอ็นท์ก็ขึ้น ทั้งอุ๊ ดาว็องก์ และอื่นๆ สงสารพ่อแม่มากๆ
หนูว่าเหมือนบางทีโรงเรียนกวดวิชาฉวยโอกาสขึ้นราคาอ่ะ เพราะว่าใครๆก็ต้องการกวดวิชา
ฮ่าๆๆหาเรื่องว่ารัฐบาลสมัคร ฮ่าๆๆๆ
ใช่คับ จิงๆๆ มีทำไมก็ไม่รุ โชคดีนะเนี่ย ที่ผมเป็นเด็กแอดมิดชั่นเอเน็ตปีสุดท้ายแล้วว
แล้วคนที่ไม่มีเงินมากพอที่จะสอบหละเค้าจะทำยังไง...หละ
สอบไปเพื่อ??????????????????????????????????
ก็ลองไปทดลองกะเด็กอนุบาลเข้าป1 ก่อนดิ เห็นผลแน่ๆ
ปล.อย่าลืมเก็บวิชาละ200 นะคับ
เครียดนะ จะบอกให้ :X
สอบแล้วมีแต่เครียคขึ้นอะ
เซ้งจัง..!!!!!! ต้องมาอ่านหนังสือเพิ่มเนี่ย..
เอา Gat Pat มาให้เด็กปวดหัวทามมายเนี้ยยยยย
แค่นี้ก็แย่แล้ว
เครียดมากมาย
แล้วค่าสอบก็แพงจริงๆ เฮ้อออออ
แล้วๆมันจะเหมือนข้อสอบหลายๆข้อที่ผ่านมาอะป่าว
เอ๊ะ!!!หรือเค้าเปลี่ยนใหม่หมดเลย O.O
เซ็งว่ะ แมร่งยางม่ายได้เรียนม.6เลยสักนิด แต่ดันจาสอบอีก 2 เดือนข้างหน้านี้แล้ว
คนคิดนี่มันบ้าป่าววะ ค่าสอบก้อแพง สอบก้อเร็ว
มีรัยดีบ้างวะ???????????????
เอาเกรดเฉลี่ยตั้ง 20% ถ้าร.ร.มันปล่อยเกรดนิดหน่อยเพื่อเปงชื่อเสียงให้ทางสถาบัน เด็กมันก้อเข้าได้และ
บ้าบอเจงๆๆ