|
สวัสดีครับ.. มาเริ่มต้นยกที่ 2 สำหรับเทคนิคการสอบสัมภาษณ์ให้ "ผ่าน" คุณฉุย เอ๊ย.. "ผ่าน" ฉลุยครับ.. และยกนี้ พี่ลาเต้ จะมาพูดถึงขั้นตอนการทำแฟ้มสะสมผลงาน และวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หากตอบคำถามนั้นไม่ได้จริงๆ จะเป็นอย่างไรไปอ่านกันเลยครับ.. หากไม่ทราบคำตอบจริงๆ.. จะบอกคณะกรรมการว่าอย่างไร.. ในการสอบสัมภาษณ์แต่ละครั้ง แต่ละสถาบัน คงไม่มีสูตรไหนที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะโชคดีเจอคณะกรรมการท่านไหน.. บางท่านดูแค่การแต่งกายก็ให้ผ่าน บางท่านต้องขอฟังเสียงดูสติปัญญาความคิดความอ่านกันซักหน่อย.. แต่ทั้งหมดทั้งมวลการสอบสัมภาษณ์ ก็ต้องมีการพูดคุย และซักถาม แต่หากเราไปเจอคำถามที่เราตอบไม่ได้ เราจะทำยังไง.. "คำถามที่อาจารย์ถามผมมา.. ผมไม่แน่ใจในข้อมูลครับ.. แต่ผมสัญญาครับว่า หากผมได้มาเป็นลูกศิษย์อาจารย์ที่สถาบันแห่งนี้ ผมจะหาคำตอบที่ถูกต้องมาให้อาจารย์ครับ" นี่เป็นประโยคแก้ขัด หรือประโยคแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ดีที่สุด ในกรณีที่คณะกรรมการท่านโยนคำถามมา แต่เราไม่รู้ หรือตอบไม่ได้.. หลายๆ คนที่เจอยิงคำถามแบบนี้แล้วตอบไม่ได้.. ก็มักจะพุ่งคำตอบกลับไปเลยว่า "ไม่ทราบครับ ไม่รู้ครับ" แต่หากเปลี่ยน 2 คำนั้นเป็น "ไม่แน่ใจครับ หรือไม่มั่นใจในข้อมูลครับ" ภาพลักษณ์ของเราก็จะดูดีขึ้นมาอีกเยอะเลยหละคร๊าบ.. แต่ทั้งนี้ ก็ต้องตอบเหตุผลไปด้วยนะครับว่าคิดเห็นว่าอย่างไร ไม่ใช่ไม่แน่ใจแล้วจบเลย
ตอบคำถามไม่เก่ง เรามาเน้นที่แฟ้มผลงาน.. แฟ้มสะสมผลงาน หรือ Portfolio เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้คณะกรรมการได้รู้จักเรามากขึ้น แต่จะเป็นคะแนน หรือไม่นั้นคงต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการด้วย.. การสอบสัมภาษณ์นั้นใจความสำคัญหลักๆ อยู่ที่ตัวตนของเรา ที่จะพูดจา และมีทักษะการนำเสนอตัวเองมากน้อยแค่ไหน แต่หากเราไม่พูดไม่เก่ง พูดไม่รู้เรื่อง ก็ควรที่จะมีตัวช่วยอย่าง แฟ้มสะสมผลงาน ครับ.. แฟ้มสะสมผลงานที่ดีนั้น ไม่ควรมีแต่ตัวหนังสือ หรือตัวอักษรอย่างเดียวนะครับ เพราะคณะกรรมการท่านจะไม่ใส่ใจอ่านรายละเอียดต่างๆ อย่างแน่นอน.. กิจกรรมไหนที่เคยทำ หรือกิจกรรมไหนที่เคยเข้าร่วม หากมีรูปก็จัดการโพสลงไปเลยครับ แล้วค่อยอธิบายใกล้ๆ ว่างานนี้คือกิจกรรมอะไร.. ในแฟ้มสะสมผลงานที่เป็นสูตรตายตัวจะประกอบไปด้วย ประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ในด้านต่างๆ ผลงานด้านต่างๆ รางวัลต่างๆที่ได้รับ รวมไปถึงความสามารถพิเศษในมุมต่างๆ ของเรา.. รูปการการจัดหน้านั้นมีพื้นฐานที่ความสะอาด และการไม่รกรุงรัง แต่การนำเสนอส่วนอื่นๆ ให้ยึดไลฟสไตล์ตัวเองเป็นสำคัญเลยครับ.. ทำแฟ้มมาทั้งคู่ คณะกรรมการจะเลือกดูที่คนไหน มีบทสัมภาษณ์ของอาจารย์ท่านหนึ่งพูดถึงเรื่องการทำแฟ้มสะสมผลงาน หรือ Portfolio ไว้ได้ดีมาก พี่ลาเต้ เลยไม่พลาดที่จะหยิบมาฝากกันครับ.. โดยเป็นเรื่องการตัดสินใจรับนักเรียนสองคนเข้าเรียนจากการดู Portfolio อาจารย์ท่านนี้จะวัดที่อะไร ไปอ่านกันเลยครับ.. - Portfolio คนที่หนึ่ง เป็นนักเรียนที่เข้าร่วมประกวดถ่ายภาพ และได้รับรางวัล จากการประกวด มีหลักฐานรางวัลต่างๆ แสดงไว้มากมาย..- Portfolio คนที่สอง ถึงแม้ไม่เคยรับรางวัลแต่ก็ส่งเข้าร่วมประกวดมากมายเหมือนกัน พร้อมมีรูปงานแสดงภาพถ่ายต่างๆ ที่ตนเองเข้าร่วมประกวด
"ทันที่ที่ผมเลือกดูแฟ้ม Portfolio ของนักเรียนทั้งสองคน ผมได้ตัดสินใจว่า.. เจ้าของ Portfolio ที่สองน่าจะเป็นผู้ที่เหมาะสมกว่า หากถ้าต้องคัดเอาเพียงคนเดียวเพื่อเข้าเรียนสาขาการถ่ายภาพ เพราะบางทีแค่การไปร่วมงาน ไปดูงานนิทรรศการที่เราสนใจ เราก็สามารถนำมาบันทึกได้ "เพราะ Portfolio คือสิ่งที่จะบ่งบอกความสนใจในตัวเรา บางคนสนใจเรื่องวิชาการ ก็เอาเกรด เอารายงานที่ทำระหว่างเรียน เอาเรื่องราวของการทำโครงงานด้านวิชาการต่างๆ ที่เคยทำมาแสดง มาสรุป หรือนำภาพถ่ายของตนเองในงานนั้นๆ มาบันทึกไว้ใน Portfolio ก็ดูน่าสนใจดีครับ" "นักเรียนที่สนใจด้านเทคโนโลยี อาจทำ Portfolio แบบดิจิตอล คือทำเป็นเว็บ หรือโปรแกรมนำเสนอ ก็ดูน่าสนใจ ใส่ภาพ เสียง ผมว่าน่าจะสนุกดีครับ เป็นการบ่งบอกความสนใจของเราได้อย่างดี คำถามที่ว่า Portfolio ควรจะใช้กระดาษอย่างไร ความหนาเท่าไร หรือจำนวนกี่หน้า ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับตัวเรานะ Portfolio ที่แสดงความเป็นตัวเราได้นั่นคือ Portfolio ที่ดี""เคยเห็น Portfolio ของนักเรียนที่สนใจด้านศิลปะ ทำออกมาไม่กี่หน้าแต่ออกแบบน่าสนใจ มีทั้งภาพกราฟฟิก และภาพถ่ายที่ตั้งใจทำอย่างดี อย่างนี้เอาไปสมัครเข้าเรียนต่อด้านศิลปะ การออกแบบสื่อ ก็น่าจะประสบความสำเร็จ" ได้อ่านอย่างนี้แล้ว.. คำว่า "เป็นตัวของตัวเอง" คงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเหมาะสมมากที่สุดสำหรับการทำ Portfolio นะครับ.. และหากน้องๆ คนไหนที่ยังไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นการทำอย่างไร ก็ลองไปตามดูที่บทความนี้ครับ http://www.dek-d.com/content/view.php?id=11693 ซึ่ง พี่ลาเต้ ได้รวบรวมขั้นตอนการทำ Portfolio ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว..เอาหละครับ.. ยกที่ 2 ผ่านไปแล้ว.. ครั้งต่อไปยกที่ 3 พี่ลาเต้ จะมี 10 คำถามที่พบบ่อยๆ ในการสอบสัมภาษณ์มาฝากกันครับ.. ต้องติดตามห้ามพลาดเลยทีเดียว.. สุดท้ายนี้ขออวยพรให้น้องๆ ที่จะเข้าสอบสัมภาษณ์รับตรง มศว ในเร็วๆ นี้ โชคดีมีชัยผ่านกันทุกคนนะคร้าบ.. |
|
>> ติดตาม เทคนิคสอบสัมภาษณ์ ยกที่ 3 ในวันที่ 16 ม.ค. << |



36 ความคิดเห็น
อยากอ่านต่อ !!!
ขอบคุณค่ะ ^^
ยังไม่ถึงเวลา แต่อ่านไว้เป็นความรู้
เพราะหนูคิดจนปวดหัวก็คิดไม่ออกเหมือนกันคะ
ขอคำแนะนำจากพี่ลาเต้ด้วยคนนะคะ
เราเคยแข่งแต่พวกแต่งกลอน แต่งคำขวัญ เขียนเรียงความ
หรืออะไรที่เป็นนามธรรม แล้วจะทำยังไงดีล่ะ
มีแต่เกียรติบัตร ไม่มีผลงานเลย ผลงานอาจารย์เก็บไปหมด
ป่านนี้อาจารย์คงทิ้งไปแล้วล่ะ T-T
วันที่ 16-17 มกราคมอ่ะ
จะทันมะเนียยยยยยยยย
เป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวจะไปสอบสัมภาษณ์ทุกคนนะครับ สอบผ่านทุกคนนะ..สู้ๆๆ
ปล. น้องคห.ที่ 3 เรื่องที่น้องถาม จะอยู่ในตอนต่อไปนะคร้าบ..พี่เตรียมไว้ให้แล้ว..รอติดตามได้เลย..อิอิ..
แฟ้มสะสมผลงานที่ภูมิใจไม่มีเพราะไม่มีผลงานไหนที่ได้ใจผมเลย
คนสัมภาษณ์ผมก้อไม่อะไรมากนะ
เค้าก้อถามผมว่าไม่มีแฟ้มสะสมผลงานเลยเหรอ
ผมบอกว่าผลไม่มีผลงานที่ภูมิใจเลยครับ ผมรอทำผลงานที่ผมภูมิใจที่มหาลัยนี้แหละครับ
แล้วผมก็ติดด้วย แต่ไม่เอา 555
แต่ถ้ามีแฟ้มสะสมผลงานก็จะดีนะครับ
แต่รูปถ่ายบ้านตัวเองแล้วมีหัวข้อข้างบนว่าบ้านอันแสนอบอุ่นของฉันอ่ะไม่ต้องนะครับ(อันนี้เคยเจอ)
แบบว่าจะสอบสัมภาษณ์ วันที่ 17 แต่ว่าอยากอ่าน เตรียมตัวเนิ่นๆอ่า
ตื่นเต้นมากๆเลยค่ะ แบบว่าอยากติดมากกกกกก
ปอลอ. รักมหิดล!!!!!!!!!
ชอบๆๆๆ
ตอนไปสอบสัมภาษณ์ไม่มีแฟ้มไปเลยอ่ะ แล้วคู่เเข่งเราแฟ้มหนามากกกกกกกกกกกก
แล้วเค้าไปเดินมาท่องไรไม่รู้เป็นภาษาอังกฤษ ออกแนวขู่เราฟ่อฟ่อเลยอ่ะ
ตอนนั้นแบบว่าแทบจะนั่งมอไซต์กลับไปเอาพวกใบประกาศมารวมๆเป็นแฟ้ม(คือไม่เคยทำมาก่อนเลยอ่ะ)
แต่ก็ไม่ทันแล้วอ่ะ คือสัมภาษณ์คนแรกเลยอ่ะ แทบอยากร้องไห้
แถมเค้าถามภาษาอังกฤษมาก็ดันตอบเป็นไทยไปอีก
เดินออกมาแบบว่า ไม่ติดแหงๆเลยชั้น--"
ปรากฎว่าติดซะงั้น เอ๋อไปเลย
เราคิดว่าคงชนะเค้าที่ข้อเขียนอ่ะ
แต่ถ้าใครมีแฟ้มก็คงเพิ่มโอกาส และคะแนนไปได้มาก
ลองคิดดูถ้าทั้งคะแนนข้อเขียนเยี่ยมคะแนนสัมภาษณ์ก็ดีคงฉลุยเลยอ่ะ
ขอบคุณพี่ลาเต้นะคะสำหรับความรู้ดีๆ
ถ้าพี่เอามาลงก่อนหน้านี้สักสองปี หนูคงได้มีแฟ้มไปขู่เค้าฟ่อฟ่อบ้าง ฮ่าๆ
อยากอ่านตอนต่อไปมากเลยยย
พี่ลาเต้ช่วยลงก่อนเวลาหน่อยจิ
ขอบพระคุณอย่างสูงค่าาาา
กลัวอะT^T
ใครมีประสบการณ์ ช่วยเล่าหน่อยสิครับ ว่าเป็นยังไง ผมควรเตรียมตัวยังไง
อันที่จริงผมก็เคยสอบสัมภาษณ์ นักเรียนเตรียมทหาร มาแล้ว แต่เราไม่ติด เราคิดว่าเราคงตกตรงนี้
เค้าถามเราว่า " ค่าเรียนที่ติวเตรียมทหารเท่าไหร่" เราก็ตอบมั่วๆ ไป เค้าก็บอกว่าผิด เซ็งเลยตอนนั้น
ยังไงก็ใครมีประสบการณ์ที่ ม.เชียงใหม่ ก็ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยนะครับ
อีกอย่างผมยังไมไ่ด้เริ่มทำ แฟ้มสะสมผลงานด้วยอะ ครับ มันต้องใช้หรือเปล่า ^^