|
สวัสดีครับ.. เดือนนี้มีวันศุกร์ที่ 13 นะครับ.. หลายๆ คนเชื่อว่าบางช่วงของเดือนนี้อาจจะมีแต่สิ่งที่ไม่ดีๆ เข้ามาตลอดเวลา.. ซึ่งช่วงนี้ก็รวมถึง ช่วงวันของการชี้ชะตาน้องๆ ที่ถูกตัดสิทธิ์การสอบเอเน็ตด้วย.. ซึ่งล่าสุด ผลการพิจารณาก็ออกมาเรียบร้อยแล้วครับ.. แต่ก่อนที่จะไปฟังผลว่าใครอยู่ ใครไป พี่ลาเต้ ขอพาน้องๆ ย้อนไปดูถึงปัญหานี้ใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนครับ.. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552 จะวันตัดสิน เป็นวันชี้ชะตา เป็นที่อาจจะมีหลายๆ คนพอใจ และเป็นวันที่อาจจะมีอีกหลายๆ คนต้องร้องไห้.. ซึ่งในรอบ 1 สัปดาห์เต็มเกิดอะไรกับการสอบแอดมิชชั่น และการสอบเอเน็ต วันนี้ พี่ลาเต้ จะมารวบรวมให้ได้ดูกันครับ..
เสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2552 นักเรียน และผู้ปกครองจำนวนหนึ่ง เข้าร้องเรียนต่อสมาชิกวุฒิสภา เรื่องการสมัครสอบเอเน็ตมีปัญหา ส่งผลให้มีนักเรียนถูกตัดสิทธิ์ร่วม 20,000 คน โดยให้สาเหตุของการถูกตัดสิทธิในครั้งนี้ว่า มาจากเครื่องอ่านบาร์โค้ดตามธนาคาร และไปรษณีย์ต่างๆ ไม่สามารถอ่านรหัสบาร์โค้ดได้.. จึงเป็นเหตุให้สมัครไม่ทัน และต้องถูกตัดสิทธิ์ในการสอบดังกล่าว..อาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2552 ท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ สั่งเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนให้แก่นักเรียนที่ถูกตัดสิทธิ์การสอบเอเน็ต โดยมีหลักในการรับเรื่องร้องเรียนคือ จะคัดแยกปัญหาของนักเรียนที่มาร้องเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มแรกนักเรียนที่จ่ายเงินไม่ทัน เพราะความผิดพลาดของระบบ และกลุ่มที่สอง ที่จ่ายเงินไม่ทัน เพราะความผิดพลาดของตัวเอง..จันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552 นักเรียนทั่วประเทศ เข้าร้องเรียนกรณีถูกตัดสิทธิ์สอบเอเน็ตวันแรกเกือบ 100 คน ส่วนใหญ่ให้เหตุผลในการร้องเรียนว่า ไม่ทราบวันชำระเงิน ปฏิทินการชำระเงินของสกอ.ไม่ชัดเจน ขณะเดียวกันด้านผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความเพื่อเตรียมฟ้องศาลปกครอง..
อังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 มีกระแสต่อต้าน สกอ . โดยไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการขยายเวลา และคืนสิทธิ์ให้กับนักเรียนที่พลาดการสอบเอเน็ต โดยส่วนใหญ่เห็นว่านักเรียนที่ออกมาร้องเรียนส่วนใหญ่เข้าชำระเงินในวันสุดท้าย ซึ่งแสดงถึงความไม่รอบคอบ และป้องกันต่อปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น..พุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 ยอดนักเรียนที่เข้าร้องเรียนต่อ สกอ . ทั่วทั้งประเทศทั้ง 2 วันมีจำนวน 105 คนซึ่งสาเหตุหลักที่ใช้ในการร้องเรียนคือ ชำระค่าสมัครสอบไม่ทัน.. ขณะที่กระแสต่อต้านทางอินเตอร์เน็ตยังมีอยู่ต่อเนื่อง.. โดยเห็นว่านักเรียนกลุ่มดังกล่าวไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และวอนให้ทาง สกอ. พิจารณาคืนสิทธิ์ให้กับนักเรียนเป็นรายบุคคลตามเหตุผลที่สมควร..พฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 เครือข่ายผู้ปกครองฯ เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกระบบการสอบโอเน็ต จีพีเอ และจีพีเอเอ็กซ์ โดยให้เหตุผลว่าการสอบในรูปแบบนี้ส่งผลให้เด็กมีคุณภาพการศึกษาต่ำ พร้อมเปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า ตั้งแต่มีการสอบระบบแอดมิชชั่น โอเน็ต เอเน็ต มีนิสิต นักศึกษาต้องออกกลางคัน เพราะเรียนไม่ไหวจำนวนมากๆ..หากนับดูแล้วเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็มๆ นะครับ.. สำหรับความเคลื่อนไหวของข่าวสารแอดมิชชั่นในครั้งนี้ และวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552 นี้ปัญหาทุกอย่างก็จะยุติ และมีทางออก ซึ่งคงต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า.. ทางออกที่ว่านี้จะออกมาเป็นด้านหัว หรือด้านก้อย..แต่ไม่ว่าผลจะออกมารูปแบบไหน เหตุการณ์ในครั้งนี้คงถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุด ที่อยากจะฝากให้กับน้องๆ ทุกคน .. อีกทั้งขอเป็นกำลังใจให้กับทางผู้ใหญ่ของ สกอ. และน้องๆ นักเรียนทุกคน.. ไม่ว่าผลจะออกมารูปแบบใด ก็ขอให้ยิ้ม และยอมรับมันครับ.. สู้ๆๆ ^_^ |
|
ผลการพิจารณาเอเน็ตออกมาแล้ว.. ใครอยู่.. ใครไป.. อ่านรายละเอียดได้ที่ คอมเม้นติดดาว ด้านล่างครับ |



47 ความคิดเห็น
พรุ่งนี้แล้วสินะท่จะรู้ชะตาของพวกเขา
แล้วพวกเราล่ะ......
ก็ตอนประกาศผลเอเน็ตไง 555+
เพราะเราจ่ายเงินทัน อิอิ
^
^
^
เป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวมากๆ จ้า
ที่มันให้สอบ GAT PAT 3รอบนี่คิดได้ยังไง เนื้อหาที่สอบมันก็ของทั้งม.4 5 6 ถ้ายังไมม่จบม.6จะมีความรู้ที่จะใช้สอบได้ยังไง เด็กก็ต้องไปเรียนพิเศษมากขึ้นเพื่อใช้ในการสอบ การเรียนที่โรงเรียนไม่สำคัญอีกต่อไป ไปเพื่อให้จบม.6แค่นั้น!!
ส่วนเด็กที่สมัครAnet ไม่ทัน
พูดจริงๆเหอะ ที่มันจ่ายตังไม่ได้เพราะบาร์โค้ดไม่ดีอันนี้น่าเห็นใจ และควรได้รับโอกาสในการสอบด้วย ถ้ามันไม่ให้เดี๋ยวจะไปร่วมประท้วงด้วยคน
แต่บางคนที่ไม่ใส่ใจเอง ไปจ่ายตังไม่ทันแล้วโทษโน่นโทษนี่ บอกว่าในเว็บไม่มีแจ้งว่าให้จ่ายภายในวันที่14 ตารางไม่ชัดเจนบ้าง ตอนผมสมัครเห็นชัดๆตัวเบ่อเร่อว่าให้จ่ายก่อนวันที่14 ปกติสมัครวันไหนก็ควรไปจ่ายวันรุ่งขึ้นแล้ว ยกเว้นติดธุระจริงๆ ต้องข้ามเขาไปจ่ายตังในเมือง ใช้เวลาเดินหลายวันถึงจะถึงธนาคารอะไรงี้ก็ว่าไปอย่าง บางคนลงข่าวบอกจะเข้าหมอ ถ้าคนจะเป็นหมอไม่มีความรับผิดชอบขนาดนี้ ชีวิตตัวเองยังรับผิดชอบไม่ได้ จะไปรับผิดชอบชีวิตคนไข้ได้ยังไงกัน
ความเห็นนี้อาจร้อนไปนิ๊ดนึง ถ้าไม่ถูกใจไครต้องขอโทษด้วยครับ 55++
เป็นแค่ความเห็นของผมเท่านั้น
จากใจเลยจริงๆ
คนที่เค้าสมัครทันก็รู้อ่ะนะว่าจริงๆมันเป็นยังไง
วันที่เค้าก็บอกทนโท่ตัวเบ้อเร่อในเวบว่าหมดเขตวันไหน
อ้างไม่ได้บอก ว่าแต่ระบบอยู่ได้ ทำไมไม่โทษตัวเอง ที่ไม่ใส่ใจเองวะ เห้อ~~
ใจจริงพวกนั้นคงกั๊กเอาสอบตรงใช่ไหมล่ะ
5555+
พลาดเองงงง นะจ๊ะ
ระบบไม่ได้พลาด
ปีหน้าเอาใหม่เเล้วกันนะ
เด็กซิ้ว อ่ะ 555+
ความจริงก็คือความจริง
ข่าวล่ามาไวครับ.. ล่าสุดทาง สกอ. รับพิจารณาในการคืนสิทธิ์สอบเอเน็ตเพียง 12 คนเท่านั้นจากทั้งหมด 560 กว่าคนครับ..
โดยในวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ทาง สกอ.จะระดมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาว่านักเรียนทั้ง 12 คนที่ว่านี้จะมีสิทธิ์ในการสอบเอเน็ตหรือไม่..
ส่วนรายละเอียดของข่าวจะเป็นยังไง ทันที่ได้ทราบข่าว พี่ลาเต้ จะรีบนำมารายงานอัพเดทขึ้นเว็บให้น้องๆ ได้ทราบกันครับ.. ^_^
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และ นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ประเด็นการแก้ปัญหานักเรียนที่มาร้องทุกข์การสมัครสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นสูง [เอเน็ต]
โดยการแถลงมีข้อมูลว่า จากผู้ร้องทุกข์รวม 572 คน คณะกรรมการฯจะคืนสิทธิ์เอเน็ตให้ผู้ที่ตรวจสอบได้ว่าเป็นปัญหาของระบบเท่านั้น..
โดยมีกลุ่มที่ลืมดำเนินการ 411 คน และอีก 5 กลุ่มได้แก่ กลุ่มที่อ้างการสมัครเพิ่ม อ้างปัญหาอินเทอร์เน็ต อ้างว่าใบสมัครไม่ระบุวันหมดเขต อ้างว่าชำระทางเอทีเอ็มไม่ทัน และไม่ได้สมัครสอบตามกำหนดเวลา รวมทั้งสิ้น 560 ราย ที่ไม่ถือว่าเป็นความบกพร่องของระบบ จะไม่ได้รับการคืนสิทธิ์..
ยกเว้นกรณีบาร์โคดมีปัญหา อย่างน้อย 12 ราย เห็นว่าเป็นปัญหาของระบบ จะให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา [สกอ.] เร่งตรวจสอบเพิ่มเติม พร้อมคืนสิทธิ์ให้ทันที หากเป็นความผิดพลาดของระบบ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า สกอ. จะเผยแพร่รายชื่อมหาวิทยาลัยที่สามารถสอบเข้าศึกษาได้โดยไม่ต้องใช้คะแนนเอเน็ต ซึ่งมีอยู่จำนวนหนึ่ง
พี่ลาเต้ ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ครับ..
แต่ก็ลุ้นต่อนี่สิ เฮ้อ -_-"
อยู่ตรงไหน บอกหน่อยคับ
ขอเวป ร.ร. เลยดีกว่าคับ
....
เมื่อผลออกมาแล้ว ก้อดีใจกับ 12 คนและเสียใจกับ 560 คนนะคับ
ขอให้ถือว่านี้เปนบทเรียนราคาแพงนะคับ
กฎคือกฏ เราต้องเคารพคนที่ทำถูกต้อง
ความรับผิดชอบก้อเปนเรื่องที่สำคัญ
ส่วนผู้ปกครองของเด็กทั้ง 560 และน้องคนที่ถูกตัดสิทธิ์
ลองคิดดูดี ๆ นะคับว่า ที่ถูกตัดสิทธิ์เพราะอะไร
เปนที่ตัวของเรา โทษใครไม่ได้นะคับ
สกอ.ทำถุกต้องแล้วคับ เปนกำลังใจให้นะคับ
เรื่องบาร์โค้ด ก็เป็นความผิดของระบบจริงแหละครับ สมควรคือสิทธิ์ให้สอบ A-NET
มันเหมือนคนละโลกเลยละ ถ้าไม่มีคุณภาพจริงๆๆ อยู่ยาก ยิ่งคนที่โดนปล่อยเกรดมานะ แล้วได้เข้าคณะที่คะแนนสูง มาเจอกับคนจริงๆ ก็น่าจะรู็นะว่าเป็นไง
ส่วนน้องที่ออกมาเรียกร้องนะ
หากระบบผิดจริง (คือคนที่มาชำระก่อน หลายครั้งหลายวันแล้วชำระไม่ได้จริงๆๆ) ก็เรียกร้องเลย
เพราะระบบผิด
แต่สิ่งที่พวกเธอออกมาบอกว่า ไม่ทันเพราะไม่ทราบว่ากำหนดวันชำระวันสุดท้ายเมื่อไรนะ
นับเป็นเพียงข้ออ้างของคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ เพราะถ้ามีพวกเธอความรับผิดชอบจริง
พวกเธอคงไม่ทิ้งไว้แล้วทำให้ชำระเงินไม่ทันหรอกนะ ยิ่งบอกว่ากำหนดการอาจมี"การเปลี่ยนแปลงได้"
นั้นคือสิ่งที่บอกพวกเธอแล้วมันไม่แน่นอน อะไรก็เิกิดขึ้นได้
อย่างนี้ต่อให้เข้ามหาลัยได้พวกเธอก็ไปไม่รอดหรอกหากจะยังเป็นแบบต่อไป
พวกเธอก็น่าจะรู้ตัวเองนะ ว่าคนแสนเก้าเค้ารู้ แล้วทำไมน้องไม่รู้ พวกเขาก็ผ่านทุกขั้นตอนมาเหมือนพวกเธอจริงมั้ย? แล้วทำไมเค้าได้สอบ เค้าตามข่าว เค้ารู้ว่าสิ่งนี้คือสิ่งสำคัญควรที่จะทำให้มันเรียบร้อยไม่ใช่ปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้
แล้วพวกเธอไม่มีเวลาถึงขนาดออกไปจ่ายแม้ซักชั่วโมงเดียวเลยหรอ ถามจริง พวกเธอมีเวลาดูทีวีมั้ย? มีเวลานั่งคุยนั่งเมาท์กับเพื่อนๆมั้ย? หรือว่าพวกเธออ่านหนังสือตลอด แล้วถ้า"ไม่ได้สอบ พวกเธอจะอ่านไปทำ" เอาเวลาไปทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าหรอ ไปเที่ยวยังดีกว่าซะอีก
อ้อ รู้มั้ย? ว่าพวกเธอสิ่งๆหนึ่งไป
"ลืมที่จะโทษตัวเอง" ว่าทำไม่เราถึงไม่จ่ายก่อน ถ้าพวกเธออยากสอบจริงล่ะก็
พวกเธอคงไปจ่ายตั้งแต่สมัครไปสามสี่วันแล้วล่ะ คงไม่ทิ้งไว้อย่างนี้ เพราะถ้าอยากสอบก็ต้องกลัวว่าจะไม่ได้สอบ แต่สิ่งที่พวกเธอทำ มันแสดงออกมาตรงข้ามกัน
มารู้ตัวตอนนี้ก็"ส า ย"เสียแล้ว และมันคงจะดีกว่านี้ถ้าออกมายอมรับผิด ขอโอกาส จะมีคนเห็นใจพวกเธอ ไม่ให้โยนความผิดของตัวเองให้คนอื่นเค้า หรือคิดว่าทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้สอบเท่านั้น 17-18แล้ว น่าจะคิดได้ว่าสิ่งไหนควรทำหรือไม่ควรทำ
ดีใจกับคนที่ได้สิทธิ์นั้นคืนมา
และเสียใจกับคนที่น่าจะรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์นั้นเพราะความไม่รับผิดชอบของตนเอง
และคงเป็นบทเรียนราคาแพง...แต่ใช่ว่าจะหมดสิทธิืตลอดไปซักหน่อย ปีหน้ายังมี มีโอกาสอีกครั้ง และก็รักษามันไว้ใ้ห้ดี เพราะโอกาสไม่ได้มีสำหรับทุกครั้งที่เราทำผิด