|
สวัสดีครับ.. สร้างความตกใจให้หลายๆ คนได้ไม่น้อย เกี่ยวกับผลสำรวจที่ว่า นิสิตนักศึกษาในคณะวิทยาศาสตร์ที่ผ่านระบบแอดมิชชั่นเข้ามามีผลการเรียนในเกณฑ์ที่ต่ำลง อีกทั้งบางคนยังไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะกับคณะสายวิทยาศาสตร์ รายละเอียดปัญหาในครั้งนี้เป็นอย่างไร พี่ลาเต้ มีมาอัพเดทให้ได้ทราบกันแล้วครับ.. นางละออศรี เสนาะเมือง คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น [มข.] ในฐานะประธานที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย [ทวท.] กล่าวว่า กรณีที่คณะต่างๆ ในหลายๆ มหาวิทยาลัยหันไปรับตรงมากขึ้น เนื่องจากนิสิตนักศึกษาที่เข้าเรียนโดยผ่านระบบแอดมิชชั่นในคณะด้านวิทยาศาสตร์ มีผลการเรียนตกต่ำจนน่าใจหาย..โดยสาเหตุผลการเรียนตกต่ำในครั้งนี้ ทวท .เคยเก็บข้อมูลผลกระทบจากระบบแอดมิชชั่น เนื่องจากการสอบเอเน็ตกำหนดให้การสอบกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ต้องสอบเนื้อหาวิชาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา 3 วิชา รวมกัน 100 คะแนน ทำให้เด็กไม่สนใจเรียนวิชาในกลุ่มวิทยาศาสตร์ในชั้น ม.4-ม.6 แต่ทิ้งห้องเรียน เพื่อไปกวดวิชาสังคมศึกษา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เพราะมีคะแนนมากกว่าวิทยาศาสตร์ ส่งผลให้พื้นฐานวิทยาศาสตร์ไม่แน่น และสอบตกจำนวนมาก..
"โดยคิดว่าปัญหานี้น่าจะเกิดกับคณะอื่นๆ ในกลุ่มวิทยาศาสตร์ ยกเว้นคณะแพทยศาสตร์ เพราะกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย [กสพท.] แยกไปรับตรงเอง ส่วนคณะพยาบาลศาสตร์ไม่แน่ใจ อย่างคณะพยาบาลศาสตร์ มข.ไม่ได้เรียนฟิสิกส์ ชีวะ คณิตศาสตร์ในชั้นปี 1 แต่ไปเรียนจุลชีววิทยาในชั้นปี 2 แต่ก็ทราบว่านักศึกษาตกจุลชีววิทยามากเช่นกัน" นางละออศรี กล่าวต่อว่า เมื่อปีที่แล้ว ทวท.เคยมีผลสรุปการระดมความคิดเรื่องการแยกสอบวิชาวิทยาศาสตร์ในเอเน็ต เป็นเคมี ฟิสิกส์ และชีวะ และเสนอที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย [ทปอ.] เพื่อขอให้ทบทวนเรื่องนี้ แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจาก ทปอ.โดยให้เหตุผลว่าถ้าแยกสอบ 3 วิชา จะทำให้เด็กเครียด เพราะต้องสอบหลายวิชา..
ขณะเดียวกัน นางละออศรี ยังได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่คณะด้านวิทยาศาสตร์ ไม่แยกออกไปรับตรงเหมือนกับ กสพท.นั้นอีกว่า ทวท.ไม่อยากสร้างภาระให้กับเด็ก และผู้ปกครองที่ต้องวิ่งสอบหลายที่ อีกทั้งต้องมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปิดภาคเรียนนี้ ทวท.จะจัดสัมมนาจัดรูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ โดยให้ทุกมหาวิทยาลัยมานั่งคุยกันว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าเราอยู่ปลายน้ำ ขณะที่วัตถุดิบที่ได้มามีคุณภาพต่ำ จึงต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กมีความรู้ โดยอาจสอนพิเศษ หรือจัดสอนพื้นฐานให้ใหม่
นอกจากนี้เคยเสนอ ทปอ.ให้ทบทวนองค์ประกอบในส่วนของค่าเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรชั้น ม.ปลาย หรือจีแพ็กซ์ ว่าไม่ควรให้ค่าน้ำหนักเกินกว่า 10% เพราะโรงเรียนต่างๆ มีมาตรฐานการให้เกรดไม่เท่ากัน ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบได้ แต่ไม่ได้รับการพิจารณาจาก ทปอ. เช่นเคย.. หลายฝ่าย หลายคน ออกมาประสานเสียงถึงข้อเสียของระบบแอดมิชชั่นที่เกิดขึ้นกับนิสิตนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ กันมายมายขนาดนี้ .. คงจะพิสูจน์ถึงปัญหา และช่องโหว่ในระบบการสอบแบบนี้แล้วหละครับ.. ยังไงคงต้องฝากให้ทางผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาทั้งนี้เพื่อความเหมาะสม และความสุขในการเรียนมหาวิทยาลัยของทุกคนคร๊าบ.. |
ข้อเสียแอดมิชชั่น ที่เด็กคณะวิทย์ต้องเจอ..
พี่ลาเต้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์มติชน ครับ




79 ความคิดเห็น
=[]= โชคดีที่เราไม่ได้อยากเข้าคณะวิทฯ แต่อยากเข้าแพทย์
แหะๆ
ถามตัวเด็กเองรึยัง??
เรียนมาแทบเป็นแทบตาย
สอบแค่วิชาละชั่วโมง
เอาเวลาไปทุ่มดูไทย สังคม อังกฤษดีกว่า
น้ำหนักคะแนนพอๆกันเลย
ระบบที่ควรจะเป็นคือ แบบ เอนทรานซ์เก่า
แยกแต่ละวิชา
แล้วแต่ละคณะก็เอาเฉพาะวิชาที่เค้าจะได้ใช้จริงๆ
แพทย์ - ชีวะ
วิศวะ - ฟิสิกส์
อะไรประมาณนั้นค่ะ
ไม่ใช่แบบปัจจุบันที่เหมือนจะหวังดีกับเด็ก ให้เด็กสมัครทุกอย่าง
มันเป็นแค่ข้ออ้างของการเอาเงิน !
เรามันไม่เก่งฟิสิก ส่งกระดาษเปล่าตลอดอะ T^T
เราชอบชีวะมาก ถ้าแยกวิชาเราจะได้อ่านชีวะได้เต็มที่เลย
เซ็งจริง เก็บตังเราไปตั้งเยอะ
เราสงสารพ่อแม่เราเลยสอบแค่ 2 แพทง่ะ
ถูกก ค่าสมัครแพงบรม เอาคุณภาพดีกว่า เอนท์ระบบเก่าคงกินกันไม่สะใจละมั้ง
เลยทำระบบใหม่ บ้านเราไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ สอบที สี่ห้า ร้อย พันนึงง แต่ถ้าสอบแพทย์ สอบตรงแยกที่อื่นเสียเงินเสียค่าเดินทาง
เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ก็ไม่ใช้ทางแก้ปัญหาการศึกษาไทยหรอก กลับสู่ระบบเดิมเหอะ
สมัครแต่ละวิชา วิชาละร้อย สองร้อย คนที่เค้า ขายของได้วันละ นิดวันละหน่อยเค้าจะเอาที่ไหนไปสอบเผื่อเลือก เหมือนลูกคนรวยละค๊าบบพี่น้องง
ระบบนี้ทำให้เด็กเรียนดี ไม่มีตั้งหายไป หายไปตั้งแต่กวดวิชา โรงงเรียนดีๆที่ต้องยัดเงิน ระบบสอบเข้าอีก โอ้วแม่เจ้า
หมดกัน อนาคตของชาติ
ใช้แอดแบบนี้รู้สึกอะไรจะไม่ลงตัวเลย
เรียนวิทย์มา3ปี
แล้วไปสอบ 3 ชั่วโมง
เราต้องเรียนพิเศษทุกวิชาเลย
ไทย สังคม และอังกฤษก็เรียน
เฮ้อ เหนื่อยใจ
ดอกเตอร์แทบจะเดินชนกันอยู่แล้วในกระทรวงนี้
ทำไมไม่พิจารณาให้ดีก่อนว่าระบบแอดมิดชันมีความเหมาะสมรึเปล่ากับประเทศไทย
ต่างประเทศใช้แล้วดี ก็ใช่ว่าประเทศไทยใช้แล้วจะต้องดีหนิ ?
บอกให้เด็กลองดู ถ้าไม่ดีค่อยเปลี่ยน
แล้วเด็กที่ต้องเป็นหนูทดลองหล่ะ ?
ต้องเป็นผู้รับกรรมหรอ ?
เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว โตๆกันแล้ว แค่กลัวเสียหน้าถ้าไม่ได้ใช้ระบบแอดมินชัน
แล้วเด็กตาดำๆที่ต้องมารับกรรมหล่ะ คุณเห็นใจบ้างรึเปล่า
เห็นแก่ตัวกันมากๆ ระวังกรรมจะไปตกกับลูกหลานของพวกคุณเอง
สอบPAT
เค้าบอกว่าวิชาละ200
แต่พี่เราสมัครแค่3อันปาไปเป็นพันเลย
เรียนวิทย์คณิต ค่ะ อยากเปงหมอ ^ O ^
เพราะตัวเองก็เรียนคณะวิทย์ อยู่
เห็นว่าเด็กที่เข้าคณะนี้มาเพราะว่าคะแนนมันตำ เข้าเพราะเพียงขอให้มีที่เรียนเท่านั้น
แต่พอเข้ามาก็เรียนไม่ได้ โดยเฉพาะ 3 วิชาแสนสนุก
เกรดก็เสี่ยง โดนไทร์กันเยอะ
ซิ่วกันเยอะมาก
ควรแยกสามวิชา จะได้คัดคนที่สมควรเรียนภาควิชานั้นๆจริงๆ ..เราเรียนชีวภาพ เราก็ไม่ชอบเลข เคมี ^ ^"
อะไรๆๆก้อเอาตังลูกเดียว
การศึกษาแลกด้วยเงินทองงั้นหรอ
เด็กที่จบมามันคงจามีคุณธรรมมากมาย
เซงๆๆๆ ทำข้อสอบก้อยาก
ออกไรเนี่ย ทำไม่ได้นะเฟ้ยยยย
เศร้าใจๆๆ
= =
ให้ทำไงได้
เราอยากเข้าคณะวิทย์อ่ะ
วิทย์เราไม่มีปัญหานะ เราคิดว่า
แต่ภาษาทีไร เกือบล่มทุกที เหอะๆ
งืม... เราก็เห็นด้วยกับ คห.4 นะ
เราว่าน่าจะเน้นคะแนน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะมากหน่อยนะ
ก็เพราะมันเป็นสายวิทย์
ถ้าสายศิลป์ก็ว่าไปอย่าง