/>

บทความดีๆ สำหรับน้องๆ สนใจด้านการโรงแรม... []

วิว
 
บทความโดย :
สถาบัน I-TIM สถาบันการโรงแรมหลักสูตรนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย
เราสร้างมืออาชีพมากว่า 20 ปี
ติดต่อสอบถาม : 02-732-0170-3 กด 0 สายด่วน : 08-555-111-85 http://www.i-tim.ac.th/     e-mail : info@i-tim.ac.th
 
บทความดีๆ สำหรับน้องๆ ที่สนใจด้านการโรงแรม และการท่องเที่ยว
 
"อนาคตการเรียนด้านการโรงแรม การท่องเที่ยว ยังน่าเรียนหรือไม่ ???"
 
 
อาจจะซีเรียสนิดนึงนะครับ แต่ก็อยากให้น้องๆ ที่สนใจทางด้านนี้ หรือลังเลอยู่ว่าจะเรียนทางด้านนี้ดีรึเปล่าได้อ่านกันครับ
 
ความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา...
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จของประเทศไทย มีมูลค่าการลงทุนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ ฯ  ในปี 2503 มีนักท่องเที่ยว 81,000 คน สร้างรายได้ถึง 196 ล้านบาท 50 ปีต่อมา จนถึงปี 2552 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศแล้วกว่า 14 ล้านคน สร้างรายได้ถึง 4.5 แสนล้านบาท   ซึ่งยังมีโอกาสของการเติบโตที่ดี เพราะประเทศไทยมีชื่อเสียงเรื่องมีภูมิประเทศที่สวยงาม มีความหลากหลายทั้งที่เป็นป่า ภูเขา และทะเลที่สวยงาม มีศิลปวัฒนธรรม และที่สำคัญ คือ คนไทยมีอัธยาศัยที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเป็นมิตร ดังจะเห็นได้ว่าประเทศไทยได้รับการโหวตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดลำดับต้นๆ เสมอมา
แต่ในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา น้องๆ คงได้ทราบข่าวเกี่ยวกับสภาวะตกต่ำของเศรษฐกิจ และเหตุการณ์ความไม่สงบ จนถึงขั้นปิดกั้นสนามบิน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้สถานการณ์ทางด้านการท่องเที่ยวของไทยซบเซา และทำให้ประเทศไทย สูญเสียรายได้เข้าประเทศไปเป็นจำนวนมหาศาล เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รายได้หลักอันดับหนึ่งของประเทศไทย คือรายได้ที่เกิดจากธุรกิจการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมบริการ
 
อนาคตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย…
แม้ว่าประเทศไทย จะประสบกับวิกฤติทางเศรษฐกิจ และความไม่สงบภายใน ดังที่กล่าวมา แต่แนวโน้มในภายภาคหน้า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย จะสามารถฟื้นฟู และกลับมาเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศได้ สังเกตุได้จากรายได้เข้าประเทศจากการท่องเที่ยวในเดือนมกราคมที่ผ่านมา กลับมามากกว่าในปีที่แล้ว แม้ว่าจะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ความไม่สงบมาไม่นาน เพราะประเทศไทย มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมระดับโลกอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพมหานคร, จ.เชียงใหม่, เกาะพีพี ดอน จ.กระบี่ , เกาะพงัน และเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี และอื่นๆ อีกมากมาย (จากการประกาศรางวัล “2008 Traveler’s Choice Destination Awards” และในการจัดอันดับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเอเชีย “A Top Asian Destination”)
 
 
 
 
 
และจากผลการสำรวจของต่างประเทศยังให้ประเทศไทยเป็นแหล่งที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด จากผลสำรวจผลโหวตทางการท่องเที่ยวระดับโลก โดย ฟิวเจอร์แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ กับบริษัท เวเบอร์ แชนด์วิค บริษัทประชาสัมพันธ์ระดับโลก ที่จัดการสำรวจติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ซึ่งการสำรวจนั้นครอบคลุมธุรกิจระหว่างประเทศ และนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยได้คว้า อันดับหนึ่งของผลโหวต "Best Country Brand for Value for Money" หรือประเทศที่เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าเงินที่สุด ติดอันดับที่ 3 ของความมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ติดอันดับที่ 3 ของความเป็นมิตร และอันดับที่ 4 สำหรับการเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายในการชอปปิง การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คุ้มค่านี้ก็เป็นโอกาสที่ในยามวิกฤตที่หากจะประหยัดเงินในการ ท่องเที่ยวแล้วประเทศไทยก็ยังจะเป็นทางเลือกลำดับต้นๆ ซึ่งรางวัลที่ได้กล่าวมา นับเป็น รางวัลอันทรงเกียรติและน่าภาคภูมิใจของชาวไทย เปรียบเสมือนเสียงสะท้อนจากทั่วโลก ว่าประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศส่วนใหญ่จากทั่วทุก มุมโลกยังคงให้ความสนใจ และมีความประสงค์ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก ททท. ได้รุกทำการตลาดออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ จากทั่วโลก (e-Marketing Thailand Campaign) โดยเน้นไปที่การเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของ ประเทศไทยในด้านต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวเกิดการรับรู้ว่าประเทศไทยปลอดภัย สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ และมีความคุ้มค่าในการใช้จ่ายมากที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ
 
ตามที่กล่าวมาข้างต้น ความเป็นไปได้ในการที่ ประเทศไทย จะกลับมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และการที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จะกลับมาเป็นแหล่งรายได้หลักที่สร้างกำไร และความมั่งคั่งให้กับประเทศไทย จึงไม่ใช่เรื่องยาก นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่สนับ สนุนการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจของไทย โดยมุ่งเน้นที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีกมากมาย โดยล่าสุด ก็มีการออกแคมเปญการส่งเสริมให้คนไทยท่องเที่ยวในประเทศเพื่อการกระจาย รายได้ และพลิกฟื้นเศรษฐกิจอีกด้วย
 
 
 
 
ดังนั้นหากน้องๆ ที่สนใจศึกษาต่อทางด้านการโรงแรม และการท่องเที่ยวอยู่แล้ว หรือยังไม่ทราบว่าจะเรียนต่อในสายใด หากมีใจรักงานบริการ รักที่จะเรียนรู้ และฝึกฝนความสามารถของตนเอง ทั้งในด้านวิชาการโรงแรม และภาษาอังกฤษ แล้วล่ะก็ สาขานี้ก็ยังเป็น สาขาที่น่าเรียน สามารถมีอนาคตที่ก้าวหน้า มั่นคง และสามารถประสบ ความสำเร็จในชีวิตการทำงานได้ไม่แพ้สาขาอื่นๆ ครับ เพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการบริการในประเทศไทย ยังจะขยายตัว และต้องการผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งทางด้านนี้อีกมาก นอกจากนี้ โอกาสที่น้องๆ จะได้ไปทำงานในต่างประเทศ นำรายได้เข้าสู่ประเทศก็มีสูงมาก เพราะการบริการแบบไทย หรือที่เรียกว่า “Thai Hospitality” ถือว่าเป็นที่นิยม และเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยว และสถานประกอบการในต่างประเทศ จนเป็นที่โด่งดังไป ทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้นการเรียนในสายนี้ ไม่ว่าจะทำงานในประเทศ หรือต่างประเทศ ก็ถือว่าเป็นการช่วยชาติอีกทางหนึ่ง นอกจาก นี้การเรียนในสายนี้ ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการจะทำธุรกิจในด้าน อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร บริษัททัวร์ ฯลฯ อีกด้วย
สำหรับบทความหน้า พี่จะมาเล่าให้ฟังถึงรายละเอียดต่างๆ ของวิชาทางด้านการโรงแรม และการท่องเที่ยว ว่ามีสายใดบ้าง จบแล้วจะได้ทำงานอะไรได้บ้าง และมีโอกาสก้าวหน้าทางหน้าที่การงานอย่างไรบ้างครับ ขอบคุณน้องๆ ที่สนใจทุกคนครับ
 
 
 
ที่มาของข้อมูล :
- ดร.อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร  กรุงเทพธุรกิจ  วันพฤหัสบดีที่ 08 มกราคม พ.ศ. 2552 และ วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2552
- http://thai.tourismthailand.org/   การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
- www.thaigov.go.th (รัฐบาลไทย)
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=taejung

พี่เต้จัง - ผู้เขียน

ดีไซน์เนอร์ประจำเว็บไซต์ Dek-D.com

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#การศึกษา #การโรงแรม #การท่องเที่ยว #หลักสูตรนานาชาติ #สถาบัน I-TIM

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป