|
สวัสดีครับ.. เรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงกันรายปีเลยทีเดียวสำหรับการสอบแอดมิชชั่น ล่าสุดแว่วมาว่าปี 2554 อาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง.. แต่คราวนี้ไม่ใหญ่เหมือนปี 2553 เพราะเป็นการเปลี่ยนในสัดส่วน และค่าน้ำหนักแต่ละวิชาเท่านั้น.. รายละเอียดจะเป็นอย่างไรไปอัพเดทจากข่าวกันเลยครับ.. วันก่อน ที่อาคารจามจุรี 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ประธานคณะทำงานศึกษาแอดมิชชั่นฟอรัมปี 2553 ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย [ทปอ.] ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา [กกอ.] และ ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ [สทศ.] ร่วมประชุม Admission & Assessment Forum ครั้งที่ 1 ประจำปี 2552 โดยมีตัวแทนจากมหาวิทยาลัยทั้ง 21 แห่งเข้าร่วมประชุม
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางในการปรับปรุงสัดส่วน และองค์ประกอบในการแอดมิชชั่น กลางประจำปีการศึกษา 2554 เนื่องจากองค์ประกอบแอดมิชชันปี 2553 ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะแจ้งนักเรียนรับทราบแล้ว ซึ่ง ทปอ.ยืนยันว่า ระบบแอดมิชชันกลางยังคงเป็นระบบที่ดี โปร่งใส และมีความเป็นธรรมกับนักเรียน อย่างไรก็ตามในปี 2553 ขอให้มหาวิทยาลัยพยายามรับตรงให้น้อยที่สุด แต่หากมีความจำเป็นต้องรับตรงจริงก็อยากให้ใช้ผลการสอบความถนัดทั่วไป หรือ GAT และการสอบความถนัดทางวิชาชีพวิชาการ หรือ PAT มาใช้ในการพิจารณา เพื่อไม่นักเรียนต้องวิ่งสอบหลายที่.. ทั้งนี้ สำหรับปี 2554 เพื่อลดปัญหามหาวิทยาลัยเปิดรับตรง ทปอ.จึงได้หารือร่วมกับมหาวิทยาลัยในการปรับปรุงสัดส่วน โดยให้แต่ละคณะตกลงร่วมกันว่าจะใช้สัดส่วน และค่าน้ำหนักคะแนนในแต่ละรายวิชาเท่าใด หากมีวิชาที่ต้องการให้ สทศ.จัดสอบเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ ก็ขอให้ระบุมา และไม่อยากให้เพิ่มรายวิชาที่สอบมากเกินไป เพราะเป็นการเพิ่มภาระ และสร้างความลำบากให้กับกับเด็กที่ต้องคำนวณคะแนนเอง โดยแต่ละแห่งอาจจะจัดกลุ่มสาขาคณะเดียวกัน กำหนดสัดส่วนคะแนนที่ใกล้เคียงกัน
รมช.ศธ. กล่าวต่อว่า หลังจากที่มหาวิทยาลัยตกลงได้ว่าจะใช้สัดส่วนคะแนนในแต่ละคณะเท่าไหร่ ต้องส่งให้คณะกรรมการแอดมิชชั่น เพื่อไปศึกษาดูแนวทางปฏิบัติว่าสามารถทำได้หรือไม่ ส่วนรายละเอียดสัดส่วนคะแนน และค่าน้ำหนักของแต่ละคณะที่ต้องการ อยากให้ได้รายละเอียดภายในเดือนพฤษภาคม เพื่อทำการสรุปสัดส่วนองค์ประกอบแอดมิชชั่นปี 2554 ในการประชุม ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปสัดส่วน และค่าน้ำหนักองค์ประกอบแอดมิชชัน 2554 และเมื่อได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้วจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์สอบ คือ สทศ.เพื่อทำการอออกข้อสอบตามที่แต่ละคณะต้องการ อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบแอดมิชชัน ปี 2554 ไม่อยากให้ยกเลิกคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย หรือ GPAX และการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน [โอเน็ต] หายไป แต่อยากให้คงอยู่อย่างน้อยอย่างละ 10% ส่วน GAT, PAT ให้แต่ละคณะไปหารือร่วมกันว่าจะใช้เท่าไหร่ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของนักเรียนเป็นหลัก "อยากย้ำว่าขอให้คณะทั้งหมดตกลงกันให้ได้ว่าจะใช้สัดส่วนอะไรที่เท่าไหร่ หากรวมกันเป็นกลุ่มสาขาวิชาได้ก็จะดี และมหาวิทยาลัยที่รับตรงมากก็ขอให้ลดจำนวนลงตามเป้าไว้ที่ตั้งไว้ 50:50 เพราะไม่อยากให้มีปัญหาเหมือนปัจจุบัน" นายชัยวุฒิ กล่าว สาเหตุที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแอดมิชชั่นปี 54 ส่วนหนึ่งมาจากแต่ละมหาวิทยาลัยเริ่มที่จะไม่สนใจการสอบแอดมิชชั่น และหันไปรับตรงกันมากขึ้น.. ซึ่งหากเป็นอย่างนี้จะสร้างความลำบากให้กับคนสอบอย่างมาก ส่วนรายละเอียดความคืบหน้าในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อได้ข้อมูลที่แน่นอน พี่ลาเต้ จะนำมาอัพเดทกันให้ทราบแน่นอนครับ.. |
ร่วมสัมผัส และพบโฉมหน้า My.iD เวอร์ชั่น 2.0 ของ พี่ลาเต้ คลิกที่น้องปลาหมึกด้านบนได้เลยคร๊าบ..



74 ความคิดเห็น
ขอบคุณนะคะพี่ลาเต้ จะคอยติดตามข่าวต่อค่ะ
เอาอะไรแน่นอนไม่ได้เลยอ่ะ T^T ปวดหัว
แหม อยากบอกจังเลยค่ะ ว่าเหนื่อยมากเลยค่ะ กับการศึกษาไทยในตอนนี้
สุดท้าย อยากบอกว่า
เด็กคนนี้เหนื่อยค่า แต่จะสู้สุดใจขาด เพื่อ คุณพ่อคุณแม่
เบื่อ การศึกษาไทยยยยยยแล้วค่า
ลดทำไมวะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
หนูตามแทบไม่ทันแล้วอ่าค่ะ ออกมากี่ทีก็งงๆ กันไปอยู่นานน
เราว่าอย่าลด % GPAX เลย มันทำง่ายกว่า GAT PAT อีกนะ
แล้วรุ่นแอด 54 ยังมีโอกาสทำ GPAX ให้ดีขึ้นอีกเยอะ
แต่ GAT PAT นี่มันไม่ไหวแล้วอ่า ยังไงมันก็ยาก
เห้อ... เหนื่อย... ไปขายโตเกียวดีกว่า.. อิอิ
เฮือก!!!
ขอให้มันไม่วุ่นวายที่เถอะ
สาธุ...
แต่ถ้าเราอยากจะเข้าอะไรจริงๆ
สุดท้ายก็แค่พยายามให้ถึงที่สุด
เต็มที่กับมัน
ก็น่าจะเข้าได้นะ^^
แม้ว่ามันจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม
จีแพกจริงๆแล้ว ก็น่าจะยกเลิกไปซะ
เพราะมาตรฐานของแต่ละรร.มันไม่เหมือนกัน
น่าเบื่อ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่ได้
เด็กนักเรียนตามไม่ทันแล้ว
เง้อ .. การศึกษาไทย
พวกเราไม่ใช่ "หนูทดลองนะ"
คิดถึงอนาคตของพวกหนูบ้าง เข้าใจไหม????
เครียด ^!^!
เปลี่ยนกันทุกปีเลยดีมั๊ยค่ะ
นอกจากเด็กต้องอ่านหนังสือแล้ว ยังต้องมานั่งติดตามข่าวอีก
.." อนาคตชาติไทย "..
ก็ระบบมันชุ่ยอ่ะ
มหาลัยก็เบื่อ เด็กก็เบื่อ
เปลี่ยนทุกปี อนาคตเด็กทุกปีที่ต้องไปเรียนอ่ะ
ทำไมไม่ตกลงกันให้เรียบร้อยและประสานงานกันให้ดีก่อนที่จะประกาศใช้หละ
เปลี่ยนอะไรกันนักหนา การศึกษาไทย เน่า เละ ห่วย
จะให้เด็กมันดีได้ยังไง ในเมื่อพวกผู้ใหญ่ก็นะ เหอ ๆ