สวัสดีครับ.. วันนี้เด็กแอดมิชชั่นทั้งหลายที่รู้ตัวว่ากำลัง เหนื่อย เครียด กดดัน และกำลังจะถอดใจจากการสอบแอดมิชชั่น พี่ลาเต้ มีบทความมาให้อ่านครับ.. ต้องสัญญาด้วยนะ ว่าจะอ่านให้จบ ว่าแล้วก็ไปอ่านกันเลยครับ

 

            ตุ๊กกี้ หรือ สุดารัตน์ บุตรพรหม ผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวในช่วงละครของชิงร้อยชิงล้าน คนที่ออกมาทำหน้าเหวี่ยงๆ แล้วก็เดินเข้าฉากไป หลายคนอาจไม่นึกว่าเพียงช่วงเวลาไม่นาน เธอจะกลายเป็นหนึ่งในตลกหญิงดาวรุ่ง ที่ชื่อเสียงพุ่งแรงที่สุดขณะนี้ และต่อไปนี้คือชีวิตคณะในฝันของเธอ..

 

 

>>> พ่อ แม่ คาดหวังให้เรียนในคณะที่ไม่ชอบ

 

            ตั้งแต่เล็กแม้จะรู้ว่าพ่อซึ่งหากินด้วยการขับรถเมล์ วางแผนมาให้พี่ชายเรียนช่างกลเพื่อเวลารถเสียจะได้ไม่ต้องเข้าอู่ซ่อม และให้น้องสาวเรียนหมอจะได้คอยดูแลพ่อแม่ตอนแก่เฒ่า และให้เธอเรียนครูจะได้มีคนนับหน้าถือตา แต่พอใกล้จะจบชั้นประถมแล้วเธอได้ไปเจอครูฝึกสอนที่เรียนนาฏศิลป์มา เธอกลับติดใจ และอยากไปเรียนมั่ง

 

           “แต่พ่อก็บอกว่าจะมีอะไรนอกจากเต้นกินรำกิน” ฟังแล้วตุ๊กกี้ก็ไม่พูดอะไร หากพอถึงวันที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ที่กาฬสินธุ์เปิดรับสมัคร เธอแอบหนีออกจากบ้านตั้งแต่ตี 5 นั่งรถจากอุดรธานีบ้านเกิดเพื่อไปสมัครแล้วก็เจอกฎกติกา ที่ทำให้หนักใจ

 

           “ก็.. ในใบสมัครบอกต้องหน้าตาดี บุคลิกดี ซึ่งหนูไม่มั่นใจเลย ตรงนั้นมีหนูคนเดียวที่ผมสั้นหน้าม้า คนอื่นเขาผมยาว ลูกคุณครู แล้วเรียนกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วยังที่บอกว่าต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ซึ่งถึงไม่มีทั้งคู่ แต่หนูก็กรอกไป ดีมากๆ ทุกข้อ”

 

 

>>> ความสามารถไม่พร้อม แต่พร้อมที่จะฝึกฝน

 

           ครั้นพอถึงตอนสอบ ขณะที่คนอื่นแต่งตัวสวยงาม รำฉุยฉาย , อัญเชิญพระขวัญ และต่างๆ นานา ตุ๊กกี้ที่ไม่เคยโดนครูสอนให้รำมาก่อน เลยตัดสินใจร้อง และเต้นเพลงมอเตอร์ไซค์นุ่งสั้น ของ สุนารี ราชสีมา ให้กรรมการคุมสอบฟัง

 

           “แต่เขาคงคิดว่าเด็กมันอยากเรียน ก็เลยให้เรียน หนูเลยเป็นคนแรกของนาฏศิลป์ที่ขี้เหร่” พอเข้าไปเรียน และถึงเวลาแยกนักเรียนให้เรียนเป็นพระ เป็นนาง ตัวนาง และเป็นตัวละครอื่นๆ “ครูเขาก็ซุบซิบกัน”

 

           เธอบอกว่า คนแขนยาว หน้ายาว เขาจะให้เป็นตัวพระ หน้าสั้น กลม แขนสั้น ก็เป็นตัวนาง พอถึงหนูครูก็ขำ แล้วถามหนูจะเป็นลิง หรือเป็นยักษ์ ในใจหนูก็นี่มันบทผู้ชายไม่ใช่เหรอ ก็คิดว่าครูหยอกเล่น ก็ว่าเป็นลิงแล้วกันครู” สุดท้ายเธอก็กลายเป็น "ลิง" ที่ตัวเล็กที่สุดในรุ่น

 

 

>>> พ่อไม่สนับสนุน แต่อยากเรียน

 

           ทางฝั่งครอบครัวตุ๊กกี้ ถึงแม้สุดท้ายพ่อแสดงออกชัดเจนว่าไม่สนับสนุนให้เรียน ช่วง 3 เดือนแรกของเทอมในวิทยาลัย เธอไม่ได้เงินจากพ่อสักบาท ต้องเอาตัวรอดด้วยการขายเครื่องสำอาง ขายสร้อยเงิน ที่เมื่อรวมกำไรกับเงินที่แม่แอบส่งให้ ก็พออยู่รอดได้

 

           “พ่อเขาหวังให้เราเหนื่อยจนเรียนไม่ไหวเอง แต่หนูไหว อยู่ได้ แค่อย่าตามเพื่อน เขาฮิตอะไรไม่สน ไม่ฟุ้งเฟ้อ มีอะไรก็ใส่ รองเท้ามีคู่หนึ่งไม่เคยเปลี่ยน ใส่จนพัง”

 

           ตลอดเวลา 3 ปีของการเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป ขณะที่เพื่อนๆ คนอื่นได้รับเบี้ยเลี้ยงจากการรับจ้างแสดงงานข้างนอกเป็นประจำ แต่ตุ๊กกี้เธอกลับบอกว่า เธอนั้นไม่เคยได้รับเลยสักบาท เนื่องจากไม่มีใครจ้าง เหตุผลคงเป็นเพราะตัวเตี้ยเกินไป เข้าพวกกับตัวละครอื่นๆ ไม่ได้

 

 

>>> ครูค่ะ หน้าตาไม่สวยแบบหนู เรียนแล้วจะทำงานอะไรค่ะ

 

           สุดท้ายจึงตัดสินใจถามครูว่าเรียนนาฏศิลปจบแล้ว ไปเป็นอะไรได้บ้าง คำตอบมี 2 อย่าง คือไม่เป็นครู ก็เป็นศิลปิน ก็เลยย้อนถามว่า “แล้วอย่างหนูจะเป็นอะไร” พอถามครูก็นิ่ง นิ่ง และนิ่ง

 

           “หนูเลยตัดสินใจบอกว่าจะไม่เรียนแล้วแหละ เพราะไม่ได้ออกงาน ไม่มีคนมาจ้างเลย เพราะเราไม่สวย คนที่ไปออกงานก็เรียนทันเรา เพราะครูก็ติวให้ เงินเราก็ไม่ได้ ผลงานก็ไม่มี แล้วคนที่ออกงานบ่อยๆ ก็จะเก่งกว่า เพราะมีประสบการณ์เยอะกว่า”

 

           แต่ก็เหมือนโชคดีที่ได้คุยปรับทุกข์เรื่องนี้กับ โอโม่ รุ่นน้องที่มักจะทำหน้าที่พิธีกรประจำวิทยาลัย ซึ่งพอรู้ปั๊บ เขาก็ชวนให้รับงานเป็นพิธีกรคู่ แล้วก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีมากๆ จนกลายเป็นว่าหากงานไหน ไม่มีพิธีกรคู่ แปลว่างานนั้นเล็กมากๆ “กลายเป็นว่าหนูมาถูกทางแล้ว” เธอบอกพลางยิ้ม

 

 

>>> ชีวิตเอนทรานซ์ของ พี่ตุ๊กกี้ พิสูจน์แล้วว่า ลิขิตฟ้า หรือจะสู้มานะคน !!

 

           ถัดจากนั้นพอจะขึ้นชั้น ม.4 พ่อก็มาขอให้ออกไปเรียนสายสามัญเธอก็ไม่ยอม พร้อมกันนั้นยังตัดสินใจสอบเอนทรานซ์เข้าเรียนต่อในคณะด้านการแสดงที่ ม.มหาสารคาม หลังเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 ที่นี่จึงได้ไปเจอกับครูกบ พีรพงศ์ เสนไสย

 

           “เขาเป็นคนผลักดัน และบอกให้หนูรู้ว่ารูปพรรณสันฐานคนไม่ใช่เรื่องสำคัญ เวลามีการแสดงอะไร ก็ให้หนูเด่นตลอด แล้วหนูยังได้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยไปแลกเปลี่ยนการแสดงใน 7 ประเทศ ตอนนั้นเริ่มทำให้หนูรู้สึกว่ารูปร่างหน้าตาไม่เกี่ยวแล้ว ฝีมือสำคัญสุด”

 

           หลังเรียนจบเธอเลือกไปทำงานที่ภูเก็ต ด้วยเหตุผลว่า “ถ้าเป็นที่กรุงเทพฯ เขาคงจะเลือกคนที่หน้าตา” เธอได้รับเงินเดือนสามหมื่นบาทถ้วน และเงินทุกบาทส่งให้ทางบ้านหมด เธออยู่ด้วยเงินเบี้ยเลี้ยง และเสื้อผ้าไม่เกิน 5 ชุด เธออยู่แบบนี้มาหลายปี ก่อนจะสามารถเอาชนะลิขิตฟ้าได้จนถึงทุกวันนี้

 

 

            เอาล่ะครับ.. ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ได้สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนทั้งประเทศ กลับมีเบื้องหลังที่น่าเศร้า และน่าน้อยใจมากๆ น้องๆ เด็กแอดฯ ที่ได้อ่านแล้ว หวังว่าคงมีกำลังใจ และกำลังกายในการต่อสู้กับศึกแอดมิชชั่นนะครับ สู้ๆๆ

 

            ลาเต้ลิขิต 1 : อ่านบทความนี้แล้ว ชาวเด็กดีพร้อมที่จะ "สู้" ไหมครับ..

 

            ลาเต้ลิขิต 2 : ชาวเด็กดีคนไหนมีชีวิตคล้ายๆกับ พี่ตุ๊กกี้ มาปรับทุกข์ได้นะครับ..

 

 

พี่ลาเต้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์มติชน และรูปภาพจาก สหมงคลฟิลม์ ครับ

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

84 ความคิดเห็น

อือ 17 ก.ย. 52 11:34 น. 1
เหมือนชีวิตหนูเลยอ่ะ
แต่หนูว่าของหนูเศร้ากว่า
มันเรื่องที่ไม่สามารถบอกใครได้จริงๆ
แต่บอกได้เลยว่าหนูไม่ได้เด็กเหวไหล เกรดเฉลี่ยก้อดี3.5อัพตลอด 
แต่ไข้ใจจริงๆว่าเรื่องแบบนี้มันต้องมาเกิดขึ้นกับหนู
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
โซคุง Member 17 ก.ย. 52 14:52 น. 10
พี่ตุ๊กกี้ฮามากครับ

ขอเป็นแฟนได้มะ

ถ้าอยู่กับพี่ ผมคงขำตลอดวัน

เพราะแค่ผมเห็นหน้าพี่ ผมก็กลั้นหัวเราะไม่ไหวแล้ว

เดี๋ยวผมเรียกน้องสาวพี่มาแป๊ปนะครับ

หึหึ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
★~My He@Rt mY sOuL Member 17 ก.ย. 52 15:08 น. 12
กรี๊ดดดดดด พี่ตุ๊กกี้
แฝดผู้พี่ของน้องงง!!

เลิฟมากๆคนนี้

น้องมาตามคำขอของแฟนพี่แล้วค่า
(คห 10กะ11)


เป็นกำลังใจให้ทุกคนสู้ๆ
สู้ไปด้วยกัน^_______^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Koko[Ro] Member 17 ก.ย. 52 16:31 น. 15
ตอนแรกเห็นพี่ตุ๊กกี้มาใหม่ๆ ยังนึกอยู่เลยว่าเป็นใครมายังไง...

ตอนนี้รู้แล้วแหละ.. ชีวิตพี่แกสุดยอดจริงๆ
0
กำลังโหลด
||-HeDw!g & P!gw!Dgeon-|| Member 17 ก.ย. 52 17:22 น. 16
อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองมีอะไรที่ดีพร้อมกว่าพี่ตุ๊กกี้มากๆ
เราน่าจะใช้โอกาสที่เรามีอยู่ในมือ(ทุน) มาต่อยอดให้เราประสบความสำเร็จ

ดูอย่างพี่ตุ๊กกี้ พ่อไม่สนับสนุน แต่พี่ก้ยังเรียนได้ถึงขนาดนี้ น่านับถือมากๆค่ะ  ชมจากใจ
แล้วพวกเราที่บ้านมีพร้อม สุขสบาย พ่อแม่ตามใจ ทำไมถึงไม่พยายามเพื่อฝันของเราล่ะ??
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
llgbll Member 17 ก.ย. 52 18:02 น. 20
พี่ตุ๊กกี้สุดยอดไปเลยอ่า

แต่สิ่งที่ได้จากบทความนี้ก็คือ

ขอให้ตั้งใจจริง ความสำเร็จ ก็ไม่ไกลเกินไป

เราอาจไม่มีคุณสมบัติครบ หรือพร้อมตั้งแต่ต้น 

แต่ของแบบนี้มันก็เรียนรู้กันได้เน้อ


0
กำลังโหลด
กำลังโหลด