เมื่ออดีตที่ผ่านไปล้วนยากต่อการแก้ไข แล้วทำไมเราไม่มองข้ามไปยังอนาคต เพื่อดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมกับมองมาที่ปัจจุบันว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง... นี่อาจเป็นสิ่งที่ภาพยนตร์เรื่อง The Age of Stupid ต้องการจะบอกกับเรา...


          พี่จูนได้มีโอกาสชมภาพยนตร์สะท้อนภาวะโลกร้อนเรื่อง The Age of Stupid ตามคำเชิญจากกรีนพีซ องค์กรการกุศลเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลามจากทั่วโลก สร้างโดยแฟรนนี่ อาร์มสตรอง ผู้กำกับ McLibel ผู้สร้างผลงานรางวัลออสการ์ เรื่อง One Day in September นำแสดงโดย พีท โพสเลธเวท ผู้ได้รับการเสนอชิงรางวัลออสการ์

 

 
{pic-desc}

 

          ภาพยนตร์เปิดฉากที่โลกเมื่อ 13,000 ปีที่แล้วมาถึงปัจจุบันปี พ.ศ. 2598 ซึ่งเป็นภาพความวินาศของสถานที่สำคัญๆ อย่างลาสเวกัส โอเปราเฮาส์ และทัชมาฮาล ทั่วทั้งโลกถูกทำลายราบเป็นหน้ากลองจนกลายเป็นเมืองร้าง

          ณ หอคอยสูงกลางมหาสมุทรอาร์กติก อันเป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปวัตถุทุกชิ้นแห่งนั้น ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่เฝ้าถามถึงสาเหตุของจุดจบโลกว่า "ทำไมเราไม่ช่วยชีวิตตนเองเมื่อมีโอกาส?" และเฉลยของเรื่องราวทั้งหมดกำลังถูกร้อยเรียงจากภาพเหตุการณ์ย้อนหลังไปจนถึงปี พ.ศ. 2551 ที่มนุษย์เราเริ่มรู้ว่า โลกกำลังประสบปัญหาภาวะโลกร้อนและมันกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ชัดเจนทั้งการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ความแปรปรวนของฤดูกาล การเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพ และภัยธรรมชาติที่รุนแรง...

           แต่มนุษย์ก็ยังคงคลั่งลัทธิบริโภคนิยม การกินการใช้ของเราสร้างความเสียหายสะสมมาเป็นเวลานานแล้ว จนในที่สุด ฝ่ายที่พยายามสร้างกระแสการอนุรักษ์ก็เริ่มออกมาเคลื่อนไหว และได้ข้อสรุปว่าทุกฝ่ายทั้งประเทศมหาอำนาจและประชาชนตัวเล็กๆ ต่างก็ต้องร่วมกันสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คือการทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาอัตราการเพิ่มของอุณภูมิโลกไว้ที่ 2 องศาเซลเซียส

           ที่สุดแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ก็แสดงให้เห็น "ยุคแห่งความโง่เขลา" ของมนุษย์ว่า เราไม่มีทางอยู่รอดได้ท่ามกลางการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดในโลกใบเล็กที่แคบเท่าเดิม เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงปี พ.ศ. 2598 ก็แทบไม่มีอะไรเหลืออยู่ในโลก ไม่ใช่เพราะธรรมชาติทวงความมั่งคั่งคืน แต่มนุษย์ด้วยกันเอง ยังสร้างสงครามเพื่อแย่งชิงโอกาสในการอยู่รอดอีกด้วย


           ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายพร้อมกันกว่า 40 ประเทศทั่วโลกในวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา โดยได้รับทุนสร้าง 450,000 ยูโร จากการบริจาคของคนทั่วโลก โดยเป้าหมายของภารกิจนี้ก็คือโน้มน้าวผู้ชม 250 ล้านคนให้เป็นนักกิจกรรมภาวะโลกร้อน โดยพุ่งเป้าไปยังการประชุมสุดยอดเรื่องภาวะโลกร้อนครั้งสำคัญ ณ กรุงโคเปนเฮเกน ในเดือนธันวาคม 2552

          ท่ามกลางกระแสความนิยมจากสื่ออื่น พี่จูนก็ขอแนะนำน้องๆ เช่นกันว่า น้องๆ ควรดูภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างยิ่ง เพราะทุกภาพทุกเหตุการณ์ในเรื่องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ถ่ายทอดมาจากเหตุการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นความลำบากแร้นแค้นของชาวไนจีเรีย การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากพายุเฮอริเคน ความเจ็บแค้นจากภัยสงคราม และความเห็นแก่ตัวของบุคคลบางกลุ่ม แม้ว่าบางท่วงทำนองจะมีการเสียดสีเหล่าทุนนิยม แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่า ความอยู่รอดของส่วนรวม ไม่ใช่ความรับผิดชอบของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น

          ...พี่จูนขอท้าเลยว่า ใครที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว จะต้องรู้สึกว่าอยากจะลงมือทำอะไรสักอย่างแน่นอนค่ะ  

          สำหรับน้องๆ ชาว Dek-D.com ที่อยากดูก็อดใจรออีกนิด เพราะภาพยนตร์ "The Age of Stupid ยุคแห่งความโง่เขลา" จะเปิดให้ดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ www.ageofstupid.net ในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ค่ะ ดูแล้วจะได้ร่วมกันหาทางช่วยชีวิตตนเอง เพราะคงไม่มีใครอยากให้วันข้างหน้าเป็นเหมือน พ.ศ. 2598 ในภาพยนตร์แน่นอน...

 

พี่จูน
พี่จูน - Columnist บ.ก.บันเทิง/ไลฟ์สไตล์ ใจดีกว่าหน้าตา รักสัตว์ รักเด็ก อยากเป็นนางเอกและนางงาม

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

3 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
Vipcreamz* Member 3 ต.ค. 52 20:04 น. 4
ไปดูมาเหมือนกันค่ะ ^^   

หนังสอนอะไรเราหลายอย่าง
คนเข้าชมเยอะเต็มโรงเลยล่ะ

แต่จะมีซักกี่คนที่คิดได้เน๊อะ ?
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด