|
แนะนำตัวกันก่อน โฮสท์แฟมิลี่ที่รัก ?? เอาล่ะเข้าประเด็นกันได้แล้ว (นอกเรื่องนาน) ผมเป็นคนที่ไม่ชอบหาเรื่องใคร แล้วก็ไม่อยากให้ใครมาหาเรื่องด้วย เรามาอย่างสันติ ซึ่งระยะ 10 เดือนที่ผมอยู่ในเยอรมัน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผมคือ 2 อาทิตย์ก่อนกลับประเทศไทย ผมได้ออกจากบ้านโฮสท์ ผมจะเล่าปัญหาให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมและครอบครัวอุปถัมภ์ของผม เมื่อผมมาอยู่ด้วยอาทิตย์แรก โฮสท์ผมทำตัวเหมือนเป็นโปรโมชั่น วันแรกที่มารับที่สถานีรถไฟ เค้าถามว่า "หิวยัง ไป ปะ ไปกินข้าวกันนะ" แล้วเธอชอบกินอาหารประเภทไหนล่ะ จีน อิตาลี เยอรมัน ผมก็ตอบว่า อะไรก็ได้ครับ ^^ ประสาคนไทยไม่เรื่องมาก อาทิตย์ต่อมาโฮสท์ก็จัดปาร์ตี้ให้เรา ว้าววว!! ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครจัดปาร์ตี้ให้เราเลย อาหารก็อร่อย ภายใน 2 อาทิตย์แรก ผมคิดว่าเค้าเป็นโฮสท์ที่ดีที่สุดของผมเลย ปัญหาเริ่มคืบคลาน เดือนที่ 2-4 เมื่อผมได้เข้าโรงเรียน ผมต้องเริ่มพูดภาษาเยอรมัน แต่ความจำผมไม่เก่งมากนัก โฮสท์เลยกลัวว่าผมจะพูดภาษาเยอรมันไม่ได้ เลยเอาแบบฝึกหัดเยอรมันมาให้ทำ ผมก็ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง โฮสท์ให้คำศัพท์มาเรื่อยๆ ศัพท์วันละ 20-30 คำ และต้องทวนของเก่าให้ได้ด้วย ผก็คิดว่าดีนะที่เขาเอาใจใส่เราจัง แต่ทว่า อย่างที่ข้างต้นกล่าวไว้ว่า โฮสท์พ่อมีนิสัยวู่วามใจร้อน พอผมท่องคำศัพท์ไม่ได้ โฮสท์พ่อเลยถลึงตา ทุบโต๊ะ ชี้หน้าด่า แล้วบอกว่า ศัพท์แค่นี้ทำไมท่องไม่ได้ ขนาดเด็ก ป.3 ยังท่องได้เลย (อ้าวว!! ผมเป็นคนไทยนะ ไม่ใช่คนเยอรมัน) ให้มันมาตอบสิว่า "กุญชร" แปลว่าอะไร คนต่างชาติจะรู้เหรอ??? แล้วคำศัพท์ที่ให้นั้น โอ้โหววว ใช้ได้ในชีวิตประจำวันไม่ได้เลย เช่น การคำนับต่อพระราชา หรือว่า ท่อนวรรคของกลอนเยอรมัน จะให้ท่องเพื่อ?? แต่ท้ายสุดผมบอกว่าพอเหอะ มันเสียเวลา เดือนที่ 5-6 ทุกอย่างเริ่มลงตัวยกเว้นเรื่องโฮสท์ก็ยังคงเหมือนเดิม ตั้งแต่มาเยอรมันผมยังไม่เคยเที่ยวเองเลยสักครั้ง ผมเลยขอโฮสท์ไปเที่ยวแค่มิวนิค เขาก็ถามว่าไปกับใคร ผมบอกว่าไปคนเดียว โดนวาจาสิทธิ์ลั่นบ้านอีกแล้ว โดนด่าเละ บอกว่าภาษาคุณยังไม่แข็งแรง มิวนิคเป็นเมืองใหญ่ถ้าคุณหลงไปจะทำยังไง หากคุณเป็นอะไรไปใครจะรับผิดชอบ ปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ เดือนที่ 6-7 ผมขอโฮสท์ว่าผมจะไปเที่ยว Berlin (เมืองหลวงประเทศเยอรมัน) ถ้าโฮสท์ปฏิเสธอีกผมคงไม่อยู่เฉยแน่ๆ ลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นชาวต่างชาติและคุณอยู่สกลนคร แล้วคุณไม่ได้ไปกรุงเทพฯ คุณจะรู้สึกยังไง อารมณ์ตอนนั้นขึ้นอย่างแรง แต่พอดีเขาอนุญาต ก็เลยไปได้ หลังจากผมเที่ยว Berlin เสร็จแล้ว ผมก็ไปต่อที่ปร๊าก สาธารณรัฐเชค ซึ่งแน่นอนว่ามันผิดกฎของ AFS แต่ช่วยไม่ได้เพราะเกิดมาจากความหมั่นไส้โฮสท์ส่วนบุคคล (น้องๆ ที่จะไปต่างประเทศอย่าเลียนแบบนะ) มันเสี่ยง!! เดือน 8-9 ตอนนี้รู้สึกอคติอย่างรุนแรง แต่ เด็กไทยสู้ตายครับ!! ณ ตอนนั้น ผมเหมือนคนโรคจิตเข้าบ้านไม่ได้ เพราะกลัวว่าถ้าเจอโฮสท์ต้องทะเลาะกันอีกแน่ๆ เลย 2 เดือนนี้ทำให้ผมฟิวส์ขาดอยู่บ่อยๆ ปัญหารุมเร้า โฮสท์แม่เข้ามารื้อของ รื้อเสื้อผ้าในตู้ ทำลายข้าวของ และที่แสบกว่านั้น เอาขยะและเสื้อผ้าเทกองรวมกันบนเตียง!! ผมเลยไม่อยากอยู่ในบ้าน เลยออกไปอาศัยเพื่อนบ้านอยู่บ่อยๆ
ตอนนั้นผมช็อคมาก ไม่คิดว่าโฮสท์จะกล้าได้ขนาดนี้ ตอนนั้นผมมีความรู้สึก 2 อย่างในใจคือ "ความกลัว" กลัวว่าจะเอาไงดีล่ะทีนี้ และเสียใจว่าทำไมเดือนแรกๆ เราไม่ย้ายโฮสท์นะ ทำไมเราต้องทนอยู่กับเค้าด้วยจากนั้นผมก็โทรไปหาผู้ดูแล AFS พอดีว่าเค้าทำงานอยู่เมืองใกล้ผม เค้าเลยรับผมไปอยู่กับเขา 2 อาทิตย์สุดท้าย ชีวิตเมืองนอกนั้นก็มีความสุขและความทุกข์ เหมือนผมที่มีความสุขทุกอย่างไม่ว่า เพื่อน โรงเรียน อาจารย์ แต่สุดท้ายก็ตกม้าตายคนที่ใกล้ตัวมากที่สุดคือโฮสท์แฟมิลี่ ก็อยากจะเตือนน้องๆ ที่ไปเมืองนอกนะครับว่า ถ้าอยู่ไม่ได้จริงๆ ปรับตัวไม่ไหวจริงๆ แล้ว อย่าทนครับ สุขภาพจิตเสียหมด และการเปลี่ยนแปลงบางอย่างจะมีผลลัพธ์อย่างไม่คาดฝันเลยทีเดียว เหมือนผมที่อยู่กับผู้ดูแล 2 อาทิตย์สุดท้าย ^^ จากที่ พี่เป้ อ่านเรื่องของน้องๆ มาหลายเรื่อง ทำให้รู้ว่า เรียนเมืองนอกใครว่าสบาย ! เพราะหลายคนคงจะต้องอึดอัดหรือมีเรื่องให้ลำบากใจอยู่เสมอโดยเฉพาะกับโฮสท์แฟมิลี่ ดังนั้นใครทนได้ก็ทน ใครทนไม่ไหวก็ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดไปเลย ! ส่วนใครมีเรื่องประสบการณ์เด็กนอกและอยากแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน ก็ส่งมาให้ พี่เป้ ได้เลยที่ pay@dek-d.com เลยค่ะ เดี๋ยวจัดมาลงให้แน่นอน |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
เก่งจังทนได้.. ตั้ง 10 เดือนแนะ เราอว่า แค่ 3 วันเราคงโทรหาให้เปลี่ยนอย่างด่วนหละ
55+
สู้ ๆ ต่อไปค่า (เกี่ยว ?)
กำลังโหลด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?





122 ความคิดเห็น
เก่งจังทนได้.. ตั้ง 10 เดือนแนะ เราอว่า แค่ 3 วันเราคงโทรหาให้เปลี่ยนอย่างด่วนหละ
55+
สู้ ๆ ต่อไปค่า (เกี่ยว ?)
โหย สุดยอด ทนได้ไงเนี้ย
เป็นเราเดือนแรก ไม่ดิ อาทิตย์แรกก็เปลี่ยนแล้วล่ะ เอ่อ แต่ตอนนั้นยังอยู่ในช่วงโปรโมชั่นนี่นะ- -
อือ
สู้ต่อไปครับพี่น้อง พี่เก่งมากเลยครับที่ทนได้โดยไม่ประสาทกินไปซะก่อน
ประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต 55
ขอบคุณสำหรับการถ่ายทอดประสบการณ์นะคะ ^ ^
เราไม่ทนแล้ว ฟิวส์ขาดตั้งแต่3 อาทิตย์แล้วมั้งเนี่ย
โทรมาร้องไห้ใหญ่เลย
เจ๋งอ่ะ อยากอ่านประสบการณ์ของพี่ๆที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเยอะๆ อิอิ
อยากเป็นนร.แลกเปลี่ยนม่างงง ~
เราว่าการปรับตัวก็สำคัญ แต่การปรับตัวที่ไม่ได้มีประโยชน์อันใดก็ไม่ควร
คงความเป็นตัวเรา แต่เข้ากับคนอื่นได้ดีกว่านุ ^^
(เราว่าถ้าเราไปอยู่ต่างประเทศจริงคงปรับตัวไม่ได้แหงม - - เกิดเจอโฮสงี้คงเป็นบ้าอ่ะ 555)
ร้องไห้ =.=
ต้องปรับปรุงนิสัยโฮสท์ทั้ง 2
แล้วลูกเขาอยู่กันได้ไงหว่า ?
ทนสุดๆอ่ะ
โฮสต์นิสัยอ่ะคะ
เหมือนกันหลายคนมากเลย
นิสัยแบบนี้อ่ะ
เหมือนเค้าคิดว่าเรามาอยู่เป็นภาระให้เค้า
เค้าเลยรำคาญเรา
ตอนแรกๆนะ
เอ เธอจะกินอะไรหรอ ให้ลูกชายฉันพาเที่ยวมั้ย เธออยากไปไหนหรอ ตามใจกันโคตรๆ
พอนานออกมา...
ไม่อยากพูดค่ะ
ไงก็รับๆหน่อยนะ
คนต่างชาติบางกลุ่ม ส่วนใหญ่เค้าก็ปรับตัวไม่ทัน อารมณ์แปรปรวนก็ปล่อยไปเหอะ
เล็กๆน้อยๆ
แต่ถ้าเยอะมากๆ
เฮ้ย ไม่อยู่มันแล่ว โฮสต์ใหม่เค้าก็รอเราอยุ
เชิญค่ะ^^
พี่ทนไปได้ไงเนี่ยะ ???
เก่งจัง
เค้ากไม่เคยไปอ่านะ.... เลยไม่รู้ว่าถ้าเกิดปัญหานี้ขึ้นมาเราจะเป็นยังไง
ที่เค้าบ่นก็คงอยากให้เราเอาตัวรอดไดแหละ.... เพราะเกิดเรื่อ
ใหญ่โตขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ ใช่มั๊ย?
เห็นพูดมาหฃายคนนะ ลองอยู่กับโฮสต์ที่เค้าเคยรับเด็กแลกเปลี่ยนดู น่าจะเวิร์ค
นาย ทนได้ ไง
ทนได้ไงอ้ะ
สุดยอด
เป็นเราคงสติแตกไปแล้ว
เพราะอย่าว่าแต่ภาษาเยอรมันเลย
แค่อังกฤษเรายังไม่ได้เล้ย!!!
เป็นเรา เราคงจิตตกแหละ
ขนาดอยู่ไทย ยังเป้นเลย เราดลกส่วนตัวสูงอยู่ ๕๕ แต่นิทกะใคร สนิทจริง รั่วให้เห็น
คห.18 ด่าแรงไปมั้ย ?
คนเราต้องต่อสู้นะคะ เข้ามาถึงขั้นรื้อของส่วนตัวเนี่ยก็ไม่ไหวน่ะ
แล้วอะไรที่ทำให้คุณคิดว่าพี่เข้าทำเสียชื่อประเทศชาติล่ะ หึ?
หรือิจฉาที่เค้ามีปัญญาไปคุณไม่มี
ปล.ทนไม่ได้คะ