![]() |
||
|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ (ที่เป็นหวัดอยู่ - -") อีกแล้วกับคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอก ขอบอกว่าเรื่องราวในวันนี้เป็นเรื่องที่สุดยอดมากๆ คอยอ่านกันให้ดีเพราะได้ความรู้เยอะมากๆ ใครชอบอะไรแนววิชาการไม่ควรพลาดนะคะ
อยู่ดีๆ ไปเรียนที่เยอรมันได้ยังไง ? นอกจากนี้ภาษาเยอรมัน เป็นภาษาที่ใช้มากที่สุดในยุโรป ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเยอรมันก็ถือได้ว่าเป็นรากเหง้าของยุโรปด้วยเช่นเดียวกัน พูดง่ายๆ ก็คือคุณพ่อท่านอยากให้ผมไปเรียนที่ประเทศเยอรมันมาก ซึ่งตัวผมเองก็ลังเลอยู่ เลยตัดสินใจว่าจะยื่นสมัครไปทั้ง 2 ที่พร้อมกันทั้งอังกฤษและเยอรมัน และหากที่ใดตอบกลับมาเป็นที่แรก ก็จะตัดสินใจไปที่นั่น (วัดใจๆ) ^^ และผลที่ออกมาก็คือ ประเทศเยอรมันตอบรับมาเป็นประเทศแรก โดยผมได้รับการพิจารณาเข้าศึกษา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย Universität München ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันครับ
สำหรับการสมัครเรียนนั้น ผมว่าสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือ ESSAY เรียงความ หรือ Motivation Letter ครับ เราก็ต้องเขียนว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เราอยากเรียนคณะนี้ ผมเขียนไปว่า ประเทศเยอรมันเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ทั้งสมัยเก่าและสมัยใหม่ เป็นแหล่งกำเนิดของนักปราชญ์ นักวิชาการ และนักดนตรี หลายแขนง เป็นประเทศที่น่าสนใจอย่างมากที่จะศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูเยอรมันหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เยอรมันนำระบบต่างๆ ที่ทันสมัยมาปรับใช้ ทั้งทางด้านกฎหมายและรัฐสภาได้อย่างลงตัว ซึ่งนักวิชาการส่วนมากมองว่านี่เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด พอได้เข้าไปเรียน ขอบอกว่า นี่แหละคือสิ่งที่ผมค้นหาอยู่ (โอ้ววว พระเจ้า) เราศึกษาทั้งภูมิหลัง ทั้งแนวความคิด ที่มาของแต่ละคน เราได้ศึกษาทุกระบบอย่างละเอียด หาข้อดี ข้อด้อย ซึ่งทำให้เราเข้าใจถึงแก่นแท้ของวิชาที่เราเรียนเลย เป็นการเรียนที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นนักวิชาการ ( ซึ่งตัวผมก็ชอบมากเหมือนกัน ! )
การสอบเข้าเรียนแพทย์นั้น จะสอบประมาณช่วงสิ้นปี โดยจะต้องใช้ข้อสอบที่เรียกว่า PCEM (Première année du premier cycle d'études médicales) เนื้อหาเป็นพวกพันธุกรรม ร่างกายมนุษย์ พวกนี้อะครับ ถ้าเราสอบผ่านเกณฑ์ก็ถือว่าสอบติด ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีนักเรียนต่างชาติสอบติดเข้ามาด้วย แต่จะไม่มาก เพราะเค้าจะรับมากสุดแค่ 8 เปอร์เซ็นต์ ก็คือหากมีนักศึกษาทั้งหมด 100 คน จะมีต่างชาติได้มากสุดแค่ 8 คนครับ นอกจากจะต้องสอบแล้ว ก็ต้องยื่น ESSAY ผมก็เขียนแนวๆ ว่าฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีความเจริญทางด้านการแพทย์ มีการผลิตวิจัยยาเป็นอันดับหนึ่งของโลกไรเงี้ย ยอๆ เขาไปน่ะครับ อีกอย่างคือต้องใช้ผล TCF หรือสอบวัดระดับภาษาฝรั่งเศสด้วยนะครับ การเรียนแพทย์ในฝรั่งเศสนั้น สำหรับปีแรกๆ 80% ของเนื้อหาจะเป็นเรื่องสามัญรวมๆ ครับ ส่วนอีก 20% จะเป็นเรื่องเฉพาะทาง specific วิชาที่นักศึกษาแพทย์จะต้องรู้จัก และเข้าใจอย่างถ่องแท้นั้น คงหนีไม่พ้น 2 วิชานี้ อย่างแน่นอนคือ 1. วิชา Anatomy เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับ อวัยวะของมนุษย์ ว่ามีอะไร ตรงไหน เท่าไหร่ พูดง่ายๆ ก็คือดูโครงสร้างร่างกายของมนุษย์ทุกระบบ ซึ่งเป็นวิชาที่ทำให้นักศึกษาแพทย์ต้องปวดหัวมากกับการที่จะต้องท่องจำชื่อ อวัยวะต่างๆ โดยส่วนตัวผม ผมคิดว่าเป็นวิชาท่องจำสุดโหดที่สุดในชีวิตเท่าที่ผมเคยเจอมา 2. วิชา Physiology เป็นการศึกษากลไกของร่างกายว่าร่างกายมันทำงานได้ยังไง นิ้วเราขยับได้ยังไง เรากระพริบตาได้ยัง ซึ่งวิชานี้ก็ยากเอาการเหมือนกัน ภาษาเป็นสิ่งที่ยากสิ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้วิชาแพทย์ยิ่งยากเข้าไปอีก ซึ่งคำศัพท์ของภาษาอังกฤษกับภาษาฝรั่งเศสไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น Cerebrum -- Cerveau หรือ liver -- foie เป็นต้น วิธีการแก้ปัญหาของผมก็คือ ผมจำคำศัพท์เป็นภาษาฝรั่งเศสหมดเลยครับ ระบบแพทย์ของไทยและฝรั่งเศสนั้นมีข้อแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก ถ้าเราไม่สบายจะไปหาหมอต้องโทรไปนัดหมอก่อน ผมจะเปรียบเทียบง่าย ๆ ให้ฟังว่าเราอยู่ประเทศไทยไม่สบายนิดไม่สบายหน่อย เราก็ไปคลีนิกหมอก็สั่งยามาให้เรากิน แต่ที่ฝรั่งเศสนั้นหากเราไม่สบาย เราจะต้องโทรไปทำการนัดหมายกับหมอ ซึ่งหมอจะตรวจเราและเขียนใบสั่งยาให้เรา แล้วเราต้องนำใบสั่งยานั้นไปซื้อที่ร้านขายยา พูดง่าย ๆ คือร้านคลีนิกหมอไม่สามารถขายยาได้เอง แม้ระบบของฝรั่งเศสจะดูยุ่งยาก แต่มันเป็นกลไกซึ่งแพทย์จะไม่เลี้ยงไข้ผู้ป่วย และแพทย์จะไม่ได้เปอร์เซนต์ค่ายา และเมืองไทยเรามี 30 บาทรักษาทุกโรค ส่วนที่ฝรั่งเศสมี Carte Vitale ซึ่งเป็นเหมือนสวัสดิการรัฐ เวลารักษาก็เอาการ์ดนี้ไปยื่นก็จะได้รักษาฟรี โดยจะได้ฟรีปีละ 190 ยูโรครับ มิวนิคกับปารีส ที่ไหนน่าอยู่กว่า ? มิวนิคนั้นสภาพความเป็นอยู่จะมีลักษณะที่เป็นหมู่บ้านซึ่งพัฒนาแล้ว มีระบบการขนส่งมวลชนที่ดีเยี่ยม แต่สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนนั้นก็จะบ้าน ๆ ชิล ๆ ซึ่งผมชอบมาก เราสามารถใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าช้างหนีบไปห้างหรู ซึ่งพนักงานก็ยังต้องรับเราเป็นอย่างดี ถึงจะมีสภาพความเป็นหมู่บ้านก็ยังเป็นเมืองอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน เมืองนี้มีทุกสิ่งทุกอย่างเทียบเท่าเมืองหลวง ถึงค่าครองชีพจพแพงแต่ก็ถูกกว่าเมืองหลวง(เบอร์ลิน)อยู่ดี มิวนิคเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยมาก ผมจอดจักรยานทิ้งไว้ที่สถานีรถไฟ สี่เดือนต่อมามันก็คงอยู่อย่างนั้น ส่วนปารีสเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยอารยธรรม ประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ บ้านเมืองนั้นประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม เป็นสถานที่ที่โรแมนติคน่าท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แต่ด้วยค่าครองชีพอันสูงลิ่ว ความปลอดภัยก็ลดลง ขโมยกับโจรก็เยอะ ผมจอดจักรยานที่นี่ไว้ ล็อคอย่างดีคาดว่าจะไม่มีใครเอาไปได้ แต่สุดท้ายมันก็ยังงัดเอาล้อไปสองข้าง แต่โชคดีที่ปารีสนั้นมีระบบขนส่งมวลชนที่ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทำให้ไปไหนได้ง่ายมาก ส่วนตัวผมแล้วผมเป็นค่อนข้างง่าย ๆ กันเอง ติดดิน ผมรู้สึกว่าการที่ผมจะอยู่ที่เมืองมิวนิคจะดีกว่า ซึ่งไม่ได้หมายความว่าปารีสนั้นไม่ดี แต่มันไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ของผมนั่นเอง สุดท้ายอยากฝากน้องๆ ว่า คำว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้มีอยู่ในพจนานุกรมของพี่ครับ หากน้องๆ มีความฝัน ก็ขอให้ตั้งเป้าหมายไว้ วางแผน แล้วทำตามแผนจนประสบผลสำเร็จ สิ่งที่สำคัญนั้นคือ เป้าหมายต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความดีครับ ขอให้น้องทุกคนตั้งใจล่าฝันนั้นมาให้ได้นะครับ พี่ไข่ขอเป็นกำลังใจ และจะสู้ไปพร้อมๆ กับน้องทุกคน หากน้องๆ มีคำถามเพิ่มเติมหรืออยากคุยกับพี่ สามารถแอดเมลล์มาคุยได้นะครับที่ dr.kai@hotmail.fr เฉพาะน้องที่สนใจจริงๆ นะครับ เป็นยังไงล่ะ ว่าที่นายแพทย์คนใหม่ โพรไฟล์ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ นะเนี่ย ยังไงขอเป็นกำลังใจให้นายไข่เรียนจบไวๆ และฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงให้ได้ ! ใครมีประสบการณ์เด็กนอกอยากเล่าก็ส่งมาให้ พี่เป้ ได้เหมือนเดิมเลยนะคะ ไปคอมเม้นท์อีเมลติดต่อทิ้งไว้ในมายไอดีได้เลยค่ะ (ตอนนี้เมลพังชั่วคราว T__T) ส่วนวันนี้ พี่เป้ ขอตัวลาไปจามต่อก่อน - - " ขอขวานหน่อย จะจาม 555+ |
||
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?




174 ความคิดเห็น
ไม่นึกเลยว่าจะเจอเรื่องของพี่เขาในเด็กดี พี่เค้าเก่งมากเลย เคยมาช่วยอ.ที่ร.ร.สอนด้วย น่ารักมากๆ
ตอนแรกนึกว่าแค่ไปเยอรมันนะเนี่ย ที่แท้ได้เรียนหมอที่ฝรั่งเศสด้วย สุดยอดดดดด นับถือๆ!
*O*
แสดงว่ายอดมาก ^^
ยังไงก็สู้ๆนะ พี่หมอเป็นกำลังใจให้
^________________^ V
เมื่อไหร่จะกลับมาเลี้ยงไอติมน้องอ่ะ
รออยู่นะ
อรัยจะเพอเฟคมากมาย
ยังไงก้สู้ๆค่ะ
เปนหมอได้อยุแล้ว**
:D
ไทยจะได้มีหมอเก่งๆ เย่" :)
เก่งๆ - -*
หนูจะไม่ย่อท้อนะคะ ^^
^^
เก่งเว่อร์อ่ะ
กลับมาอย่าลืมซื้อของฝากน้องด้วยนะ
อิอิ
คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกก !
ฮิ้ววววววววววววววว ~
รุมะว่ากิฟโคตรอิจฉาพี่ไข่อ่ะ ตอนนี้อาะกิฟโคตรคิดถึงยุโรปเลย อัมสเตอดัม มิวนิค มิลานโหวววว
อยากกลับไปอีกอ่ะ
สู้ๆกับการเรียนหมอเน้อ เป็นกะลังใจให้ค่าาาาาา สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พี่ไข่สุดยอดๆๆ
กำลังคิดว่าน่าจะได้มาลงใน Dek-d นะ
ได้ลงจนได้ :'DD
สาวกรี๊ดๆ
ฮี่ๆๆๆ
หนูนึกว่าพี่เรียนฝรั่งเศสอย่างเดีนวนะเนี่ย
เก่งจังๆ
ไหนสัญญาว่าจะเลี้ยงmkหนูไง
ลืมแล้วเหรอ
>_<
ขอให้พี่เรียนจบไวๆนะค่ะ
คือ เก่ง แท้ ~
อิจฉานะเนี่ย
อยากไปเยอรมันนน
>_<
สุดยอดดด เคยเรียนกับพี่เค้าด้วยยละ
เก่งๆๆ
เด๋วไว้ก่อนกลับไทยจะไปเยี่ยมที่ฝรั่งเสดนะคะ :)