โดนพ่อแม่บังคับเรียนคณะที่ไม่ใช่ อ.ปิงแนะนำอย่างไรดี

 
 
ตอนที่ 4 ธันวาคม
"โดนบังคับให้เรียนคณะที่ไม่ใช่ทำอย่างไรดี"
          สวัสดีครับชาว Admission Reality ทุกคน วันนี้ พี่หยก จะพาน้องๆ ไปพูดคุยกับอาจารย์ที่แสนใจดีที่สุดประจำโครงการ Admission Reality ของเราอีกครั้งนะครับ  นั่นก็คือ อ.ปิง แห่งสถาบันกวดวิชาภาษาไทย-สังคม ดาว้องก์ นั้นเอง วันนี้มีประเด็นที่น่าสนใจมากมายเลย  ทั้งเรื่องของคะแนน GAT PAT รอบตุลาคม 52  วันวานเอนเทรานซ์ของ อ.ปิง  และคำถามที่ฝากเข้ามาจากน้องๆ บนเว็บไซต์ Dek-D.com ครับ  ว่าแล้วก็ไปพูดคุยกันเลยดีกว่า....
 
 

 

 

 

พี่หยก : ในรอบตุลาคม 2552 ข้อสอบ GAT อาจารย์มองว่ายังไงครับทั้งเรื่องคะแนนและจำนวนคำตอบ
อ.ปิง : อันดับแรกครูว่าข้อสอบมันก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรต่าง และก็คะแนนเพิ่มขึ้นเยอะมากเพิ่มสูงขึ้นมากๆ เหตุผลก็อาจจะมาจากหลายอย่าง อันดับแรกอาจเป็นเพราะเขาผ่านข้อสอบมาหลายทีเขาก็เรียนรู้ความผิดพลาดแล้วและก็จะทำได้แล้ว อย่างที่สองมันเหมือนเป็นสนามสุดท้ายก็ยื่นคะแนนแอดตรงจุฬาฯ เขาก็ต้องทำกันเต็มที่อย่างที่ และอย่างที่สามคือเด็กบางคนได้เริ่มดู เพราะบางคนไม่มีโอกาสได้เรียนพิเศษไง อย่างของครูก็รับโครงการ
จากกระทรวงศึกษาธิการให้ไปออกติวเตอร์ชาแนลคนดูกันเยอะมาก และวันนั้นดูแค่นั้นล่ะมันจับทางได้เลย อาจจะหลายเหตุผลที่ทำใด้เด็กได้คะแนนเยอะ สูงขึ้นนะ ครูว่า ม.6 ก็ดีขึ้นเยอะนะทั้งอังกฤษและก็ทั้งภาษาไทยก็ดีใจกับน้องๆ ด้วย
 
พี่หยก : โดย Mean สูงขึ้น แต่กลับกันครับหลายคนดันไปเก็งข้อสอบไว้ว่าต้องมีจำนวนคำตอบเท่านั้นเท่านี้ทำให้หลายคน พลาดโอกาส 150 เต็ม ในพาร์ทเชื่อมโยง
อ.ปิง : ในห้องที่สอนอยู่มี 150 อยู่นะ แต่ว่าส่วนมากจะได้146 จุดเท่าไรก็ไม่รู้แบบว่าขาดไปคำตอบหนึ่งคือแบบตอนที่พี่สอนของในดาว้องเอง
ไม่เคยบอกว่ามี 40 คำตอบ แล้วที่จริงๆ แล้วที่บางคนบอกว่าเป็นที่กวดวิชาไม่น่าจะถูกเพราะส่วนใหญ่ที่เด็กเข้าใจว่า 40 คำตอบเนี่ย ทุกโรงเรียน จะขอคำตอบไปที่หน่วยสอบ และเขานับกันเองว่า 40 ตามโรงเรียนบอกเอง เขาก็เลยเข้าใจแบบนั้นกัน แต่ครูบอกกับน้องๆไว้เลยว่าไม่มีอะไรที่แน่นอนหรอกข้อสอบ GAT ครั้งต่อไปอาจจะมี 38 คือเราจะไปสรุปอย่างงี้ไปสอนเด็กแบบนี้ไม่ถูก แล้วเด็กมันจะกลายเป็นนกแก้วนกขุนทอง แบบ GAT แบบนี้ พอสอนปุ๊บ เธอต้องเห็นว่าแบบนี้ตอบแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้ข้อสอบมันไม่ฟิก มันเป็นข้อสอบแบบวัดการวิเคราะห์อะไรแบบนี้ ดังนั้นเราต้องสอนให้เด็ก วิเคราะห์
 
พี่หยก : อย่างครั้งล่าสุดเนี่ยนักเรียนน้องๆ ที่ดาว้องคะแนนสถิติเป็นอย่างไรบ้างครับ
อ.ปิง : ยังส่งมาไม่เยอะและส่วนมากคนที่ได้ 150 เต็มได้เยอะไปล่ะ หรือ 140 กว่า รับเหรียญไปละเขาไม่ส่งกันล่ะ เดี๋ยวเหรียญมันจะเฟ้อ แต่มีคนได้เต็มอย่างน้องที่จังหวัดโรงเรียนเพชรมั้ง จังหวัดกำแพงเพชร เขาเรียนสาขาพิษณุโลก แล้วก็มีที่หาดใหญ่ที่ส่งมานะที่ได้คะแนน 150 เต็มค่ะ
 
พี่หยก : มีน้องพัฒนาการพุ่งกระโดดอีกไหมครับ
อ.ปิง : มีศูนย์มาเป็น 140 กว่าก็มีเดี๋ยวเรารอค่อยประกาศผลทีเดียว
 
พี่หยก : แล้วอาจารย์มองยังครับกับ GAT ครั้งต่อไปครั้งที่ 4 โอกาสเป็นไปได้ข้อตัวข้อสอบน่าจะเป็นอย่างไร
อ.ปิง : ก็เหมือนเดิมนี่ล่ะ แนวข้อสอบคงไม่เปลี่ยน เพราะมันเป็นทางที่ถูก เขาชอบแบบนี้จะให้เด็กวิเคราะห์และก็ใส่ความสัมพันธ์สี่อัน แต่เด็กๆต้องอ่านดีๆว่าความสัมพันธ์ที่เขาให้ใส่เนี่ย A มันยังเหมือนเดิมไหม หรือคราวนี้เหตุผลอาจจะเป็นตัว B หรือแกล้งไปเป็นตัว F อะไรแบบเนี่ย คนออกข้อสอบก็เหมือนกับกลัวว่าเด็กได้คะแนนเยอะ เดี๋ยวเขาจะเสียหน้า จริงๆแล้วไม่เกี่ยวอ่ะเด็กมันทำได้เนอะ เราก็ต้องมีมุฑิตาจิตค่ะ ผู้ใหญ่ต้องเรียกว่ามีพรหมวิหาร 4 พรหมวิหารมีด้วยกันสี่ข้อ เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา น้องหยกรู้ไหมคะว่า มุฑิตา แปลว่าอะไร ยินดีเมื่อคนอื่นได้ดี ไม่ใช่ว่าคนอื่นเขาได้ดีแล้วเราไปกลั่นแกล้งเขาเนี่ยบาป เขาว่าบาปคะ ไม่มีความเป็นพรหมวิหารสี่ ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ที่ดีคะ
 
พี่หยก : แบบนี้ ถ้า GAT ออกมาแล้ว ตัวที่น่าจะเกรงกลัว น่าจะเครียดกันสำหรับเด็กๆ คือ ONET แล้วตอนนี้เวลาเหลือประมาณ 2 เดือนกว่าๆ เท่านั้นเองครับ อาจารย์คิดว่าตอนนี้ควรจะเตรียมตัวสำหรับตัว ONET และเจอGATPAT บางคนสอบปลายภาคด้วย เครียดเยอะเลย
อ.ปิง : เราต้องดูว่า คะแนนเปเปอร์ไหนที่คะแนนเรายังน้อยแล้วเราสามารถ
อัพได้ แต่ถ้าครูไปแนะนำว่านักเรียนเปเปอร์ไหนน้อยให้ไปอัพเปเปอร์นั้น พูดแบบนี้ไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าน้องถนัดหรือเปล่า และอย่างบางเปเปอร์ หยกยกตัวอย่าง เช่น วิชาที่มันเป็นคำนวณหน่อยอ่ะ ภายใน 2 เดือนจะอัพได้กี่คะแนนหรอ แล้วถ้าพื้นเราอ่อน เราก็ต้องดูตามความเป็นจริง ว่าเราสามารถอัพเปเปอร์ไหนได้ ต้องดูความสามารถตัวเองด้วย ว่าเปเปอร์ไหนคะแนนยังอ่อน อัพขึ้นไปเยอะๆ เราก็ควรจะอัพเปเปอร์นั่น แต่ถ้าเปเปอร์ไหนที่เรารู้สึกว่ามันคงอัพไม่ได้ เราก็ต้องยอมรับความจริงนะ ก็ควรจะปล่อยวางบ้างแบบนี้ไม่เครียดเกินไป
 
พี่หยก : แล้วอย่างตัว ONET น้องๆยังไม่เคยสอบด้วย ชีวิตหนึ่งครั้งเดียวเท่านั้นเตรียมตัวยังไงดีครับ
อ.ปิง : ก็ต้องเตรียมหมดทุกแบบทุกสาระ แต่จริงๆ แล้วเนี่ยอย่างอังกฤษคนไหนเรียนมันก็อยู่ใน GAT ก็ได้อยู่แล้ว เลขใมันอยู่ใน PAT มันก็ได้อยู่แล้วใช่ไหม วิทยาศาสตร์ คนไหนที่ไปทางวิทยาศาสตร์ก็ได้ อยู่แล้ว เพราะข้อสอบก็ไม่ได้ออกยากอะไรเกินไป แต่ว่าไทยสังคมเนี่ยสำหรับครู มันต้องรื้ออย่างนี้เลย เพราะบางคนมันไม่ได้อยู่ใน GAT PAT โดยตรง เพราะงั้นต้องรื้อฟื้นกันใหม่และตั้งใจทำกันให้ดีที่สุดเพราะไทยสังคมนับเป็น 10% เพราะตอนนี้เขาถือว่า GPAX 20 ใช่ไหมคะ และ ONET 30 ใน ONET 30 แบ่งเป็น 8 กลุ่มสาระ และก็ศิลปะ พละ การงานรวมกันเพียงแค่ 5% แต่ไทย 5% สังคม 5% รวมกันเป็น 10% ฉะนั้นก็คือ 10% ของข้อสอบ สมมติว่าเต็มหมื่อนก็เท่ากับพันหนึ่งแล้วอ่ะ
 
 
พี่หยก : เรียกได้ว่าอาจเฉือนชนะกันได้ตัวไทยสังคม
อ.ปิง : มีส่วนด้วยค่ะ เพราะถ้าทุกคนเท่ากันหมด ก็ต้องตัดด้วยพวกนี้หมดแล้ว
 
พี่หยก : ขอย้อนไปบ้างสมัยที่ อ.ปิง เอนทราซ์ ก็ไม่กี่ปีที่ผ่านมาสมัยเพิ่ง 5 ปี 6 ปีแป๊บเดียวเองใช่ไหมครับอาจารย์
อ.ปิง : ตอนเอนท์เหรอรุ่นครูยังเป็นเอนท์ปีละครั้งอยู่ แต่ครูไม่ค่อยกดดันนะ เพราะว่าจะเล่าให้ฟังว่า ตอน ม.3 เนี่ยครูก็ออกไปสอบใช่ไหมแล้วก็พลาด เข้าเตรียมฯ นี่ละเสร็จแล้วก็สอบไม่ผ่าน เวลาเรียนที่โรงเรียนเนี่ยนะ ครูจะชอบ 4 วิชา ไทย สังคม เลข อังกฤษ แต่วิทยาศาสตร์ครูไม่ชอบ ปรากฏว่าเราก็ไม่ได้เรียนพิเศษใช่ไหม อย่างเลขนี่ พอเราไปทำข้อสอบปุ๊บ เราไม่รู้เราก็ทำไม่ได้ มันต้องใช่เทคนิคหนิ พอมาถึง ม.ปลาย เนี่ยครูก็บอกแม่ครูว่าไม่ไหวแล้ว ไม่เรียนพิเศษไม่ได้แล้ว เราสู้คนอื่นไม่ได้ ถ้าสอบที่โรงเรียนอ่ะได้นะ ครูคนเดิม แล้วก็สอนเราแบบเดิม แต่ถ้าเจออาจารย์คนอื่น ออกข้อสอบที่มันไม่ใช่แนวนี้ ครูก็เลยออกมาเรียน ครูเลยวางแผน ม.4 เนี่ยเอาแต่อังกฤษอย่างเดียวเลย พอม.5 จะจบเลขอย่างเดียวเลย ม.6 ก็ไทย สังคมล้วนๆ
 
พี่หยก : อาจารย์เก็บเป็นปีๆ อย่างงี้ น้องคนไหนที่เพิ่งขึ้น ม.ปลาย อาจจะนำวิธีนี้ไปใช้ได้
อ.ปิง : ได้ คืออย่างอังกฤษเนี่ย มันจะต้องมีพื้นอยู่แล้ว อย่างครูชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเลขก็ต้องมีพื้นอยู่แล้ว จริงๆ แล้วจบตั้งแต่ ม.5 เทอม 1 อยู่แล้วจบหมดแล้วถึง ม.6 แล้วพอ ม.6 ก็มาเก็บไทยสังคม ไทยไม่ค่อยเท่าไร แต่สังคมเก็บไม่หมด คือแบบว่าสังคมมันเยอะมาก เรียนไปเรื่อยๆ เก็บไปเรื่อยๆ

 
 
 
 

 

 

 

พี่หยก : จนในที่สุดอาจารย์มาติดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อ.ปิง : ตอนที่ติดเราก็ไม่ค่อยจะตื่นเต้น ไม่ใช่อย่างนู้นอย่างนี้นะ บังเอิญญาติเป็นคณบดี แล้วมาบอกเราว่าเอาชื่อเราเข้าไปแล้ว ยังไม่ประกาศผล ก็บอกว่าเอาชื่อเราเข้าไปแล้ว และก็ได้คะแนนอยู่ตัวท็อปๆ ของคณะ พอเราฟังแล้วเราก็เลยไม่ตื่นเต้นวันที่ประกาศ ช่วยลุ้นให้เพื่อนมากกว่า
 
พี่หยก : อ.ยังพอจำได้ไหมครับว่า 4 อันดับ อาจารย์เลือกอะไรไว้บ้าง
อ.ปิง : รุ่นครูหกอันดับ จำได้เลยว่าเลือก บัญชีธรรมศาสตร์อันดับหนึ่ง เพราะอาม่าจบจากบัญชีธรรมศาสตร์ ได้เป็นผู้ตรวจสอบใช่ไหม เขาก็บอกว่าเธอต้องเรียน สารบัญเดียวกับฉันนะ มันก็เลยแบบฝังหัวว่าต้องเรียนสถาบัน เดียวกับเขา ก็เลยเลือกตามเขา แต่ใจจริงอยากเลือกครุศาสตร์ จุฬาฯ แต่ด้วยความที่รู้สึกว่าครุศาสตร์ จุฬาฯ ไม่มีใครเขาเลือกอันดับหนึ่งกันไง ไม่ค่อยนิยมกันเป็นอันดับ 1 บางคนก็จะมองว่าไม่ได้อะไรหรือเปล่า ตอนรุ่นครูนะ
 
พี่หยก : ด้วยค่านิยมของสังคมด้วย
อ.ปิง : ใช่ ถ้าเป็นตัวท็อปๆ เจ๋งๆ ในสายศิลป์ คำนวณ ควรจะเลือกบัญชีไง แล้วอีกอย่างความคิดครูนะ ความเป็นครูมันอยู่ในสายเลือดของเรา เหมือนกับคนที่ความเป็นแม่ ไม่ต้องมีโรงเรียนไหนมาสอนหรอก ฉันรักลูก ฉันได้ ฉันสอนลูกศิษย์ฉันได้ ครูก็รู้สึกอย่างนั้น แต่เทคนิคบางคนจำเป็นต้องเรียนแบบเนี่ยอะค่ะ
 
พี่หยก : แล้วตอนนั้นอาจารย์ค้นหาตัวตนยังไง ถึงว่าฉันนี่ล่ะ เข้าบัญชีได้แน่นอน
อ.ปิง : ครูไม่หลอกตัวเองไงคะตั้งแต่เด็กๆ อ่ะหยก คือแบบว่าครูชอบเราอยากเป็นครูตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่จำความได้เลย เธอเชื่อไหมเนี่ย พูดแล้วจะหาว่าคุย
 
พี่หยก : ชอบสอนคนอื่น สอนเพื่อนๆ อะไรแบบเนี่ยเหรอครับ
อ.ปิง : ชอบที่สุดเป็นเหมือนความฝันเลย อย่างซินเดอเรลล่าเขาอยากเจอเจ้าชายแต่ฉันอยากเป็นครู
 
พี่หยก : ถ้าสำหรับน้องๆ ที่หาตัวเองไม่เจอ อาจารย์มีข้อแนะนำยังไงบ้างครับ
อ.ปิง : ก็ดูที่เรามีความสุขกับอะไร แล้วก็ไปตามทาง ของเราที่มีความสุข แต่จริงๆ ครูก็ไม่ได้มองอาชีพคร ูอย่างเดียวนะ ยังอาชีพที่อยากเป็นมากคือทนายความ เพราะมีความรู้สึกว่า อยากช่วยคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม คนที่แบบเขาพูด ไม่เป็นอ่ะ อะไรแบบเนี่ยเราจะช่วยเขาได้ นี่ก็เป็นอีกอาชีพ หนึ่งที่คิดไว้ และก็มีนิเทศก็เคยอยากเรียน บัญชีครูก็ตัวท็อป โรงเรียนเหมือนกันเพราะชอบ วิชาเลขมาก มันก็มีได้ หลายอัน แต่ถ้าออกมาจากใจ inner ของมันเลย คือ ครุศาสตร์เพราะฉะนั้น ครูว่าเราจะต้องเดินตามความฝันเรา ขณะเดียวกัน ขณะที่เราเดินตามความฝัน เราเดินเข้าไป ในถ้ำอ่ะคะ เพราะเราไม่รู้อนาคต อย่างเพลง que sera sera the future's not our to see เพราะฉะนั้น เราไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น ครูก็เดินตาม คือตรงนั้นมัน
มีแสงเทียน ครูก็เดินไปเรื่อยๆ ครูไม่เคยคิดเลยมาดาว้องก์ บางคนคิดว่าอาจารย์คิดไหมว่าจะมีสาขาอื่น ไม่มีเลย นี่มันคือเกิดความฝัน เพราะครูเดินตามแสนเทียน ในจิตใจครู พอใจเราเปิดกว้าง เราชอบอะไร มันก็เป็นแสงเทียน เราก็เดินตามไปเรื่อยๆ

พี่หยก : ย้อนกลับไปถึงที่เตรียมตัวบ้าง อาจารย์มีความเครียด หรือความกดดัน กลัวไม่ได้กลัวไม่ติดเหมือนคนอื่นทั่วไปไหมครับ
อ.ปิง : ไม่กลัว หยกไม่ใช่ครูเก่งหรืออะไรนะ คือสมัยตอน ม.5 ตอนสอบ Pre-Ent ครูได้ที่ 1 และแบบตอนเรียนที่โรงเรียนก็คือ ไม่มีปัญหา อย่างเพื่อนไปเรียนพิเศษเลขเรียนกับ อ.สมัยเลยนะ อ.สอนดีมากมาก ถึงมากที่สุดและเป็นอาจารย์ที่เป็นอาจารย์ เพราะอาจารย์ไม่มีเทคนิค อะไรทั้งสิ้น ไม่มีเลยนะที่จะมาใส่สูตร เธอสูตรนี้ๆ ให้เด็กตื่นเต้น อาจารย์สอนจนเรารู้สึกว่ามันคือธรรมชาติ และอาจารย์เป็นครูมากๆ มีความเป็นครูสูง เชื่อไหมเลขเรื่องหนึ่ง ครูเรียนกับอาจารย์ห้ารอบ มันเหมือนนั่งฟังเพลง แล้วแต่คนนะแต่ครูน่ะเหมือนเรากำลังนั่งดูเพลง อาจารย์พูดไปปุ๊บ ครูจะกลับมาทวนและลองทำตามอาจารย์ และข้อสอบก็จะออกในแนวอาจารย์ อย่างเรื่องภาคตัดกรวย คนอื่นเขาตกกันกระจาย แต่ครูอะได้ท็อปครูเต็มด้วยนะ มันไม่เห็นจะยากเลยอาจารย์เขาสอนสลับไปสลับมา สอนให้รู้สึกว่าเหมือนเรากำลังเดินด้วยตัวเองไม่ต้องใช้ไม้พยุงอะไรแบบเนี่ย เอออาจารย์เขาสอนดี ครูก็เลยแบบค่อนข้างที่จะติดใจ แล้วก็บอกว่าตามอาจารย์ เสร็จแล้วปรากฏว่า เพื่อนอีกคนเขา ไปเรียนพิเศษเลข จะมีที่ดังมากและเขาก็มี test แคลคูลัส แล้วเพื่อนครูมันทำไม่ได้ เฮ้ย แกทำให้หน่อย ครูก็เรียนแต่อาจารย์ สมัยคนเดียวเขียนๆ เชื่อไหม ครูได้เต็มของอีกสถาบันเนี่ย ครูได้เต็มแล้วเขาก็ประกาศแต่ครูไปเขียนเป็นชื่อเพื่อน พอประกาศเขาก็บอกคนเนี่ยที่เรียนกับเขาได้เต็ม แต่จริงๆ คนทำคือครูเรียนกับอาจารย์สมัย ครูก็ภูมิใจ ในตัวอาจารย์ของเรา แต่ภูมิใจที่สุดคืออาจารย์มีความเป็นครู อาจารย์ไม่ได้โฆษณา อาจารย์ไม่มีเทคนิค อาจารย์ให้ เรานับถือด้วยใจ และนี่ก็เป็นต้นแบบของครูอีกคนหนึ่ง ครูจะมีอาจารย์เตือนใจ ที่สอนอังกฤษเป็นต้นแบบแล้วก็มีอาจารย์นี่ล่ะ เขามีความเป็นครูสูง ไม่ใช่แบบพวกมาขายวิชา ฉันอยากดัง อะไรแบบเนี่ย อาจารย์ไม่มีความแบบนั่นเลย และเป็นต้นแบบ มาถึงตัวครู แล้วเราก็อยากให้คนที่เดินตามรอยเรามาแบบเนี่ย จุดประสงค์คือเราสงสารเด็ก อยากทำเพื่อเด็กไม่ใช่ว่า เอาความดัง เอาเงินอะไรแบบเนี่ย สิ่งเหล่านั้นคือมันจะตามมาแต่เราไม่ได้มอง คือเราเป็นครูเราอย่าไปมองให้เสื่อมเลย
 
พี่หยก : อาจารย์เลยได้ดี เพราะได้ครูดี ได้อาจารย์ที่ดีด้วย ความกดดันในการสอบเลยน้อยลง
อ.ปิง : พ่อแม่ครูด้วย ไม่เคยสอนครูให้บ้าเงิน เนี่ยมีเงินมีชื่อเสียง สิ่งเหล่านี้ไม่เคยมีอยู่ บุพการีปลูกฝังครูเลยแม้แต่นิดเดียวก็ไม่มีอยู่ ถามว่าอะไรคือความสุข คือ การที่ได้ความอบอุ่น ความรักระหว่าง อ.สมัย ก็รักครูมาก ครูก็รักอาจารย์ อ.เตือนใจก็รักครู ครูก็รักอาจารย์ ครูโตมาจากความรักครู เลยต้องการความอบอุ่น แบบนี้ตลอดไป และนักเรียนก็รักครู เด็กที่ไม่ใช่เด็กดาว้อง ก็มาถามครูนะ สิ่งเหล่านี้คือความอบอุ่น เงินซื้อไม่ได้
 
พี่หยก : มีน้องคนหนึ่งติดโควต้าแล้ว แต่มหาวิทยาลัย ไม่ใช่มหาวิทยาลัย ที่เขาต้องการที่สุด แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวเสี่ยง แอดมิชชั่นกลาง อาจารย์คิดว่าควรทำยังไงดีครับ เอาอันนี้ไปเลยแล้วไม่ต้องลุ้นแอดกลาง หรือว่ายอมเสี่ยงแอดกลาง เพราะคนอาจจะเอาโควต้ากันหมด มีคนไปเอาแอดกลางน้อย
อ.ปิง : อันนี้พูดยาก มันต้องดูจากจุฬาฯ ทรงมันเป็นยังไง ยกตัวอย่างจากสถิติอย่างครั้งที่ผ่านมา รอบเดือนกรกฎาคม คนที่ได้เกิน 270 รอบเดือนกรกฎาคมมี 30 คน ม.6 ม.5 เราไม่นับใช่ไหม แต่ครั้งนี้เขาไม่มีทำผลแยกออกมา ม.5 ม.6 แต่เราก็ต้องพยายามพยากรณ์เท่าที่เป็นไปได้ น่าจะเป็นประมาณ 60 คนที่ได้เกิน 90% ฉะนั้นคนที่อยู่ในกลุ่มนี้คนไหน ที่เลือก ถ้าเลือกจุฬาฯ นะ เพราะถ้าใช้ GAT ล้วนๆ ยื่นอย่างรัฐศาสตร์ อย่างนี้ ถ้าไม่ได้ไปยื่นในสายเดียวกัน ติดทุกคนแน่นอน แต่ถ้าใน 60 คนไปยื่นรัฐศาสตร์ที่รับ 10 คนหมดอย่างนี้มันก็ต้องมีคนไม่ติดอ่ะ คนที่ได้คะแนนแบบนี้อาจจะไปเรียนวิทยามั้ง อักษรบ้าง อะไรแบบนี้ เพราะอย่างงั้น 90% นี่ค่อยข้างติดแน่นอน แล้ว 80% ขึ้นไปมีอยู่ 1500-1600 คน ซึ่งครูคิดว่าน่าจะมีโอกาส ส่วน 70% - 75% ดูเเล้วเยอะเนอะ ถ้าเป็นแบบรุ่นเดอะอย่างครูนี่เยอะ แต่อาจจะผิดหวัง เพราะมันต้องมีคนยื่นเข้าไป แล้วถามว่าคนจะเอาจุฬาฯ หมดไหม มันอยู่ที่ความมั่นใจของเด็ก คือมีหลายแบบมาก เด็กแบบยังฉันจะ เอาจุฬาฯ ก็มี บางคนก็อยู่ตรงไหนก็ได้ ขอให้เราแบบติดไว้ก่อน เราสบายใจ ครูไม่สามารถพยากรณ์อะไรได้ แต่เสียดายเด็ก อย่างครูไปติวเตอร์ชาแนลจัดที่สุรศักดิ์มนตรี น้องที่เดินเข้าไปนั่ง กับครูชื่อน้องเปรมเป็นผู้หญิงนะคะ ปรากฏว่าน้องเก่งภาษาไทยมาก คือเวลาเขาตอบอะไรฉะฉานและเป็นคำตอบที่ใช่ ไม่ใช่แค่ถูก อย่างเดียวนะ แต่มันใช่ พอกล้องมันตัดก็เลยถามเขาเลือกอะไร เขาบอกว่าเลือกแม่ฟ้าหลวงไปแล้ว ไม่มีใครเขามารอแอดกลาง กันหรอก เราก็เลยคิดว่าเสียดาย ไม่ใช่ว่าแม่ฟ้าหลวงไม่ดีนะ แต่เสียดายว่าจริงๆ น้องอยากจะเลือกอย่างอื่นหรือปล่าว แต่ตอนนี้นี้เด็กไปโควต้ากันเยอะมาก หลายคนที่ครูเจอเด็กเก่งๆ ไปโควต้ากัน
 
พี่หยก : พูดถึงผู้ปกครองมีออีก 1 คำถาม มีน้องที่ใจจริง อยากเรียนคณะหนึ่ง แต่ผู้ปกครองบังคับให้เรียนอีกคณะ เราก็แนะนำแล้วให้ลองคุยกันต่างกันก็ต่างมีเหตุผลเป็นขอตัวเอง อาจารย์ว่าจะทำยังไงดีครับ คุณพ่อคุณแม่ก็อยากให้เรียนคณะนี้ ตัวเราก็อยากเรียนคณะนี้ ต่างคนก็ต่างมีเหตุผลเป็นของตัวเอง อาจารย์คิดว่าจะทำยังไงดีครับ

อ.ปิง : สำหรับครู ครูคิดว่าความถูกนะ ความถูกต้องมีสองอย่าง
ถูกต้องจากประสบการณ์ ถูกต้องจากความคิด ในความคิดอะไรก็เป็นไปได้ ครูยังสั่งให้หยกมารักครูได้เลย และครูก็นั่งจินตนาการเพ้อเจ้อไป ครูจะเชื่อจากสิ่งที่เกิด จากครูการลงไปเดิน รู้ว่ายืนเป็นยังไง จากของผู้มีประสบการณ์ มากกว่า แต่เราเข้าใจความฝันของเด็กนะ ยกตัวอย่างเช่น อย่างครูใช่ไหม หยกคิดดูนะ ครูอยากเป็นครูแต่แม่ครู
อยากให้เป็นนักบัญชี แม่บอกว่าเป็นครูมันเหนื่อยนะลูก ไปบัญชีดีกว่าไหม เงินก็จะหาได้ง่าย แต่ไม่ได้สอนให้เราหาเงินนะ แต่ไม่อยากให้ลูกเหนื่อยทำไม ปรากฏว่าตอนเอนท์ครู ก็ทำตามแม่ครูนะ แต่พอเป็นเรื่องอาชีพ มันเป็นของฉันทั้ง ชีวิตครูเลยตามใจครู มีการแบ่งรับแบ่งสู้ แม่อันนี้ให้แม่ล่ะนะ และอันนี้ของเรา ครูใช้วิธีการแชร์แบบนี้ และครูขอพูดแค่ อย่างเดียวเวลาเลือกคณะ ขอว่าอีก 20 ปีข้างหน้าน้องอายุ 40 ปี น้องคิดหรือเปล่าว่าอะไรคือความั่นคงของชีวิต ถามว่าอะไร คือความมั่นคง คือสมมติว่าเราชอบอะไรแล้ว เราเลือกไม่ได้เป็น เพราะอาชีพของเราต้องไปขึ้นกับคนตั้งเยอะๆ แยะ เราไม่สามารถ เลือกได้ ทั้งทีเราเกิดเป็นคน ทั้งทีเราควรจะมีอิสระในการเลือก ถามว่าอย่างงั้นเรามีความสุขไหม แต่อีกคนหนึ่งเขามีความั่นคง เขาอยู่ในการงานที่เขาแบบอยู่ได้ตลอดแล้ว แล้วเขาก็สามารถเลือก โดยไม่มีผลประโยชน์มาบีบบังคับ ทั้งทีใจเรานะชอบอันนี้มาก แต่เราต้องพูดตามใจเจ้านายไปว่าชอบอันนี้อ่ะ เลือกสิเรา อยากเป็นคนไหน แล้วจะรู้ว่าทางต้องไปยังไงแค่นั่นเอง และบางเรื่องมันเป็นสีสันแค่ตอนมัธยมที่เราอายุสิบกว่า อายุสิบกว่าเนี่ย เราต้องการความนุกสนาน ถูกไหม ความสุขเราจะเป็นแนวเนี่ย และพออายุตอนสามสิบกว่าเมื่อเพื่อนเราไปอยู่ตรงนั่นตรงนี้ปุ๊บ เรามองปุ๊บเราอย่างนั้นไม่ได้แล้วละไม่ทันเขาแล้วเนี่ย ครูว่าต้องมองที่ความมั่นคง หรือไม่ก็คุยกับพ่อแม่ ว่าแม่แบบนี้ได้ไหม คือช่วงนี้หนูจะเรียนแบบนี้ เมื่ออายุเราไปถึงสัก 20 ปลายๆ ความสนุกของเรามันควรจะต้องลดลง เราก็ต้องเฟดตัวเอง ไปหาความมั่นคง เพราะฉะนั้นครูเข้าใจว่าเป็นวัยที่แตกต่างกัน แต่ก็อย่าลืมแล้วกันไม่ว่าเราจะสนุกแค่ไหน ถึงวัยของเราแล้ว เราก็ต้องเฟดตัวเองออกไปหาความมั่นคง ความมั่นคงคืออะไร คือ ณ วันนั้นเราสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเราเอง และเราก็สามารถพูด หรือชอบในสิ่งที่เราชอบ ไม่จำเป็นต้องมีใครมาบังคับว่า ถึงฉันชอบก็ต้องพูดอีกอย่างเพื่อประจบเขา ทำกันได้ไหมละ ทำได้ก็ประสบความสำเร็จแล้วละ

อ.ปิง : น้องๆ สู้ๆนะคะ ไม่ว่าเราจะโดนกลั่นแกล้งยังไง เราก็ต้องสู้ใช่ป่ะ เด็กๆ



 
 
 
 
 
 

> ร่วมภารกิจตามติดแอดมิชชั่น!!
 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

18 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กล้วยตานี 8 ธ.ค. 52 14:44 น. 7
ชอบประโยคสุดท้ายที่สุด.. 55

ไม่ว่าเราจะโดนกลั่นแกล้งยังไง เราก็ต้องสู้ใช่ป่ะ เด็กๆ

^
^
5555555555
0
กำลังโหลด
•NEEABYONCE• Member 9 ธ.ค. 52 18:05 น. 8

อ.ปิงสุดยอดมากค่ะ ข้อสอบ คณะ ประวัติศาสตร์ มศว. 

เหมือนมีอ.มานั่งบอกทีละข้อเลยค่ะ ดีใจมากที่ได้เป็นลูกศิษย์ครู

รักอ.ปิงมากค่ะ ♥♥♥ 

ลุ้นผลสัมภาษณ์ 11 ธ.ค. นี้กริ๊สสสส

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
palmary Member 26 ธ.ค. 52 22:27 น. 13

ความเห็น11

หยาบคายมากเลย

ไม่ชอบมันก็เป็นเรื่องของคุณ   สิทธิ์ของคุณแต่เก็บเอาไว้ในใจก็ได้มั่ง

คนมีการศึกษาไม่ทำอะไรไร้สาระแบบนี้หรอกนะ

คุณเกลียดอาจารย์เขา  1  คน  แต่มีคนรักอาจารย์เขาเป็นร้อยๆๆๆคน

คุณไม่ควรทำตัวแบบนี้

ขนาดเราไม่เคยเรียนกับอาจารย์เขา   เรายังรักอาจารย์เลย

อาจารย์เขาให้ข้อคิดที่ดีมากๆๆเลยนะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด