ตอนที่ 7 มกราคม 53 
".ปิง เผยหมดเปลือก แนวข้อสอบไทย-สังคม โอเน็ตปีนี้"

 

              สวัสดีครับ.. เหลือเวลาให้หายใจอีกไม่นานแล้ว น้องๆ ชาวแอดมิชชั่นทุกคนก็จะต้องกลั้นใจลงไปแข่งในสนามสอบ O-NET และ GAT PAT รอบมีนาคม 53 กันแล้ว.. วันนี้เพื่อส่งน้องๆ ชาวเด็กดีให้เข้าสู่สนามสอบอย่างมั่นใจ พี่ลาเต้ ก็เลยมีบทสัมภาษณ์ดีๆ เข้ากระแสของ อาจารย์ปิง แห่งสถาบันกวดวิชาดาว้องก์ภาษาไทย – สังคม มาฝากกันครับ.. ว้าวๆๆๆ


 
 

 

 

 

        บทสัมภาษณ์นี้ไม่อยากให้น้องๆ แอดมิชชั่นต้องพลาด !!!!!! เพราะอาจารย์ปิง ได้พูดถึงแนวข้อสอบวิชาภาษาไทย และสังคมศึกษา ของข้อสอบโอเน็ตปีนี้ ที่เพิ่งเปลี่ยนรูปแบบการออกใหม่ชนิดสดๆ ร้อนๆ ใครที่อยากรู้ว่าข้อสอบ 2 วิชานี้จะออกอย่างไร ออกเรื่องไหน และควรมีเทคนิคการทำอย่างไร ไปอ่านจากบทสัมภาษณ์ และคลิปวิดิโอจาก พี่แนน กันเลยคร๊าบ..

        พี่แนน : อีกไม่กี่เดือนน้องๆ ก็จะลงสนามสอบ O-NET กันแล้ว อ.ปิง คิดว่า O-NET ปีนี้เนื้อหาจะออกมาแนวไหนค่ะ ทั้งวิชาภาษาไทย และสังคมศึกษา ?

        อาจารย์ปิง : สำหรับโอเน็ตพี่เข้าใจว่าตัวรูปแบบอาจจะเปลี่ยน โดยวิชาภาษาไทยนี้ก็จะคงเป็น 100 ข้ออย่างเดิม เพียงแต่ว่าหลักภาษาเพิ่ม เพราะงั้นในตัวเนื้อหาคิดว่าออกคล้ายของเดิม แล้วอาจารย์วิชาภาษาไทยที่ออกข้อสอบโอเน็ต ท่านน่ารักมากทุกปี เพราะเขาออกเพื่อวัดความรู้จริงๆ ไม่ได้ออกมาเพื่อฆ่าเด็ก ต้องชมว่าน่ารักมาก มีความเป็นแม่สูง

 

        ส่วนสังคมก็ยังเป็นข้อสอบ 100 ข้อเหมือนเดิม โดยจะมีทั้งหมด 5 กลุ่มสาระวิชา ได้แก่ หน้าที่พลเมือง ศาสนา ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และประวัติศาสตร์ อย่างละ 20 ข้อ  มีทั้งหมดก็ 100 ข้อ เพียงแต่ข้อ 1-50 จะมีคำตอบข้อเดียว แต่ตั้งแต่ 51-100 มีคำตอบมากกว่า 1 คำตอบ คำว่ามากกว่า 1คำตอบไม่ได้หมายความจะมี 2 คำตอบนะ อาจเป็น 3 หรือ 4 คำตอบขึ้นกับอยู่เขา

 

        เพราะฉะนั้น ถ้าถามครูว่ายากไหม ขอบอกว่ายากมากๆๆๆ เพราะต้องใช้ความละเอียด บางทีสมมุติเรารู้เพียงแค่ 2 คำตอบ แต่คำตอบมี 3 คำตอบ ก็ไม่ได้แล้ว เพราะงั้นค่อนข้างยากในการที่ทำข้อสอบสังคมให้ได้คะแนนเต็ม

 

         พี่แนน : ข้อสอบ O-NET วิชาสังคมปีนี้ เปลี่ยนรูปแบบการถาม และการตอบด้วย เช่น มีแบบระบายตัวเลือกมากกว่า 1 คำตอบ อาจารย์ปิง คิดว่ามันจะออกมารูปแบบยังไงค่ะ

         อาจารย์ปิง : ใช่ค่ะ ก็อย่างสมมุติปีก่อนๆเค้าถามว่าข้อใดไม่ใช่คนไทย ก็จะมีตัวเลือก 4 ข้อ แสดงว่าต้องมีตัวเลือกที่เป็นคนไทย 3 ข้อไม่ใช่คนไทย 1 ข้อ แต่หากเป็นปีนี้เขาจะถามเปลี่ยนใหม่เป็น ข้อใดเป็นคนไทย คือสลับคำว่า”ไม่ใช่” คำตอบก็จะมีอยู่ 3 ข้อนั่นเอง คล้ายๆ แบบนี้ค่ะ เพียงแต่ว่าน้องๆ ค่ะครูก็ไม่สามารถบอกได้ว่า ข้อนั้นจะมี 2 มี 3 หรือมี 4คำตอบ ก็ต้องเดากันเอง และก็ต้องมาดูว่าใครนั้น “เซี๊ย” ที่แปลว่าแม่นยำกว่ากันในห้องสอบมากกว่ากัน 555

 

          พี่แนน : อย่างที่ทราบกันดีว่าวิชาสังคมเป็นวิชาที่ออกกว้างมากๆ นักเรียนตกม้าตายกันเลยทีเดียว อยากให้อาจารย์ปิงลองแนะนำหน่อยว่า สิ่งที่อันตรายในข้อสอบโอเน็ตสังคมมีอะไรบ้าง ที่ควรเน้นระวังเป็นพิเศษหรือเปล่าค่ะ

          อาจารย์ปิง : พี่ว่านะอันดับแรก เราต้องทำใจว่าสังคมเป็นวิชาที่ไม่ได้คะแนนเยอะ ถ้าเราทำใจตรงนี้ แล้วเราได้คะแนนในระดับหนึ่งเราก็จะมีความสุขมาก แต่ถ้าไปคาดหวังมากเกินไป คือมันไม่ได้อยู่แล้ว อย่าไปคาดหวังมากเกินไป แล้วก็ทำให้ดีที่สุด

          ส่วนที่ว่ากว้าง พี่ก็ว่าจริง แต่มันก็จะมีแนวของมัน บางตัวที่ออกประจำๆ เช่น ประเภทของกฎหมาย รัฐธรรมมูญ ก็จะต้องออกอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องอ่านนิดนึง และเราก็ต้องดูเรื่องกว้างๆ แต่เรื่องที่จุกจิกๆ คนออกข้อสอบพี่ว่าเค้าเหมือนจะฆ่าเด็ก ถ้าออกจุกจิกๆ เกินไป ก็ให้ทำใจบ้างว่าจะมีสักประมาณ 10 ข้อ

          แต่ถ้าเกินมากกว่า 10 ข้อ พี่ว่าคนออกข้อสอบคงต้องไปพบแพทย์ ไปเช็คตัวเองแล้วว่าเป็นไรมากหรือเปล่า แค่ 10 ข้อเด็กก็ไม่ไหวแล้ว อย่างเรื่องที่พี่คิดว่าจะต้องออก ก็อย่างเช่นเรื่องภูมิศาสตร์ พวกเครื่องมือ เช่นพวกภาพ 3มิติ กล้องสเตอริโอสโคป แบบนี้เราก็ต้องไปดูนิดนึง เพราะมันก็เป็นสิ่งที่ต้องจะออกอยู่แล้ว

         พี่แนน : แล้วอย่างภาษาไทยล่ะค่ะ ที่คาดว่าจะออกบ่อยๆ ออกประจำมีเรื่องไหน บทไหนบ้างค่ะ
         อาจารย์ปิง : การอ่าน แต่ข้อสอบภาษไทย พี่ว่าคนออกน่ารัก คือ ออกข้อสอบไม่ซับซ้อนมากเกินไป คือเห็นๆ เลยว่าคำตอบคือข้อนี้  ไม่ใช่ข้อนี้ แต่ก็มีบ้างของในบางปีประมาณ 4 - 5 ข้อ ที่เหมือนว่าตอบได้หลายข้อ ซึ่งอยากจะฝากอาจารย์ ถ้ามีโอกาสได้ดูในคลิปแล้ว ก็อยากจะบอกอาจารย์ว่าบางข้อให้มันเป๊ะไปเลยดีกว่า  บางข้อมันกำกวมแต่คนออกข้อสอบภาษาไทยยังไงก็น่ารักอยู่ดี เพราะไม่ได้จะฆ่าเด็ก ยังไงก็ฝากน้อง อ่านเรื่องการอ่านหน่อย ไปทำข้อสอบเก่าๆ เรื่องวรรณยุกต์ เรื่องพยัญชนะท้าย เรื่องภาพพจน์วิธีการเปรียบเทียบ มันก็ต้องออกอยู่แล้ว

 
 
 
 

         พี่แนน : อีกไม่นาน น้องๆ ก็จะต้องลงสนามสอบ O-NET กันแล้ว มีอะไรจะฝากถึงน้องๆ เพื่อสู้ศึกครั้งนี้ไหม

         อาจารย์ปิง : ก็อยากฝากน้องๆ ทุกคนว่าปีนี้มันยากๆๆ และสงสารน้องมากที่สุดเลย ไม่รู้จะพูดไงแล้ว เปลี่ยนระบบมาเป็น GAT PAT แล้ว O-NET ก็เปลี่ยนอีก แล้วรุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่เริ่มคิด GPA 20 % แล้ว O-NET 30% ซึ่ง O-NET 30% คิดจาก 8 กลุ่ม ซึ่งปีก่อนๆคิดแค่เพียง 5 กลุ่ม เพราะมี สุขศึกษา พละ ศิลปะเอามาคิดหมด ซึ่งสงสารน้องๆจริงนะ และการเตรียมตัวก็อยากให้อ่านให้มากที่สุด

          หากถ้าไม่พูดถึงวิชาของพี่ พูดถึงวิชาภาษาอังกฤษก็โหดนะ เพราะเค้าให้หาที่ผิด ก็แสดงว่าต้องรู้ที่ถูกเป็นยังไงด้วย ซึ่งพี่มองเด็กทุกคนไม่ได้มองเด็กแค่บางกลุ่ม ยังไงพี่ก็ยังพูดเหมือนเดิมว่าเด็กไม่ใช่เครื่องจักร เด็กมีหัวใจ คนที่จะทำแบบนี้ให้แค่คิดว่าเด็กเป็นลูก อย่าคิดว่าเด็กไม่มีหัวใจ เด็กคือคนที่เราอยากจะปั้น หรือคิดว่าเด็กเก่งแล้วต้องออกสื่อ ส่วนเด็กที่ไม่เก่งคือเด็กที่แย่ ยังงี้ไม่ถูกต้อง ซึ่งคนเรามีความถนัดตั้งหลายอย่าง ก็อย่าไปดูถูกคนอื่นที่ไม่เก่งวิชาการมากเกินไป

          พี่แนน : มีน้องๆ ฝากมาถามว่า “ทำยังไงดี รู้สึกว่าตัวเองไม่ถนัดการวิเคราะห์เชื่อมโยงเอาซะเลย เวลาทำข้อสอบหากเป็นแบบท่องจำจะทำได้ดีกว่า ยิ่งพอมาเจอข้อสอบ GAT ที่เป็นวิเคราะห์ จะทำยังไงดีค่ะ
         อาจารย์ปิง : ก็ต้องฝึกทำค่ะ จริงๆ อาจจะยากในตอนแรก แต่พอเราฝึกไปอีกสักระยะ เอาข้อสอบเก่าๆม าฝึกทำมากๆ ก็จะดีขึ้นค่ะ เอาใจช่วยค่ะ

          พี่แนน : มีน้องๆ ในเว็บเด็กดีฝากถามมาว่า “อาจารย์ปิงคิดว่าคะแนนแอดมิชชั่นปีนี้จะสูงไหมค่ะ เพราะ GAT PAT สอบได้หลายครั้ง แต่ละคนก็จะต้องเอาครั้งที่สูงที่สุดมาใช้
          อาจารย์ปิง : ก็สามารถพูดได้ 2 อย่างแต่จะให้เลือกแบบไหนล่ะ ระหว่างแบบปลอบใจ กับแบบพูดความจริงค่ะ น้องแนนเลือกเอา (งั้นเอาแบบปลอบใจก็ดีน่ะค่ะ พี่แนนตอบ) ถ้าเอาแบบปลอบใจ ทุกอย่างก็เหมือนกล่องของขวัญ  ตราบใดที่ตัวกล่องของขวัญยังไม่เปิดก็ยังสามารถลุ้นได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเปิดออกมาแล้วก็เท่านั้นแหละค่ะ เพราะงั้นทุกอย่างอยู่ที่วันที่เราเปิดซองคะแนนค่ะ

          แต่ถ้าจะเอาแบบอยากรู้ความจริงบ้าง ก็คนที่ได้คะแนน GAT สูงเยอะมากๆ แล้วอย่างคะแนนของคนที่ยื่นคะแนนรับตรงที่จุฬาฯ ปีนี้ปรากฎว่าคะแนนสูงมาก แล้วคนที่สละสิทธิ์ตั้งเยอะเหมือนกัน เพราะบางคนเขาเตรียมจะเอาหมอ เขาลองเลือกดูเพราะคะแนน GAT เขาสูง แต่คะแนน PAT ไม่สูง งั้นเขาเลือกเอา GPA กับ GAT เข้าไปมันก็ได้ ได้ก็สละสิทธิ์มันก็มี

        
เพราะฉะนั้นภาพรวม คะแนนน่าจะขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นมี 4 องค์ประกอบ เช่น GAT PAT GPA และสุดท้ายคือ O-NET อยู่ที่ O-NET ด้วยว่า O-NET จะออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องน่าจะเดือนเมษายน พี่จะสามารถฟันธงได้แล้วว่ามันจะไปในทิศทางไหน แล้วต้องดูจากกลุ่ม เราต้องสุ่มกลุ่มด้วย เราถึงจะสามารถบอกได้ว่าคะแนนขนาดนี้ น่าจะติดคณะไหน

 

             โอ้โห.. สุดยอดเลยจริงๆ พี่ลาเต้ ดูจากคลิปวิดีโอสัมผัสอารมณ์ได้เต็มที่เลยครับ รู้สึกเห็นใจน้องๆ แอดมิชชั่นรุ่นนี้มากๆๆๆๆ แต่ยังไงก็ต้องสู้ต่อไปนะครับ.. นำเคล็ดลับที่อาจารย์ปิงแนะนำไปใช้ จะช่วยให้เอาตัวรอดจากระบบนี้ได้ดีทีเดียว สู้ๆๆ ครับ

 

              ตอนหน้าห้ามพลาด อาจารย์ปิง จะมาพูดถึง 3 คณะยอดนิยมของเด็กดาว้องก์ พร้อมสูตรการเลือกคณะที่ติดชัวร์ๆ รอติดตามที่แอดมิชชั่นเรียลลิตี้แห่งนี้ครับ..

 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

43 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
14112 29 ม.ค. 53 19:25 น. 5
รุ่นหนูทดลอง ต้องทำจายยยยยยยยยยย

"เด็กไม่ใช่เครื่องจักร เด็กก็มีหัวใจ"

โปรดอ่านและทำความเข้าใจด้วยนะคะ

คุณอุทุมพร!
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
SK. 29 ม.ค. 53 19:51 น. 8
ใช่คับ

คุณอุทุมพร

เด็กต่างจังหวัดไม่รู้เค้าจะเป็นยังไงกันบ้าง

เเค่เด็กในกรุง ยังเหนื่อยใจขนาดนี้

ให้กำลังใจน่ะคับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ตุ๊กตาหมีสีชมพู 29 ม.ค. 53 22:30 น. 13
รักอาจารย์ปิงจังเลย

อาจารย์เป็นคนที่เข้าใจเด็กนักเรียนมากที่สุด

อยากให้พวกผู้ใหญ่สทศ.คิดได้แบบนี้

เฮ้อออออ........อยากไปเรียนกรุงเทพ แต่ไม่กล้าแอดมิด

ตอนนี้ติดรับตรงมหาลัยนึง คิดว่าจะยื่นเลยดีมั้ย

เซ็งอ่ะ ทำไมต้องเป็นรุ่นนี้ด้วย รุ่นนี้ทำไรผิด?
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
POKPAK 30 ม.ค. 53 15:33 น. 17
รักอาจารย์ปิงที่สุดเลย อยากกลับไปเรียนพิเศษกับอาจารย์อีกจัง คิดถึงช่วงเวลานั้นมากๆเลยที่ได้เรียนพิเศษกับอาจารย์สุดสวยและสวยที่สุดในโลก หุหุ ขอบคุณที่ทำให้หนูเอนฯติดนะคะอาจารย์ ^_____________________^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด