สทศ.อึ้ง GPAX นักเรียนพุ่งขึ้นทุกปี

นาง อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีนักเรียนยื่นความจำนงขอดูกระดาษคำตอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต 890 คน โดยเริ่มดูได้ตั้งแต่วันที่ 21-22 เม.ย.นี้ เวลา 08.30 น. ที่ สทศ. อาคารพญาไท ชั้น 35 และศูนย์สอบต่างๆตามที่นักเรียนยื่นเรื่องแสดงความจำนงไว้  สทศ. ได้เตรียมกระดาษคำตอบพร้อมคำเฉลยที่จะให้ผู้ยื่นขอดู กระดาษฯ ไว้เรียบร้อยแล้ว คาดว่าภายใน 2 วัน จะสามารถให้ผู้ยื่นขอดูกระดาษฯได้ทั้งหมด และมั่นใจว่าการตรวจคะแนนไม่ผิดพลาดแน่นอน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สทศ.กำลังศึกษาข้อมูลผลการเรียนเฉลี่ยสะสม ม.ปลาย หรือจีพีเอเอ็กซ์ของนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั้งหมด โดยเปรียบเทียบจีพีเอเอ็กซ์ ปี 2547-2549 เป็นรายโรง เบื้องต้นพบว่าจีพีเอเอ็กซ์สูงขึ้นทุกปี เช่น จากเดิมเกรด 2 เป็น 3 จาก 3 เป็น 3 กว่า และที่น่าตกใจคือ พบว่าบางโรงเรียนมีเกรดสูงขึ้นตามแนวดิ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ ต้องดูข้อมูลต่อไปว่าโรงเรียนที่เกรดสูงขึ้นเป็นโรงเรียนอะไร ปล่อยเกรดหรือไม่ และจะได้รู้กันว่าที่เคยมีการยืนยันว่าโรงเรียน สพฐ. ไม่ปล่อยเกรดจริงหรือไม่ เพราะข้อมูลที่ศึกษาเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด



ผอ.สทศ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะทำการศึกษาเปรียบเทียบผลการเรียนของนักเรียนในสังกัดสำนัก บริหารงานการศึกษาเอกชน และโรงเรียนสาธิตต่างๆเพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนของแต่ละสังกัด จากนั้นตนจะนำข้อมูลนี้เสนอต่อคณะทำงานศึกษาระบบแอดมิชชั่น ที่มี นายมณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร  ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาฯ ที่จะประชุมกันในวันที่ 14 พ.ค.นี้ เพื่อเป็นข้อมูลให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ใช้ประกอบการตัดสินใจกำหนดสัดส่วนของแต่ละองค์ประกอบของแอดมิชชั่นปี 2553

ด้าน นายกฤษณพงศ์ กีรติกร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า  ตนรายงานผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูงหรือเอเน็ต  ต่อ นายวรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่พบคะแนนผิดปกติ.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 20 เมษายน 2550
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

24 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
คนบาป Member 20 เม.ย. 50 12:32 น. 2
แต่ก็ไม่ได้หมายความเด็กไทยฉลาดขึ้น....ไม่ได้หมายความว่าเด็กไทยเก่งอังกฤษ พูดกับฝรั่งได้..... คณิตก็งั้นๆ สังคมเด็กไทยก็ตามไม่ทัน วิทยาศาตร์ก็ใช่ว่าจะดี หรือแม้แต่ภาษาไทยของวัยรุ่นก็ยังวิบัติ......เฮ้อ.....ซ้ำร้ายปีนี้ เด็กไทยยังเจอข้อสอบโอเน็ทที่ไร้มาตรฐาน เด็กได้คะแนนกันสูงปรี้ด.......จะได้อะไร ถ้าคะแนนเด็กเต็มร้อย แต่ข้อสอบเด็กประถม......หยุดเถอะ พวกทำรายชาติทั้งหลาย เลิกคิดอะไรที่บ้าบอได้แล้ว........ แอดมิชชั่นไม่เหมาะกับประเทศไทยจริงๆ การศึกษาของคนต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป ไม่ใช่นึกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน นึกจะทำอะไรก็ทำ.................คิดโครงการต่างๆเพื่อฮั้วเงินกัน มันไม่มีประโยชน์ กินบ้านกินเมืองอยู่บนชีวิตของเด็ก มันไม่ขี้ขลาดไปหน่อยเหรอ...........คอยติดตามดูแล้วกันครับ ชาวเด็กดีทั้งหลาย.......ม.ออกนอกระบบที่ไม่มีหลักประกันว่าเด็กจะมีศักยภาพมากขึ้น แต่ออกนอกระบบเพราะผู้บริหารหรืออธิการบดีจะได้แดกกันง่ายขึ้น เหอๆ อีพวกมีการศึกษาพวกนี้มันก็หิวโหยเงินของเด็กดีนะ..... หรือแม้แต่แอดมิชชั่น ที่หัวสมองผู้ใหญ่ทั้งหลายที่พึ่งคิดได้ว่า จีพีเอ กะจีแพ็ก ซับซ้อนกันและจะยกเลิกในปี 2553 ...ดูเอาเถอะครับ.... คนรุ่นพ่อมันยังคิดช้าขนาดนั้น แล้วอะไรกับวัยรุ่น.........ยังไม่จบนะ......ต่อไปในอนาคต ไม่ต้องกลัวหรอกครับ...ถ้าการศึกษาไทยยังเป็นอย่างนี้ อีกไม่ถึง 10 ปี ตามคำทำนายของท่านนิติภูมิ เนาวรัตน์ คงไม่ผิด ที่ว่าเมืองไทยจะถูกแบ่งแยกเป็น 3-4 ประเทศ.......ถ้าการศึกษาไทยยังไม่เป็นภูมิคุ้มกัน ยังคงมีคอรัปชั่น เด้กไทยโง่ขึ้นทุกวันเพราะหลักสูตรที่ซ้ำซ้อนของพวกผู้ใหญ่หลายหัวที่ไม่รุมหัวกันทำไทยให้เจริญแต่รวมใจกันแดก.........วันนั้นประเทศไทยคงต้องมีวีซ่าพาสปอร์ต อยู่ในมือกันทุกคนเพื่อจะได้เดินทางเข้าประเทศโน้นประเทศนี้ได้.....น่าภูมิใจจังเลยครับ.....................................อย่าลืมนะครับ.........ทุกวันนี้การศึกษาไทยที่เปลี่ยนไป แต่ทำไมเด็กไทยถึงโง่ขึ้น เราเยาวชนทั้งหลาย ต้องหัดคิดกันได้แล้ว.....ทำไมเราต้องให้พวกที่กินเงินภาษีราษฏร ซึ่งราษฏรเหล่านั้นก็คือพ่อแม่ หรือแม้แต่เราเอง.....ทำไมเราต้องให้มันทำลายชีวิตและประเทศของเราเอง.........เราต้องร่วมกันต่อต้านความไม่เป็นธรรมทางการศึกษาไทย ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน......ร่วมกันสร้างชาติไทยให้เจริญครับ................................................................................................................................................................................จากเยาวชนคนนึง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
odanino Member 20 เม.ย. 50 18:34 น. 7
 อุดมการณ์ของความคิดเห็นที่ 2 ยอดจริง น่านับถือมากๆเลย   เด็กไทยสมัยนี้แย่จริงๆ ถ้าอนาคตแย่อีก ก็ไม่ต้องคิดแล้วล่ะครับ อีกหน่อยเราอาจจะล้าหลัง ลาว กัมพูชา เวียดนามก็เป็นได้นะครับ  
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ซวย 20 เม.ย. 50 22:06 น. 10
เราเคยคิดว่า "เเล้วทำไม เราถึงเกิดมาดวงซวย ต้องมาเจอกับระบบบ้าบอนี่ที่นึกจะปรับนั่นเปลี่ยนนู่นก้อทำกัน?" เเย่ว่ะ ประเทศไทย
0
กำลังโหลด
....... 21 เม.ย. 50 08:34 น. 11
เซ็ง ม.ต้น อยู่รร กดเกรดโครต พอมอปลาย เปลียนทีเรียนละ มันยัง กดเข้าไปอีก เกรดไม่ถึงไปสอบทีไม่ได้เลย
0
กำลังโหลด
คนบนดาวอังคาร 21 เม.ย. 50 14:37 น. 12
ประเทศ ไทยไม่ได้แย่อย่างที่คิด เพียงแต่ตอนนี้มันยังไม่พร้อม เค้าคงพยายามปรับอยู่หละ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
... 22 เม.ย. 50 12:52 น. 14
พวกโรงเรียนสายอาชีพอ่ะเกรดโคตรพุ่งพอมาสอบแอด ก็ทำให้คะแนนมากกว่าสายสามัญ พอเลือกคณะเข้ามหาลัยก็ติดกันเป็นแถว แต่เรียนได้ไม่ได้ว่ากันอีกที โถ!!! การศึกษาไทย
0
กำลังโหลด
อิกคิว 22 เม.ย. 50 15:37 น. 15
คู่มือแอดมิสชั่นส์50 คู่มือ...พิชิต แอดมิสชั่นส์ โดย มติชน วัน อาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 02:06 น. คอลัมน์ วัยทวีนส์ ขออนุญาตพูดถึงเรื่องของ การสอบ ที่เกี่ยวข้องกับบรรดา วัยทวีนส์ ทั้งหลาย เพราะ...ใกล้ฤดูกาลสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกแล้ว แม้ว่าปีการศึกษา 2550 จะเป็นปีที่สองที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. ได้นำระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือระบบ แอดมิสชั่นส์ มาใช้ในการคัดเลือกนิสิตนักศึกษาเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษา แทนระบบเอ็นทรานซ์ก็ตาม แต่รับรองว่าความคึกคักไม่แพ้ปีที่แล้วแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความโกลาหลที่เกิดขึ้นจาก ความผิดพลาดทางเทคนิค ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ตั้งแต่กระบวนการรับสมัครทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET และการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือ A-NET ที่มีผู้สมัครบางคนสมัครสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้ระบบการรับสมัครรวน ไปผิดสนามสอบ ไปจนถึงกระบวนการประกาศผลการสอบ O-NET และ A-NET ที่ทำให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. ต้องประกาศผลสอบถึงหลายครั้งหลายครา ทำให้เกิดความสับสนอลหม่านขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในหมู่นักเรียน พ่อแม่ และผู้ปกครอง ร้อนถึงสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. ต้องกระโดดเข้ามาช่วยในเรื่องของการตรวจข้อสอบ และประมวลผลใหม่ทั้งหมด ดังนั้น เพื่อลดความกังวลใจของนักเรียน และผู้ปกครอง ที่ขะมักเขม้นอยู่กับการเตรียมตัวเตรียมใจเข้าสู่สนามแข่งขันมาเป็นแรมปี โดยที่เป้าหมายของน้องๆ อยู่ที่ คณะ และ มหาวิทยาลัย ซึ่งแต่ละคนหมายมั่นปั้นมือที่จะเข้าเรียนต่อเป็นเดิมพัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับน้องๆ ในการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างมั่นอกมั่นใจยิ่งขึ้น คู่มือแอดมิสชั่นส์50 ฉบับสมบูรณ์ โดย จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ จะมาบอกเล่ารายละเอียดทุกขั้นตอนเกี่ยวกับระบบแอดมิสชั่นส์ให้น้องๆ ผู้ปกครอง ครูแนะแนว และผู้สนใจทั่วไป ได้เข้าใจอย่างง่ายๆ ตั้งแต่องค์ประกอบที่ถูกนำมาใช้ในการคัดเลือก, รายละเอียดขององค์ประกอบ และค่าน้ำหนักทั้ง 9 กลุ่มสาขาวิชาที่ใช้ในปีการศึกษา 2550 ประกอบด้วย กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ, กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม, กลุ่มสาขาวิศวกรรมศาสตร์, กลุ่มสาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์, กลุ่มสาขาเกษตร, กลุ่มสาขาบริหารธุรกิจฯ, กลุ่มสาขาครุศาสตร์ฯ, กลุ่มสาขาศิลปกรรมฯ และกลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ ในรูปแบบตาราง ดูเข้าใจง่าย คู่มือแอดมิสชั่นส์50 เล่มนี้ ยังมีเนื้อหาที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน ผู้ปกครอง ครูแนะแนว ฯลฯ อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ข้อสอบ O-NET และ A-NET ที่ใช้ในการสอบเดือนกุมภาพันธ์ 2549 ที่ได้รับอนุญาตจาก สทศ.ให้เผยแพร่ ซึ่งน้องๆ สามารถใช้เป็นแนวทางในการทำข้อสอบ O-NET และ A-NET ในการสอบช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2550 หรือข้อมูล เจาะลึกแนวข้อสอบ O-NET และ A-NET 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ พร้อมตัวอย่างข้อสอบทั้ง 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งจะเป็น ทางลัด ให้น้องๆ ในการเตรียมตัวอ่านหนังสือ และเตรียมตัวเตรียมใจในการทำข้อสอบ O-NET และ A-NET ได้เป็นอย่างดี คะแนนสูงสุด-ต่ำสุด ในระบบแอดมิสชั่นส์ ปีการศึกษา 2549 ที่น้องๆ อยากทราบกันมากๆ เพราะสามารถใช้เป็นแนวทางในการเลือกอันดับคณะ และมหาวิทยาลัย ในการสมัครแอดมิสชั่นส์ช่วงเดือนเมษายน 2550 ซึ่งจะช่วย เพิ่มโอกาส ในการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยที่ตัวเองใฝ่ฝันได้อีกด้วย 20 อันดับคณะ/สาขายอดนิยมในปีการศึกษา 2549 ก็จะเป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่ทำให้น้องๆ รับรู้รับทราบว่าคณะใด หรือสาขาไหน เป็นที่นิยมสูงสุด หรือมีผู้สมัครจำนวนมาก ทำให้ส่วนการแข่งขันในสาขาเหล่านั้นค่อนข้างสูง น้องๆ ก็อาจเลี่ยงไปเลือกสาขาอื่นๆ ที่มีผู้สนใจน้อยกว่า เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองได้มากขึ้น และ การจัด 50 อันดับมหาวิทยาลัยไทยด้านการเรียนการสอน และ 50 อันดับมหาวิทยาลัยไทยด้านการวิจัย ที่จัดอันดับโดย สกอ. ก็เป็นอีกข้อมูลที่น้องๆ และผู้ปกครองสามารถใช้เป็นแนวทางในการเลือกเรียนต่ออย่างมีประสิทธิภาพ เพราะจะได้รู้ว่าคณะ หรือมหาวิทยาลัยที่เราหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ มีคุณภาพอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศหรือไม่ พร้อมด้วยบทสัมภาษณ์พิเศษ ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และรักษาการประธานกรรมการบริหาร สทศ. ซึ่งรับเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของคู่มือแอดมิสชั่นส์50 ฉบับสมบูรณ์ จะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับระบบแอดมิสชั่นส์ ความพร้อม การเตรียมการจัดสอบ O-NET และ A-NET พร้อมให้คำแนะนำกับน้องๆ นักเรียน และผู้ปกครอง เกี่ยวกับการเลือกคณะ และมหาวิทยาลัยในระบบแอดมิสชั่นส์ โปรดพลิกอ่าน หากไม่อยากพลาดโอกาสเข้าเรียนในคณะ หรือมหาวิทยาลัยที่มุ่งหวังตั้งใจไว้ หน้า 20 อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
0
กำลังโหลด
เด็กเซงผู้ใหญ่ 23 เม.ย. 50 00:09 น. 16
นี่แหละประเทศไทย นี่แหละผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของไทย คิดไวจิงๆ เด็กๆเค้ารุผลเสียกันตั้งแต่คุณคิดการสอบบ้าๆนี้แล้ว แหม กลัวเด็กจะไปเรียนกวดวิชา ไม่ได้ช่วยเลย ยังไงก็เรียนอยู่ดี ไม่เชื่อคุณลองไปขอดูที่กวดวิชาสิ เต็มเกือบทุกคอร์ส สมองแบบนี้ ไม่น่าจามาบริหารเลย
0
กำลังโหลด
รักประเทศไทย 23 เม.ย. 50 11:43 น. 17
เห็นด้วยกะความคิดที่2กะ16นะ เราก็คิดแบบนั้น แล้วอย่างนี้เมืองไทยจะเจริญอีกเมื่อไร จะมีวันนั้นมั้ย เมื่อไรประเทศไทยจะพัฒนาซักที แอดมิชชันก็มีปัญหาไม่รู้จบ แก้ไม่ได้ซักทีตั้งแต่ปีที่แล้ว อยากให้การศึกษาไทยได้รับการพัฒนาเหมือนประเทศอื่นเค้าบ้าง จะได้ไม่ด้อยไปกว่าเค้า มีความเท่าเทียมชาติอื่นๆ แล้วพอมาเปนอย่างนี้ แล้วมันจะหวังอะไรได้อีก ขอร้องพวกผู้ใหญ่ผู้บิรหารช่วยรักประเทศหน่อยเถอะ เพื่อประเทศไทยของเรา
0
กำลังโหลด
Pai tayy Za...tAKSIN!!!!!! 23 เม.ย. 50 14:39 น. 18
ความผิดของทักษิณ คิดอะไรตื้นๆ เพียงเเค่อยากมีชื่อในปประวัิติศาสตร์ชาติไทยเลยลุกขึ้นมาเปลี่ยนโน่นนี่ คนไทยบางคนก็เห็นดีเห็นงาม เพราะตอนนั้นทักษิณกำลังเเรง อะไรใครๆก็ไปคิดว่ามันดีไปซะทุกเรีื่อง ทั้งที่จริงๆสิ่งที่มันทำก็เเค่หาช่องทางโกงกินให้มันดูดี เหอๆ ส่วนนักการเมืองก็ทำได้เเต่ประจบมันให้ได้อยุ่ที่สูงขึ้น บางพวกที่ค้านก็ทำเพื่อตัวเองจะได้อำนาจ คนในชาติมัวเเบ่งเป็นหลายกลุ่ม ทะเลาะกันเอง สุดท้ายประเทศก็โดนทักษิณมันเเดก เเดกจนอ้วกออกมา ให้ประชาชนเเละคนหลายคนที่เคยเชื่อว่ามันดีนักหนาพอตาสว่างได้บ้าง เเต่ก็ทำอะไรมันไม่ได้ สุดท้ายมันก็เเดกประเทศเราจนเเทบเกลี้ยงเเล้วก้ขี้ไว้ให้รัฐบาลยุคต่อมาต้องมาตามเเก้ปัญหา ตามเช็ดตามล้าง ขี้ของมัน คนรับกรรมก็ประชาชนตาดำๆทั้งหลาย เยาวชนที่ต้องเดือดร้อนอีกมากมาย เเละสุดท้ายก็ประเทศไทยที่โดนคนจัญไรปกครองในยุคหนึ่ง ก็ได้เเต่หวังว่า ต่อไปนี้คงจะดีขึ้นน่ะนะ
0
กำลังโหลด
001 23 เม.ย. 50 16:38 น. 19
มีระบบนี้ไปทำไมสอบทีไรก่มีปันหาทุกที เบื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
0
กำลังโหลด
-*- 23 เม.ย. 50 22:00 น. 20
ก็ปล่อยเกรดกันเข้าไป ร.ร. ไม่ปล่อยเกรด เด็กมันก็เข้า มหาลัยได้น้อยลง ทำให้ เหมือนจำเป็นที่จะต้องปล่อยเกรดเพื่อให้สู้กับ ร.ร.อื่นได้ มันก็เป็นซะยังงี้ มาตรฐานมันไม่มีเลย แต่ละโรงเรียน อยากปล่อยก็ปล่อย เกรดมันก็เฟ้อสิ พี่น้อง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด