|
สวัสดีจ้าน้องๆ Dek-D.com ทุกคน พูดถึงคณะนิเทศศาสตร์ พี่แนนว่าคงเป็นคณะที่ 1 ในใจใครหลายคนเลยใช่ไหมคะ เพราะเป็นคณะที่มีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำเยอะมากระหว่างเรียน และเน้นให้เราสร้างสรรค์ผลงานของเราได้อย่างเต็มที่ จบออกมาก็ได้ทำอาชีพที่เราใฝ่ฝัน ยิ่งคิดยิ่งอยากเรียนนะคะ
อย่างที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปถึงความมีชื่อเสียงในด้านการเรียนการสอน คนที่จบออกมาก็เป็นคนเก่งๆดังๆมากมาย ทำให้มีน้องๆ Dek-D.com หลายคนที่สนใจอยากจะเข้าไปเรียนกันมากมาย วันนี้พี่แนนก็เลยมีเสียงจากรุ่นพี่ที่เรียนอยู่มาให้ฟังกันค่ะว่า เรียนที่ นิเทศศาสตร์ ที่ ม.กรุงเทพ เป็นยังไงบ้าง??
 |
"การเรียนควบคู่ไปกับกิจกรรม"
สวัสดีค่ะ พี่ชื่อ อรทิชา จีรพงษ์อุดม ค่ะ ชื่อเล่น ชื่อ ส้ม ตอนนี้เรียนอยู่ปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาเชิงสร้างสรรค์ค่ะ ได้ยินชื่อเสียง ม.กรุงเทพ มานานค่ะ เพราะมีคนเก่ง มีชื่อเสียงจบมาจากที่นี่เยอะ โดยเฉพาะคณะนิเทศศาสตร์ ที่เป็นที่รู้กันดีว่า คณะนิเทศฯ ของ ม.กรุงเทพ ดีที่สุด เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยที่มีอุปกรณ์ครบครัน และทันสมัยค่ะ
ตอนแรกพี่เอ็นทรานซ์ติดมหาวิทยาลัยรัฐแล้วหล่ะค่ะ แต่ก็มาคิดดูอีกทีว่าเราอยากจะเรียนอะไร เพราะบางทีก็ไม่ได้ดูคณะตามที่ตัวเองชอบ แต่ไปดูคะแนนว่าเราจะติดไหม แล้วพอเอ็นทรานซ์ติด ก็อาจจะไม่ได้ชอบ ไม่สนุกกับการเรียน ไม่อยากไปเรียน แล้วก็เรียนไม่จบ แล้วในใจพี่ก็มีคณะนิเทศฯไว้อยู่แล้ว พอมาดูตอนเลือกมหาวิทยาลัยที่มีคณะนี้ ก็รู้สึกว่า ถ้าจะเรียนนิเทศศาสตร์ ก็ต้องเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพราะเป็นคณะที่เด่นของมหาวิทยาลัยเลย แบบว่า ตัดสินใจสละสิทธิ์ แล้วรีบไปสมัคร ม.กรุงเทพทันทีค่ะ!! |
|
ตอนนี้พี่เป็นนักศึกษาในโครงการนักศึกษาดีเด่น หรือที่เรียกกันว่า เด็ก OSP (Outstanding Student Program) ด้วยค่ะ เป็นโครงการที่จะให้โอกาสนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีในปี 1 มีโอกาสเรียนแบบคลาสเล็กๆ สอนแบบตัวต่อตัวกับอาจารย์ เด็ก OSP คลาสนึงมีประมาณ 20-30 คน เป็นประมาณเด็กปั้นของคณะเลยค่ะ อาจารย์ที่มาสอนต่างก็เป็น Creative เก่งๆ ขึ้นชื่อของ Agency ชื่อดังในไทย แล้วยังมีโอกาสออกไปศึกษาดูงานข้างนอกเป็นประจำ เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น และเด็ก OSP จะเรียนแค่ 3 ปีครึ่ง ก็จบแล้วค่ะ
กิจกรรมของกลุ่ม OSP จะมีเยอะมากค่ะ คือจะได้ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องกิจกรรมควบคู่กันไปเลย เช่น ไปสอนภาษาอังกฤษให้กับน้องๆ ที่บ้านเด็กกำพร้า และก็จะมีกิจกรรมกีฬาสีของ OSP ที่เราจะมาแข่งกีฬากันระหว่างคณะ ในกลุ่มของ OSP ซึ่งจะมี 4 คณะ คือ คณะบัญชี คณะบริหารธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์ และคณะนิเทศศาสตร์ มาแข่งกีฬาเพื่อกระชับความสัมพันธ์กันค่ะ เห็นไหมคะว่า เราไม่ได้รู้จักแค่คณะของนิเทศฯอย่างเดียว เรายังมีเพื่อนๆคณะอื่นอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ กับมหาวิทยาลัยด้วยนะคะ อย่างเช่นกิจกรรม BU CREATIVE OPEN HOUSE เป็นต้นค่ะ |
 |
พี่รู้สึกว่าเลือกไม่ผิดที่เรียนคณะนิเทศฯ ของมหาลัยกรุงเทพค่ะ พี่ได้เรียนรู้หลายอย่างมาก ทั้งในด้านการเรียน การใช้ชีวิต การอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม และถ้าน้องสนใจอยากเรียนที่นี่ จุดเด่นของคณะนี้ คือความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นจุดขายของมหาลัยพี่อยู่แล้ว แต่นิเทศฯ จะเพิ่มความแตกต่าง และความกล้าแสดงออกที่จะพรีเซนต์มันออกไป รวมถึงอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือในการเรียน ของ ม.กรุงเทพ ทันสมัยที่สุดค่ะ อีกทั้งสังคมของ ม.กรุงเทพ ก็เป็นสังคมที่น่าอยู่มากๆเลยค่ะ
 |
"ประสบการณ์การเรียน สู่การเป็นเจ้าของผลงาน speed of light"
สวัสดีครับน้องๆ พี่ชื่อพี่แทมครับ ชื่อจริงชื่อ พศิน อัธยาตมวิทยา ตอนนี้เรียนอยู่ที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ (Communication Arts) กำลังขึ้นปีสี่ นอกจากเรียนหนังสือแล้วพี่ยังเป็นช่างภาพอิสระ,เป็นวิทยากรอบรมเรื่องการจัดแสงถ่ายภาพ และเป็นผู้เขียนหนังสือสอนถ่ายภาพชื่อ speed of light ด้วยครับ
ก่อนที่พี่จะเข้ามาเรียนที่นี่ พี่ได้ไปอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มาหนึ่งปี ได้เห็นว่าการศึกษาของที่นั่นเค้าเน้นให้นักเรียนใช้ความคิดสร้างสรรค์ และเน้นให้นักเรียนสร้างผลงานมากกว่าสะสมเกรด พอกลับมาถึงไทยก็เลยลองดูหลายๆที่ สุดท้ายแล้วก็ชอบที่ ม.กรุงเทพครับ เพราะชอบในแนวคิดหลายๆ อย่างของมหาวิทยาลัยนี้ โดยเฉพาะการเน้นให้นักศึกษาใช้ความคิดสร้างสรรค์ ลองทำงานจริงมากกว่าการใช้ความจำเก่งแต่ทำไม่เป็นครับ |
|
การเรียนการสอนที่นี่ดีมากครับ อาจารย์มีคุณภาพทุกท่าน อาจารย์ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ในกรณีที่บางวิชาที่ค่อนข้างจะมีเนื้อหาเฉพาะทางและต้องใช้อาจารย์ไทย ก็จะใช้คนที่พูดภาษาอังกฤษชัดเหมือนฝรั่งมาสอน และที่ดีมากเลยก็คือที่นี่จะใช้ผู้ที่มีประสบการณ์จริงมาสอนครับ
สำหรับผลงานหนังสือ speed of light เล่มนี้ เกิดจากการที่พี่เป็นวิทยากรสอนเรื่องการจัดแสงแฟลชในการถ่ายภาพและมีคนสนใจเรียนมาก แต่พี่ก็ไปสอนไม่ได้ทุกที่ทุกเวลา เลยรวบรวมทั้งหมดที่สอนไว้ในหนังสือแทนครับ ซึ่งตั้งแต่สอนมาก็ได้ใช้เทคนิคเรื่องการพูด (public speaking) ตามที่เรียนมาจากคณะนี่แหละครับ พอมาเขียนหนังสือก็ปรับเปลี่ยนนิดหน่อยก็ใช้ได้เลยครับ
ส่วนน้องๆ ที่สนใจจะเรียนคณะนิเทศศาสตร์ อาจมีหลายคนบอกน้องว่าคณะนี้ คนที่จะไปเรียนต้องเป็นคนที่ creative หรือมีความคิดสร้างสรรค์สูง บางคนอาจจะคิดว่าเราไม่ใช่คน creative เราก็คงเรียนไม่ได้ จริงๆแล้วเรียนได้ครับ เพราะว่าความคิดสร้างสรรค์มีอยู่ในตัวทุกคน บางคนอาจจะไม่รู้ว่ามี แต่ที่ ม.กรุงเทพ เค้าส่งเสริมให้เรารู้จักเอาความคิดสร้างสรรค์ของเราเอง และสอนให้นำมันมาใช้ในทางที่เราถนัดครับ |
 |
ว้าววว...พี่ๆ ทั้งสองคนยอดไปเลยนะคะ นอกจากจะเป็นทั้งเด็กเรียน ก็ยังมีกิจกรรมดีๆ ตอบแทนสังคมด้วย แถมยังได้ใช้ประสบการณ์จริง มาใช้ในการทำงาน ถึงขนาดเขียนหนังสือได้เล่มหนึ่งเลยอ่ะ!! พี่แนนนับถือๆ
แล้วน้องๆ ที่ใฝ่ฝันอยากเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ก็ลองแวะเข้าไปดูได้ที่ http://www.bu.ac.th/ และอย่าลืมที่พี่เค้าบอกไว้นะคะว่า ความคิดสร้างสรรค์ มีอยู่ในตัวทุกคน เพราะฉะนั้น ถ้าใครอยากเรียน ก็อย่ากลัว และไปให้ถึงความฝันนั้นให้ได้นะคะ สู้ๆ

|
3 ความคิดเห็น
หนังสือเขาดีจริงๆ โช๊ะเด๊ะ!!!!!
(จากประสบการณ์ที่เคยอ่านมา)
แต่ตอนนี้ เรียน สื่อสารมวลชน เอก โฆษณาและประชาสัมพันธ์
ถึงจะไม่เหมือนกันมาก แต่ก็คล้ายๆ ที่เรียนจะเบื้องหลังมากกว่า
แต่ก็สนุกดี ^^
อยากเรียนนิเทศมาก ใฝ่ฝันเรยแหละค่ะ^^