|
สวัสดีครับ.. เกรดเยี่ยม คะแนนดี จิตพิสัยเริ่ด ก็ใช่ว่าจะสอบเข้าเรียนในคณะที่ฝันได้ โดยเฉพาะคณะทางสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ อย่าง คณะแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ หรือคณะทันตแพทยศาสตร์ ที่มีจุดยืนชัดเจนว่า หากเป็น 7 โรคดังต่อไปนี้ เรียนแพทย์ไม่ได้
- โรคที่หนึ่ง คือ โรคที่ยังไม่สามารถควบคุมด้วยการรักษาได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียน และการทำหน้าที่เป็นแพทย์ เช่น โรคลมชัก โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคไต และ โรคเบาหวาน
- โรคต่อมา คือ โรคที่ติดเชื้อในระยะติดต่อ และเสี่ยงอันตรายอันเป็นอุปสรรคต่อการเรียนแพทย์ และการปฏิบัติงานในการเป็นแพทย์ เช่น โรควัณโรค โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- โรคที่สามจะเป็น โรคที่เกี่ยวข้องกับสภาพภาวะจิตใจ หรือจิตเวช เช่น โรคจิต โรคอารมณ์ผิดปกติ โรคประสาทรุนแรง และโรคบุคลิกภาพผิดปกติ ครับ
- โรคที่สี่เป็น โรคที่เกี่ยวกับการมองเห็น หรือสายตา เช่น เป็นตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้ง 2 ข้าง หรือมีระดับการมองเห็นที่ 6/12 หรือ 20/40 ซึ่งอาจเป็นอุสรรคในการปฏิบัติด้านการแพทย์
- โรคที่ห้า โรคเกี่ยวกับการได้ยิน หรือความผิดปกติทางหู เช่น มีความผิดปกติในการได้ยินทั้ง 2 ข้าง โดยมีระดับการได้ยินที่ความถี่ 500 2,000 เฮิรตซ์ สูงกว่า 40 เดซิเบล และมีความสามารถในการแยะแยกคำพูดน้อยว่าร้อยละ 70 ของประสาท และเซลล์ประสาทการได้ยิน
- โรคที่หก โรคที่เกี่ยวข้องกับสารเสพย์ติด โดยถึงแม้จะเป็นโรคที่สังเกตได้ยาก แต่ทางการแพทย์ก็จะมีการตรวจสอบได้โดนการตรวจปัสสาวะ ซึ่งเป็นโรคที่ไม่เพียงแต่คณะแพทย์เท่านั้นที่ไม่อนุญาตให้เข้าเรียน คณะอื่นๆ ก็จะปฏิเสธเช่นกัน
- โรคสุดท้าย สำคัญมาก เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับนักเรียนหลายคน โดยเฉพาะนักเรียน ม.ปลาย นั้นคือ โรคขี้เกียจ นั้นเอง โรคนี้จะมีอาการคือ การบ้านไม่เสร็จ ครูไม่ปลื้ม เกรดไม่ดี จนทำให้ผลการเรียนเน่า และส่งผลไปถึงการสอบเข้าแพทย์ไม่ดีไปด้วย โรคนี้ยังมีข้อดีคือ รักษาได้ด้วยตัวเองเราเอง
ทั้งหมดนี้เป็น 7 กลุ่มโรคที่เป็นข้อห้ามนะสำหรับคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งทางคณะแพทยศาสตร์ ของสถาบันต่างๆ จะมีการตรวจร่างกายก่อนมอบตัวเข้าศึกษาอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อความชัวร์ ขอแนะนำให้น้องๆ รักษาสุขภาพให้ดี และหมั่นตรวจสม่ำเสมอครับ
นอกจากสายแพทย์แล้ว คณะอื่นๆ ก็ยังมีกฏเกณฑ์เฉพาะอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คณะพยาบาลศาสตร์ ที่จะกำหนดส่วนสูง หรือคณะสาธารณสุขศาสตร์ ที่กำหนดเรื่องสายตา และการได้ยิน ซึ่งหากมีเวลาครั้งหน้า พี่ลาเต้ จะนำข้อมูลมาบอกกันคร๊าบ..
สุดท้ายนี้ฝากไว้ว่า คุณหมอทำหน้าที่รักษา บรรเทาโรคภัย เพิ่มกำลังใจให้แก่คนไข้ คงจะแปลกมากๆ หากคุณหมอกลับมีโรครุมเร้าเองซะงั้น ดังนั้น การรักษาสุขภาพสำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนสายแพทย์จึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ นะครับ ว่าแล้ววันนี้ พี่ลาเต้ ขอไปตรวจสุขภาพก่อนดีกว่า กลัวๆๆ สวัสดีคร๊าบ..
ลาเต้ลิขิต : มีใครอยากเรียนแพทย์มากๆ แล้วไม่ได้เรียนมีไหมนะ
|
เด็กดี TCAS
แจ้งเตือนทุกข่าวสำคัญก่อนใครอ่านง่ายๆ
ผ่าน App บันทึกไว้อ่านย้อนหลังได้ด้วย





206 ความคิดเห็น
ข้อสุดท้ายกำลังพยายามอย่างยิ่งค่ะ
ใกล้จะหายล่ะ คาดว่าทันสอบวิชาเฉพาะ
๕๕๕๕๕๕บวก
ว้าว เราไม่เป็นสักโรค
ยกเว้นโรคสุดท้าย
กำเริบเป็นระยะๆ
แล้วเเต่อารมณ์
โรคสุดท้ายมีทุกวัน
แต่สอนไกล้สอบมันจะหายไปเอง
แหะๆ หนูว่าที่หนูเรียนแพทย์ไม่ได้เพราะหนูไม่ชอบคณิตมากกว่า
ตอนนี้เลยเรียนศิลป์จีน ชอบมากๆ อีกอย่างเพราะหฯกลัวเลือดดดดดดกะศพพพพพพพพ
5555555 ;D
555++
ต้องเลิกโรคสุดท้ายให้ได้ ฮ่าๆ : ))
ยอมแพ้ 555
โรคสุดท้ายกำเริบบ่อยท่าทางจะหายยากด้วยนะนี่
โรคอื่นเราผ่านนะ
แต่ว่าโรคสุดท้ายเนี่ยโรคขี้เกียจน่ะสิ
แย่จัง
มันเข้าเส้นเลือดแล่นเข้าหัวใจขึ้นสมอเรียบร้อยแล้วอ่ะ
= w =
แก้ไม่หาย ทำไงดี
โรคสุดท้าย,,,แล้วแต่อารมณ์จริงๆค่ะ นึกจะเป็นก็เป็น อิอิ
โรคขี้เกียจ แก้ยากอ่า 555