สกอ.ส่งหนังสือชี้แจงศาลปกครองขอนแก่น ขอ 3 ข้อ ให้อุทธรณ์เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามใช้ มติ ทปอ.แอดมิชชั่น โดยระหว่างวินิจฉัยขอให้ระงับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไปก่อนเพื่อเดินหน้ารับ นศ.ต่อได้ และให้อ่านคำวินิจฉัยที่ศาลปกครองสูงสุด กทม.ไม่ต้องส่งไปขอนแก่นให้เสียเวลา
น.ส.จิรณี ตันติรัตนวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยว่า วันนี้(23 เม.ย.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของ สกอ.นำหนังสือชี้แจงไปยื่นต่อศาลปกครองขอนแก่น โดยหนังสือดังกล่าวได้ระบุถึงเหตุผลว่าทำไมเกณฑ์การคัดเลือกนักศึกษาในระบบแอดมิชชั่นต้องใช้มติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย( ทปอ.) และจะเกิดผลดี ผลเสียอย่างไร นอกจากนี้ สกอ.ได้ยื่นขอต่อศาลปกครอง 3 ข้อ คือ 1.ขอให้ศาลปกครองพิจารณาอุทธรณ์เพิกถอนคำสั่งศาลปกครองขอนแก่นที่สั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้าม สกอ. และคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทศ.) นำมติ ทปอ. ครั้งที่ 5/2549 นำผลคะแนนการทดสอบวัดความรู้ขั้นพื้นฐานระดับชาติ (โอเน็ต) ครั้งแรกครั้งเดียวมาใช้ในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในระบบแอดมิชชัน
2.ระหว่างวินิจฉัยอุทธรณ์ ตามข้อ 1 สกอ.มีความจำเป็นต้องเดินหน้ารับนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2550 ขอให้ศาลระงับคำสั่งคุ้มครองของศาลปกครองขอนแก่นชั่วคราวออกไปก่อน เพื่อให้ สกอ.สามารถเดินหน้าแอดมิชชั่นตามกระบวนการต่อไปได้ และ 3. ขอให้ศาลปกครองสูงสุด กทม.เป็นผู้อ่านคำวินิจฉัยของศาลปกครอง โดยไม่ต้องส่งกลับไปอ่านที่ศาลปกครองขอนแก่น เพื่อความรวดเร็ว เนื่องจาก สกอ.มีเวลาในการทำงานจำกัด จึงต้องขอให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน
รองเลขาธิการ กกอ.กล่าวอีกว่า วันนี้เป็นวันรับสมัครแอดมิชชั่นประจำปีการศึกษา 2550 วันสุดท้าย ขอให้นักเรียนยื่นสมัคร และชำระเงินให้เรียบร้อย รวมถึงผู้ที่มีคะแนนโอเน็ตครั้งที่ 2 ก็ขอให้ยื่นสมัครไปก่อน เพราะ สกอ.ไม่สามารถขยายเวลาออกไปได้อีก ซึ่งเมื่อศาลปกครองมีคำวินิจฉัยขั้นสุดท้ายออกมาแล้ว สกอ. ก็จะมีความชัดเจนเรื่องเกณฑ์ที่จะนำใช้พิจารณาแอดมิชชั่นต่อไป
น.ส.จิรณี กล่าวอีกว่า หลังศาลปกครองขอนแก่นมีคำสั่งออกมา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ สกอ.ว่ามีนักเรียนจำนวนมาก โทรศัพท์มาสอบถามถึงการแอดมิชชั่นในปีนี้ โดยเด็กจำนวนหนึ่งระบุว่าเขาปฏิบัติตามระเบียบของ สกอ. และ ทปอ.ตามที่กำหนดไว้ หากให้ใช้คะแนนโอเน็ตครั้งที่ 2 ยื่นสมัครแอดมิชชั่นได้ ก็จะทำให้พวกเขาซึ่งไม่ได้สมัครสอบโอเน็ตครั้งที่ 2 เสียเปรียบ จึงถือว่าไม่ยุติธรรม อย่างไรก็ตามเชื่อว่าศาลจะเร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรวดเร็ว เพราะส่งผลกระทบถึงเด็กอีกจำนวนมาก และต้องดำเนินการให้ทันตามกำหนดเวลา ซึ่งตนหวังว่าศาลจะเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบตามมา
**"วิจิตร"โยนความผิดพลาดของ สทศ.
ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้ทุกฝ่ายตื่นตระหนกกับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองขอนแก่นนั้น ซึ่งคำสั่งคุ้มครองไม่ได้มีผลถึงขั้นล้มระบบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย โดยศาลปกครองขอนแก่นเพียงแต่มีคำสั่งให้ใช้คะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (โอเน็ต) ครั้งที่ 2 มาสมัครแอดมิชชั่นได้เท่านั้น อย่างไรก็ดี สกอ. ก็ได้ทำเรื่องอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุดแล้ว
ผมขอตำหนิ สกอ.ได้ออกมาพูดรุนแรงเกินไปหน่อย ที่บอกว่าหากศาลปกครองสูงสุดยืนตามคำสั่งศาลปกครองขอนแก่น ขอให้คิดเกณฑ์ใหม่มาแทนมติ ทปอ.ด้วย ซึ่งอยากเตือนคำพูดดังกล่าวเข้าข่ายหมิ่นศาล
ศ.ดร.วิจิตร กล่าวว่า คำสั่งคุ้มครองของศาลปกครองขอนแก่น จะมีผลกระทบต่อระบบแอดมิชชั่นด้วย เพราะการประมวลผลการคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัยจะยังไม่สามารถทำได้ และตอนนี้คงจะต้องรอจนกว่าศาลปกครองสูงสุดมีคำตัดสินขั้นสุดท้ายออกมาว่า จะยืนตามศาลปกครองขอนแก่น ที่ให้ใช้คะแนนโอเน็ต ครั้งที่ 2 สมัครแอดมิชชั่นหรือไม่ เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำตัดสินออกมาถึงจะดำเนินการคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัยได้ เพราะเราจะต้องทำตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด
เราไม่สามารถออกเกณฑ์ใดๆ มาแทนมติ ทปอ. ระหว่างนี้คงต้องรอฟังคำตัดสินขั้นสุดท้ายจากศาลปกครองสูงสุดเท่านั้นว่าผลจะออกมาเช่นใด อย่างไรก็ดี ตนมั่นใจว่าศาลปกครองรู้อยู่แล้วว่าอะไรร้อน อะไรเย็น และทุกฝ่ายก็รู้ อีกอย่างการประกาศผลแอดมิชชั่นกำหนดไว้ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ จึงเชื่อว่าศาลปกครองสูงสุดจะต้องมีอะไรที่ชัดเจนออกมาก่อนวันดังกล่าว ถ้าหากมีคำสั่งช้าจะเกิดผลกระทบต่อแอดมิชชั่น ดังนั้น ตนคิดว่าศาลจะรีบตัดสินคดีนี้
เพื่อหาทางออกของเรื่องนี้ ตนได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกอ. สทศ. และทปอ. เพื่อหาทางออกเตรียมไว้ ไม่ว่าศาลปกครองจะตัดสินออกอย่างไร และรู้ว่า ทปอ. จะมีการประชุมในวันที่ 25 เม.ย. ตอนนี้ยังพูดออกไม่ได้ จะกลายเป็นการหมิ่นศาล อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าทุกปัญหานั้นมีทางออกเสมอ
ปัญหานี้ เป็นความบกพร่องของ สทศ. ที่ไปอนุญาตให้นักเรียนสอบโอเน็ตครั้งที่ 2 ได้ ทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้นมา ทว่า สทศ.ก็ให้เหตุผลว่าเกิดจากปัญหาโอเน็ตปีที่ผ่านมาซึ่งทำให้ฐานข้อมูลสับสนโดยเฉพาะความน่าเชื่อถือของคะแนน ทาง สทศ.จึงอนุญาตให้นักเรียนสอบรอบ 2 ได้ อย่างไรก็ดี หากแก้ปัญหาครั้งนี้เรียบร้อยแล้วคงต้องหารือกับ สทศ.ว่าปี 2551 จะต้องกำหนดเกณฑ์อนุญาตให้นักเรียนเข้าสอบโอเน็ตได้เพียงครั้งเดียว ตอนนี้คงต้องรอให้แก้ปัญหาที่เกิดหลุดไปก่อน
:: ( S O U R C E ) :: ( ผู้จัดการออนไลน์ )* ::
15 ความคิดเห็น
.จากพี่ผู้ที่เสียเปรียบทั้งรุ่นน้องและเพื่อนเด็กซิ่ว...........
เป็นไงล่ะ
ทำไม่ได้เหมือนอเมริกา
เด็กตายมั้ย