เด็กซิ่วให้ ม.รับตรงเป็นกรณีพิเศษ

       เผยมติของ 3 หน่วยงาน สกอ.-ทปอ.-สทศ.ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน และยืนยันจะใช้มติ ทปอ.ที่ให้ใช้คะแนนโอเน็ตครั้งแรกครั้งเดียวในการประมวลผลคัดเลือกนักศึกษาเข้าระบบแอดมิชชัน ส่วนเด็กซิ่ล 1,889 คน ให้มหาวิทยาลัยพิจารณาคุณสมบัติเช่นเดียวกับการรับนักศึกษาตรงเป็นกรณีพิเศษ

       วันนี้ (2 พ.ค.) เวลา 17.30 น.สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาธิการ กกอ.) ได้ประชุมร่วมกับ รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ประธาน ทปอ.) และ ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (สทศ.) และผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต)

       ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวภายหลังการประชุม ว่า จากกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งระงับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาของศาลปกครองขอนแก่น ที่ห้าม สกอ.นำมติ ทปอ.ครั้งที่ 5/2549 ลงวันที่ 14 ต.ค.2549 กรณีให้นำผลคะแนนโอเน็ตครั้งแรกครั้งเดียวมาใช้ในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชันมาบังคับใช้ โดยให้ผลการคุ้มครองมีผลบังคับต่อไปจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาออกมาอย่างชัดเจน

       ทั้งนี้ ทุกฝ่ายเห็นตรงกันและยืนยันจะใช้มติ ทปอ.ที่ให้ใช้คะแนนโอเน็ตครั้งแรกครั้งเดียวในการประมวลผลคัดเลือกนักศึกษาเข้าระบบแอดมิชชันโดยมีนักเรียน นักศึกษาที่ไม่เข้าเกณฑ์ของ ทปอ. หรือนักเรียนเป็นผู้ที่จบก่อนปีการศึกษา 2549 แล้วมาขอสอบโอเน็ตในปีนี้ มีจำนวน 1,889 คน ซึ่งผลการประชุมได้หาทางเยียวยาโดยจะขอความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้พิจารณาคัดเลือกด้วยการคัดเลือกแบบรับตรง ถึงแม้ว่าขณะนี้มหาวิทยาลัยจะดำเนินการรับตรงเสร็จสิ้นไปแล้ว ครั้งนี้จะขอให้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

       ด้าน รศ.ดร.วันชัย กล่าวเสริมว่า จะทำหนังสือไปยังมหาวิทยาลัย เพื่อขอให้พิจารณารับเด็กเข้าศึกษาต่อ และแม้จะผ่านช่วงการรับตรงมา ทว่ายังมีมหาวิทยาลัยบางแห่งที่ยังรับไม่ครบตามจำนวนหรือยังขาดอยู่ จะขอให้มหาวิทยาลัยพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครกลุ่มนี้

       “โดยปกติการกำหนดเกณฑ์ และคุณสมบัติถือเป็นสิทธิของแต่ละมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมาพิจารณาว่าเด็กแต่ละคนมีคุณสมบัติตรงกับคณะที่จะเรียนหรือไม่ ถ้าหากคุณสมบัติครบถ้วนและพิจารณาแล้วว่าสามารถเข้าเรียนในสาขาคณะได้ อย่างไรก็ตาม การพิจารณารับเข้าศึกษาต่อนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของมหาวิทยาลัย และไม่ใช่ว่าจะต้องรับเด็กกลุ่มนี้เข้าเรียนครบทุกคน”


:: ( S O U R C E ) :: ( ผู้จัดการออนไลน์ )* ::

Dek-D Team
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

กระทู้นี้ถูกปิดการแสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

*+* ผู้เสียหาย *+* 7 พ.ค. 50 17:56 น. 2
หากทางกระทรวงต้องการเปลี่ยนระบบ...หรือเกณฑ์ในการคัดเลือกนักศึกษาในปีต่างๆ...ควรประกาศออกมาให้ชัดเจนก่อนว่านักเรียน/นักศึกษาคนใด...มีหรือไม่มีคุณสมบัติในการเข้าสอบคัดเลือกบ้าง...จะได้ชัดเจนกันไปเลยทุกฝ่าย...ไม่ใช่มาบอกในภายหลัง...ทำอย่างนี้เข้าขั้นเผด็จการ...นักเรียน/นักศึกษาเสียหาย…การประกาศก่อนจะลดความเสียหายตรงนี้ได้มาก… +++โดยเฉพาะ+++ นักศึกษาที่เรียนไปแล้วเรียนไม่ไหว (รู้ตัวก่อน) หรือนักศึกษาที่โดนรีไทน์ (หมดหนทาง)...แล้วต้องการสอบใหม่ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้อาจมองดูเหมือนเข้าข้างนักศึกษา(เด็กซิ่ล)ที่ถูกจำกัดสิทธิสักหน่อย...หากแต่ก็กล่าวเพื่อนักเรียนรุ่นใหม่นี้ที่กำลังจะก้าวเข้าสู้มหาวิทยาลัยด้วย...อนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้...ดิฉันเชื่อแน่ว่า...นักเรียนชั้นม.6 ในปีนี้...ไม่มีใครทราบว่านักเรียนจะสมัครคัดเลือกเข้าสอบใหม่หรือไม่...นักเรียนจะเรียนไหวหรือเปล่า...เรียนไปแล้วจะโดนรีไทน์ไหม...แล้วท่านผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย...ไม่คิดตรงจุดนี้บ้างหรือ?...มองอีกแง่หนึ่ง...หากยังมีการรีไทน์จากมหาวิทยาลัยอยู่...เด็กกลุ่มที่ท่านบอกว่าเป็นปัญหาก็ต้องมีอีกแน่ไม่จบสิ้น..ท่านจะแก้ไขอย่างไร...ให้ปัญหาเหล่านี้หมดไปหรือ...ในความคิดของดิฉัน...เป็นไปไม่ได้ ...กรุณายอมรับจากตรงนี้ด้วยว่า...ที่มีจำนวนนักศึกษาสอบใหม่มากมายอย่างนี้..ประการหนึ่งเป็นเพราะระบบที่ผิดพลาด อยากทำอะไรก็ทำงั้นหรือ...นักเรียนไม่ใช่หนูทดลอง...ที่จะลองผิดลองถูก..หากจะเปลี่ยนระบบ...น่าจะเป็นแผนล่วงหน้าสัก 3 ปี...มีผลเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่นักเรียนรุ่นนั้นๆขึ้นชั้น ม.4 และห้ามเปลี่ยนแปลงกลางทาง การเปลี่ยนแผนไปมา...อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล...หรือเปล่า...คณะรัฐมนตรีพยายามกำหนดนโยบาย...ให้ดูเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเพื่อให้ประชาชนรับรู้ว่า...ท่านไม่ได้เลียนแบบรัฐบาลชุดที่แล้ว...หรือไม่ ดิฉันก็ไม่แน่ใจกฏเกณฑ์ตรงนี้...ทุกวันนี้เหมือนเปลี่ยนระบบกันโดยไร้เหตุผล...ทั้งๆที่ระบบเEntrance แบบเก่ามีระบบการประเมินผลดีอยู่แล้ว 1. มีการสอบ 2 ครั้งเพื่อลดความเครียดนักเรียนลง 2. นักเรียนไม่ต้องเสียเวลารออีก 1 ปี...หากเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ....การสอบครั้งที่2จะช่วยได้มาก
0
กำลังโหลด
pang 8 พ.ค. 50 15:35 น. 3
เด็กซิ่วจะได้รับพิจารณาจากคะแนนโอเน็ตครั้งแรกเทียบเท่าเด็กม.6ปีนี้รึป่าวค่ะ หรือว่าพิจารณาจากคะแนนครั้งที่ 2 แต่เป็นการพิจารณาแบบรับตรงค่ะ ????????????ช่วยตอบหน่อย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด