/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

เปิดห้องเรียน (หรูเริด) ของเด็กการโรงแรม ณ สวิตเซอร์แลนด์ []

วิว

             สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกันเช่นเคยกับ พี่เป้ และประสบการณ์เด็กนอกทุกๆ วันพฤหัสนะคะ (ใครรออ่านอยู่ ยกมือหน่อยๆๆ) ช่วงนี้หลายคนคงปิดเทอมใหญ่กันหมดแล้ว ตีพุงนอนอยู่บ้านสบายเลย ยังไงก็อย่าลืมฟิตภาษาอังกฤษกันไว้ด้วยนะคะ เพราะเดี๋ยวเปิดเทอมมา ก็จะเป็นช่วงที่ทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนเปิดรับสมัครพอดี

              สำหรับประสบการณ์เด็กนอกวันนี้ บอกได้เลยว่าเป็นประสบการณ์ดีๆ คิดบวกจากรุ่นพี่คนหนึ่ง ที่หลังเรียนจบปริญญาตรีแล้ว ก็ตัดสินใจไปเรียนด้านการโรงแรมตามที่ตัวเองชอบถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์แน่ะ ! ว้าววว จะดีแค่ไหนนะ ถ้าได้ไปเรียนด้านการโรงแรมในสถาบันดังๆ ระดับโลก เรื่องราวจะเป็นยังไง ไปอ่านกันโลด !

             สวัสดีค่ะ ชื่อสรญา ตังเศรษฐี (เก๋) จบจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ (เกียรตินิยม อันดับ 1 เหรียญทอง ^_^) หลังจากเรียนจบเก๋ก็ช่วยธุรกิจที่บ้านอยู่ 1 ปีค่ะ ก่อนที่จะตัดสินใจไปเรียนต่อ บอกตามตรงเลยค่ะว่าทีแรกตัดสินใจไม่ถูกเลยว่าจะไปเรียนต่อที่ไหนดี สมัครไปทั้งมหาวิทยาลัยที่อังกฤษและออสเตรเลีย แต่ผลสุดท้ายก็ตัดสินใจไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์แทน สาเหตุก็เพราะเก๋มีความชอบและสนใจด้านการโรงแรมอยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าที่สวิตเซอร์แลนด์ก็ดังด้านนี้มากๆ

             โดยหลักสูตรที่เก๋เลือกเป็น Post Graduate Diploma (อนุปริญญาโท) สาขา Hotel Operations Management ที่ Swiss Hotel Management School ( S.H.M.S.)  เป็นการเรียน 5 เดือน และทำ Internship(ฝึกงาน) อีก 4-6 เดือน โดยเราสามารถเลือกประเทศและสถานที่ฝึกงานได้เอง ซึ่งเป็นโรงแรมดังๆ ระดับ 5 ดาวของโลกทั้งนั้นเลยค่ะ ... อ้อ จริงๆ แล้ว S.H.M.S. มีอยู่ 2 วิทยาเขตคือ Leysin และ Caux เก๋อยู่ที่ Leysin ค่ะ (เมืองใหญ่ๆ ที่อยู่ใกล้ Leysin คือ Lausanne)

             สำหรับขั้นตอนการสมัคร เก๋ก็ยื่นเอกสารที่เราเรียนจบมาทั้งหมด พวกทรานสคริปต์ , ใบเรคคอมเมนด์จากอาจารย์ , motivation letter (ทำไมถึงอยากเรียนที่นี่) , ผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษไอเอลท์หรือโทเฟลก็ได้ค่า แต่ถ้าไม่มีผลสอบก็สอบกับทางโรงเรียนก็ได้ค่ะ เชื่อเถอะว่าไม่ยากมาก

             สาขาวิชาที่เก๋เรียนคือ Hotel Operations Management โดยส่วนใหญ่จะเน้นการปฏิบัติจริงๆ ยกตัวอย่างวิชาที่เรียน เช่น

- Service Production and Theory ที่โรงเรียนจะมีห้องอาหารซึ่งเรียกว่า French Restaurant  นักเรียนจะมีโอกาสได้เข้าครัว ได้เสิร์ฟ ตามหลักของการเสิร์ฟอาหารแบบฝรั่งเศสขนานแท้ เป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลยค่ะ วิธีการเสิร์ฟยาวขนาดสองหน้ากระดาษ A4 ถ้าเสิร์ฟน้ำต้องเข้าด้านขวาของแขก การเสิร์ฟขนมปังต้องเข้าทางด้านซ้าย โดยจะเสิร์ฟเด็กและผู้หญิงก่อน แถมเราต้องเรียนรู้ชื่อไวน์ทุกชนิดที่สำคัญๆ จากทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึงแก้วไวน์ที่ต้องใช้กับไวน์แต่ละชนิดซึ่งก็แตกต่างกันออกไป

- Housekeeping Management (ซึ่งเราเรียกกันว่าวิชาแม่บ้าน) จะสอนตั้งแต่การปูเตียง การทำความสะอาดห้อง จะทำยังไงให้แขกที่มาพักได้รับความพึงพอใจสูงสุด ซึ่งเป็นการปฏิบัติการจริงล้วนๆ

             นอกจากนี้ยังมีวิชานึงที่เก๋ต้องคิดโปรเจกต์กับเพื่อน เป็นโปรเจกต์ทำร้านอาหาร โดยอาจารย์กำหนดทำเลที่ตั้งของร้านมาให้ แล้วเราต้องคิดทุกสิ่งทุกอย่างของร้านเองทั้งคอนเซปต์ เมนู กลุ่มลูกค้า วิธีการดึงดูด โปรโมชั่น ต้นทุน การตกแต่งร้าน ดีไซน์ เรียกว่าฟอร์มทุกอย่างขึ้นมาเองหมด ตอนที่ทำโปรเจกต์นี้เรียกได้ว่า เก๋กับเพื่อนๆ ต้องไปเมือง Montreux เกือบทุกวัน เพราะร้านอาหารทำเลที่ตั้งที่อาจารย์กำหนด อยู่ที่ Montreux ค่ะ ไปดูคู่แข่งแถวๆ นั้น สำรวจทุกๆ ร้าน เค้ามีโปรโมชั่นยังไง เราจะแข่งกับเค้าได้ยังไง ไปดูย่านนั้นว่ากลุ่มลูกค้าควรจะเป็นแบบไหน มีจุดเด่นของร้านคืออะไร

             อย่างที่ตั้งของร้านเราตรงนี้จะติดกับทะเลสาป วิวสวยมากค่ะ มันก็ทำให้เราวางแผนว่า ควรจะตกแต่งร้านเป็นกระจกใส รวมไปถึงการวางแปลนของร้าน ครัวควรจะอยู่ตรงไหน ควรจะมีกี่โต๊ะ ตกแต่งสไตล์ไหน Theme ของร้านเป็นยังไง  อย่างร้านที่เก๋ทำชื่อ "Asian Express" คอนเซปต์ของร้านจะเป็นอาหารเอเชียที่หลากหลายสไตล์บุฟเฟ่ต์ คล้ายๆ ชาบูชิบ้านเรา แต่ความแตกต่างคือ เราจะมีเชฟยืนตรงกลางของร้าน คอยทำซูชิแบบสดๆ ใหม่ๆ ตลอดเวลา  มีทั้งชาบู ติ่มซำ ซูชิ  แล้วเก๋ก็เอาไอเดียจากร้านสุกี้ในบ้านเราเข้าไปผสมผสาน คือมีการเต้นของพนักงานเสิร์ฟที่คอยดึงดูดเรียกลูกค้า รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ มากมายที่เพื่อนๆ คิดขึ้นมา เช่น ลด 10 เปอร์เซนต์สำหรับนักเรียน , โปรโมชั่น 3 วันแรกที่เปิดร้าน มา 4 คนฟรี 1 คน , มี lion dance โชว์ตลอดหนึ่งอาทิตย์แรกด้วย 

              พอตอนไปพรีเซนต์หน้าห้อง ก็ได้พรีเซนต์เป็นกลุ่มแรกเลยค่ะ อาจารย์ชมใหญ่เลย ว่า very good เพราะเวลาพรีเซนต์ เรามีภาพประกอบทุกอย่างเสมือนจริง  แล้วที่คิดมาคือมันดูมีความเป็นไปได้ของร้านมาก พอทำเสร็จก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย เพราะกลุ่มเราได้คะแนนมาสูงสุด ^^ เราก็จะรู้เลยค่ะ ว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะเป็นเจ้าของโรงแรมหรือเจ้าของกิจการอะไรซักอย่าง ต้องรู้ทุกอย่างตั้งแต่วัตถุดิบ กรรมวิธีการผลิต จนถึงขั้นตอนของการบริการ แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่กำไรหรือรายได้ที่เราได้รับ แต่คือความพอใจของลูกค้า

              การเรียนการสอนที่นี่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักค่ะ เพราะมีนักเรียนมาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาจารย์ที่สอนก็เป็นอาจารย์ที่มีประสบการณ์จริงจากหลากหลายสาขาวิชา ที่สำคัญการเรียนการสอนในบ้านเค้าแตกต่างกับบ้านเราโดยสิ้นเชิงคือ เค้าจะเน้นให้เรียนรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก ทั้งจากการค้นคว้าและการปฏิบัติ ฝึกให้คิดวิเคราะห์ ถามตอบเมื่อสงสัย จึงไม่แปลกเลยค่ะที่การใช้ชีวิตที่โน่นจะทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

              สำหรับเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกันนั้น มาจากหลายชาติเลยค่ะ ทั้งซีกยุโรปเอง แอฟริกา ออสเตรเลีย เอเชีย ฝรั่งเศส เยอรมัน นอร์เวย์ ฟินเแลนด์ นอกนั้นก็เป็นเลบานอน กาน่า จีน ญี่ปุ่น ตุรกี ไต้หวัน เวียดนาม โดยเฉพาะคนจีนนี่เยอะมากๆๆ แต่ด้วยความที่เก๋พูดจีนได้อยู่แล้ว เก๋ก็เลยค่อนข้างสนิทกับเพื่อนคนจีนเป็นพิเศษ เรียกว่าป๊อปในหมู่คนจีนว่างั้นเถอะ เค้าก็จะอึ้งๆ กันว่า อุ๊ย ทำไมพูดจีนได้ด้วย

              สิ่งที่เก๋ประทับใจที่สวิตเซอร์แลนด์ คงต้องยกให้กับการคมนาคม ส่วนใหญ่จะโดยสารรถไฟเป็นหลักค่ะ ซึ่งรถไฟที่นั่นสะดวกสบายมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความตรงต่อเวลา (ทำให้เก๋หายสงสัยเลยว่า ทำไมสวิตเซอร์แลนด์ถึงได้ชื่อว่าเป็นประเทศนาฬิกาของโลก) เชื่อมั้ยคะ ครั้งหนึ่งเคยเดินทางไปเมือง Interlaken กับเพื่อน ตารางเวลารถไฟระบุไว้ว่าออกเดินทาง 10.45 น. จะถึงปลายทางตอน 13.08 น. แล้ววันนั้นเก๋กับเพื่อนก็ง่วงมาก เลยหลับกันบนรถไฟ แล้วเราก็ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ให้ตื่นตอน 13.00 น. พอตื่นมาปุ๊บ  13.08 น.ปั๊บ รถไฟก็มาถึงที่หมายอย่างตรงเวลาเป๊ะค่ะ !! เป็นอะไรที่น่าประทับใจแล้วก็ทึ่งมากๆ (อยากให้รถเมล์บ้านเราเป็นแบบนี้บ้างจังเลยค่ะ)

               สำหรับอาหารการกิน ถึงแม้จะไม่ค่อยหลากหลายเท่าบ้านเรา แต่ก็ถือได้ว่าโอเคเลยค่ะ โดยเฉพาะพวกนม โยเกิร์ต ช็อกโกแลต บอกตามตรงเลยค่ะ ว่าทั้งชีวิตเก๋ไม่เคยดื่มนมหรือทานโยเกิรต์ที่ไหนที่อร่อยขนาดนี้ มันเป็นเหมือนนมสวรรค์จริงๆ (ตรงกันข้ามกับบ้านเราที่มีแต่หางนม ถูกกลั่นและกรองรสชาติที่แท้จริงออกไปหมด แล้วปรุงแต่งด้วยรสสังเคราะห์แทน) ขอบอกเลยค่ะว่าใครที่ได้มีโอกาสไปสวิตเซอร์แลนด์ อย่าลืมไปหาซื้อนม และโยเกิร์ตทาน (โดยเฉพาะยี่ห้อ Emmi)

              สุดท้ายนี้อยากบอกว่า ประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างแดนเป็นเรื่องที่สนุก น่าตื่นเต้น และท้าทายมากค่ะ  ถ้าครั้งนึงในชีวิตเราได้มีโอกาสนั้นแล้ว ลองเถอะค่ะ อย่าปล่อยมันไป เพราะมันไม่ใช่แค่การเรียนรู้ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แต่สิ่งที่คุณจะได้รับนั้นมีทั้งเพื่อนใหม่ๆ ประสบการณ์ ความสุข ความทรงจำ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ บางทีคุณอาจจะต้องเหงา คิดถึงบ้านบ้าง แต่นั่นคือรสชาติของชีวิตค่ะ และเมื่อเวลาผ่านไป คุณจะรู้ว่าชีวิตของคุณได้ก้าวไปอีกขั้นแล้ว … สุดท้ายนี้เก๋อยากฝากบอกน้องๆ ว่า ประสบการณ์การใช้ชีวิตหาซื้อไม่ได้นะคะ ตราบใดที่คุณยังไม่ได้ลิ้มลองด้วยตัวเอง…มีความสุขกับทุกๆ วันของชีวิตนะคะ โชคดีค่ะทุกคน  ^__^

              รูปด้านบนนี้อยากจะบอกว่าเป็นรูปรับปริญญาที่เริดมากๆๆ เพราะฉากหลังนี่แบบวิวสวยมากกกก อยากมีภาพแบบนี้บ้าง แต่คงต้องตัดต่อไปพลางๆ ก่อน 55555 และที่สำคัญ เดี๋ยวจะรอไปบุกร้าน Asian Express ของเก๋นะ ^^ ..... ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกดีๆ อยากแชร์ให้คนอื่นอ่านบ้าง ก็ส่งมาได้เหมือนเดิมนะคะที่ pay@dek-d.com รอเรื่องสนุกๆ จากน้องๆ อยู่เช่นเคย



 

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pay

พี่เป้ - ผู้เขียน

มนุษย์บ้างานและบ้านวด ผู้ตกหลุมรักปลาแซลมอน การนอน และและออฟฟิศ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เรียนนอก #สวิตเซอร์แลนด์ #การโรงแรม #swiss hotel management school

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?