หนูอยากบอก แต่ไม่อยากเล่า 

      คุณพ่อคุณแม่คงอยากให้ลูกๆ เล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังอย่างสม่ำเสมอ เหมือนลูกชายลูกสาวตัวน้อยๆ ที่เคยเจื้อยแจ้วเมื่อสมัยยังเป็นเด็กน้อย ส่วนมากคุณพ่อคุณแม่ก็คงทราบอยู่ดีแล้วว่าตอนนี้ลูกเป็นวัยรุ่นแล้ว แล้วก็พอทราบอยู่ด้วยว่าวัยรุ่นอารมณ์แปรแปรวน บางทีก็เชื่อมั่นในในตนเองมาก บางทีก็สองจิตสองใจเลือกอะไรไม่ถูก เรียกว่าสับสนเอาอะไรแน่นอนไม่ได้กับอารมณ์ของวัยรุ่น แต่ก็อยากให้คุณพ่อคุณแม่ทราบว่า มันก็เป็นเพียงเรื่องปกติตามพัฒนาการของช่วงวัย ไม่ใช่ปัญหาของครอบครัว เพียงแต่ต้องรู้จักรับมือเท่านั้น!!!

 

     เช่นเดียวกับเรื่องการบอกเล่าเรื่องต่างๆ จากลูก จริงๆ ลูกก็อยากเล่าอะไรให้พ่อแม่ฟังมากมายเหมือนกัน แต่บางทีก็เขินอาย บางทีก็คิดว่าพ่อแม่ไม่มีเวลามาฟังเรื่องไร้สาระของตน แต่จริงๆ ทุกเรื่องที่วัยรุ่นคิด และทำของวัยรุ่นไม่ได้ไร้สาระเลยนะ เพราะทุกเรื่องที่วัยรุ่นกำลังทำ คือการค้นหาตัวเอง เป็นประสบการณ์ที่จะบ่มเพาะให้ลูกกลายเป็นผู้ใหญ่แบบใดแบบหนึ่งในอนาคตต่อไป

หนูกำลังค้นหาสไตล์ของหนู หนูผิดด้วยเหรอ???
        
  
         อย่างไรก็ตามที่ลูกไม่ค่อยอยากเล่าอะไรให้พ่อแม่ฟัง หลักๆ เพราะกลัวค่ะ กลัวถูกตำหนิ กลัวถูกห้าม กลัวถูกบอกว่าไร้สาระ กลัวถูกดักคอ กลัวถูกเอาไปบอกเล่าต่อ ซึ่งจากกระทู้ในเว็บบอร์ดของเราที่ยกมานั้น เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน  ”ว่าไม่ชอบการถูกเอาไปเล่าต่อ”  ทั้งยังมีการตอบรับอีกหลายความคิดเห็นไปในทำนองเดียวกัน แม้ลูกของคุณไม่พูดว่าอะไรออกมา แต่ในใจเด็กนั้นมันไม่ต่างกับ “การนินทา” เสียเท่าไหร่ แถมการนินทานั้นๆ มาจากพ่อแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ที่ตนรักเสียด้วย ไม่ว่าการบอกเล่านั้นจะเป็นเรื่องไม่ดีหรือดีก็เถอะ

        คงไม่มีใครคนไหนบนโลกอยากถูกนินทาแน่ๆ วัยรุ่นก็เหมือนกัน ยิ่งวัยรุ่นต้องการเป็นที่ยอมรับของสังคม เมื่อเขาถูกพูดถึงมากขึ้น เขาก็กลัวว่าเจ้าเรื่องที่พูดถึงนั้นมันจะมาทำร้ายตนเอง พ่อแม่เอ่ยชม ก็กลัวคนอื่นจะหาว่าขี้โม้ พ่อแม่ว่า ก็อับอาย ไม่อยากเป็นตัวตลก วัยรุ่นบางคนอาจไม่แสดงว่ารู้สึกอะไรเมื่อถูกพูดถึง (เพราะกลัวถูกหาว่าไม่เข้มแข็ง) แต่จริงๆยิ่งกระทบใจวัยรุ่นเลยล่ะค่ะ ที่ยิ่งไปกว่านั้นลูกก็กลัวว่าพ่อแม่ของตนจะถูกหาว่าขี้โม้ไปด้วย


 
        นักจิตวิทยากล่าวถึงลักษณะของวัยรุ่นไว้ว่า“วัยรุ่นมักต้องการความเป็นส่วนตัว ต้องการที่จะได้รับโอกาสที่เป็นอิสระและเกิดจากการตัดสินใจของตนเอง ยิ่งพ่อแม่แสดงท่าทีอยากรู้เรื่องส่วนตัวของลูกมากเท่าใด ลูกก็จะยิ่งไม่ยอมรับพ่อแม่มากเท่านั้น” ในต่างประเทศ มีลูกต้องการฟ้องร้องแม่ตัวเอง เพราะแม่ทำหน้าที่ผู้ปกครองไม่เหมาะสม มาแอบอ่านบันทึกแล้วเอาเรื่องส่วนตัวไปเล่าให้คนอื่นฟัง 

     การนำเรื่องลูกของตนไปเล่าให้คนอื่นฟัง ย่อมเป็นการก้าวก่าย และไม่สนใจสิทธิของลูก และในหลักความจริงแล้ว มันก็เป็นแบบเดียวกันกับเรื่องที่ว่า ถ้าเรื่องของเรา ถูกนำไปเล่าโดยคนอื่นให้อื่นฟังอีกทอด เราก็ต้องคิดว่าเขายุ่งเรื่องของเราอยู่แล้ว ในกรณีของลูกเราก็เช่นเดียวกัน แถมยังทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับลูกเราต่อไปยังลูกคนอื่นโดยไม่รู้ตัวอีกต่างหาก 
         อย่างเรื่องประสบความความสำเร็จของลูกเรา เมื่อเราเอาไปเล่าให้แม่อีกคนฟัง แม่คนนั้นก็มักนำไปเล่าให้ลูกตนเองฟังอีก ว่าลูกบ้านนั้นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมไม่เอาอย่างเขา กลายเป็นการนำลูกเราไปเปรียบเทียบกับลูกข้างบ้านไป ถ้าลูกเราดีกว่าลูกคนอื่นจริงๆ ก็ดีไป แต่ถ้าจริงๆ แล้วลูกของเขาดีกว่า แล้วลูกของเราจะรู้สึกอย่างไร ความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่พูดไปแล้ว พ่อแม่ไม่รู้ แต่ลูกรู้ แล้วคนที่รับผลของการถูกพูดถึง ก็ไม่ใช่ใคร ลูกของคุณนั่นเอง


         แล้วเมื่อใดที่ลูกเกิดความเชื่อว่า เล่าไปแล้วจะต้องถูกนำไปเปรียบเทียบ บอกต่อ หรือโดนตำหนิแน่ๆ ลูกก็เลิกบอกเล่าเรื่องต่างๆ ของตนเองไป เมื่อถึงตอนนั้นความเงียบก็จะเข้าปกคลุมบ้าน บรึ๋ยยยยยย

        
        สำหรับพ่อแม่การนำเรื่องของลูกไปเล่าให้คนอื่นฟัง อาจเป็นเรื่องต้องการแชร์ประสบการณ์ของพ่อแม่ธรรมดา อาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น (บอกแล้วว่าทุกเรื่องของวัยรุ่น สำคัญต่อตัวตนของเขาทั้งนั้น) หรือเพียงอาจต้องการชมเชยลูกตัวเองให้คนอื่นฟัง แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราหันมาชมเชยที่ลูกของเราเลย บางทีพ่อแม่แบบไทยๆ ก็ชอบคิดว่าการชมลูกจะทำให้ลูกเหลิง แต่จริงๆ  ถ้าเราไม่ชมลูกเราเลย ลูกก็ไม่รู้ว่าพ่อแม่เห็นคุณค่าของตัวเองหรือเปล่า ยิ่งทำให้ลูกมองไม่เห็นว่าตัวเองมีความสำคัญกับพ่อแม่ ความเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-esteem) ลดลงไปอีก 

 
       ไม่ได้มีข้อห้ามไหนบอกว่าห้ามเล่าเรื่องของลูกให้คนอื่นฟังแต่ถ้าจะเล่าเรื่องลูกให้คนอื่นฟัง ทำไมไม่ลองคุย ลองถามลูกก่อนว่า “ลูกเห็นเป็นอย่างไร ถ้าแม่จะเล่าเรื่องนั้น เรื่องนี้ของลูกให้คนอื่นฟัง” เมื่อถึงตอนนั้นลูกอาจมีเหตุผลมากมายที่คาดไม่ถึง แล้วเราก็ยอมรับได้อีกด้วย เป็นโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ยอมรับฟังความคิดเห็น ซึ่งวัยรุ่นก็ต้องการการปฏิบัติต่อตนอย่างผู้ใหญ่อยู่แล้ว ทั้งยังเป็นการบ่มเพาะคุณลักษณะนิสัยที่ดีในการยอมรับฟังเหตุผลจากผู้อื่นอีกด้วย

     วัยรุ่นรับรู้ว่าพ่อแม่เป็นห่วงค่ะ แต่บางครั้งฮอร์โมนอันแปรปรวนของวัยรุ่นก็นำพาให้วัยรุ่นใช้อารมณ์นำความคิดและการ กระทำไป แต่เรื่องทุกเรื่องคลี่คลายได้ ถ้าเปิดใจ รับฟัง และพูดความรู้สึกตนเองอย่างตรงไปตรงมา ดูอย่างความเห็นของวัยรุ่นใน Dek-D.com ที่เห็นด้วยกับคำตอบในเรื่องนี้สิคะ

กระทู้นำเรื่อง : http://www.Dek-D.com/board/view.php?id=2053203






พี่เกียรติ
พี่เกียรติ - Community Master ถนัดแฝงตัวตามกระทู้เด็กดี มีความสนใจเป็นล้านเรื่องขึ้นอยู่กับดราม่าขณะนั้น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

157 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
YAMSANG!! Member 1 มิ.ย. 54 17:15 น. 3
แยมๆไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้กับแม่นะ><
เวลาคุยกับแม่ แม่จะรับฟังทุกเรื่องเหมือนเพื่อนเลยแหล่ะ
แล้วเรื่องเล่าเรื่องลูก แม่ก็แบบไม่ค่อยเล่า(แม่แยมแบบสันโดษอ่าห์)
แล้วเวลาเจอปัญหาแม่แยมก็ช่วยแบบคิดแก้ปัญหาไรงี้
วันนั้นแยมโดนรถชนอ่ะ กลับมาบ้านเล่าให้แม่ฟังแม่แยมก็บอกเวลาข้ามถนนก็ดูรถหน่อย(แค่นั้นไม่มีด่าหรือห้ามเที่ยว)แล้วเวลาแยมแบบโมโหฮอร์โมนมันแปรปวน ก็ทำกริยาไม่ดีกับแม่(มารู้ทีหลังรู้สึกตัวเองชั่วมาก- -)แม่ก็ไม่เซ้าซี้หรือด่าเลย

รู้สึกดีใจที่มีแม่อย่างนี้ "แยมรักแม่ที่สุดเลย": )

0
กำลังโหลด
tutaro Member 1 มิ.ย. 54 17:35 น. 4
 แต่ก็จริงๆ นะ
ห่วงมากเกินไป ก็คำคาญบ้างอะไรบ้างอ่ะ ตามประสาวัยรุ่นด้วย
จะให้เป็นแบบยุค ก่อนก็เป็นไปไม่ได้... เพราะคนละยุคสมัยกันแล้ว
จะเล่าเรื่องอะไรที ก็ต้องมานั่งคิด ว่าจะมีผลเสียตามมามั๊ย?
อย่างเรื่องความรัก ผู้ใหญ่หน้าจะเข้าใจดีที่สุด แต่พ่อแม่ก็ดัน...หาว่าอย่างโน่นอย่างนี้
ก็ไม่กล้าจะเล่า หรือไม่อยากเล่าให้ฟังก็ว่าได้ 
ก็นะ... บางทีก็เยอะเกิ๊น -0-
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
systemlen Member 1 มิ.ย. 54 18:57 น. 7
เเม่ของฉัน  ชอบเล่าเรื่อง  ''เลวๆ''  ของเราให้คนอื่นฟัง
มีครั้งนึงเราได้ยินเเม่บ่นเราให้เพื่อนเเม่  ให้คนอื่นฟัง  เราเสียใจมาก  เรารู้ว่าเราทำผิด  เเต่ถึงขั้นต้องแฉให้คนอื่นฟังเลยหรือ?  พอเราเจอเพื่อนเเม่(คนที่เเม่คุย)  เขาก็มองเราด้วยสายตาเหยียดๆ  เเล้วบอกว่าหัดใส่ใจเเม่หน่อย  เราทำให้เเม่เครียดนะ  เขาก็มาพูดประมาณนี้กับเรา 
เเล้วจะให้เราทำยังไงล่ะ?  ในเมื่อเราทำดีที่สุดเเล้ว  เราพยายามปรับปรุงเท่าที่ทำได้
รู้ว่าผิด  เเต่เอามาตอกกันตลอดเวลาอย่างนี้มันก็ไม่สมควรนะ!! 
0
กำลังโหลด
FayTiRa Member 1 มิ.ย. 54 19:18 น. 8
อยากให้แม่มาอ่าน
แต่คงไม่มีทางเป็นไปได้  - -*
เราก็ชอบเล่าให้แม่ฟังนะ
แต่แม่ก็ชอบแซวเราทุกครั้ง บางครั้งเพื่อนมาก็พูดต่อหน้าเพื่อน
ก็เลยไม่ค่อยอยากเล่าให้ฟัง แค่บอกเฉยๆว่าจะไปไหน กลับตอนไหน

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
~ K(h)iNg ~ Member 1 มิ.ย. 54 19:55 น. 10
ปกติแม่ก็ฟังนะ -.-
แล้วก็บ่นๆ แ่ต่ก็ประมาณว่าอธิบายว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้(ถ้าเรื่องไม่ดี)
เดี๋ยวว่างๆ ต้องแอบเอาให้แม่อ่านบ้างๆ
0
กำลังโหลด
หยดหมึกเปื้อนน้ำตา Member 1 มิ.ย. 54 20:01 น. 11
อยากให้พ่อแม่อ่านบ้างอะไรบ้าง ^^"

คือพ่อแม่เราเป็นคนที่เข้าใจเรามากๆ เลยนะ
เราเป็นคนที่มีอิสระในบ้านค่อนข้างมาก
คิดอะไร จะพูดอะไร พ่อแม่จะเปิดกว้างและรับฟัง
มันจึงทำให้เราสะดวกใจที่จะระบายกับแม่
แต่แบบ... บางทีแม่ก็ชอบเอาไปเล่าในคนอื่นฟัง
ถ้าเป็นเรื่องเรียน เรื่องอะไรอย่างนั้นก็ไม่อะไร
แต่บางทีมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวมากเกินไป
เราก็จะอึดอัด... บางเรื่องเราก็ไม่ได้อยากให้ใครเขารู้
คืออย่างเรื่องเราชอบผู้หญิง เราก็บอกพ่อแม่นะ
พ่อแม่ก็รับได้ไม่ได้จะห้ามกีดกันอะไรขนาดนั้น
แต่แม่ก็จะชอบเล่าให้คนใกล้ชิดฟังไปทั่ว
...คือยังไงดีอ่ะ มันก็รสนิยมส่วนตัวจริงๆ
อย่างบางทีแม่เอาไปบอกเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน
แล้วคิดว่าเขาจะคิดว่าเราเป็นยังไง... เขาก็จะไม่เข้าใจเรา
บางทีเรื่องเซนส์ซิทีฟบางเรื่อง เราก็อยากบอกเองถ้าเราจะบอก TT

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 มิถุนายน 2554 / 19:59
0
กำลังโหลด
May's Aliza Noldor Member 1 มิ.ย. 54 20:25 น. 12
ความจริงวัยรุ่นทุกคน ก็คิดแบบนี้เหมือนกันหลายคนค่ะ
แ่ต่พอมานึกดูอีกที เมย์ว่าผิดทั้งคู่นะ คือแบบว่าต่างคน
ต่างไม่เหมือนกัน มันเลยต้องค่อยๆ ปรับความเข้าใจกันไปทีละเรื่อง
0
กำลังโหลด
Unsimao!! Member 1 มิ.ย. 54 20:31 น. 13
ผมเคยรู้สึกว่าแม่หัวโบราณ--*
แม่ผมชอบห่วงในเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ชอบบ่นโน่นนี่นั่นไม่หยุด
แล้วถ้าเรื่องไหนที่เถียงกัน ถ้าแม่ผิด แม่ก็ไม่ยอมรับแล้วยังหาเหตุผมที่กวนตีนมากๆมาใช้ทำให้ผมเถียงไม่ได้เพราะเราพูดคำหยาบกับพ่อแม่ไม่ได้
แม่ผมสนใจแต่การเอาชนะ สนใจแต่ว่าขอให้เถียงชนะผมและทุกๆคนในบ้าน
อย่ามาผมอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ
ขนาดอาม่าผมที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของแม่ผมเค้าก็ยังด่า+บ่นเลย
จนอาม่าผมยังเคยร้องไห้
แล้วตอนนี้แม่ผมก็ไม่ค่อยสบายอยู่อีกนานกว่าจะหาย
ต้องไปโรงพยาบาลบ่อยๆ
แล้วอยู่ดีๆแม่ก็เกิดอาการอะไรขึ้นอีกไม่รู้
เล่นโทมาหาผมแทบตลอดเวลาที่ไม่ตัวเองอยู่บ้าน
มีวันหนึ่งผมนั่งเล่นคอมและกำลังคุยกับเพื่อนอย่างสนุก
แม่ก็ดันโทรไปบอกญาติๆผมว่าเป็นห่วงผม กลัวผมจะไม่อาบน้ำบ้างล่ะ
ทีนี้ญาติผมก็มาเต็มบ้านเลย
มาบอกว่า ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้นะ แม่เป็นห่วงนะรู้ไหม
ปกติเวลาแม่ไม่อยู่บ้าน แม่ไม่เห็นจะเป็นห่วงผมอะไรขนาดนี้เลย  ผมไม่เข้าใจว่าแม่ผมจะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ทำไม
แถมยังชอบประชดอีก
ผมรู้ว่ามันผิดที่คิดแบบนี้
แต่ถ้าใครเป็นผมจะต้องเข้าใจผมแน่ๆTT"
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
TAT 1 มิ.ย. 54 22:20 น. 15
 เบื่อ!!! เจอแม่อ่านเฟรนด์ชิพ -*-
แถมชอบเอาเรื่องตอนอนุบาลมาเล่าอยู่นั้นล่ะ 
คงสนุกซินะที่ทำให้ลูกอายเนี่ย
เบื่อๆๆๆๆๆ!!!! พอตอกแม่กลับก็มาบ่นว่าหักหน้าแม่ สรุป ผิดทุกอย่าง!!!!
พอพ่อทำอะไรไม่ดีนิดหน่อยก็มาบ่นให้ฟัง สรุปท้ายเลยตอกกลับไปว่า
"แม่ก็ไปบ่นพ่อสิ มาบ่นอะไรให้หนูฟัง หนูไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์นะ! "
แถมแม่เป็นพวกว่าชาวบ้านทั้งๆที่ตัวเองก็ผิด(เซ็งที่สุด!!!)
แม่เราทำอาหารไม่อร่อย พอเราไม่อยากกินก็ชอบพูดว่า
"จะทิ้งเหรอ? เงินทั้งนั้น " ว่าง่ายๆคือกินเข้าไปซะ!!! แถมชอบซื้ออาหารมาทิ้งไว้จนหมดอายุ
พอเราเห็นมันหมดอายุจะทิ้งก็มุขเดิม "มันอยู่ในตู้เย็นไม่เป็นไร จะทิ้งเหรอ? เงินทั้งนั้น"
ในใจตอนนั้น... แล้วทำไมไม่กินเองล่ะ!!! มาบังคับให้เด็กกินทำไม
0
กำลังโหลด
MiNi❤LoliPop Member 1 มิ.ย. 54 22:30 น. 16
 เราก็เป็น
 พูดก็พูดเถอะ แม่แบบนั้น ดูท่าว่าจะไม่ค่อยมาอ่านบทความนี้แน่ๆหรอก =.=
 ก็นะ...มีหลายเหตุผล อย่างเพราะคิดว่านี่เป็นเรื่องไร้สาระ(ในการเล่นอินเทอร์เน็ต)
 คิดว่าเว็บเด็กดีก็แค่เว็บเด็กดี รู้จักแต่ไม่เข้า บางคนเลยเถิดถึงขั้นมองเว็บนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
 นี่เป็นสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านเรานะ ใครมีอะไรมาแชร์มั่ง =w=
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด