|
สวัสดีค่ะน้องๆ^^ ช่วงนี้บรรยากาศการสมัครรับตรงของน้องๆ Dek-D.com คึกคักมากๆ ทั้งจุฬาฯ มศว และอีกหลายที่ที่ใกล้เปิดรับสมัครเร็วๆ นี้ เรียกได้ว่า ออกมาพร้อมกันจนตั้งตัวไม่ทัน โอกาสทองแบบนี้อยากให้รีบๆ คว้าไว้นะคะ ติดก่อนสบายใจก่อน แต่ก็ควรเลือกเพราะอยากเรียนจริงๆ นะ จะได้ไม่ปิดโอกาสเพื่อน
แต่สำหรับน้องๆ ที่ยังลังเล ไม่รู้ว่าจะสอบตรงหรือรอสอบแอดมิชชั่นดี วันนี้พี่มิ้นท์มาสรุปข้อดี-ข้อเสีย ของระบบรับตรงและระบบแอดมิชชั่นกลางมาให้ดูกันค่ะ แต่อ่านแล้วก็ต้องใช้วิจารณญาณกันด้วยนะ เรื่องแบบนี้ส่วนนึงต้องมาจากการตัดสินใจของตัวเองด้วย ไปดูกันเลย
 
ระบบรับตรง
ข้อดี - ถ้าเรารู้ว่าตัวเองอยากเรียนอะไรแล้ว เราสามารถเลือกคณะหรือสาขาที่อยากเรียนได้จริงๆ และแข่งกันที่ความพร้อมมากกว่าคะแนนสะสม แต่ละที่ก็จะมีเกณฑ์การรับที่แตกต่างกัน ซึ่งต่างจากแอดมิชชั่น ที่คะแนนจะมีความสำคัญมาก ทุกอย่างเป็นคะแนนหมดทั้ง O-NET, GAT/PAT, GPAX เรียกได้ว่าต้องเชือดเฉือนกันทุกฝีก้าว - สอบติดก่อนสบายใจ เรามีที่นั่งเรียนเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเครียดตอนหลัง - รับตรงไม่ใช้คะแนน O-NET (โอเน็ตสอบหลังระบบรับตรง) ส่วนใหญ่จะสอบวิชาที่สถาบันนั้นๆ จัดสอบ และใช้คะแนน GAT/PAT เดือนตุลาคม ดังนั้นจึงหมดปัญหาถ้าคะแนนโอเน็ตต่ำ - ในกรณีที่สอบรับตรงไม่ติด ก็ถือว่ายังได้ประสบการณ์และคุ้นเคยกับสภาพสนามสอบ ที่สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ในสนามสอบอื่นๆ ความคุ้นเคยก็จะทำให้หายตื่นเต้นได้ - ในกรณีที่สอบติด ก็จะมีเวลาเหลือเฟือในการเตรียมเนื้อหา เพื่อเตรียมตัวเรียนในมหาวิทยาลัย
ข้อเสีย - ค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบสูง ยิ่งถ้าสมัครหลายที่ ก็ยิ่งเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นเท่านั้น - บางสาขาไม่เปิดรับตรง - คุณสมบัติค่อนข้างจำกัด เช่น เรื่องเกรดเฉลี่ย หรือ กำหนดคะแนนขั้นต่ำของ GAT/PAT เป็นต้น - คนอยากลองสนามเยอะ ทำให้บางสาขาคนสมัครสอบเยอะ และคนที่ติดส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคนที่อยากลองสนาม สุดท้ายก็สละสิทธิ์ เสียที่นั่งฟรีๆ - สัมภาษณ์ยากกว่า เพราะเค้าต้องการคัดเลือกคนที่เหมาะสมจริงๆ และมีการพิจารณาผลงานจาก Portfolio - ติดแล้วจะถูกตัดสิทธิ์แอดมิชชั่น และถ้ารู้ว่าคะแนนแอดมิชชั่นกลางของตัวเองสามารถเข้าคณะที่อยากเรียนกว่าได้ ก็จะเสียดาย

ระบบแอดมิชชั่นกลาง
ข้อดี - คณะที่เปิดรับมีความหลากหลาย ทำให้เราเลือกคณะที่ต้องการได้ เพราะคณะเกือบทั้งหมดก็เข้าสู่ระบบแอดมิชชั่นกลาง - จำนวนคนรับเยอะกว่า มีสิทธิ์ติดมากกว่า และคนเก่งๆ ก็มักจะติดรับตรงไปแล้ว - มีเวลาเตรียมตัวนานกว่า - รอบสัมภาษณ์ง่ายกว่า
ข้อเสีย - แม้ว่าจะมีเวลาเตรียมตัวนานกว่า แต่ก็กดดันกว่า เพราะมีคู่แข่งทั่วประเทศ - ต้องวัดใจกับตัวเอง ตอนเลือกคณะต้องกล้าได้ กล้าเสี่ยง - อัตราการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในคณะยอดนิยม แม้ว่าจะเป็นคณะที่รับจำนวนเยอะ คนสมัครก็จะเยอะด้วย
- คะแนนรวมในแต่ละปีแตกต่างกัน ขึ้นลงได้ตลอดเวลา ซึ่งจะเหวี่ยงตามค่าคะแนนของการสอบ O-NET, GAT/PAT - น้ำหนักองค์ประกอบที่ใช้ในการยื่นคะแนนเยอะกว่า โดยใช้ทั้ง GPA, GAT/PAT, O-NET - ถ้าพลาดอันดับ4 ในแอดมิชชั่นกลางแล้ว ก็จะไม่มีที่เรียน ต้องหาแผน2 รอรับรอบหลังแอดต่อไป
เห็นจุดแข็งจุดอ่อนกันแบบนี้แล้ว ก็หวังว่าจะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้กับน้องๆ ที่ยังลังเลได้ แต่ถ้าน้องๆ ตัดสินใจได้แล้ว ก็ขอให้เลือกทำโลดและต้องทำอย่างเต็มที่ด้วย เพื่อให้ผลออกมาดีที่สุด พี่มิ้นท์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

|
59 ความคิดเห็น
แอดกลางไม่จำเป็นเลย
แต่ปีที่แล้วผมก็สอบตรงหลายที่ได้หลายที่เช่นกันแต่ไม่ได้เอาขึ้นมาเพราะต้องจ่ายตังก่อน
เสียตังไปเยอะอยู่แต่ก็คุ้มที่ได้ลองทำข้อสอบของแต่ละที
สุดท้ายก็ยื่นแอดแล้วก็ได้ตามที่หวัง แอดก็ดีสำหรับคนที่มั่นใจมนคะแนนตนเองเลือกทางนี้เลยก้ได้
ครุ-ปฐมวัย จุฬา
เพราะถ้าสอบตรงติด ก็จะสบายใจ
เพราะ Portfolio เรายังไม่ทำเลยป่านนี้... - -"
จะไปแอดกลางก็กลัวไม่ติด คะแนนแย่มากเลยค่ะ T^T
บางคนที่ไม่ค่อยทำกิจกรรมอะไรเลยอย่างเรา เพราะครูไม่เลือกจะเอาไรไปให้ดูหว่า
อยากรู้มีนะ Portfolio แต่ข้างในไม่มีอะไรเลย= =^
เหนื่อยใจกะพอร์ท - -*
เอามันสองอย่างเลย สู้ตายยย
แค่คิดก็เหนื่อยซะแล้วสิ
เป็นคนนึงที่เข็ดกับแอดมิดชั่นจริงๆ เอาจริงๆนะคะ มั่นใจมากๆยังเฟลเลยค่ะ
สอบตรงก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ ^ ^
พี่แอดไม่ติด แต่ยังดีติดสอบตรงรอบหลังแอด
สู้น้า เด็กแอด55
แอด#54
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 มิถุนายน 2554 / 01:24
ครู มัธยม(มนุษย์ - สังคม) จุฬา