สวัสดีครับ.. ช่วงนี้ พี่ลาเต้ แอบเห็นน้องๆ ชาว Dek-D หลายคนใช้ชีวิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยได้คุ้มค่าสุดๆ บางคนตอนเรียน ม.ปลาย ดูแมนมากกก แต่เข้ามหาวิทยาลัยดันสมัครเป็นลีดเดอร์ซะงั้น ขณะที่บางคนลงทุนรับน้องตี 4 ยัน 4 ทุ่ม โอ้ววว เห็นแล้วอยากย้อนกลับไปเป็น “เฟรชชี่” บ้างจัง (แต่หน้าไม่ให้แล้วนี่ดิ)
เห็นใช้ชีวิตคุ้มค่าสนุกสนานแบบนี้ ว่าแล้ว พี่ลาเต้ ก็เลยมี “9 สิ่งที่พลาดไม่ได้ในชีวิต (นักศึกษา)” ซึ่งแอบไปค้นมาจากคู่มือคัมภีร์เฟรชชี่น้องใหม่ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จะมีอะไรบ้างนั้น ตาม พี่ลาเต้ มาดูพร้อมกันเลย (ม.อื่น ก็เอาไปใช้ได้คร้าบบ)
1 ต้องโดน...
ฟังชื่อแล้ว 2 แง่ 2 ง่ามมากๆ แต่โดนในที่นี้หมายถึงโดนเทรนเนอร์ดีๆ อาจารย์ดีๆ มาฟิตความรู้ให้เรานั้นเอง ทั้งสอบ ทั้งบ่น ทั้งเทรน ฟิตใส่เราได้เต็มที่ไม่มีปิดกั้น ตามทฤษฎีนักกีฬาที่เขาเขียนไว้ว่า “โค้ชเก่งแค่ไหน นักกีฬาฯ ยิ่งจะเก่งยิ่งกว่านั้น” ดังนั้น ชาวนิสิตนักศึกษาเห็นอาจารย์คนไหนเข้าตา ก็รีบลงเรียนวิชานั้นได้เลย2 ต้องเดิร์น...
หน้าตาดีก็ดีอยู่แล้ว หากยิ่ง “เดิร์น” ยิ่งดีไปกันใหญ่ เย้ เย้ แต่ทำตัวให้ “เดิร์น” ในขั้นแรกคือหาเพื่อนที่มีความชอบเหมือนกัน และทำชีวิตให้มีค่ามากที่สุด อย่างที่ ม.กรุงเทพ เขาแอบเม้าท์มาว่า BU International College ของเขาสุดโค่ยมาก เพราะทั้งเพื่อนทั้งอาจารย์ในสังคมเวิลด์คลาสก็ปาไปแล้วกว่า 50 ประเทศ โอ้ว3 ต้องเด็ด...
ไม่ได้หมายถึงการเด็ดดอกไม้ในมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด “เด็ด” ในที่นี้ นักศึกษาทุกคนต้องทำตัวให้เด็ดสะระตี่ที่สุด เช่นทุกวันที่มหาวิทยาลัยพยายามเข้าหอสมุด หอพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ หรือโรงภาพยนตร์ เพราะการเข้าไปใกล้ชิดสิ่งเหล่านี้ทุกวัน จะทำให้หัวเรามีไอเดียดีๆ ตลอดทั้งปีเลย (จริงๆ นะ)
4 ต้องโอ...
ทุกมหาวิทยาลัยจะมีโอกาสให้นักศึกษาได้ลอง ได้ฝึก ได้ทำอยู่บ่อยๆ อย่างที่โดนใจวัน Teen ที่สุดก็คงหนีไม่พ้น “กิจกรรมไอเดียแลกล้าน” ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ชูจุดขายว่า “หากนักศึกษากล้าคิด เราก็กล้าให้” แว่วมาว่างานนี้ไอเดียกระฉูดสุดๆ ก็แหมอยากได้เงินล้านนี่น่า ฮ่าฮา5 ต้องโดด...
หยุด หยุด หยุด!! โดดในความหมายนี้ไม่ได้หมายถึงการ “โดดเรียน” แต่หมายถึงการโดดเด่นของตึกอาคาร หรือสถาปัตยกรรมภายในมหาวิทยาลัย เพราะน้องๆ เชื่อหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราภูมิใจ และรักในมหาวิทยาลัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยให้เรามีจินตนาการแจ๋วๆ อีกด้วย อย่างที่ BU Landmark ของ ม.กรุงเทพ นั้นไง6 ต้องเน้น...
หากได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่หลักสูตรดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะลองคิดดูว่าหากเราได้เรียนในหลักสูตรที่เน้นๆ คัดมาพิเศษ เนื้อหาโดน ตลอดทุกเทอมได้เห็นจริง ทำจริง มีผลงานออกมาจริงๆ จะยิ่งทำให้เราโดดเด้นกว่าคนอื่นๆ แต่น้องๆ ไม่ต้องกลัวว่าผลที่ออกมาจะเละหรือจะรุ่ง เพราะทั้งหมดคือประสบการณ์ที่มีค่าล้วนๆ7 ต้องคูล...
8 ต้องล้ำ...
เดี๋ยวนี้หลายมหาวิทยาลัยมากๆ ที่นิยมทำโครงการร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดีย และวิทยาการในการจัดการเรียนการสอน ดังนั้น นักศึกษาอย่างพวกเราอย่าได้พลาดเป็นอันขาดที่จะร่วมแจมกับกิจกรรมเหล่านี้ โดยเฉพาะนักศึกษาในคณะวิศวกรรม หรือมนุษยศาสตร์ ที่จะมีกิจกรรมแนวนี้มาให้เฮกันบ่อยๆ ว่าแล้วก็ลุยเลย !!
9 ต้องมี...
เดี๋ยวนี้หลายมหาวิทยาลัย พอจ่ายเงินลงทะเบียนเข้าไปเป็นนักศึกษาแล้ว เราก็ไม่ได้แค่บัตรนักศึกษากลับมา แต่ยังได้ทั้งคอมพิวเตอร์ Ipad iPhone แล้วแต่มหาวิทยาลัยไหนจะแจก ซึ่งถือว่าเป็นตัวช่วยชั้นยอดในการทำรายงาน การเรียนค้นคว้าเพิ่มเติมเลยล่ะ เพราะนอกจากจะได้สื่อสาร และศึกษาในเรื่องตามสาขาที่เราเรียนแล้ว ยังได้ติดตามข่าวที่เกิดขึ้นที่ทันโลกทันกระแสอีกแล้ว (แอบน้ำลายไหลที่ ม.กรุงเทพ แจก iPhone 4 ไปฟรีๆ เพียงนักศึกษาต้องมีไอเดียโดนๆ มาแลก)เอาล่ะครับ !! เกิดมาชีวิตหนึ่ง ต้องใช้ชีวิตนักศึกษาให้คุ้มนะครับ ตลอด 4 ปีในการเรียนมหาวิทยาลัยเก็บเกี่ยวมาให้เต็มที่ และให้เยอะที่สุด ทั้งกิจกรรม การเรียน การกุศล เหมามาให้หมดครับ 55 เพราะสิ่งเหล่านี้แหละคือประสบการณ์ชั้นเยี่ยม ที่นายจ้างเขาได้เล็ง และพร้อมจะวิ่งมาหาเราได้ทุกเมื่อเลยล่ะคร้าบ สู้ๆ
สุดท้ายนี้ พี่ลาเต้ ต้องขอขอบคุณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลดีๆ เพื่อสร้างไอเดียสุดเจ๋งใน 4 ปีของชีวิตนักศึกษาในครั้งนี้คร้าบบ
26 ความคิดเห็น
อย่างน้อยคงจะมีผู้ใดที่คิดเช่นเดียวกันกับข้า
(บรรยายเเบบยุโรปย้อนยุคคือคอนเซ็ปต์เรา)
แจ๋ววว
แต่
เป็นม.เอกชน เบื่อสายตาคนอื่นมอง
เอิ่ม...ก็คงไม่ไหวอ่ะนะ
สอบเรียนรัฐบาลก็ได้มั้ง
ถ้าจะเรียนด้านศิลป์เราก็อยากเรียนที่นี่มากๆเลยละ
แม้แต่โน้ตบุ๊คสุดเก่า เรายังไม่มีใช้.....ถ้ามีเงิน คงได้เรียนที่นี่แล้วล่ะ







