แม่จ๋า...ลูกมีแฟนแล้วนะ
     
       พอเปิดเทอม ชาว Dek-D.com ก็จะไปโรงเรียนกันตามปกติ แต่พอตกเย็นจนถึงดึก ที่เว็บบอร์ดจะครึกครื้นมาก สังเกตได้ว่า  ถ้าไม่ใช่เรื่องที่สมาชิกประจำบอร์ดสนใจอย่างดาราทั้งไทยและเทศ เดอะสตาร์ คอสเพลย์ การเขียนนิยาย ก็จะเป็นเรื่องปรึกษาปัญหาการเรียน ขอคำแนะนำทำการบ้าน เรื่องทะเลาะกับเพื่อน และเรื่องหัวใจมากันมากเชียว 
      วัยรุ่นส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องความรักและเรื่องเพศแล้วค่ะ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หรือน่ารังเกียจแต่อย่างใด  เพราะเป็นพัฒนาการตามวัย  เข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนแปลงทางเพศ   ทำให้วัยรุ่นมีอารมณ์อยากรู้อยากลองในเรื่องทางเพศ ตั้งแต่การคบเพื่อนต่างเพศ ไปจนถึงการคบเป็นแฟน แต่เมื่อประเทศเราเป็นสังคมปิดเรื่องความรักและเรื่องเพศ ดังนั้นวัยรุ่นก็มักไม่กล้าที่จะบอกผู้ใหญ่ใกล้ชิดในบ้านตัวเองว่ากำลังมีความรัก กำลังมีแฟน กำลังสนใจเรื่องเพศ ส่วนหนึ่งเพราะผู้ใหญ่จะตำหนิวัยรุ่นไว้ก่อน ว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ควรเอาเวลาไปเรียนหนังสือดีกว่า แต่...เรื่องแบบนี้มันอยู่ในใจ ถ้าไม่ได้พูดคุยออกมา มันก็วนเวียนจนไม่เป็นอันเรียนเหมือนกัน 
    ดังนั้น พ่อแม่หลายคนก็เลยเห็นว่าลูกวัยรุ่นของตนเหม่อเลยบ่อยๆ แต่อย่าเพิ่งไปตีตราว่าเหม่อลอยคิดเรื่องเพศอย่างเดียวนะคะ เพราะวัยรุ่นจะอยู่คู่จินตนาการ คือมีเรื่องให้คิดฟุ้งได้พันล้านประการ แต่ไม่ใช่เรื่องไม่ดี แค่คิดมากสับสนไปตามวัยที่กำลังค้นหาตนเอง  นี่จึงเป็นที่มาของการหาที่ปรึกษาทางใจผ่านเว็บบอร์ดของเราค่ะ ซึ่งผู้เขียนก็เห็นว่า มีเพื่อนๆ วัยรุ่น รุ่นพี่วัยมหาวิทยาลัย และผู้ใหญ่แอบเข้ามาตอบปัญหาต่างๆ ได้ดีเชียว

       อย่างไรก็ตาม เรื่อง "ลูกวัยรุ่นมีแฟน" ก็ยังเป็นปัญหาน่ากลัวสำหรับคุณพ่อคุณแม่อยู่ดี ทำอย่างไรถึงจะรับมือเรื่องลูกมีแฟนได้ กลัวเขาจะเสียอนาคต ดังกระทู้นำเรื่องนี้ค่ะ
       จริงๆ ก็มีคนตอบอย่างน่าสนใจ และตรงแนวทางอยู่แล้ว  และยังมีกลเม็ดเด็ดพราย พาไปเที่ยวทั้งลูกทั้งแฟนอีกด้วย
 
      ซึงผู้เขียนเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้ คนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกคนต้องเผชิญแน่นอนเมื่อลูกเข้าช่วงวัยรุ่นค่ะ พ่อแม่ต้องเปิดใจ ทำความเข้าใจกับลูกวัยรุ่น ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี ถ้าพ่อแม่ห่างลูก ไม่เข้าใจกันและกันแต่แรก เทคโนโลยีและภาพทางสังคมจะเข้ามาแทนที่ ทั้งสื่ออินเทอร์เน็ตหยาบโลน ละครโทรทัศน์ตีกัน ลื่อดีๆ มีประโยชน์ก็มีใช่ไหมคะ แต่ก็ต้องยอมรับอีกว่าสื่อเลวร้ายมันเข้าถึงใจมนุษย์มากกว่าเป็นธรรมดาโลกอยู่แล้ว
        ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องใกล้ชิดและเป็นแหล่งความรู้ของลูกดีกว่าค่ะ ลูกถามมาก็ตอบไป เรื่องหัวใจคงให้คำปรึกษาไม่ยาก แต่ถ้าเป็นเรื่องเพศ อะไรเล่าได้ ก็เล่าไปเลยค่ะ อะไรควรสอนใช้ ก็สอนไปเลย อย่าให้เขาได้ไปเรียนรู้เองก่อนเราสอนนะคะ ถ้ามัวเขินอายเกินกว่าจะสอนเลยค่ะ แล้วก็อย่าคิดว่าเป็นเรื่องน่ารังเกียจ ลูกไม่ควรเรียนรู้ เพราะถ้าลูกไม่ได้เรียนรู้จากพ่อแม่ในวิธีการที่ถูกต้อง ลูกจะได้รู้จากไหน ต้องยอมรับด้วยค่ะ ว่าโรงเรียนก็ยังมีวัฒนธรรมปิดในเรื่องเพศศึกษาเหมือนกัน และเรื่องหัวใจก็ดูไร้สาระเกินไปที่จะใส่ไว้ในแบบเรียนเสียด้วย 
ใกล้ชิดลูกวัยรุ่น คอยให้คำปรึกษา แต่ไม่จับตา เดี๋ยวจะกลายเป็นจับผิดและจู้จี้ไป
      คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะ จริงๆ ลูกวัยรุ่นก็ไม่ได้อยากปิดบังอะไรพ่อแม่เลยนะคะ เพียงแต่ว่าเขาก็กลัวพ่อแม่ห้าม กล่าวพ่อแม่ว่ามากกว่านั้นเอง และถ้าห้ามขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นเรื่องเป็นราว ทะเลาะระหว่างผู้ใหญ่กับลูกไปอีก ลูกๆ ก็เลยเลือกที่จะปิดบัง เพื่อตัดปัญหาทะเลาะกับพ่อแม่ แต่ถ้ามันตัดแค่ปัญหาจากพ่อแม่ แล้วกลายเป็นปัญหาเรื่องอื่นล่ะ?
   ที่สำคัญหากมารู้ทีหลัง หรือลูกพยายามบอกแล้ว แต่พ่อแม่ไม่ยอมรับ จะกลายเป็นปัญหายิ่งกว่า เพราะ ลูกก็ไม่เข้าใจพ่อแม่ อาจนำปัญหาเรื่องเดียวโยงไปเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่อง แล้วจะทำอย่างไรดีเมื่อลูกมีแฟน?
    
    หลังจากลูกมีแฟนและเปิดเผย...กล้าที่จะบอกเราแล้ว บอกไปเลยค่ะว่า "ดีใจที่ลูกบอกนะ" และแนะนำข้อควรทำและสิ่งที่ควรระวังไว้ แต่โปรดอย่าขัดขวาง ห้าม โจมตี ยกกรณีผิดพลาดของคนรอบข้างในอดีตมาตัดสินการกระทำของลูกของเราค่ะ ถ้าเราได้สอน ได้แนะนำไปแล้ว ที่เหลือ คือ คอยดูอย่างเป็นห่วงว่า แฟนลูกดีจริงหรือไม่ (ให้คอยดูแบบสังเกต อย่าเน้นจับผิดอย่างเดียว เดี๋ยวจะไม่เห็นความจริง) และโปรดเชื่อว่าลูกของเราจะดูแลตนเองและทำได้ดีค่ะ
กระทู้นำเรื่อง:
พี่เกียรติ
พี่เกียรติ - Community Master ถนัดแฝงตัวตามกระทู้เด็กดี มีความสนใจเป็นล้านเรื่องขึ้นอยู่กับดราม่าขณะนั้น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

#i'm Oreochromis niloticus!# Member 10 ก.ค. 54 08:53 น. 27
อยากเตือนคุณพ่อคุณแม่นะคะ

ยิ่งคุณปิดใจ ห้ามลูกเด็ดขาดมากเท่าไหร่ ผลเสียก็ตกอยู่กับลูกคุณน่ะแหละ

ดูเอาจากความเห็นจากลูกๆในกระทู้นี้ก็ได้ค่ะ

ลูกจะแอบมีแฟน

ลองคิดดูแล้วกันค่ะ ว่ามีแฟนให้อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ กับไปแอบคบกันเอง อะไรแย่กว่ากัน
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
P พีพี 11 ก.ค. 54 21:43 น. 45
แม่เราไม่เคยเข้าใจเลย
แฟนคนแรกเราตัดสินใจบอกแม่
คบแฟนไม่เคยจับมือถือแขนด้วยซ้ำ
เรื่องที่มากกว่านั้นไม่ต้องคิดถึงเลย
แต่แม่กลับเอาเราไปนินทากับชาวบ้าน
ว่าเราเสียๆ หายๆ (อันนี้เรื่องจริง)
แล้วทั้งหมู่บ้านก็มองว่าเราเป็นเด็กใจแตก

ตั้งแต่นั้นเวลามีอะไรก็ไม่เคยปรึกษาแม่อีกเลย
พ่อเป็นคนใจเย็นมาก เข้าใจเรามากกว่าแม่
แฟนคนปัจจุบันก็คบไม่ได้บอกพ่อแม่
แต่เหมือนพ่อจะรู้ พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร
(พ่อเคยเจอคนนั้นแล้ว)

แต่อาจจะเป็นเพราะแม่เราไม่ได้เลี้ยงเรามาก็ได้
คือท่านเพิ่งมาดูแลเราเมื่อตอนขึ้นมอต้น
ตอนเด็กเราอยู่กับแม่บ้านและน้องสาวสองคน
แล้วพอท่านเข้ามาจัดการชีวิตเราใหม่
เรากับแม่เลยไม่สนิทกัน ไม่ได้คุยกัน

พ่อก็บอกว่า เมื่อก่อนแม่เราซ่า
คนมาจีบเยอะ แม่เราก็คบหลายคนพร้อมกัน
ก็เลยกลัวเราจะเป็นแบบแม่

แต่ความจริงเราก็เป็นลูกติดของแม่นะ
คือลูกของแฟนเก่าแม่น่ะ
ป้าเราบอกเรื่องนี้กับเรา แต่ว่าพ่อแม่ไม่ยอมบอก
ก็สงสัยตั้งนานว่าทำไมเรากับน้องไม่เหมือนกัน

แต่เราก็ดีใจนะ เพราะเรากับน้องรักกันที่สุด
น้องมีอะไรจะมาปรึกษาเรา น้องก็จะเข้าใจเรา
อายุห่างกันแค่ปีครึ่งเอง
0
กำลังโหลด
รันชูแก้มป่อง 30 ก.ค. 54 22:52 น. 57
เจอปัญหาใหญ่มาเหมือนกันค่ะ คือ แม่ไม่ชอบแฟนคนที่คบปัจจุบัน เพราะที่บ้านแฟนเขาไม่ค่อยมีฐานะ แม่กลัวว่าเขาจะมาหลอกเรา (อันนี้ใคร ๆ ก็กลัว) พอดีเพื่อนแม่ไปเปิดเฟสของเราดู เห็นรูปที่ถ่ายคู่กับแฟน แม่ก็โมโหใหญ่บอกว่า ถ่ายคู่แบบนี้ มันต้องมีอะไรแล้วแน่ ๆ (ทั้ง ๆ ที่รูปถ่ายนั้น แค่ถ่ายข้าง ๆ กันเฉย ๆ ไม่ได้กอด หอมแก้ม หรือว่า อะไรที่บ่งบอก) แม่โกรธมาก ถึงขั้นให้เลือกระหว่างแฟนกับแม่ เราไม่พูดอะไรเลย เพราะไม่รู้จะพูดยังไงแม่ถึงจะเชื่อว่าเราไม่มีอะไรกับแฟนจริง ๆ ตอนนี้แม่ยังไม่พูดกับเรา เราอึดอัดมาก นอนร้องไห้แทบทุกวัน เราจะทำยังไงดีค่ะ หาทางออกไม่ได้ เพราะถ้าแม่ให้เลือกจริง ๆ เราก็ต้องเลือกแม่อยู่แล้ว แต่เรากับแฟนไม่ได้ทำอะไรผิดอย่างที่ใคร ๆ นินทา ปัญหาติดอยู่ที่ว่า ทุกคนคิดไปเอง แล้วไม่มีใครถามเราซักคำ ว่ามีจริง ๆ รึเปล่า บอกอะไรไป เขาก็บอกว่า เราโกหก ทั้ง ๆ ที่ความจริง ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดเลย เราจะทำยังไงดี
0
กำลังโหลด

72 ความคิดเห็น

Sesshoumaru Member 30 มิ.ย. 54 11:39 น. 1
จะบอกว่าจะจบเทอมนี้ คุณพ่อก็ยังห้ามมีเพื่อน คนรู้จัก เป็นเพศชาย - -' ทำยากอ่ะค่ะ เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาธีซิสเป็นผู้ชาย ทำงานเลขาฯด้วย เจ้านายก็ผู้ชาย... เฮ้อ... แต่หนูก็ไม่มีแฟนนะ เพราะเจ้านายก็ห้ามมีแฟน พ่อแม่ไม่ได้กลัวหนูท้อง แต่ไม่ต้องการให้มีคนที่เป็นเพศตรงข้ามมาวุ่นวายในชีวิต... อยากรู้แค่ว่า จะทำยังไงดี???
0
กำลังโหลด
D. light Member 30 มิ.ย. 54 12:20 น. 2

   ผ่านมา 19 ปียังไม่เคยมีแฟน = =" แต่ก็ทำใจได้ค่ะ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรมากมาย แต่ถ้าถามว่าเคยคิดบ้างมั้ย ก็ต้องคิดแหงอยู่แล้ว

   เวลาคุยเรื่องแบบนี้กับแม่ แม่ก็จะเล่า+อธิบายช่วงชีวิตวัยรุ่นของแม่ให้ฟังค่ะ ว่าเคยผ่านมาแบบไหนและดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง เราก็เอาไปปรับใช้ดูบ้าง (ถึงจะยังไม่มีแฟนก็เถอะ 555+) ก็ถือเป็นการป้องกันตัวเองจากเพศตรงข้ามที่ชอบม่อชอบหลีได้ดีเหมือนกันนะ หึหึ

   แต่ถ้าถามว่าแม่ห้ามมั้ย เราเองก็ไม่รู้หรอกนะ บางทีคุยโทรศัพท์กับเพื่อนนานๆ ก็โดนมองจนบางทีก็รำคาญสุดๆ แต่ก็เถียงไปไม่ได้ แต่บางทีที่คุยก็ไม่ได้ว่าอะไรทั้งๆ ที่คุยนานกว่าเดิมด้วยซ้ำ (หรือจะเป็นเพราะหม่อมแม่อยู่ช่วงที่เรียกว่าวัยทองกันนะ = =a)

   สู้ๆ นะคะทุกคนที่มีแฟน เชื่อว่าพ่อแม่คงเข้าใจเราได้มากขึ้นแน่นอนค่ะ ยังไงซะคุยเปิดอกแหวกอกก็เป็นทางเลือกที่ดีสุดๆ แล้ว (รวบรวมความกล้าเข้าไว้!!) เพราะถ้าไม่คุย เขาจะรู้มั้ย ก็พอๆ กับตอนไปรักใครแล้วไม่กล้าบอกแหละค่ะ "ไม่บอกแล้วเขาจะรู้มั้ย" (เอามาเกี่ยวกันได้ไงฟระ!?)



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 มิถุนายน 2554 / 12:24
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 30 มิถุนายน 2554 / 12:25
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
~ล่องลอย~ Member 30 มิ.ย. 54 18:21 น. 5
ของเรา แม่ห้ามตั้งแต่ยังไม่ทันชอบผู้ชายเป็น
ห้ามแบบห้ามเด็ดขาด ห้ามมากๆ เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย 
คือแทบจะขู่ลูกเลยอ่ะ ว่าถ้าเจอว่าคบแล้วจะต้องเป็นยังไง มีการบอกด้วยนะ ว่าถ้ามีแม่จะรู้

แล้วแม่ก็จะระแวงมาก เวลาคุยกันอย่าให้เฉียดเรื่องผู้ชาย
นั่งดูทีวีด้วยกันอยู่ชมดาราผู้ชายว่าหล่อเฉยๆ ตางี้ตั้งเชียว 
เวลาเห็นเราคุยโทรศัพน์ก็ต้องเช็คตลอดว่าคุยกับใคร ผู้หญิงหรือผู้ชาย

แม่เข้าใจว่าถ้ามีแฟน จะทำให้เสียการเรียน เสียศักศรี เสียเด็ก เสียสาว
เสียหน้าวงศ์ตระกูล เสียตัว เสีย... บลา บลา 
แล้วชอบเอาเรื่องลูกคนที่ทำงานที่มีแฟนมาพูด ว่าเค้านินทากันทั้งตึก อย่างงั้นอย่างงี้ ว่าไป

ที่จริงเราเคยมีแฟนแล้ว(และเลิกแล้ว) ไม่ได้บอกแม่ด้วย จริงๆอยากบอกอยู่ เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ 
แต่แม่ออกตัวไว้ก่อนซะขนาดนี้ ใครจะไปกล้าบอกล่ะ บอกไปบ้านบึ้มพอดี - -
ถ้าอยากให้บอกก็ต้องเปิดใจมากกว่านี้ อันนี้พยายามคุยกันหลายรอบก็ไม่เคยได้
แบบนี้เด็กที่ไหนก็ไม่ยอมบอกหรอก


ปล. พี่คห.1 คุณพ่อโหดมากอ่ะ - -; น่าจะเลิกกฎข้อนี้ได้แล้ว พี่ก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ยังมาห้ามเหมือนเด็กๆอีก บอกไปเลยๆว่าปล่อยไว้แบบนี้เผลอลูกสาวคุณพ่อจะขึ้นคานนะคะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แพรว 30 มิ.ย. 54 21:12 น. 7
แม่เราก็ห้ามเหมือนกัน บางครั้งผู้ใหญ่ชอบทำเหมือนเราจะมีแฟนไว้ไป...
แต่จริงๆคือเราก็อยากมีตามเพื่อนบ้างหรืออยากมีค.รักแบบหนุ่มสาวบ้าง แม่ทำเหมือนเรายังเป็นเด็กซึ่งเราก็ไม่ได้เป็นผู้ใหญ่หรอกนะ แต่เราก็ไม่ใช่เด็กแล้ว เราก็แยกแยะได้เหมือนกัน แม่ดูระวังมากไป ทำให้เราไม่กล้าบอก

แม่เราแบบว่าเตรียมบทให้แล้วว่าถ้ามีคนมาจีบบอกไปว่าแม่ไม่ให้มีไปเลย มีคนมาขอเบอร์ให้เบอร์แม่ไป อยากบอกว่าทุกวันนี้ยังไม่มีอย่างนั้นซักคนค่ะ555
0
กำลังโหลด
สนุ้กเกอร์ Member 30 มิ.ย. 54 22:23 น. 8
มีเพื่อนสนิทในห้องเป็นผู้ชายทั้งคู่เลยค่ะ
แต่ไปๆมาๆ เราชักจะแมนกว่ามันเสียแล้ว =O=!
0
กำลังโหลด
supersptdn Member 30 มิ.ย. 54 22:26 น. 9
ถ้าปริ้นไปแปะฝาบ้านให้แม่ลงมาแล้วได้เห็นได้อ่าน
คงจะเข้าใจอะไรในวัยรุ่นบ้าง เพราะแม่หนูหัวโบราณสุด ๆ แค่คิดน่ะ ไม่กล้าทำหรอก 555

แต่เดาได้เลย..แม่ก็คงจะบอกว่า แม่เข้าใจ แต่ทำไม่ได้จริงๆ หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ห้ามมีต้องเรียนจบปริญญาตรีมีงานทำแล้วเท่านั้น !
ถ้าจบแ้้ล้วแม่ให้หนูต่อโท ไม่ต้องพึ่งหมอดูก็รู้ว่าหนูคงต้องขึ้นคานแล้วล่ะ = ="

เราไม่เคยมีแฟนแต่ชอบคนนู้นคนนี้ก็เยอะแยะ (แม่ไม่เคยรู้พฤติกรรมเวลาอยู่รร.เลยว่าเราแรงพอสมควร) เราก็เอามาเป็น inspire ในการเรียนการทำงานการใช้ชีวิตแทบทุกคนนะ
ก็แต่ละคนที่ชอบ TOP 10 ห้องทั้งนั้น เราชอบคนเรียนเก่ง + หน้าตาดีนิดๆหน่อยๆ + อายุมากกว่าไม่เกิน 4 ปี = perfect for me ไปหลีโลดดดด ! 5555

แต่แม่ก็ไม่เข้าใจ จะว่าให้ตายยังไง พ้น 15 ไปยังไงมันก็มีความรัก !
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
คุณแม่ 1 ก.ค. 54 13:21 น. 11
ลูกเราแค่บอกเฉียด ๆ ว่าเป็นเพื่อนสนิทคนพิเศษ เราก็ OK (รู้แล้วล่ะว่าเป็นแฟน) ก็เลยคอยดูเขาอยู่ห่าง ๆ ทั้งลูกทั้งเพื่อนลูก (แม่แจกเบอร์ให้เพื่อนลูกด้วยและบอกเขาว่าอยู่ รร.ช่วยดูลูกแม่ให้ด้วย มีไรโทร.บอกแม่ได้เลย)(ทำเนียน) บอกเขาให้ช่วยกันเรียน และบอกลูกด้วยว่ารักคนพิเศษของหนูเหมือนกันเหมือนลูกแม่คนหนึ่ง ให้ดูแลซึ่งกันและกันนะ สอนเขาด้วยว่าเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม ให้รับผิดชอบตัวเองให้ได้ก่อนพร้อมเมื่อใดค่อยว่ากัน ระหว่างนี้เก็บเกี่ยวความสัมพันธ์ในทุกความรู้สึกในทุกช่วงวัยและมีความสุขกับมัน การมีความรักไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรทำตัวและดูแลตัวเองอย่างไรให้ถูกต้องอยู่ในกรอบของชีวิตที่ดีงาม จะสอนเขาให้รัก ให้เกียรติ เคารพและซื่อสีตย์ต่อตนเองและคนอื่นให้มาก ๆ เขาจะได้มีความมั่นคงในอารมณ์ และมีความมั่นใจว่าเขาไม่ได้ทำอะไรที่ผิด (เขาจะถามอยู่เรื่อยว่าแบบนี้ผิดมั้ยแบบนี้ดีมั้ย) เขาจะเล่าเรื่องเพื่อน ๆ ทั้ง ชาย หญิง ที่ รร.ให้เราฟังตลอด แต่ละเรื่องแรง ๆ ทั้งนั้น เราก็ให้ข้อคิดเห็น วิจารณ์ และให้เขาเรียนรู้จากเพื่อน ๆ เป็นตัวอย่างไปด้วยว่าเรื่องไหนดีไม่ดียังไง ดู ๆ แล้วเขาก็ Happy ทั้งคู่นะ (อายุ 13 ทั้งคู่) เพราะอนาคตเราไม่สามารถตามติดหรือคอยเฝ้าเขาได้ ดังนั้นต้องสอนเขาให้คิดให้เป็นทำตัวให้ดี
0
กำลังโหลด
bee_2534 Member 1 ก.ค. 54 14:23 น. 12

19 แล้วอยากมีแฟนกะเค้ามั่งจังถ้าเรามีแฟนก็คงไม่กล้าบอกพ่ออ่าเพราะเรื่องนี้พ่อไม่พูดเลยแต่เราก็ยังไม่มีอะนะ555+ คนดีๆหายากจัง

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Sesshoumaru Member 2 ก.ค. 54 09:25 น. 15
ตอบน้องความเห็นที่ 5 นะคะ คุณพ่อพี่โหดเป็นเรื่องปกติค่ะ เคยมีแฟนเป็นทหาร ก็ปรี๊ดแตกเลย (ขนาดโทรไปด่าผู้ปกครองแฟน ด่าทั้งคุณพ่อคุณแม่เค้าเลย วันนั้นคุณพ่อแฟนไปดื่มเหล้าแล้วแฮงค์ สร่างเลยค่ะ แฮงค์ๆอยุ่ สร่างเหล้าเลย ไปด่าคุณแม่เค้าอีก คุณแม่ก็ติดประชุม ด่าแม่เค้าอยู่ครึ่งชั่วโมง เราก็หน้าซีดเลยอ่ะ) คุณพ่อปรี๊ดแตกไม่พอ เจ้านายก็อีกคน แต่เจ้านายก็จะเก็บอาการหน่อย เค้าจะพูดเสมอว่า เป็นลูกบุญธรรม เป็นเลขาฯ ช่วยสำรวมหน่อย สำเหนียกนิดนึงว่าทำงานเป็นหน้าเป็นตาเจ้านาย กรุณาอย่าอ่อยเพศตรงข้าม ก็ดีอ่ะ เตือนสติ ตอนนี้ไม่คิดเรื่องความรักเลย งานเลขาฯอย่างเดียว (แค่นี้เลขาฯเจ้านาย 5 คน ตารางงานชนกันก็จะตายมาแล้ว)

ปล. ไม่ต้องห่วงพี่ขึ้นคานหรอกค่ะ ยังไงซะเค้าแพลนหาลูกเพื่อนมาให้พี่แล้ว งงมั้ย?? คลุมถุงชนอ่ะค่ะ พี่ชายพี่โดนไปคนนึงแล้ว หาลูกคนรู้จักมาให้ ดีกรีเกียรตินิยมมหาวิทยาลัยรัฐแห่งนึง น่ารัก นิสัยดี พี่ก็คงไม่รอดอ่ะค่ะ (กรณีพี่ชายพี่เค้าปฏิเสธได้ ไม่หล่อแต่เร้าใจ)
0
กำลังโหลด
Boat Me Member 2 ก.ค. 54 15:44 น. 16
ไม่เคยมีเเฟนอ่ะ มีเเต่คนมาขอเป็นเเฟนเเล้วเราก้อคุยด้วย เเม่ก้อถามว่าเมื่อไหร่จะทิ้งล่ะลูก  5555ไม่มีเเฟนดีจิงๆ ชีวิตฟรีด้อม เย่ๆ  คือเเม่ตอนเรียน ทั้งผุชาย ทั้งทอมงี้ สวดยวด เเม่หนู555 เเสบสุดๆ มีคนชวนเเม่ไปดูหนังเเม่ก้ไป เเล้วเขาบอกว่าไปคนเดวนะ พอถึงวันจิงล่ะ อ่ะหือไปกันทั้งห้อง สงสารคนจ่ายตังเด้ กรั่กก สะใจเเทนเเม่

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 กรกฎาคม 2554 / 15:53
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 2 กรกฎาคม 2554 / 15:53
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
มีปัญหามากมาย 3 ก.ค. 54 11:28 น. 18
เราอายุสิบห้าแล้ว มีแฟนแล้ว ตอนแรกไม่ได้บอกให้แม่รู้ แต่แม่แอบมาเปิดเฟสเปิดกับข้อความในมือถือดูเฉยเลย!!ซึ่งเราไม่ชอบมากๆเพราะมันเป็นอะไรที่เป็นส่วนตัว จากนั้นก็ทะเลาะกัน แม่บอกให้เลิกกับแฟน เราไม่เข้าใจทำไมถึงห้ามมี เข้าใจอยู่ว่าห่วง แต่เรากับแฟนไม่ได้เป็นคนเหลวไหล เราสองคนช่วยกันเรียนด้วยซ้ำ เราก็พยายามอธิบายให้แม่ฟังแล้ว เราควรจะทำยังไงดีคะ?
เราเบื่อมากๆที่แม่ห้ามแบบนี้ เราโตแล้ว เราไม่ใช่เด็กๆแล้ว เราอยู่มอปลายแล้วคิดเองได้!!! ผู้ใหญ่เค้าเห็นเรื่องรักเป็รเรื่องที่ไม่ดีมากๆเลยหรอคะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ เพื่อนคนอื่นก็มีแฟนแล้ว เค้าก็ไม่เห็นจะเรียนตกต่ำลงซะหน่อย!
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
I ' M So Wo n ♥ SN SD Member 3 ก.ค. 54 15:36 น. 20
เราว่า .. พบกันครึ่งทางดีที่สุดนะคะ(คหสต.)
แต่ตัวเราเองพ่อแม่ก็ห้ามเหมือนกันค่ะ ห้ามเด็ดขาดเลย!!
แต่เวลาคุยกันเรื่องนี้เราจะจับน้ำเสียงได้
น้ำเสียงของพ่อแม่เราเป็นเชิงขอร้องค่ะ ขอร้องแล้วก็เป็นห่วง
เราเคยคิดจะแอบมีแล้วค่ะ เเต่เราเห็นพ่อแม่เราทำงานหนักมาก
ทำงานส่งเรากับน้องเรียน ฐานะก็ไม่ได้ดีอะไรมากมาย
เราก็เลยตัดสินใจไม่มีดีกว่า กลัวพ่อแม่จะเสียใจที่เราผิดสัญญา

ปล. เวลาเราคิดเรื่องแฟนเราจะเอาหน้าพ่อกับแม่เรามาแทนที่นะ 555
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด