วัสดีค่า^^ มีน้องๆ สงสัยเรื่องค่าน้ำหนักแอดมิชชั่นกลางปีนี้ว่าจะปรับเปลี่ยนมั้ย อย่างไร สรุป คือปี 55 ไม่เปลี่ยนค่ะ แต่ ปี 56 นี่ไม่แน่!!
            เมื่อสิ้นเดือนที่แล้ว ทปอ. ได้ประชุมกับคณะต่างๆ เกี่ยวกับการปรับสัดส่วนว่า มีคณะใด อยากปรับลดเพิ่มองค์ประกอบอะไรในแอดมิชชั่นปี 2556 หรือไม่ ย้ำค่ะว่า ปี 2556 ก็คือน้องๆ ม.6 ปีหน้า ส่วนน้อง ม.6 ปีนี้ ทำใจสบายๆ ค่ะ เพราะไม่มีการปรับเปลี่ยนใดๆ 


            ในเวทีนี้ก็มี ภญ.จุฑามณี สุทธิสีสังข์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ได้พูดถึงการปรับลดสัดส่วนว่า สภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ได้เสนอขอปรับไปแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบกลับ ส่วนจะเปลี่ยนอย่างไรไปดูกันค่ะ


           - ลด GAT จาก 20% ให้เหลือ 10%
            - เพิ่ม PAT2 จาก 30% เป็น 40%
            - คะแนน GPAX 20%
            - คะแนน O-NET 30%


            สาเหตุที่ขอปรับสัดส่วนก็มีเหตุผลมากๆ เพราะว่าสัดส่วนเดิมทำให้เด็กที่แต่ละมหาวิทยาลัยได้ไป มีคุณภาพไม่เพียงพอ และคณบดีท่านนี้ยังให้ความเห็นด้วยว่า นักศึกษาที่เข้ามาเรียนในสาขาด้านวิทยาศาสตร์ควรจะมีความรู้พื้นฐานด้านนี้ให้มาก เพราะวิทยาศาสตร์ไม่ใช่การท่องจำ เมื่อไม่มีพื้นฐาน พอไปเรียนในวิชาที่ยากขึ้น ก็จะเกิดปัญหา  ดังนั้นจึงปรับ PAT2 ขึ้น 10% จะได้คัดนักเรียนที่มีความสามารถจริงๆ ดูๆ แล้ว PAT2 คือ ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีหลายคณะที่นำไปใช้เป็นองค์ประกอบ ดังนั้นก็อาจจะมีสิทธิ์ลดเพิ่มด้วยเช่นกันนะ


           เด็ดสุด!! น่าจะเป็นข้อเสนอของนายสุพจน์ หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ที่ยืนยันมติเดิมของสภาวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ว่าจะกลับไปใช้ระบบเอนทรานซ์แบบเดิม ที่แยกคะแนนสอบ เคมี ฟิสิกส์ ชีวะ วิชาละ 100 คะแนน เพราะในกลุ่มของคณะวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือแพทยศาสตร์ จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านฟิสิกส์ เคมี ชีวะและคณิตศาสตร์ที่ค่อนข้างแน่น ส่วนวิชาสามัญและโอเน็ตใช้เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น ไม่ให้ค่าน้ำหนัก

          “ตั้งแต่ปรับจากระบบเอนทรานซ์มาเป็นการแอดมิชชัน เห็นได้ชัดว่า นักศึกษาได้คะแนนในวิชาวิทยาศาสตร์ลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะวิชาฟิสิกส์ โดยพบว่า มีนักศึกษาที่ได้เกรด C D F หรือ 2.00 ถึง 92% ส่วนเกรด A B มีเพียง 8% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่า การคัดเลือกนักศึกษาโดยใช้ระบบแอดมิชชัน ไม่สามารถคัดนักศึกษาได้ตรงตามความสามารถ ที่ผ่านมา สิ่งที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ แก้ปัญหา คือ หนีไปรับตรงพิเศษเพิ่มขึ้น เช่น ให้โควตานักเรียนที่ผ่านโครงการพิเศษต่างๆ นักเรียนจากโครงการโอลิมปิกวิชาการ เป็นต้น”


            ถ้ามีการปรับสัดส่วน PAT2 เป็น 40% หรือ แยกสอบฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ขึ้นมาจริงๆ น้องๆ ปี56 ต้องพยายามมากขึ้นกว่าเดิม เข้าใจว่าแค่นี้ก็ยากมากพออยู่แล้ว แต่ในเมื่อมหาวิทยาลัยแต่ละที่ก็อยากแก้ปัญหาเด็กที่เรียนไม่ไหวและก็อยากได้คนมีความสามารถเข้ามาจริงๆ เราก็ต้องแสดงสปิริตของเราอย่างเต็มที่แล้วล่ะ เพราะทั้งหมดนี้มหาวิทยาลัยเค้าเป็นผู้เสนอมาค่า

 

     ปิดท้ายพี่มิ้นท์มีหนังสือ "แอดมิชชั่น ขั้นเทพ" มาแนะนำกัน โดยเล่มนี้จะเป็นคู่มือที่ช่วยให้น้องๆ แอดติดคณะในฝันได้ เพราะรวบรวมข้อมูลไว้ครบที่สุด ทั้งรับตรง แอดมิชชั่นกลางและระบบเคียริ่งเฮ้าส์ รับรองว่าอ่านเล่มเดียว คุ้มแน่นอน  ใครยังไม่มี ห้าซื้อกันได้ที่ร้านหนังสือทั่วไป หรือสั่งโดยตรงที่เว็บไซต์ Dek-D.com ค่า คลิกที่นี่

 

ข่าวจาก http://www.manager.co.th/


พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

15 ความคิดเห็น

~~_[มู๋ตุ๋น]_~~ Member 5 ก.ย. 54 11:55 น. 1
อยากให้ท่านคิดในมุมกลับบ้าง เด็กที่ตั้งใจเรียนแต่เรียนไม่เก่งก็มีนะครับ ถึงจะเกรดไม่สูงแต่ก็ตั้งใจเรียน คนเก่งอาจจะไม่ใช่คนดีเสมอไป แต่คนดีสามารถทำให้ตนเองเก่งขึ้นได้ ท่านลองพิจารณาด้วยครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
panbee Member 5 ก.ย. 54 19:59 น. 6
 = = จะเปลี่ยนก็บอกกันเนิ่นๆก่อนละกัน จะได้ไม่มีปัญหามาก
อ๊ากกกกกกกก   ถ้าเปลี่ยนนี่โดนปีตัวเองเต็มๆ T_T
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
7391 29 ต.ค. 54 22:39 น. 15
แกทน่าจะเอาเท่าเดิมเพราะภาษาอังกฤษก็จำเป็น
แล้วไปหักเปอร์เซนต์จากจีพีเอแล้วก็โอเนตจะดีมากๆครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด