|
สวัสดีค่ะน้องๆ... เหลืออีก 1 เทอม น้องๆ ก็จะหมดวัยมัธยม ได้ก้าวขึ้นเป็นน้องใหม่อีกครั้งในมหาวิทยาลัยกันแล้วนะ เวลาตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น เหมือนจะนานแต่มันไม่นานเลยจริงๆ เพราะฉะนั้นพี่มิ้นท์ชวนน้องๆ มาเคาท์ดาวน์สู่แอดมิชชั่น และเตรียมตัวไปพร้อมๆ กัน มาดูกันว่าเวลาที่เหลือของน้องๆ ม.6 เราเตรียมตัวอะไรได้บ้าง

ตะลุยโจทย์ นอกจากจะอ่านหนังสือแล้ว การตะลุยโจทย์หรือทำข้อสอบเก่าๆ จะมีประโยชน์มาก เพราะทำให้เรารู้แนวคำถาม และคุ้นกับข้อสอบมากขึ้น เช่น จะได้รู้ว่าคำถามวิชานี้คำถามจะยาวประมาณนี้นะ กำกวมประมาณนี้ ต้องตีความมั้ย ภาษาเข้าใจยากง่าย ฯลฯ ส่วนนึงยังช่วยให้ตัวเองควบคุมเวลาในการทำข้อสอบได้ด้วย ทำเรื่อยๆ มันจะชินและคล่องขึ้น เข้าห้องสอบก็ไม่ต้องเกร็ง และเห็นพัฒนาการ(ทางความรู้) ได้อีกแน่ะ ว่าแล้วช่วงเวลาที่เหลือจะลุยกับ 10 พ.ศ. 20 พ.ศ. หรือคลังข้อสอบล้านข้อก็เชิญเลยจ้า
เรียนพิเศษวิชาที่ยังไม่รู้เรื่อง โค้งสุดท้ายแล้ว อยู่ ม.6 แล้วด้วย จะไปเรียนเทอมหน้าก็ไม่ได้ ดังนั้นสำรวจตัวซะว่าเรายังอ่อนวิชาไหน อาจจะให้เพื่อนติว หาอ่านเอง หรือไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลเราแน่นปึ้ก อาจจะไม่ทันสอบแกทแพทรอบแรก แต่ก็ยังทันรอบมีนานะ เรื่องที่เราไม่รู้เรื่องอาจจะเป็นเรื่องที่ออกข้อสอบก็ได้ใครจะไปรู้
ทำตารางเคาดาวน์อ่านหนังสือ การทำตารางเป็นการควบคุม ไม่สิ! เป็นการบังคับให้ตัวเองมีระเบียบขึ้น อย่างช่วงปิดเทอมคงไม่ต้องอะไรมาก มีเวลาก็สามารถหยิบมาอ่านได้ แต่หลังจากที่เปิดเทอมไปแล้ว เหลือเวลาไม่มาก กิจกรรมก็เยอะ ถ้าไม่ควบคุมตัวเองให้ดีๆ เวลาจะไหลไปเร็วมาก ดังนั้นลองทำตารางอ่านหนังสือหลังเลิกเรียนดู แล้วจะรู้ว่าต่อให้เหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียว ก็แอดติดได้นะเออ
พี่มิ้นท์ลองทำตารางอ่านหนังสือเวอร์ชั่นคิขุสุดฤทธิ์มาให้ดู ใครจะเอาไปเป็นตัวอย่างก็ได้นะคะ ลองทำให้น่ารักๆ จะได้รู้สึกอยากอ่านหนังสือขึ้นมาบ้าง

ติดตามข่าวสารให้ดีๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ขนาด GAT/PAT ตุลาคม ปีนี้ ยังเปลี่ยนคอนเซปท์เป็นเดือน พฤศจิกายน ได้เลย ดังนั้น ถ้าไม่อยากพลาดอะไรสำคัญๆ รวมไปถึงถ้าไม่อยากพลาดข่าวรับตรงของมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ควรเปิดหูเปิดตา ติดตามข่าวสารให้ดีๆ ยิ่งเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทันสมัยมากๆ เปิดอินเทอร์เน็ตคลิกเดียวรู้ทุกเรื่อง
แต่แอดมิชชั่นไม่ใช่เรื่องของเด็ก ม.6 เพียงอย่างเดียว น้องๆ ม.4-5 ก็เตรียมตัวกันได้ตั้งแต่วันนี้ ลองมาดูกันว่าเตรียมตัวยังไงได้บ้าง
สำรวจตัวเองว่าอยากเรียนอะไร บางคนอยู่ ม.6 แล้วยังไม่รู้เลยว่าตัวเองอยากเรียนหรืออยากเป็นอะไรก็มี ถ้ายังไม่รู้ขนาดนี้มีผลต่ออนาคตแน่นอน เรียนไม่ถูกใจก็ต้องซิ่วออกมา เปลืองเวลา เปลืองเงินอีกตะหาก เพราะฉะนั้น ม.4 - 5 ก็เตรียมตัวได้แล้ว คิดๆๆ ว่าอยากเป็นอะไร แล้วลองศึกษาดูว่าต้องเข้าคณะอะไร แบบนี้สิเจ๋งไปเลย
เตรียมตัวล่วงหน้าด้วยการตั้งใจเรียนวิชาที่จำเป็น พอรู้แล้วว่าอยากเรียนคณะอะไร ก็กลับมาตั้งใจเรียนในห้องกันต่อ โดยอาจจะเน้นวิชาที่สำคัญเป็นพิเศษ เช่น อยากเข้าบัญชี ก็อาจจะต้องตั้งใจเรียนวิชาคณิต เพื่อเก็บเกรด หรือสร้างฐานความรู้ของเราให้แน่นขึ้น (ย้ำว่าเน้นเป็นพิเศษ ส่วนวิชาอื่นก็ต้องตั้งใจเรียนตามปกติน้า) และก็ต้องขยันอ่านหนังสือล่วงหน้าด้วยค่ะ
หาตัวช่วย แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร หรือทำยังไงต่อไป แบบนี้ต้องหาตัวช่วยแล้วค่ะ โดยอาจจะไปถามอาจารย์ที่ห้องแนะแนว ทำแบบทดสอบหาอาชีพในฝันหรืออะไรก็ได้ ที่จะทำให้เรารู้ว่าเราอยากเรียนอะไร เพื่อที่จะได้เตรียมตัวต่อไปได้ถูก แต่ถ้าหมดหนทางจริงๆ แล้ว พี่มิ้นท์มีตัวช่วยเด็ดๆ ที่หลายคนคอนเฟิร์มมาแล้วว่าดีจริงๆ นั่นก็คือ เข้าเว็บไซต์ Dek-D.com ทุกวัน หรือจะลองใช้โปรแกรมคำนวณคะแนนลองดูลู่ทาง ความสามารถของเราก็ได้ ว่าคะแนนแค่ไหน ที่ความสามารถเราไปถึง
นอกจากนี้ยังมีหนังสือที่มีสาระมากๆ อีก 2 เล่มมาแนะนำกัน เล่มแรก คือ "กว่าจะเป็นหมอ" อีกหนึ่งอาชีพที่คนอยากเรียนกันเยอะมาก แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองจะอยากเรียนมั้ย ลองหยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน เพราะอธิบายละเอียดยิบ ตั้งแต่วิธีการสอบเข้า การเรียนแต่ละชั้นปี ไปจนถึงประสบการณ์เด็ดๆ ที่รับรองว่าอ่านจบแล้ว ตัดสินอนาคตตัวเองได้เลยว่าอยากเรียนคณะนี้หรือไม่

เล่มที่2 "แอดมิชชั่นขั้นเทพ" เล่มนี้จะเป็นคู่มือตัวเทพที่จะช่วยให้น้องๆ พิชิตคณะในฝัน(ในอนาคต)ได้สำเร็จ เพราะในเล่มมีแนะนำตั้งแต่การเตรียมตัวสอบ การอธิบายวิธีการสอบเข้าแบบต่างๆ ถ้าใครยังไม่รู้จักเคลียริ่งเฮ้าส์ ยิ่งต้องอ่านด่วนเลย อ่านแล้วรับรองมั่นใจได้ว่าถึงคณะในฝันที่หวังไว้แน่นอน ทั้งสองเล่มสามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป ยิ่งตอนนี้มีงานหนังสืออยู่ด้วย ก็ลองไปหาซื้ออ่านกันดูนะคะ มีตัวช่วยดีๆ แบบนี้ แอดติดอยู่แล้ว
มาเตรียมตัวไปพร้อมๆ กัน และแอดติดคณะในฝันไปพร้อมๆ กันยกเว็บนะคะ^^

|
30 ความคิดเห็น
เราเป็นพวกทำตารางแล้วจะอ่านไม่ได้อย่างที่วางแผนอ่า