Intro to Teen II 
แบบนี้นี่ไง "วัยรุ่น"



         
 
จากครั้งที่แล้วที่ได้กล่าวถึงลักษณะของวัยรุ่นไปบ้าง คือ    1. วัยรุ่นมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ฮอร์โมนกำลังพัฒนาทำให้วัยรุ่นเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวได้ง่าย 2. วัยรุ่นจะกลัวการเป็นผู้ใหญ่ อยากโตแต่ก็สับสนเพราะไม่แน่ใจในอนาคต ซึ่งทั้งสองประการข้างต้นทำให้วัยรุ่นทำอะไรแบบไม่มีเหตุผลลงไป ด้วยบางทีก็ไม่เข้าใจตนเอง และข้อ 3.การปะทะอารมณ์ระหว่างผู้ใหญ่กับวัยรุ่นที่กลายเป็นการทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งวัยรุ่นก็จะถูกตีตราว่าเป็นเด็กชอบเถียงในที่สุด และข้อสุดท้ายของความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวัยรุ่นนี้ คือ

      4. ผู้ใหญ่ต้องเข้าใจพฤติกรรมวัยรุ่นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณพ่อคุณแม่ที่งานยุ่งๆ ลูกอยู่ในการเลี้ยงดูของญาติผู้ใหญ่ หรือพี่เลี้ยงมาแต่เล็กๆ ความห่างนี้ทำให้ไม่สนิทสนมกับลูก เมื่อลูกเข้าไปสู่วัยสับสน ก็ยิ่งจะห่างกันเข้าไปใหญ่ พอพ่อแม่ตักเตือนอะไร ลูกวัยรุ่นที่อารมณ์ไม่ดี อาจคิดไปว่าพ่อแม่ประชด มาดูถูก "ก็แต่ก่อนไม่เห็นมายุ่ง แต่ทำไมมายุ่งกับเขาตอนนี้่" ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ อย่าห่างลูก ให้สนิทสนมกับลูกไว้ หาเวลาพูดคุยกับลูกแต่เด็กๆ เล่าเรื่องเราให้เขาฟัง ถามเขาถึงโรงเรียน เพื่อน หรือเรื่องทั่วๆ ไป หรือชวนสนทนาเรื่องข่าวสารบ้านเมืองก็ยังได้ แต่ถ้าตอนนี้ไม่ทันสนิทสนม และลูกโตมาจะเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว ก็ได้แต่ยอมรับในช่วงเวลาปัจจุบัน และทำความเข้าใจกับวัยรุ่นข้างตัวให้มากที่สุดค่ะ 


        
     ผู้เขียนขอสรุปหลักการเบาๆ (เขียนตามภาษาวัยรุ่นเขา ถ้าเขียนให้ถูกหลักต้องเริ่มต้องเริ่มประโยคว่า "ผู้เขียนจึงขอสรุปเนื้อหาให้เข้าใจกันง่ายๆ ถึงลักษณะของวัยรุ่น" ) ดังนี้ 

        ลูกวัยรุ่นกำลังมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ทำให้อารมณ์แปรปรวนได้ง่าย วัยรุ่นอาจสับสนทางความคิด บางทีแสดงออกถึงอะไรที่ไม่ชัดเจน แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีเหตุผลที่จะทำสิ่งใดๆ หรือสับสนจนทำอะไรไม่เหมาะสม ควรค่อยๆ รับฟังให้เข้าใจว่า "วัยรุ่นต้องการจะบอกหรือจะทำอะไร เพราะอะไร" วัยรุ่นอาจจะกลัว แต่ก็อยากจะทำ อยากจะลองสิ่งใหม่ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไร ไม่อันตรายเกินไป ก็ให้เขาทำเถอะ ถือว่าให้เขาได้ลองประสบการณ์ แต่ไหนๆ ก็ให้เขาทำแล้ว ก็ให้สนับสนุน กระตุ้นให้กำลังใจด้วย เดี๋ยวลูกจะกลัวจนไม่กล้าทำ ทั้งๆ ที่อนุญาตแล้วเสียอย่างนั้น! อะไรที่ต้องห้ามก็ต้องห้าม อย่าห้ามลอยๆ ให้บอกเหตุผลตามตรงไปหรืออ้อมให้น้อยที่สุด

       เช่น กรณีลูกอยากเรียนพิเศษเพิ่ม "แม่อยากให้ลูกเรียนพิเศษที่สถาบันฮอนกฮูกเพิ่มเติมเหมือนกันนะ มันมีประโยชน์ แต่มันแพง บ้านเราไม่มีเงินพอให้ลูกเรียนเพิ่มหลายๆ ที่พร้อมกันได้ แล้วแม่ก็ยังเชื่อด้วยว่า ถึงลูกไม่เรียนพิเศษที่นั่นเพิ่ม ลูกก็จะตั้งใจเรียนหนังสือให้เก่งได้เท่าหรือมากกว่าเพื่อนที่เรียนด้วย หรือลูกคิดว่าไง จะลดที่อื่นแทนดีไหมเทอมหน้า..."
       

  

ที่ยกตัวอย่างแบบนี้ เพราะเชื่อว่า หลายบ้านปกปิดเรื่องฐานะทางการเงินกับลูก และพยายามให้ทุกอย่างกับลูก แม้มันจะเกินเศรษฐกิจของบ้านไปเหมือนกัน ทั้งที่จริงแล้วบางเรื่องนั้น แทบไม่จำเป็นต้องปิดบังเลย 

การได้รับรู้ = การได้เรียนรู้ 
 
เพราะฉะนั้น เหตุผลอะไรที่มันชัดเจนในตัวมันอยู่แล้ว ก็บอกไปตรงๆ เถอะค่ะ วัยรุ่นก็โตพอที่จะรับรู้อะไรได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเขาสับสนขึ้นมา เชื่อว่ายังมีที่ทางให้เขาได้ระบายความทุกข์ในใจ วัยรุ่นที่วุ่นอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ก็คืออีกตัวอย่างหนึ่งในการระบายนี่แหละค่ะ ใน Dek-D เอง ก็มีส่วนเว็บบอร์ดเปิดที่คุณพ่อคุณแม่ คุณครู หรือผู้ใหญ่ที่สนใจก็สามารถเข้าไปดูแนวโน้มการพูดคุยของวัยรุ่นได้ หรือบางทีถ้าไม่เข้าใจลูกหลานวัยรุ่น ก็มาตั้งกระทู้ถามที่เว็บบอร์ดได้เช่นเดียวกัน เชื่่อเถอะค่ะว่า ยิ่งยุคสมัยพัฒนาไปเท่าใด วัยรุ่นก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงได้ฉับไวเท่านั้น แต่เขาก็จะพัฒนาความคิดของเขาได้ไวเช่นเดียวกัน ถ้าผู้ใหญ่ให้ความมั่นใจในตัววัยรุ่น


    พวกเราวัยรุ่นเองก็มักจะบอกว่า "เพราะผู้ใหญ่มองเราเป็นเด็กตลอดนั่นแหละ" แต่ไม่เคยหันมองตนเองจริงจังเลยว่า ขณะที่เราเรียกร้องให้ผู้ใหญ่มองเราว่ามีเหตุผลโตแล้วเหมือนกัน ตัวเองก็กำลังทำตัวเป็นเด็กที่ไม่ฟังเหตุผลอยู่หรือเปล่า เคยถามตัวเองไหม?
     



       ต่อไปเป็นเรื่องราวที่วัยรุ่นฝากบอกไว้จากตอนที่แล้วค่ะ ลองอ่านดูแล้ว น่าจะช่วยให้ผู้ใหญ่เข้าใจมุมมองของวัยรุ่นมากขึ้นค่ะ ซึ่งบางคนก็มุ่งประเด็นไปที่ตนเอง และบางคนก็มองไปที่ญาติพี่น้อง เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่า วัยรุ่นก็ไม่ได้หมกหมุ่นอยู่กับตัวเอง แต่ก็ยังมองรอบข้างเช่นกัน และเขากำลังมองผู้ใหญ่ใกล้ตัวด้วย...

     "บ้านเราแม่เลี้ยงแบบปล่อยจัด อยากไปไหน ไม่ต้องขอ ปล่อยมากเข้า...เราก็สำนึกได้เองว่าเรียนดีกว่า อาจเป็นเพราะบ้านเราเลี้ยงแบบให้พึ่งตนเอง เลยมีความรับผิดชอบมากขึ้นมั้ง"
      "เราโดนแม่เมินอ่ะ T_____T...เวลาที่ขอ แม่จะชอบหันมามองเราแว๊บนึงแล้วก็เมินหน้าไปทางอื่นอ่ะ :( คือ.. เงียบไปแบบนั้นไม่คิดบ้างหรอว่าเราจะรู้สึกยังไง...เราในฐานะเด็กคนนึง ถ้าอยากได้อะไรแล้วให้เราไม่ได้ แค่มีคำอธิบายเราก็พร้อมจะรับฟังอ่ะ ! พูดกับเรา บอกเหตุผลเราซักหน่อยก็ได้นะ"
       "...เรารู้สึกว่าน้องชายเราเปลี่ยนไป  น้องเราชอบห่วงเพื่อนมากกว่าแม่ แม่เราเครียดกับน้องมากเลย เลยคาดหวังมาที่เราว่า  เราโตขึ้นแล้วจะลืมแม่รึเปล่า  อันนี้เราก็โดนกดดันทั้งน้องทั้งแม่เลย คาดหวังเราสูงมาก เรากังวลว่าเราจะทำให้แม่ผิดหวัง..."  
  
        "เราถือว่าเป็นคนที่โชคดีพอประมาณ เพราะพ่อทำงานอยู่กับคอมและอินเทอร์เน็ต ส่วนแม่ทำงานด้านการศึกษา พวกท่านเลยรู้และเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่นสมัยนี้เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องทะเลาะกันเท่าไร พวกท่านสอนเราตั้งแต่เด็กว่าต้องมีเหตุผลและต้องฟังเหตุผลคนอื่น ดังนั้นเวลาเราทำอะไรหรือต้องการทำอะไร พวกท่านมักจะถามว่าทำไมและหลังจากนั้นพวกท่านจะบอกว่าท่านคิดอย่างไร ซึ่งเราก็ต้องฟัง ถ้าความคิดไม่ต้องกันพวกเราจะหยิบกระดาษมาแผ่นนึง มาเขียนระหว่างข้อดีกับข้อเสียแล้วให้เราชั่งใจเอาว่าจะทำดีไหม เราว่าวิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ดีนะ..."
 "สุดท้ายก็มีแต่พ่อแม่แหล่ะที่อยู่ข้างๆไม่ไปไหน :) ไม่ต้องเกี่ยวก้อยสัญญา หรือบนบานสารกล่าวที่ไหนด้วย"  


      จริงๆ ยังมีอีกหลายความคิดเห็นที่ดี และน่านำมาลงไว้ด้วยกัน สามารถตามกลับไปอ่านได้ที่ "Intro to Teen I วัยรุ่นก็เป็นแบบเนี้ย!" ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าจะมีโอกาสได้เขียน Intro to Teen III ที่เป็นการรวบรวมความคิดเห็น และสิ่งที่วัยรุ่นไทยอยากบอกผู้ใหญ่แน่นอน หวังว่าจะมีผู้ติดตาม หรือหากเห็นว่ามีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย สามารถนำไปแชร์ต่อผ่านช่องทางต่างๆ ได้ แต่ที่แน่นอนที่สุด คือ หวังว่าทั้งเนื้อหา รวมถึงคำแนะนำ ความคิดเห็นต่างๆ จากทั้งคุณพ่อคุณแม่ ผู้ใหญ่ และจากน้องๆ วัยรุ่นไทยทุกคนจะทำให้คนต่างวัยเข้าใจกันมากขึ้น



เราสามารถทำให้ช่องว่างระหว่างวัยลดลงได้ เมื่อเราเข้าใจกัน





กระทู้ในเรื่อง:
เข้ากับพ่อแม่ไม่ได้ - http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2255605
ไม่เข้าใจผู้ใหญ่ - http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2146009

พี่เกียรติ
พี่เกียรติ - Community Master ถนัดแฝงตัวตามกระทู้เด็กดี มีความสนใจเป็นล้านเรื่องขึ้นอยู่กับดราม่าขณะนั้น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

8 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Mega-cool Member 18 พ.ย. 54 10:16 น. 7
ผู้ใหญ่ก็มีเหตุผลของเขา แต่ยังไงเขาก็เป็นห่วงเราที่สุดเสมอ เราควรเคารพรักและเชื่อฟังท่านนะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
YOUKI 11 ธ.ค. 54 18:40 น. 10
ความคิดหนูตรงข้ามกับผู้ใหญ่มากเลยค่ะ!

ผู้ใหญ่สอนหนูว่า...'เราต้องเชื่ฟังผู้ใหญ่นะ เขามีประสบการณ์มากกว่าเรามาก'

หนูก็เเบบ...สวนกลับว่า'อ้าว...เเล้วเเม่ไม่เคยคิดบ้างหรอว่าความคิดของผู้ใหญ่จะถูกตีกรอบด้วยประสบการณ์ โยงไปโยงจนผู้ใหญ่บางคนยังหาคำตอบของตัวเองไม่ได้เลย'

ความคิดไม่ตรงกันเลยค่ะ...
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด