8 ข้อ ตรวจสอบพ่อแม่


         หลายครั้งที่ลูกวัยรุ่นเกเร ไม่สนใจฟัง บางทีก็เถียงข้างๆ คูๆ หรือหนีหายเงียบเข้าห้องไปเสียอย่างนั้น พ่อแม่ และญาติผู้ใหญ่ที่มีลูกหลานวัยรุ่นก็จะเหนื่อยอกเหนื่อยใจ  เดาใจอะไรไม่ถูก วัยรุ่นเองก็สับสน ก็รู้ตัวว่าทำผิดต่อผู้ใหญ่ แต่บางทีอารมณ์ก็ไปก่อนทุกที ซึ่งลักษณะเกเรเหล่านี้เป็นปกติของวัยรุ่น  ถ้าพิจารณาโดยภาพรวมทั้งหมดแล้ว ลูกยังตั้งใจเรียน หรือเรียนได้ผลเท่าที่ผ่านๆ มา ไม่ได้มีปัญหาที่โรงเรียน จนให้วิ่งไปคุยกับครูประจำชั้นบ่อยๆ ไม่ได้ทะเลาะกับพ่อแม่ทุกวัน ไม่ได้เอาแต่หมกมุ่นหน้าคอมพิวเตอร์จนข้าวปลาไม่กิน การที่ลูกมีพฤติกรรมหุนหันดื้อดึงบางครั้งแบบนี้ ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นค่ะ 
        
 

                                                            
   
แต่...ถ้ามีพฤติกรรมไม่เชื่อฟังเลย บอกขาวจะว่าดำ ให้ไปซ้ายจะไปขวา ไม่เชื่อพ่อแม่ พูดเถียงตลอดเวลา บางทีต้องฝากให้คนอื่นบอกแทนถึงจะเชื่อฟัง แบบนี้อาจมีบางสิ่งบางอย่างที่วัยรุ่นสั่งสมมาจากพฤติกรรมของพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ใกล้ชิดซะเอง ซึ่งผู้เขียนอยากเสนออีกวิธีในการเริ่มต้นจัดการลูกวัยรุ่นผู้ดื้อดึงค่ะ คือ ให้ผู้ใหญ่ลองสังเกตตัวเองว่า ได้มีลักษณะดังต่อไปนี้หรือไม่ และกำลังปฏิบัติตัวเป็นแบบให้ลูกเอาเยี่ยงอย่างในทางที่ไม่เหมาะโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า



1. ตั้งกฏเกณฑ์ ตั้งข้อเรียกร้องกับลูกมากเกินไป
ลักษณะสะท้อนด้านลบ เวลาที่ผู้ใหญ่ขอให้ทำอะไร ก็จะต่อรองหลายอย่าง จนดูเรื่องมากทั้งที่เป็นเรื่องเล็กน้อย
2. รู้แต่ตำหนิ แต่ไม่บอกว่าให้ทำอะไร หรือไม่บอกว่าวัยรุ่นทำผิดอะไร แค่ตำหนิหรือใช้คำพูดแนวประชดแดกดัน (หวังให้คิด แต่กลับได้ผลกลับกัน)
ลักษณะสะท้อนด้านลบ  ลูกโกรธที่พ่อแม่ตำหนิ ไม่เข้าใจ เลยพาลต่อล้อต่อเถียง ลูกเองก็ติดที่จะไม่กล้าพูดเตือนเพื่อนหรือคนอื่นตรงๆ พูดเชิงประชดไป กลายเป็นคนขี้จิกกัดโดยไม่รู้ตัว
3. ชอบแผดเสียง ตะโกน หรือตวาดใส่ลูก
ลักษณะสะท้อนด้านลบ ลูกขี้โวยวาย นิดๆ หน่อยๆ ก็ต้องออกมาโวยใส่ ระงับอารมณ์ไม่เป็น เพราะคุ้นเคยที่จะต้องแสดงออกโดยตรงและทันทีเสมอ
4. จู้จี้ ขี้บ่นชอบแต่ตำหนิ
ลักษณะสะท้อนด้านลบ  จู้จี้ รักระเบียบสุดโต่ง ช่างติคนอื่นๆ ติไปติมาก็ดูเป็นคนน่ารำคาญในสายตาคนอื่น โดยเฉพาะกับบ่นต่อหน้าพ่อแม่ที่พ่อแม่เห็นก็จะหาว่าลูกตอบโต้ไม่ยอมฟัง
5. อารมณ์วูบวาบ ทำอะไรไม่มีเหตุไม่มีผล เพราะจู่ๆ อามรณ์เสียขึ้นมา แล้วเอาไปลงกับเด็ก เป็นมากในกรณี เช่น กำลังกินข้าวบนโต๊ะอาหารทั้งครอบครัว แล้วจู่ๆก็คุยกับสามีไม่ลงรอย ฉุนสามีขึ้นมา ว่าไม่ได้ เลยหันมาที่ลูกแล้วตวาดใส่ "บอกให้รีบๆ กิน แล้วกลับขึ้นไปทำการบ้านเลยนะ อืดถืดจริงๆ" 
ลักษณะสะท้อนด้านลบ ไม่มีเหตุผล ทำอะไรปุบปับ แบบไม่มีเหตุผล โกรธคนโน้น หันไปใส่คนนี้ เช่น พ่อแม่บ่นใส่ตัวเอง ก็เอาไปบ่นน้องต่อ เลยทะเลาะกับน้องต่อทุกที
6. พูดอะไรแล้วไม่เป็นไปตามที่พูด สัญญาไม่เป็นสัญญา เรื่องเล็กๆ ที่บางทีพ่อแม่รับปากไปส่งๆ เช่น เดี๋ยวจะรีบกลับมากินข้าวด้วยนะ แต่ตอนนี้แม่ขอไม่ไปส่งที่โรงเรียนนะ แล้วตอนเย็นก็ไม่มา หรือแม้แต่เทคนิคการลงโทษ ที่ตั้งกฎไว้ว่า ห้ามเล่นคอมเกินสามชั่วโมงในวันไปโรงเรียน แล้วลูกเล่นเพลิน แม่ก็ปล่อยๆ ปล่อยไปปล่อยมา กฎก็ไม่เป็นกฎ ลูกก็รู้ว่าแม่จะไม่ว่า (แล้วจะตั้งกฎไปทำไม)
ลักษณะสะท้อนด้านลบ โตไปเป็นคนที่ไม่เห็นค่าของการรับปาก ไม่รักษาเวลา ไม่เชื่อพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ก็ไม่เคยพูดความจริงกับตัวเองเหมือนกัน!
7. พูดเยาะเย้ย ล้อปมด้อยเด็ก (อาจจะแค่ล้อเล่นๆ แต่วัยรุ่นคิดจริงจังทุกคน)
ลักษณะสะท้อนด้านลบ 
วัยรุ่ยอาจจะรู้สึกไม่มั่นใจในตนเอง คิดว่าตัวเองมีปมด้อยแบบที่ผู้ใหญ่พูดใส่ตลอดเวลา ตัวเด็กก็จะกลายเป็นวัยรุ่นที่รู้จักแต่ยกข้อด้อยของคนอื่นมาพูดเมื่อต้องการทำร้ายใจคนอื่นๆ หรือพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว ลืมคนถึงใจคนรอบข้าง ลูกจะกล้าที่จะเถียงพ่อแม่ และเอาเรื่องไม่ดีของพ่อแม่มาพูด(เถียง)ย้อนอีกด้วย
8. ไม่เคยใช้เวลาว่างหยอกเย้า แสดงความเป็นมิตรกับลูก ไม่เคยเล่นกับลูก
ลักษณะสะท้อนด้านลบ ลูกไม่รู้จักการแสดงความเป็นมิตร หรือการปรับตัวเข้ากับคนอื่นไม่ได้โดยไม่รู้ตัว รู้สึกห่างกับพ่อแม่ กลายเป็นวัยรุ่นที่ฟังเพื่อนมากกว่าพ่อแม่แน่นอน

 

       
 
 ลักษณะเหล่านี้เป็นเพียงลักษณะเบื้องต้นที่จะทำให้ผู้ใหญ่ทุกคนสำรวจตนเองได้ว่า กำลังทำตัวไม่ดีให้ลูกเห็นและเลียนแบบหรือเปล่า อย่าคิดว่าผู้เขียนตำหนิติติงหรือกล่าวหาว่าไม่ดีเลยค่ะ บางทีการเริ่มต้นที่ตนเอง ก็คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำความเข้าใจวัยรุ่นเช่นกันค่ะ และเช่นเดียวกัน หากบทความนี้ถึงมือคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครองท่านใด โดยผ่านการบอกต่อจากลูกหลาน ก็อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นการถูกลูกมองเราว่าไม่ดีนะค่ะ อยากให้ใช้โอกาสนี้คุยกับลูกไปเลยค่ะ เช่น แม่เคยทำอย่างนั้นจริงหรือ ลูกบอกมาเลยแม่จะพยายามไม่โกรธ พ่อก็เป็นแบบนั้นจริงดิ เป็นต้น


          
     สำหรับน้องๆ ถ้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นไปตามลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ก็อย่าเพิ่งคิดว่า "เราเป็นแบบนั้น เพราะเลียนแบบหรือทำตามอย่างพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในบ้านเรามาทั้งหมด" จริงๆ ตัวเราก็สามารถสั่งสมลักษณะนิสัยแบบนี้มาจากสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น เพื่อนที่โรงเรียน กลุ่มเพื่อนแฟนที่ไปเที่ยวกันบ่อยๆ เป็นต้น และถ้าเรารู้สึกว่าพ่อแม่เรา ผู้ใหญ่ในบ้านเราชักจะเป็นอย่างที่กล่าวมาข้างต้นหลายๆ ข้อ ขอให้เราเชื่อมั่นและคิดไว้ตลอดว่า ท่านเป็นแบบนั้นเพราะเหนื่อยดูแลเรา และเราจะโตเป็นคนแบบที่เราอยากให้เป็นให้ได้ อะไรที่ไม่ดี...เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ค่ะ สู้!   อย่าลืมว่า หากอยากนำบทความนี้ไปบอกผู้ปกครองต่อ ต้องงัดกลยุทธเด็กน้อยผู้น่ารักมาใช้นะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังติดพันธุระอะไรอยู่ ก็อย่าเพิ่งรบกวนดีกว่าเนอะ





แหล่งที่มา: 
นวลศิริ เปาโรหิตย์. สอนลูกให้มีวินัย. กรุงเทพฯ : บี มีเดีย, 2553.

พี่เกียรติ
พี่เกียรติ - Community Master ถนัดแฝงตัวตามกระทู้เด็กดี มีความสนใจเป็นล้านเรื่องขึ้นอยู่กับดราม่าขณะนั้น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

66 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
iSteam Member 22 พ.ย. 54 13:55 น. 2
ข้อ 4 ป้าเราเป็นอ่ะ= = แต่เราทำเป็นหูทวนลม ไม่ค่อยฟัง 555
แต่น้องเราก็เกิดอาการนั้นตอบเหมือนกันนะ
แล้วป้าเราก็จะว่าน้อง "บ่นอยู่นั่นแหละ ขี้บ่นจริงๆเลย"
อ้าว-*-ไรฟระ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Dushund Member 22 พ.ย. 54 16:29 น. 9
ยัยป้าเราเป็นหมดแทบทุกข้อ
บางทีเราทำถูกแล้ว แต่อยากดุ บอกว่าเราผิด
ล้ออยู่นั่นแล่ะ ไม่มีอะไรจะล้อก็หาทางล้อจนได้
กว่าจะพูดให้พาออกไปซื้อขนมได้ก็ลีลาจริงๆ ขนมกินหมดก็สอง ช.ม. ต้องนวดหลังให้ป้าทั้งวัน
บอกพ่อบอกแม่ก็หาว่าเราแกล้งใส่ร้ายรึเปล่าบอกว่าเขาเป็นป้าเราเขาไม่ทำแบบนั้นหรอก
มาแย่งทีวีบบ้านเราดูตั้งแต่สิบเอ็ดโมงยันบ่ายสาม
เกือบพลักเราตกคลองหลังบ้านเพราะเราเอากาวไปหยดใส่รองเท้าป้าเพราะแค้นที่โยนตุ๊กตาเราทิ้งใส่รถขยะต่อหน้าต่อตาดีนะที่เพื่อนช่วยใว้
พลักโต๊ะวาดรูปเราล้มเพราะไปโมโหอะไรมาก็ไม่รู้แล้วสั่งไห้เราเก็บสีทั้งหมดอีกแถมยังซ้ำเติมบีบสีน้ำลงพื้นหมดแล้วให้ไปเช็ด
วันปีใหม่เอาถุงเท้าเน่าๆของตัวเองคู่หนึ่งมาใส่ใว้กับของเล่นเรา เราเลยต้องเอาของเล่นไปล้างแล้วกลิ่นก็ติดหยั่งกะสกังค์
ทั้งหมดนี่ไม่ได้โม้ ดีจริงๆที่เราย้ายบ้านตอนเราอายุเก้าขวบ เรารู้สึกเหมือนย้ายหนียัยนั่นเลย สมน้ำหน้า บ้านน้ำท่วม ฮิฮิ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
embrace Member 22 พ.ย. 54 17:50 น. 12
ใช่ บางครั้งพ่อแม่ก็ควรเล่นกับลูกบ้างนะ แสดงความรักกับพวกเราบ้าง 
รู้ว่าพ่อแม่ใครๆก็อยากให้ลูกได้ดี ที่บ่นที่ด่า เพราะรัก แต่ผิดไหมถ้าเราอยากให้พ่อแม่แสดงความรักแบบอื่นบ้าง แบบที่เด็กๆอย่างพวกเราแค่ดูก็รู้แล้ว^^

และถ้าจะให้ดีอยากให้พ่อกับแม่รักกันมากๆด้วย คือตั้งแต่มีเรา สำหรับเราพ่อแม่ดูเหมือนจะแสดงความรักต่อกันน้อยมากๆ ไม่รู้สิ เราแค่ไม่อยากให้พ่อกับแม่มาหย่ากันตอนหลัง หรือถ้าเราไปไหนไกลๆ อย่างน้อยถ้าพวกท่านยังรักกัน พวกท่านก็จะอยู่อย่างมีความสุข^^
0
กำลังโหลด
ชูครีม Member 22 พ.ย. 54 17:52 น. 13
แม่เป็นหมดทุกข้อเลยค่ะมีอยู่ตอนหนึ่งเราสอบได้ที่2แม่กลับบอกว่าอย่างแกเหมาะจะไปโรงเรียนวัดที่สุดแล้ว
และก็ตอนเรานอนอยู่ประมาณเที่ยงคืนแม่มาปลุกเราไปล้างจานอ่า อะไรฟะ!!-*-
แต่พ่อไม่เป็นสักข้อ งุงิๆรักพ่อมากมายยยยย~~^o^


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2554 / 18:06
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
•�ไอดีถูกระงับ�™ Member 22 พ.ย. 54 20:40 น. 15
คห. 12 ออกความเห็นแทนผมหมดแล้ว (ตรงกันมากนั่นเอง)
ไม่รู้จะคอมเมนท์อะไรต่อดี… แต่ทุกวันนี้ผมก็ดีใจนะ ที่พวกท่านเลือกที่จะไม่หย่ากัน
คงเพราะเห็นแก่อนาคตผมด้วย ที่ตอนนั้นยังเด็ก

ก็ค่อนข้างตรง 1-2 ข้อนะครับ ไม่มากหรอก ไม่ค่อยมีปัญหากันเท่าไหร่
แต่ความเข้าใจนี่… ฮะ ๆ น้อยนะ พูดยากจัง :]
0
กำลังโหลด
lininpapa Member 22 พ.ย. 54 21:16 น. 16
 พ่อ+แม่ = ลูก    บางรั้งลูกไม่ฟัง บางครั้งแม่ตำหนิ บางครั้งแม่ติติง  แต่ทุกครั้งมันเจ็ม2ฝ่าย 2 เท่าทวีคุณ         (เราเป็นลูกน่ะ ) 55555
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เด็กน้อยในความมืด Member 23 พ.ย. 54 14:23 น. 18
 จัดเต็ม มาเกือบครบทุกข้อ -*-  เป็นน้องเล็กสุกซวยมาก เพราะพี่มาลงกับเราต่อ - - ปลงเท่านั้น
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Ms. Kwon Member 23 พ.ย. 54 16:45 น. 20

แม่เราเข้าข่ายข้อ 8 หรือเปล่านะ
แม่เราเป็นคนไม่ค่อยมีอารมณ์ขันกับลูกๆเลย
ตึงเครียด เราล้อเล่นด้วยไม่ได้เลย
แม่จะคิดจริงจังไปหมด จนเราไม่อยากพูดเล่นกับแม่แล้ว

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด