|
ปัญหา "พ่อแม่(เลี้ยง)" ของลูกวัยรุ่น
![]()
แต่สำหรับในครั้งนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึงประเด็นนิยาย ลูกไม่มีวันเข้ากับพ่อหรือแม่เลี้ยงคนใหม่ได้ ซึ่งไม่จำเป็นเสมอไป เพราะถ้าใครอ่านนิยายบ่อยๆ ก็คงทราบว่า ก็พอมีลูกที่เข้ากับพ่อแม่เลี้ยงได้เหมือนกันหลายเรื่อง ก็เข้าทำนองชนะใจลูกได้ในที่สุดนั่นเอง แต่ชีวิตจริงเรื่องนี้กลับถูกมองว่าเป็นปัญหาจริงๆ ที่จบไม่สวยต่างจากนิยาย แต่นักจิตวิทยาที่ให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวยืนยันจริงๆ นะคะ ว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นปัญหาเสมอไป แต่จะให้ราบรื่นแต่แรกเริ่มก็คงเป็นไปไม่ได้ เป็นเรื่องปกติที่ต่างฝ่ายต่างต้องจูนเข้าหากันให้ได้ก่อน คือ ค่อยๆ ปรับความเข้าใจกันให้ได้นั่นเอง
ปัญหาการแต่งงานใหม่ของพ่อหรือแม่ เป็นปัญหาของลูกทุกคน ต่อให้ทำความเข้าใจกับลูกมากแค่ไหนลึกๆ แล้ว ลูกที่ต้องมีพ่อแม่ใหม่ทุกคนก็จะมีความคิดในทำนองว่า "พ่อ(หรือแม่)ตนเองจะไม่รักเราเท่าแม่ใหม่แล้วล่ะ" อยู่ในใจเสมอ แล้วถ้ายิ่งมาแต่งงานใหม่หรือยอมรับอยู่กินกันใหม่กันในตอนลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น ไม่เด็กมากจนรับอะไรง่ายๆ ยังพร้อมเชื่อฟังผู้ใหญ่ แล้วก็ไม่โตจนเข้าใจอะไรได้อย่างมีเหตุผลจริงจังแล้ว ลูกวัยนี้ยิ่งเป็นปัญหา เพราะเขาแค่เผชิญกับสภาพร่างกายและจิตใจของตนเองก็วุ่นวายพอดูแล้ว ยังมีเรื่องพ่อหรือแม่เลี้ยงเข้ามาอีก ดังนั้นผู้เขียนจึงขอเสนอวิธีเบื้องต้นที่นักจิตวิทยาครอบครัวแนะนำกัน ยามเมื่อต้องกลายเป็นพ่อหรือแม่ใหม่ของวัยรุ่นสักคน หรือต้องทำความเข้าใจกับลูกอย่างไร ถ้าต้องมีคู่ชีวิตคนใหม่เข้ามาจริงๆ
สำหรับคู่ชีวิตคนใหม่ ให้ตกลงกันว่าจะดูแลลูกอย่างไร กฏเกณฑ์ในบ้านเป็นอย่างไร จะอนุญาตหรือห้ามอะไรก็ต้องห้ามเหมือนกัน เป็นเรื่องธรรมดามากที่ถ้าวัยรุ่นขออะไรกับแม่คนใหม่ไม่ได้ ก็จะไปขอพ่อ ถ้าแม่(ใหม่)ไม่ให้ แต่พ่อให้ เพราะ กลัวลูกคิดว่าจะรักแม่ใหม่มากกว่า หรือกลัวลูกมีปมด้อย ก็ยิ่งทำให้ลูกได้ใจและไม่เคารพแม่คนใหม่ ในขณะเดียวกัน ถ้าพ่อยิ่งชัดเจนไม่ผ่อนปรนเรื่องใดๆ กับลูกเลย แล้วเห็นทุกเรื่องของคู่ชีวิตคนใหม่ดีกว่าเสมอ ลูกก็จะยิ่งสั่งสมความเกลียดแม่ใหม่ เพราะคิดตามใจลึกๆ ว่าพ่อไม่รักตนแล้วมากขึ้นนั่นเอง วนเวียนไปมาสุดท้ายก็เกิดปัญหาลูกติดกับแม่เลี้ยงในที่สุด ชีวิตคู่ครั้งใหม่ก็ไม่ราบรื่นอีกเหมือนเดิม
สำหรับน้องๆ วัยรุ่น ก็อยากให้ทำใจยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ที่ชีวิตเราไม่จำเป็นต้องราบรื่นเสมอไป สะดุดบ้าง ล้มบ้างพ่อแม่ทะเลาะกันบ้าง พ่อมีคนใหม่เข้ามาบ้าง ต้องย้ายสร้างครอบครัวใหม่บ้าง ทั้งหมดมาจากพื้นฐานของความรักทั้งสิ้น รักเลยอยู่ร่วมกัน รักเลยต้องทะเลาะ รักแต่ไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่ดีที่สุด คือ เราสามารถเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ให้กลายเป็นประสบการณ์ได้ โตไปให้คิดทำหรือไม่ทำให้เหมาะแก่ครอบครัวของน้องๆ เอง ในกรณีแม่หรือพ่อใหม่นี้ เราต้องเปิดหูเปิดตา ทำใจยอมรับไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วคอยดูด้วยใจยุติธรรมว่า ผู้หญิงหรือผู้ชายคนใหม่นี้เป็นอย่างไร ถ้ามองไปแล้ว เขาเป็นคนดีน่านับถือ เราก็ปฏิบัติต่อเขาอย่างปฏิบัติต่อผู้หญ่ที่ดี ค่อยรักกันทีหลังก็ได้ อย่าให้เขาหรือใครมาว่าว่า พ่อแม่จริงๆ ของเราไม่สั่งไม่สอนได้ล่ะ (แต่ถ้าร้ายเหมือนนิยายเป๊ะ เช่น จะมาเกาะพ่อฉันกิน ก็วางแผนดีๆ อย่าทำอะไรกระโตกกระตาก เดี๋ยวทั้งพ่อเราจะไม่เข้าใจเราไปด้วย นึกว่าเราร้ายฝ่ายเดียวนะเออ ฮา)
กระทู้นำเรื่อง: ฉันเกลียดแม่เลี้ยง(ขอระบายเหอะ)
แหล่งข้อมูล, ภาพประกอบ:
นวลศิริ เปาโรหิตย์, จิตวิทยาชีวิตครอบครัว.กรุงเทพฯ : บี มีเดีย, 2552
Flickr
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
ของเรา แม่เลิกกับพ่อ (เพราะพ่อเลวมีผู้หญิงคนอื่น (แต่จริงๆแล้วเราก็เกิดมาโดยความผิดพลาดอยู่แล้ว แต่แม่ก็รักเรานะ รักมากด้วย)) แล้วแม่เราก็แต่งงานใหม่ เรามีพ่อเลี้ยง สึ่งพ่อเลี้ยงเราเค้าเป็นคนดีนะ (แม่เราเป็นคนไทย พ่อเลี้ยงเป็นคนฝรั่งเศส) นี้ก็5ปีแล้วที่แล้วแต่งงานอยู่กับเค้า แม่เคยมาบอกเราหลายครั้งแล้วว่า "ป๊าบอกกับม๊าเมื่อคืน ว่านี้ก็5ปีแล้วแต่เหมือนหนูก็จะไม่ค่อยพูดกับป๊าเลย หนูเหมืองไม่ยอมรับป๊า แม่ถามจริงว่าหนูรักป๊าไหม" เราก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงจริงๆ เรารู้ดีว่าเราชอบแสดงอาการไม่สนใจเค้า ไม่ค้อยพูดกับเค้า วันนึงพูดที่ก็นับคำได้อะ แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เค้าไม่พูดกับเรา แม่แต่หน้าก็ยังไม่มอง เราอึดอัด จนเราไม่สามารถอยู่ที่ห้องนั่งเล่นกับแม่เราได้อะ (เพราะส่วนใหญ่พ่อเลี้ยงกับแม่เราจะอยู่ที่ห้องนั่งเล่นกัน ) เรารู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่น่าอึดอัดสุดๆ แล้วพ่อเลียงเราก็ไม่อาบน้ำ แม่เราก็เลยถามเราว่า" หนูเห็นไหมว่าวันนี้ป๊าไม่พูดกันหนู เมื่อวันก่อนป๊ายังพูดกับหนูแต่วันนี้ป๊าไม่พูดกับหนูแล้ว เพราะเมื่อวานพอป๊าพูดกันหนูหนูก็ไม่สงใจเข้า หนูก็เล่นมือถือของหนูแล้วก็ค่อยหังมาตอบเข้าแล้วก็เล่นต่อ เข้าคงรู้สึกได้ว่าหนูไม่ได้สนใจอะไรเข้าเลย จนวันนี้เข้าก็เลยไม่พูดกับหนู หนูไม่มีสักประโยคที่จะชวนเข้าคุยก่อนเลยหรอ(เพราะส่วนมากพ่อเลี้ยงเราชอบชวนคุยก่อน) ) เราก็นั่งนิ้งจนพ่อเลี้ยงเราอาบน้ำเสร็จเรารู้สึกว่า ก็เราอยู่แต่บ้านทั้งวันเราไม่ค้อยจะได้ออกไปไหน (เราอยู่ฝรั่งเศสกับแม่แล้วก็พ่อเลี้อง แล้วปิดเทอมอยู่) แล้วเราก็ไม่รู้จะคุยอะไรอะ เรานี้อยากจะร้องไห้ เลยเข้าห้องมาระบายอารม จบ
เรื่องของคุณเหมือนก๊อปปี้เรื่องของผมเลย ต่างกันตรงที่ผมคือพ่อเลี้ยง ลูกสาวไม่คุยกับผมเลย พฤติกรรมเหมือนคุณทุกอย่าง 5ปีแล้ว คุณรู้มั้ยว่าผมจะอกแตกตาย ผมรักเค้ามาก แต่เค้าเย็นชากับผมเหลือเกิน ผมเสียใจมาก ผมจึงต้องมาระบายในนี้นี่แหละ ถ้าคุณได้อ่านข้อความนี้ อยากจะบอกว่า เปิดใจคุยกันเถอะนะ ก่อนที่อะไรๆจะแย่ลงไปกว่านี้ ถ้าอยากแลกเปลี่ยนความคิดกับผม แอดIDไลน์มา here.lim
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?





58 ความคิดเห็น
(ขอระบายนิดนึงนะคะ)
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2554 / 15:30
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2554 / 15:32
แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2554 / 15:37
พ่อแม่ที่หย่าร้างกันไป แล้วมีลูกอยู่แล้ว...
ถ้าขาดคนใดไป พ่อแม่จะคิดว่าลูกเป็น
คนที่ทุกข์กว่าตนเองที่ขาดคนรัก ทำให้ต้องหาคนใหม่...
ซึ่งคนใหม่ต้องเป็นคนที่พ่อหรือแม่รักใช่ไหมล่ะ?
พ่อหรือแม่อาจมีความรู้สึกที่ไม่อยากให้เกิด
การหย่าร้างกันขึ้นอีก เลยรักเกินความรู้สึกของคนเป็นลูก...
ป.ล.คือว่า...เค้าเป็น "เพื่อนที่ปรึกษา" น่ะนะ มีอะไรไปปรึกษาที่ไอดีได้ >w<
ช่วยไม่มากก็น้อย แต่อยากให้ทุกคนในเด็กดีมีความสุขค่ะ
ปรับตัวบางทีมันก็พูดง่าย
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2554 / 19:43
แต่ว่าที่บ้านเรา เรามีพี่ต่างแม่อยู่หลายคน
แม่เรารักพี่เรามากนะ มีอะไรก็ให้ทุกอย่าง แต่พี่ๆ ก็ยังเกลียดแม่เราอยู่ดี
บางทีเพราะคำว่าแม่เลี้ยง พ่อเลี้ยง อาจจะไปสะกิดต่อมสามัญสำนึกล่ะมั้ง เพราะในละครไทย หรือสังคมไทย มักจะคิดว่าแม่เลี้ยง พ่อเลี้ยงต้องใจร้าย คิดไม่ดีกับลูกเลี้ยงเสมอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงเหล่านั้นก็ยังมีคนที่รัก และห่วงใยลูกเลี้ยงนะ
ลองเปิดใจให้กว้าง เก็บอคติลงไป ลองปรับตัวเข้าหากัน แล้วไม่แน่คุณอาจจะเห็นอะไรที่ต่างกันออกไปก็ได้
ส่วนตัวก็มีแม่เลี้ยงแถมเค้าเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว แต่ก็นะ
เรียกชื่อเรา ก็ยังไม่เรียก
พ่อของเค้า(ก็ถือเป็นตาละมั้ง) ก็ยังไม่เคยเรียกชื่อเราสักหนจนตอนนี้อายุ 20 กว่าแล้วก็ยังไม่เคย
แค่เรื่องนี้ก็น่าน้อยใจล่ะ จะว่าไปทำอะไรมีปัญหาให้เค้ารึ ก็ไม่ใช่ เรื่องอื่นอีกเยอะ อย่าพูดถึง...
แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราเป็นเด็กมีปัญหา จนป่านนี้ก็เรียนจบได้ หางานทำได้ ... แต่ก็นะ เหมือนเค้าก็ยังไม่ชอบหน้าเราอยู่ดี = = ช่วงนี้ก็เลยพยายามจะไ่ม่ไปที่บ้านพ่อให้บ่อยนัก ... อันนี้ไม่ได้อคติจากฝ่ายลูก ฝ่ายแม่เป็นฝ่ายอคติเอง ... เฮ้อ
บ่นพอละ =w=''
ก็สำหรับบางบ้านก็มีพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงที่ยังรักเราอยู่ ถ้าเค้ารักเรา เราก็อย่าไปอคติกับเค้าเลย
ยังไงก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เอ้อ แค่อยากจะบอกว่า ไม่ใช่ทุกบ้านที่พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงไม่ดี แล้วลูกจะเป็นเด็กมีปัญหา เราพยายามทำตัวเราให้ดีได้ อย่าไปยึดติดกับมัน มันไม่ใช่วิธีเรียกร้องความสนใจที่ดีหรอกนะ :)
แม่เรามีลูกใหม่ก็ไม่เคยลำเอียง มีอะไรๆก็แบ่งให้พอๆกัน
เราว่าถ้าเปิดใจมันก็ไม่ได้แย่มากมายหรอก :(
ลูกๆที่ออกมาด้วยสาเหตุนั้นก็ไม่รู้เรื่อง เอาเเต่เรื่องของตัวเองเข้าเกี่ยวข้อง เลยทำให้ลูกเป็นงี้
ส่วนเเม่เลี้ยงบางคนหนูสงสัยนานเเล้วว่าทำไมต้องทำตัวำม่ดีคิดว่าเท่ห์นักรึไง เซ็ง
ปวดใจจริงๆที่คนที่เรารัก ต้องขัดแย้งกันเพราะคนอื่นนนน
ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากให้ เขาทั้งสองเลิกกันนะ แต่เราขอเก็บความคิดนี้ไว้คิดเองดีกว่า สักวันหนึ่งถ้าเราประสบความสำเร็จ แม่เราจะไม่เสียใจอีกต่อไป
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 ธันวาคม 2554 / 10:35
มันอายุมากกว่าเราแค่7ปี จะพูดถึงในทางที่ไม่ดีไม่ได้ จะว่าเค้ายังไม่ได้
โดนด่า รุณแรงตลอด เวลาพูดถึง
พอพูดถึงเรื่องคุณแม่เรา พ่อเราก็บอกให้เงียบซะ เฮ้ออออออออ
แล้วจะให้พวกเรายอมรับได้ยังไง
เราก็เคยเจอเหมือน คห.14 เหมือนกัน และเชื่อว่าอีกหลายๆ คน ก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน
เพียงแต่พวกเค้าไม่เอามาพูดเท่านั้นเอง
ไม่มีอะไรแค่อยากระบาย...