ปัญหา "พ่อแม่(เลี้ยง)" ของลูกวัยรุ่น



     
 
  เรื่องความรัก และการหย่าร้าง ดูใกล้จะเป็นเรื่องธรรมดามากของชีวิตคู่สมัยนี้ หลายครอบครัวกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว บางทีก็ไม่ได้มาจากการหย่าขาด เป็นเพียงการแยกกันอยู่ และไม่ได้มาจากการไม่เข้าใจกันแล้ว แต่เป็นเรื่องของการทำงาน คุณพ่อทำงานอีกทาง คุณแม่ทำอีกทาง เลยให้คุณลูกไปอยู่บ้านยายตรงกลาง พ่อว่างก็ไปหาที แม่ว่างก็ไปหาที พอสุดสัปดาห์ค่อยไปรับมาอยู่ร่วมกันที  แบบนี้ก็เป็นสถานการณ์ของบางครอบครัวเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่แต่ละครอบครัวต้องร่วมกันดูแลแก้ไขต่อไป 


       แต่สำหรับในครั้งนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึงประเด็นนิยาย ลูกไม่มีวันเข้ากับพ่อหรือแม่เลี้ยงคนใหม่ได้ ซึ่งไม่จำเป็นเสมอไป เพราะถ้าใครอ่านนิยายบ่อยๆ ก็คงทราบว่า ก็พอมีลูกที่เข้ากับพ่อแม่เลี้ยงได้เหมือนกันหลายเรื่อง ก็เข้าทำนองชนะใจลูกได้ในที่สุดนั่นเอง แต่ชีวิตจริงเรื่องนี้กลับถูกมองว่าเป็นปัญหาจริงๆ ที่จบไม่สวยต่างจากนิยาย แต่นักจิตวิทยาที่ให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวยืนยันจริงๆ นะคะ ว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นปัญหาเสมอไป แต่จะให้ราบรื่นแต่แรกเริ่มก็คงเป็นไปไม่ได้ เป็นเรื่องปกติที่ต่างฝ่ายต่างต้องจูนเข้าหากันให้ได้ก่อน คือ ค่อยๆ ปรับความเข้าใจกันให้ได้นั่นเอง 


      ปัญหาการแต่งงานใหม่ของพ่อหรือแม่ เป็นปัญหาของลูกทุกคน ต่อให้ทำความเข้าใจกับลูกมากแค่ไหนลึกๆ แล้ว ลูกที่ต้องมีพ่อแม่ใหม่ทุกคนก็จะมีความคิดในทำนองว่า "พ่อ(หรือแม่)ตนเองจะไม่รักเราเท่าแม่ใหม่แล้วล่ะ" อยู่ในใจเสมอ แล้วถ้ายิ่งมาแต่งงานใหม่หรือยอมรับอยู่กินกันใหม่กันในตอนลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น ไม่เด็กมากจนรับอะไรง่ายๆ ยังพร้อมเชื่อฟังผู้ใหญ่ แล้วก็ไม่โตจนเข้าใจอะไรได้อย่างมีเหตุผลจริงจังแล้ว ลูกวัยนี้ยิ่งเป็นปัญหา เพราะเขาแค่เผชิญกับสภาพร่างกายและจิตใจของตนเองก็วุ่นวายพอดูแล้ว ยังมีเรื่องพ่อหรือแม่เลี้ยงเข้ามาอีก ดังนั้นผู้เขียนจึงขอเสนอวิธีเบื้องต้นที่นักจิตวิทยาครอบครัวแนะนำกัน ยามเมื่อต้องกลายเป็นพ่อหรือแม่ใหม่ของวัยรุ่นสักคน หรือต้องทำความเข้าใจกับลูกอย่างไร ถ้าต้องมีคู่ชีวิตคนใหม่เข้ามาจริงๆ 




- รับรู้และต้องเข้าใจว่า ลูกทุกคนไม่อยากให้พ่อแม่หย่าร้าง และหวังลึกๆ ว่าต้องการให้พ่อแม่กลับมาคืนดีเป็นครอบครัวเดียวกันเสมอ
 ดังนั้น เมื่อลูกเห็นอยู่ตำตาว่าคงกลับมาเป็นครอบครัวแบบเดิมไม่ได้ เขาก็จะโกรธ หงุดหงิด เป็นธรรมดา เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่(ที่ไร้สาระจะโกรธ)ได้เสมอ พ่อแม่ของลูกที่แท้จริงก็ต้องเข้าใจ พ่อหรือแม่ใหม่ที่เข้ามาก็ต้องยอมรับ 

- ลูกกลัวถูกแบ่งความรัก เช่น พ่อจะแบ่งความรักไปให้ภรรยาคนใหม่ ยิ่งลูกวัยรุ่นที่ต้องการการยอมรับในทุกเรื่องยิ่งกังวลมาก คิดวนเวียนในหัวใจว่า "ชีวิตจะไม่เป็นอย่างเดิม" (ทั้งๆ ที่จริงๆ ก็แทบไม่เปลี่ยนหรืออาจดีขึ้นด้วยซ้ำ)

- เมื่อมีคนเข้ามาใหม่ กฎเกฦณฑ์ในบ้านบางอย่างก็ย่อมเปลี่ยนแปลง ยิ่งถ้าเป็นกรณีที่แม่ใหม่เข้ามาเป็นแม่บ้าน (หรือพ่อบ้าน) ที่อยู่บ้านตลอด ก็จะจัดเปลี่ยนวิธีการในบ้าน อย่างข้าวของที่เปลี่ยนที่ (จริงๆ ของเปลี่ยนที่วางได้เป็นปกติ แต่จะไม่ปกติมาก ถ้าแต่เดิมแม่คนเก่าของเขาเป็นคนวางไว้ โกรธที่มาย้ายของแม่ตัวเอง) เปลี่ยนวันซักผ้า วันออกไปกินข้างนอกบ้าน แม่ใหม่ไม่ยอมให้อ่านหนังสือในที่มีแสงสลัว (ก็กลัวสายตาเสียธรรมดา แต่บังเอิญแม่ใหม่เตือนเลยโกรธ ทั้งที่จริงๆ แม่ตัวเองหรือพ่อก็เคยเตือนบ่อยๆ) การที่กฎในบ้านเปลี่ยน ทำให้วัยรุ่นถูกคิดว่าถูกตีกรอบใหม่ และอยากท้าทายทั้งพ่อ และแม่ใหม่อยู่เสมอ

- ต่อให้วัยรุ่นเข้าใจว่าพ่อหรือแม่ใหม่เป็นคนน่ารัก และเข้ากับตัวเองได้ก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถยอมรับมาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวได้ง่ายๆ เพราะจะรู้สึกว่า "กำลังทรยศ" ต่อพ่อหรือแม่ที่แท้จริงของตัวเอง ดังนั้น หากคุณเป็นคนใหม่ที่น่ารัก จริงใจ นิสัยดี ก็อย่าเพิ่งท้อ ต้องรอเวลาเสียหน่อย

- ไม่มีคู่ชีวิตคนไหนที่จู่ๆ จะมีมีลูกตัวโตได้ทันทีที่แต่งงาน เป็นเรื่องฝืนธรรมชาติอยู่แล้ว เหมือนๆ กับที่วัยรุ่นไม่ยอมรับพ่อหรือม่ใหม่ง่ายๆ นั่นแหละ ดังนั้น ก็ไม่จำเป็นเสแสร้งแกล้งทำตัวว่ารักลูกใหม่ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเอาอกเอาใจ ให้ท้าย อนุญาตทุกเรื่อง เรื่องไหนที่ไม่ดีในฐานะผู้ใหญ่ ก็ต้องห้ามปรามเด็ก แต่ต้องมีเหตุมีผลจริงๆ ไม่ใช่สักแต่รู้ว่าผิดก็ต้องห้าม แบบนั้นยิ่งสร้างรอยร้าวฉาน ไม่จำเป็นต้องแสดงแสร้งว่ารัก แต่ก็ต้องวางตัวให้เหมาะสม ไม่รังเกียจแสนงอนเอากับสามีว่าลูกใหม่ไม่ฟังตน หรือน้อยอกน้อยใจที่ทำอะไรไปลูกก็เอาแต่โกรธ ถ้าเสแสร้งว่ารักหรือฟ้องอย่างกับเด็กสามขวบ ลูกวัยรุ่นก็รับรู้ค่ะ และเขาจะยิ่งไม่มีวันยอมรับในตัวคุณ

-   ยังไม่คุ้น ไม่สนิทกับลูกก็ไม่เป็นไร ไม่มีใครคุ้นเคยกันแต่แรกพบหน้า เหมือนครูประจำชั้นพบนักเรียนชุดใหม่ ให้ค่อยๆ ทำความรู้จักให้มากขึ้น อยากให้ใครรักใครเคารพ ก็ต้องวางตัวเองให้ยุติธรรม และน่ารัก น่าเคารพด้วยตนเองเสียก่อนค่ะ





     
 
พ่อหรือแม่ที่กำลังจะมีคู่ชีวิตใหม่ ต้องทำความเข้าใจกับลูกก่อน เช่น "พ่อรักเขาก็อยากให้ลูกรักเขาด้วย ไม่ใช่ว่าพ่อไม่รักแม่ แต่ความรักเป็นเรื่องอธิบายอยาก เหมือนตุ๊กตาสีฟ้าเหมือนกันสองตัวที่ลูกชอบ บางทีลูกก็อาจรักตุ๊กตาอีกตัวมากกว่าก็ได้ แต่ลูกก็ยังรักทั้งสองตัวนั้น และจะดูแลทั้งสองตัวนั้นตลอดไป ลูกเองก็ไม่จำเป็นต้องรับแม่ใหม่ทันที ลูกเรียนรู้ใจเขาก่อนก็ได้ แต่ขอให้ลูกเคารพและปฏิบัติต่อเขาเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง เหมือนคุณครูคนใหม่ของลูก เหมือนคุณลุงขายของที่ตลาด ลูกเป็นคนน่ารักใจดีต่อทุกคนอยู่แล้ว พ่อเชื่อว่าลูกจะวางตัวได้อย่างดีแน่นอน"


      สำหรับคู่ชีวิตคนใหม่ ให้ตกลงกันว่าจะดูแลลูกอย่างไร กฏเกณฑ์ในบ้านเป็นอย่างไร จะอนุญาตหรือห้ามอะไรก็ต้องห้ามเหมือนกัน เป็นเรื่องธรรมดามากที่ถ้าวัยรุ่นขออะไรกับแม่คนใหม่ไม่ได้ ก็จะไปขอพ่อ ถ้าแม่(ใหม่)ไม่ให้ แต่พ่อให้ เพราะ กลัวลูกคิดว่าจะรักแม่ใหม่มากกว่า หรือกลัวลูกมีปมด้อย ก็ยิ่งทำให้ลูกได้ใจและไม่เคารพแม่คนใหม่ ในขณะเดียวกัน ถ้าพ่อยิ่งชัดเจนไม่ผ่อนปรนเรื่องใดๆ กับลูกเลย แล้วเห็นทุกเรื่องของคู่ชีวิตคนใหม่ดีกว่าเสมอ ลูกก็จะยิ่งสั่งสมความเกลียดแม่ใหม่ เพราะคิดตามใจลึกๆ ว่าพ่อไม่รักตนแล้วมากขึ้นนั่นเอง วนเวียนไปมาสุดท้ายก็เกิดปัญหาลูกติดกับแม่เลี้ยงในที่สุด ชีวิตคู่ครั้งใหม่ก็ไม่ราบรื่นอีกเหมือนเดิม



       สำหรับน้องๆ วัยรุ่น ก็อยากให้ทำใจยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ที่ชีวิตเราไม่จำเป็นต้องราบรื่นเสมอไป สะดุดบ้าง ล้มบ้างพ่อแม่ทะเลาะกันบ้าง  พ่อมีคนใหม่เข้ามาบ้าง ต้องย้ายสร้างครอบครัวใหม่บ้าง ทั้งหมดมาจากพื้นฐานของความรักทั้งสิ้น รักเลยอยู่ร่วมกัน รักเลยต้องทะเลาะ รักแต่ไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่ดีที่สุด คือ เราสามารถเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ให้กลายเป็นประสบการณ์ได้ โตไปให้คิดทำหรือไม่ทำให้เหมาะแก่ครอบครัวของน้องๆ เอง ในกรณีแม่หรือพ่อใหม่นี้ เราต้องเปิดหูเปิดตา ทำใจยอมรับไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วคอยดูด้วยใจยุติธรรมว่า ผู้หญิงหรือผู้ชายคนใหม่นี้เป็นอย่างไร ถ้ามองไปแล้ว เขาเป็นคนดีน่านับถือ เราก็ปฏิบัติต่อเขาอย่างปฏิบัติต่อผู้หญ่ที่ดี ค่อยรักกันทีหลังก็ได้ อย่าให้เขาหรือใครมาว่าว่า พ่อแม่จริงๆ ของเราไม่สั่งไม่สอนได้ล่ะ (แต่ถ้าร้ายเหมือนนิยายเป๊ะ เช่น จะมาเกาะพ่อฉันกิน ก็วางแผนดีๆ อย่าทำอะไรกระโตกกระตาก เดี๋ยวทั้งพ่อเราจะไม่เข้าใจเราไปด้วย นึกว่าเราร้ายฝ่ายเดียวนะเออ ฮา) 


 
แหล่งข้อมูล, ภาพประกอบ: 
   นวลศิริ เปาโรหิตย์, จิตวิทยาชีวิตครอบครัว.กรุงเทพฯ : บี มีเดีย, 2552
   Flickr 
พี่เกียรติ
พี่เกียรติ - Community Master ถนัดแฝงตัวตามกระทู้เด็กดี มีความสนใจเป็นล้านเรื่องขึ้นอยู่กับดราม่าขณะนั้น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Megumi Saiga Member 9 ธ.ค. 54 20:34 น. 25
โชคดีเราไม่เคยมีปัญหาแบบนั้น เรามีแม่เลี้ยง ที่มีลูกติดมา ถือเป็นน้องชายต่างพ่อต่างแม่ แต่เรากับแม่เลี้ยงก็สนิทกัน เราไม่เห็นว่าเค้าจะเลวร้ายอะไร ส่วนน้องชาย แรกๆก็ปรับตัวหนักเพราะเคยมีแต่พี่สาว ญาติๆก็น้องสาวหมด แต่ตอนนี้สนิทกันมาก แม่เราก็ยังติดต่อกับพ่ออยู่ เป็นเพื่อนกัน และแม่เรากับแม่เลี้ยงก็โทรคุยกันบ่อยๆ บางทีก็นัดออกมากินข้าวด้วยกัน :) สำหรับคนที่มีปัญหา สู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้
2
กำลังโหลด
Polaris25 19 ก.ค. 60 22:37 น. 59

ของเรา แม่เลิกกับพ่อ (เพราะพ่อเลวมีผู้หญิงคนอื่น (แต่จริงๆแล้วเราก็เกิดมาโดยความผิดพลาดอยู่แล้ว แต่แม่ก็รักเรานะ รักมากด้วย)) แล้วแม่เราก็แต่งงานใหม่ เรามีพ่อเลี้ยง สึ่งพ่อเลี้ยงเราเค้าเป็นคนดีนะ (แม่เราเป็นคนไทย พ่อเลี้ยงเป็นคนฝรั่งเศส) นี้ก็5ปีแล้วที่แล้วแต่งงานอยู่กับเค้า แม่เคยมาบอกเราหลายครั้งแล้วว่า "ป๊าบอกกับม๊าเมื่อคืน ว่านี้ก็5ปีแล้วแต่เหมือนหนูก็จะไม่ค่อยพูดกับป๊าเลย หนูเหมืองไม่ยอมรับป๊า แม่ถามจริงว่าหนูรักป๊าไหม" เราก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงจริงๆ เรารู้ดีว่าเราชอบแสดงอาการไม่สนใจเค้า ไม่ค้อยพูดกับเค้า วันนึงพูดที่ก็นับคำได้อะ แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เค้าไม่พูดกับเรา แม่แต่หน้าก็ยังไม่มอง เราอึดอัด จนเราไม่สามารถอยู่ที่ห้องนั่งเล่นกับแม่เราได้อะ (เพราะส่วนใหญ่พ่อเลี้ยงกับแม่เราจะอยู่ที่ห้องนั่งเล่นกัน ) เรารู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่น่าอึดอัดสุดๆ แล้วพ่อเลียงเราก็ไม่อาบน้ำ แม่เราก็เลยถามเราว่า" หนูเห็นไหมว่าวันนี้ป๊าไม่พูดกันหนู เมื่อวันก่อนป๊ายังพูดกับหนูแต่วันนี้ป๊าไม่พูดกับหนูแล้ว เพราะเมื่อวานพอป๊าพูดกันหนูหนูก็ไม่สงใจเข้า หนูก็เล่นมือถือของหนูแล้วก็ค่อยหังมาตอบเข้าแล้วก็เล่นต่อ เข้าคงรู้สึกได้ว่าหนูไม่ได้สนใจอะไรเข้าเลย จนวันนี้เข้าก็เลยไม่พูดกับหนู หนูไม่มีสักประโยคที่จะชวนเข้าคุยก่อนเลยหรอ(เพราะส่วนมากพ่อเลี้ยงเราชอบชวนคุยก่อน) ) เราก็นั่งนิ้งจนพ่อเลี้ยงเราอาบน้ำเสร็จเรารู้สึกว่า ก็เราอยู่แต่บ้านทั้งวันเราไม่ค้อยจะได้ออกไปไหน (เราอยู่ฝรั่งเศสกับแม่แล้วก็พ่อเลี้อง แล้วปิดเทอมอยู่) แล้วเราก็ไม่รู้จะคุยอะไรอะ เรานี้อยากจะร้องไห้ เลยเข้าห้องมาระบายอารม จบ

2
lim 18 ต.ค. 60 00:36 น. 59-1

เรื่องของคุณเหมือนก๊อปปี้เรื่องของผมเลย ต่างกันตรงที่ผมคือพ่อเลี้ยง ลูกสาวไม่คุยกับผมเลย พฤติกรรมเหมือนคุณทุกอย่าง 5ปีแล้ว คุณรู้มั้ยว่าผมจะอกแตกตาย ผมรักเค้ามาก แต่เค้าเย็นชากับผมเหลือเกิน ผมเสียใจมาก ผมจึงต้องมาระบายในนี้นี่แหละ ถ้าคุณได้อ่านข้อความนี้ อยากจะบอกว่า เปิดใจคุยกันเถอะนะ ก่อนที่อะไรๆจะแย่ลงไปกว่านี้ ถ้าอยากแลกเปลี่ยนความคิดกับผม แอดIDไลน์มา here.lim

0
กำลังโหลด

58 ความคิดเห็น

i'm just someone Member 29 พ.ย. 54 14:02 น. 1
 แต่ของหนูพ่อมีภรรยาสองคนไม่แยกไปไหนทั่งคู่ แต่ลูกเค้าชอบมาแย่งทุกอย่างของหนู แม้แต่คนที่หนูชอบ ทั้งๆที่ใจเขาก็รู้ว่าหนูผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหน แต่ก็ยังไปตีสนิทจนหนูต้องมาแอบร้องไห้ หลายครั้ง ที่นั่งก็แย่ง ทุกคนมองว่าเขายังเล็กอยู่ แต่เค้าห่างกับหนูแค่สิบเดือนเอง เพื่อนเขาก็มาแย่ง จนเพื่อนหนูบอกว่ารำคาญอยู่เสมอ แล้วก็ชอบเรียกร้องความสนใจ แกล้งปวดท้องจนติดเป็นนิสัย เคยพาไม่ตรวจแล้วหมอบอกว่าไม่มีอะไร
(ขอระบายนิดนึงนะคะ)
0
กำลังโหลด
Earende| G!|m!rath Member 29 พ.ย. 54 14:21 น. 2
#1 จริงๆเค้าอาจจะแค่ต้องการการยอมรับจากน้องนะ แต่ไม่รู้วิธีแสดงออก นิสัยแบบนี้พี่ก็เจอจากน้องสาวนะ เขาจะมาพยายามเอาของๆพี่ไปใช้หมด ตอนแรกพี่ก็โกรธ แต่หลังๆเหมือนเค้าคงโดดเดี่ยว เลยต้องการจะเหมือนกับเรา เพื่อให้เรายอมรับเขามากกว่า อย่าไปคิดมากจ้า เดี๋ยวพอโตๆกันทั้งคู่ก็เลิกกันไปเองแหละ นิสัยแบบนี้ รอให้เค้าค้นพบตัวเองซะก่อน อย่าเพิ่งไปเกลียดเค้าล่ะ ^^
0
กำลังโหลด
ohio-12 Member 29 พ.ย. 54 15:28 น. 3
เราไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนั้นหรอก แต่ลูกพี่ลูกน้องเราคนหนึ่งก็มีปัญหาแล้วชอบมาระบายให้เราฟัง พ่อกะแม่มันหย่ากันตั้งแต่เด็ก พ่อมันแต่งงานใหม่ไปตั้งแต่เล็กๆมันก็ไม่ได้สนิทกะแม่ใหม่แล้วก็น้องๆทางพ่อมากมายอะไร เพราะอยู่ไกลกันคนละจังหวัด แต่แม่มันเพิ่งแต่งงานใหม่เมื่อไม่นานมันเลยขอร้องแม่มันว่าอย่ามีลูกใหม่ได้ไหม แล้วต่อมาแม่มันก็ท้อง มันเลยมาระบายให้ฟังว่าเสียใจมากเพราะทุกวันนี้มันไปไหนกับญาติพี่น้องก็รู้สึกตลอดว่าลูกพี่ลูกน้องคนอื่นเขามีครอบครัวอบอุ่นเป็นของตัวเอง พอแม่มันมีลูกใหม่ก็เอาแต่สนใจลูกในท้องกับสามีใหม่ มันบอกว่ารู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน เหมือนแม่มันไปมีครอบครัวใหม่อีกครอบครัวหนึ่งที่ไม่ใช่ครอบครัวของมัน เราเลยได้แต่บอกมันไปว่า"กูไม่เข้าใจหรอก(ขืนบอกไปว่าเข้าใจมันคงหันมาแขวะเอาได้ว่าอย่างเราไม่มีทางเข้าใจหรอก)แต่เอาเป็นว่าตอนนี้กูรู้ละกันว่าเสียใจ" เราเองก็เสียใจกับมันอะ แต่ไม่อยากปลอบเพราะตัวเองก็ยังเด็กคงไม่มีปัญญาจะไปแนะนำหรือเตือนอะไรมันได้

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2554 / 15:30
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2554 / 15:32
แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2554 / 15:37
0
กำลังโหลด
bamdevil Member 29 พ.ย. 54 15:50 น. 4

   พ่อแม่ที่หย่าร้างกันไป แล้วมีลูกอยู่แล้ว...
ถ้าขาดคนใดไป พ่อแม่จะคิดว่าลูกเป็น
คนที่ทุกข์กว่าตนเองที่ขาดคนรัก ทำให้ต้องหาคนใหม่...
ซึ่งคนใหม่ต้องเป็นคนที่พ่อหรือแม่รักใช่ไหมล่ะ?
พ่อหรือแม่อาจมีความรู้สึกที่ไม่อยากให้เกิด
การหย่าร้างกันขึ้นอีก เลยรักเกินความรู้สึกของคนเป็นลูก...

ป.ล.คือว่า...เค้าเป็น "เพื่อนที่ปรึกษา" น่ะนะ มีอะไรไปปรึกษาที่ไอดีได้ >w<
ช่วยไม่มากก็น้อย แต่อยากให้ทุกคนในเด็กดีมีความสุขค่ะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
best zaa Member 29 พ.ย. 54 19:42 น. 6
พ่อแม่เราหย่ากันตอนอยู่ อ.3 (จำแม่นเลยอ่านะ) แต่ก็อยู่ด้วยงกันจนเราป.2 ก็แยกกันอยู่ ตอนนี้ผ่านมา 5 ปีและ สาเหตุเพราะพ่อไปมีกิ๊กใหม่ เราเข้าใจแหละว่า เค้าไม่ได้รักกันหรอก เกิดจากความผิดพลาดทั้งนั้น แต่พ่อก็ไม่ทิ้งเรากับแม่นะ ส่งค่าใช้จ่ายมาทุกเดือนพาไปเที่ยวบ้างไรบ้าง แม่เราก็ทำงานปกติ จะมีตัดพ้อบ้าง แต่ก็อยู่มีความสุขนะ ไม่ค่อยทะเลาะกัน ปัจจุบันท่านทั้งสองก็เป็นเพื่อนกัน แม่เรายังคุยกับกิ๊กพ่ออยู่เลย = =" เราว่า ไม่ได้เลวร้ายหรอก แค่เราต้อง"เข้าใจ""ปรับตัว""เอาใจเขามาใส่ใจเรา"กันทั้งสองฝ่ายเท่านั้นเอง ย้ำ! ทั้งสองฝ่าย ใครที่มีปัญหาด้านนี้อยู่ เราว่าอย่าทำตัวมีปัญหาเรียกร้องความสนใจ หรือ ทำตัว เกเรเลย นอกจากเราจะเสีย พ่อแม่คนที่รักเรา จะเสียใจไปด้วยนะ เอาตรงนี้เป็นแรงผลักดันสร้างสรรค์อย่างอื่น จะดีกว่า สู้ๆนะคะ:) เป็นกำลังใจให้

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2554 / 19:43
0
กำลังโหลด
`สมติ๋ม Member 29 พ.ย. 54 19:58 น. 7
ยังโชคดีที่มีแม่อยู่ข้่างๆเข้าข้างเราเสมอ ส่วนพ่อไม่รู้จะพูดยังไงรู้สึกจุกอกทุกครั้ง  

0
กำลังโหลด
finwail Member 29 พ.ย. 54 22:55 น. 8
อืมม เราไม่รู้หรอกนะ
แต่ว่าที่บ้านเรา เรามีพี่ต่างแม่อยู่หลายคน
แม่เรารักพี่เรามากนะ มีอะไรก็ให้ทุกอย่าง แต่พี่ๆ ก็ยังเกลียดแม่เราอยู่ดี
บางทีเพราะคำว่าแม่เลี้ยง พ่อเลี้ยง อาจจะไปสะกิดต่อมสามัญสำนึกล่ะมั้ง เพราะในละครไทย หรือสังคมไทย มักจะคิดว่าแม่เลี้ยง พ่อเลี้ยงต้องใจร้าย คิดไม่ดีกับลูกเลี้ยงเสมอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงเหล่านั้นก็ยังมีคนที่รัก และห่วงใยลูกเลี้ยงนะ

ลองเปิดใจให้กว้าง เก็บอคติลงไป ลองปรับตัวเข้าหากัน แล้วไม่แน่คุณอาจจะเห็นอะไรที่ต่างกันออกไปก็ได้


0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
LoliNeko__,. Member 30 พ.ย. 54 11:46 น. 10
ของเราเหรอ ถ้าจะเกลียดมันไม่ได้เกลียดตรงเป็นแม่เลี้ยงอ่ะ แต่เป็นเรื่องนิสัยกับการแสดงออกของเค้า

ส่วนตัวก็มีแม่เลี้ยงแถมเค้าเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว แต่ก็นะ
เรียกชื่อเรา ก็ยังไม่เรียก
พ่อของเค้า(ก็ถือเป็นตาละมั้ง) ก็ยังไม่เคยเรียกชื่อเราสักหนจนตอนนี้อายุ 20 กว่าแล้วก็ยังไม่เคย
แค่เรื่องนี้ก็น่าน้อยใจล่ะ จะว่าไปทำอะไรมีปัญหาให้เค้ารึ ก็ไม่ใช่ เรื่องอื่นอีกเยอะ อย่าพูดถึง...

แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราเป็นเด็กมีปัญหา จนป่านนี้ก็เรียนจบได้ หางานทำได้ ... แต่ก็นะ เหมือนเค้าก็ยังไม่ชอบหน้าเราอยู่ดี = = ช่วงนี้ก็เลยพยายามจะไ่ม่ไปที่บ้านพ่อให้บ่อยนัก ... อันนี้ไม่ได้อคติจากฝ่ายลูก ฝ่ายแม่เป็นฝ่ายอคติเอง ... เฮ้อ

บ่นพอละ =w=''

ก็สำหรับบางบ้านก็มีพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงที่ยังรักเราอยู่ ถ้าเค้ารักเรา เราก็อย่าไปอคติกับเค้าเลย
ยังไงก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เอ้อ แค่อยากจะบอกว่า ไม่ใช่ทุกบ้านที่พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงไม่ดี แล้วลูกจะเป็นเด็กมีปัญหา เราพยายามทำตัวเราให้ดีได้ อย่าไปยึดติดกับมัน มันไม่ใช่วิธีเรียกร้องความสนใจที่ดีหรอกนะ :)
0
กำลังโหลด
123 30 พ.ย. 54 12:43 น. 11
เราก็มีเหมือนกันอ่ะพ่อเลี้ยง เเต่เค้าก็ไม่ได้แย่หรอกเค้าก็ดูแลเราดีเหมือนกัน
แม่เรามีลูกใหม่ก็ไม่เคยลำเอียง มีอะไรๆก็แบ่งให้พอๆกัน
เราว่าถ้าเปิดใจมันก็ไม่ได้แย่มากมายหรอก :(
0
กำลังโหลด
YaM&MaY Member 30 พ.ย. 54 21:22 น. 12
เพลียกับปัญหาสังคมสมัยนี้ ฝ่ายหญิงฝ่ายชายมีอารมณ์รักมากเกินไปจนกำเนิดสิ่งมีชีวิตออกมา

ลูกๆที่ออกมาด้วยสาเหตุนั้นก็ไม่รู้เรื่อง เอาเเต่เรื่องของตัวเองเข้าเกี่ยวข้อง เลยทำให้ลูกเป็นงี้

ส่วนเเม่เลี้ยงบางคนหนูสงสัยนานเเล้วว่าทำไมต้องทำตัวำม่ดีคิดว่าเท่ห์นักรึไง เซ็ง
0
กำลังโหลด
Guise King Member 1 ธ.ค. 54 10:31 น. 13
 เราเองก็เป็นส่วนหนุึึ่งในกลุ่มนี้  บางทีก็อยากระบายนะ  คือเราก็รู้แหละว่าแม่รักเรา  แต่ก็ห้ามไม่ได้ที่จะรักสามีใหม่ของตัวเอง  ตอนนี้เราไม่ได้หวังให้พ่อกับแม่มาอยู่ด้วยกันหรอก  แต่เราแค่อึกอัดในบางสิ่งที่แม่เราทำให้เขาแต่เขาไม่รู้จักคำว่า พอ.....   แม่เราทั้งส่งลูกเขาเรียนปริญญาด้วย เขาเองยังไม่เห็นคุณค่า เวลาเขาต้องการอะไรก็จะมาขอแม่เราโดยเฉพาะในเรื่องทรัพย์สิน  จนแม่เราเสียรู้ไปแล้วครั้งหนึ่ง  ซ้ำยังทำให้แม่เราถูกรังเกียจจากญาติพี่น้องด้วยกันเอง
  ปวดใจจริงๆที่คนที่เรารัก  ต้องขัดแย้งกันเพราะคนอื่นนนน

ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากให้  เขาทั้งสองเลิกกันนะ  แต่เราขอเก็บความคิดนี้ไว้คิดเองดีกว่า  สักวันหนึ่งถ้าเราประสบความสำเร็จ  แม่เราจะไม่เสียใจอีกต่อไป


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 ธันวาคม 2554 / 10:35
0
กำลังโหลด
~เพลิงxมา_"iixงu"~ Member 4 ธ.ค. 54 13:23 น. 14
ปัญหาของหนูไม่ได้อยู่ในนี้เลย แต่จะบอกว่า พ่อเลี้ยงมันบอกรักหนูแบบไม่ใช่ลูก เคยลวมลามหนูเมื่อตอนเด็กแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ูแถมยังส่งข้อมความ มาตลอด มันทำให้หนูรู้สึกขยะแขยง รังเกลียด แอบดูข้อมูลในคอมของหนู หนูไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ไม่อยากบอกแม่ เพราะแม่รักมันมาก ทั้งที่ก่อนที่มันจะลวนลามหนู หนูยอมรับมันและรับมันเป็นพ่อ แต่มันกลับทำแบบนี้ มันไม่ต่างจากตัวที่ผุดมาจากนรกจริงๆ บอกตามตรงว่าทรมาน
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
aisouno Member 4 ธ.ค. 54 21:47 น. 16
 ของเรา พ่อเลิกกับแม่ไปเพื่ออยู่กับผุ้หญิงคนนั้น เมื่อก่อนตอนที่แม่ฝึกภาษา และทำงานใหม่ แม่ก็ติดต่อกับผุ้ชายคนอื่นทั้งเรื่องงาน เรื่องคุยเล่น ตอนนั้นเราเลยต่อต้้าน หวงแม่มาก จนแม่ว่าด่าเราแรงๆ เราเลยยอมเลิก ตอนนี้พอเราบอกแม่ว่าอยากเจอพ่อ แม่ก็โวยวายหาว่าเรารักพ่อมากกว่าแม่ ทั้งๆที่เรารักพวกท่านเท่ากัน เหมือนแม่จะพยายามให้เราลืมพ่อให้ได้ ส่วพน่อแม้จะไม่ใส่ใจเราที่ควรแต่เราก็ยังรักท่าน เมืก่่อนตอนที่เพื่อรมาปรับทุกข์เรื่องพ่อเขามีผุ้หญิงอื่น เราแทบจะไปฆ่าแทนเขา เพราะเราเกลียดผุ้หญิงพวกนี้ที่สุด แต่ทำไงได้ นอกจากยอมรับมัน สำหรับเราที่เราไม่สามารถยอมรับใครอื่นมาเป้นพ่อแทนได้ เพราะ ไม่มีใครมาแทนที่พ่อจริไงของเราได้ และแอบหวังอยากให้พวกเขากลับมาเหมือนเดิม แม้ว่าจะเป้นเพียงแค่ฝันเท่านั้นก็ตาม
0
กำลังโหลด
ซ่าว 6 ธ.ค. 54 17:49 น. 17
พ่อเรา ปกป้องมันตลอด

มันอายุมากกว่าเราแค่7ปี จะพูดถึงในทางที่ไม่ดีไม่ได้ จะว่าเค้ายังไม่ได้

โดนด่า รุณแรงตลอด เวลาพูดถึง

พอพูดถึงเรื่องคุณแม่เรา พ่อเราก็บอกให้เงียบซะ เฮ้ออออออออ
0
กำลังโหลด
JELLY Member 7 ธ.ค. 54 14:57 น. 18
เราก็อยู่กับพ่อแม่เลี้ยง คือท่านสองคนรับเรามาเลี้ยงตอนเราอายุแค่ 5 ขวบ เพราะครอบครัวเก่าเรา พ่อแท้ๆเรามีปัญหากับแม่แท้ๆ พ่อเสียชีวิต แม่ก็ทิ้งเรากับปู่ จนได้ท่านทั้งสองคนรับเรามาเลี้ยงจนตอนนี้เราอายุ 15 ก็รักเหมือนพ่อแม่แท้ๆ ^^ ถ้าไม่ได้ท่านสองคน เราคงเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป๊ดไม่มีกินแล้ว เรื่องจริงค่ะ ไม่ได้แต่ง แต่อยากให้มองแง่ดีเรื่องแบบนี้บ้าง~
0
กำลังโหลด
clam Member 9 ธ.ค. 54 12:00 น. 19
พฤติกรรม ของพวกพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง ส่วนใหญ่พวกมันนิสัยไม่ดีกันต่างหากล่ะ
แล้วจะให้พวกเรายอมรับได้ยังไง
เราก็เคยเจอเหมือน คห.14 เหมือนกัน และเชื่อว่าอีกหลายๆ คน ก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน
เพียงแต่พวกเค้าไม่เอามาพูดเท่านั้นเอง

ไม่มีอะไรแค่อยากระบาย...
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด