ปิดหูปิดตาหนูไป ก็ช่วยอะไรไม่ได้ 
ถ้าไม่สอนให้ "รู้ทันสื่อ"



   
  
เมื่อเริ่มต้นเข้าปีใหม่ตามหลักสากล ตามหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือเว็บไซต์ต่างๆ จะออกมาวิเคราะห์สถานการณ์ของบ้านเมือง มีเรื่องหนึ่งที่ในช่วงปีหลังๆ มานี้ ได้รับการพูดถึงทุกๆ ครั้ง คือเรื่อง "รู้ทันสื่อ" ทั้งในแง่นำเสนอเรื่องความนิยมที่นับวันจะยิ่งเข้าไปแทรกซึมในชีวิตคนเราจนแทบกลายปัจจัยสำคัญของชีวิตและแง่มุมให้ข้อคิดข้อควรระวัง ซึ่งก็คือเรื่องการรับข่าวสารจากสื่อเทคโนโลยีค่ะ เรื่องราวที่ขายออกสื่อเหล่านี้กลับเน้นให้ผู้ชมผู้ฟังเกิดการบันเทิงเริงใจ มากกว่าจะจรรโลงใจ แล้วเจ้าเรื่องราวที่ว่านี้ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการพัฒนาของเครื่องมือสื่อสารต่างๆ ด้วย


    - หนังสือพิมพ์ มีการนำเสนอคำแรงๆ ให้ดึงดูดคนอ่าน
    - อินเทอร์เน็ต ตามแต่เรื่องที่จะนำเสนอ มีเว็บสังคมออนไลน์ที่ให้คนแสดงความคิดเห็นได้มากโดยไม่จำเป็นต้องคิดถึงใจใคร เพราะไม่มีใครรู้จัก ไม่เห็นหน้า!
    - โทรทัศน์ ช่วงข่าวเริ่มมีการนำเสนอความคิดเห็นของนักข่าวมากขึ้นมากกว่าจะแค่นำข่าวมาเสนอ (ในมุมหนึ่งอาจดึงดูดใจได้ แต่เนื้อหาความข่าวอาจถูกปรับอารมณ์หรือมุมของข่าวจนเสียความเป็นข่าวไป) และยังมีละครที่เน้นด้านมืดของสังคมมากขึ้น เรื่องโกง เรื่องความรุนแรง เรื่องเพศ ฯลฯ ไม่ใช่แค่เพียงนานๆ ทีมีละครที่ว่าสะท้อนสังคม(ทางลบ)สักครั้ง แต่มีติดๆ กัน แถมได้รับความนิยมเสียด้วย เพราะด้านมืดมันดังกว่าด้านสว่างเสมอ
    - วิทยุ นำเสนอเรื่องแฉ เรื่องวิจารณ์เรื่องราวต่างๆ ด้วยภาษาแรงๆ 
นอกจากนี้ยังไม่นับเทคโนโลยีอื่นๆ อีกมากที่ล้วนเข้าถึงวัยรุ่นได้ง่าย


    แน่นอนว่าในฐานะผู้บริโภค ส่วนมากเราเองก็ชอบข่าวสารดำมืด เรื่องของคนอื่น ความคิดเห็นที่มันรุนแรง ฟังแล้วมันเถียงสนุกดี ในมุมหนึ่งสำหรับคนทำสื่อคือการขายข่าวได้ คนเองก็ได้ปลดปล่อยความทุกข์จากชีวิต คงไม่มีใครอยากเสพสื่ออะไรเครียดๆ อีกในเมื่อชีวิตจริงก็เหนื่อยพอแล้ว แต่มันก็กลายเป็นดาบสองคม สำหรับผู้ใหญ่อาจเข้าใจว่าสื่อเหล่านี้เป็นอย่างไร และไม่เก็บไปเป็นแบบอย่างชีวิต     แต่สำหรับเด็กและวัยรุ่นเจ้าสื่อเจ้าข่าวสารเหล่านี้กลับเป็นอีกเบ้าหลอมบุคลิกภาพและความคิดความอ่านของเด็ก และทั้งเด็กและวัยรุ่นก็อยู่กับสื่อเหล่านี้เสียด้วย ดังรายงานวิจัยของโครงการวิจัยระยะยาวในเด็กไทย-อ้างอิงจากบทความ "รู้เท่าทันสื่อ"
 
    - เด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี ชมภาพความรุนแรงวันละ 501 ครั้ง
    - เด็กประถมทั้งชาย-หญิง ชมรายการการ์ตูนที่เน้นไปในทางเพศเป็นอันดับ 1 ชมละคร อันดับ 2 และชมรายการเกมโชว์ เป็นอันดับ 3
    - วัยรุ่นทั้งหญิง-ชาย ชมละครอันดับ 1 เกมโชว์อันดับ 2 และเพลงอันดับ 3
    - วัยรุ่นหญิงที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยใช้เวลาดูโทรทัศน์เฉลี่ยวันละ 4 ชั่วโมง
    - เด็กทั่วไป ใช้เวลาเรียนหนังสือในโรงเรียนปีละ 900 - 1,000 ชั่วโมง ในขณะที่ใช้เวลาดูโทรทัศน์ ปีละ 1,000 - 1,200 ชั่วโมง 
    - เว็บไซต์ที่มีทั่วโลก 7 ล้านเว็บ เป็นเว็บโป๊ 2 ล้านเว็บ โดยเด็ก 1 ใน 5 ทั่วโลกใช้อินเทอร์เน็ตได้รับอีเมลที่ส่อการล่อลวงทางเพศ


    ซึ่งตามหลักพัฒนาการทางความคิดของวัยรุ่นเป็นวัยที่จะรับทั้งความคิดและพฤติกรรมจากสังคมรอบข้างเพื่อมาปรับเป็นตัวตนของตนเองอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเขาจะคิดและทำอย่างข่าวสารด้านร้ายของสื่อต่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ยิ่งสมัยที่พ่อแม่เองต้องทำงานหนักและไม่ได้ใกล้ชิดลูกแล้ว พี่เลี้ยงของเขาก็ไม่ใช่ใคร คือ โทรทัศน์ และอินเทอร์เน็ตนี่แหละค่ะ



      เรื่องในวันนี้ ผู้เขียนจึงขอสรุปอย่างง่ายๆ เลยว่า คนที่จะสอนให้เด็กและวัยรุ่นรู้เท่าทันสื่อไม่ใช่ใครค่ะ คือ ผู้ใหญ่รอบตัวเขานี่แหละ และไม่ใช่แค่พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ไม่ใช่แค่ครู แม้แต่ผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของสื่ออย่างสำนักข่าว สำนักเว็บ สำนักวิทยุ สำนักนิตยสาร หรือแม้แต่ตัวผู้เขียนเอง ก็ต้องตระหนักให้เห็น ให้เข้าใจถึงผลกระทบทางลบจากการนำเสนอข่าวสาร ไม่ใช่แค่การแปะป้าย ฉ ติดอายุเครื่องหมายบวก หรือการเบลอภาพ ดูดเสียงเท่านั้น 



     จริงๆ หากมีการนำเสนอเนื้อหาใดๆ ก็ตามที่ชัดเจนในทางลบเกินไป แต่มีคนใกล้ตัวบอก แนะนำ สอนถึงแง่มุมที่ถูกต้องไปพร้อมกัน อาจมีคำเตือนขึ้นให้มันชัดเจนก่อนหลังนำเสนอ ก็จะดีกว่าเรื่องแปะป้ายแล้วปิดหูปิดตาเด็ก แล้วให้เด็กไปค้นหาเองในทางผิดๆ เด็กไม่ได้คิดไม่เป็นนะคะ แต่ประสบการณ์ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ตัดสินใจให้ถูกต้องทั้งหมด ดังนั้น หากข่าว ละคร หรือเรื่องต่างๆ นำเสนอประสบการณ์จริงผ่านสื่อต่างๆ ได้ พร้อมๆ ไปกับการนำเสนอผลกระทบของความเลวร้ายต่างๆ น่าจะทำให้เขาได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับสื่อทันอกทันใจตอนนี้นี่แหละค่ะ 


     เรื่องการรับข่าวสารและการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ นอกจากวัยรุ่นจะต้องระวังระวังตนเองแล้ว ก่อนหน้าที่เขาจะระมัดระวังเป็น นั่นคือผู้ใหญ่ต้องสอนให้เด็กและวัยรุ่นได้รู้จักระวังให้เป็น
อย่าแค่ปิดหูปิดตาเลยค่ะ!





บทความที่เกี่ยวข้อง




 
แหล่งข้อมูล,ภาพประกอบ:
   บทความรู้เท่าทันสื่อ - http://www.dmh.go.th/news/view.asp?id=1138
   ภาพ Mike Licht, NotionsCapital.com

พี่เกียรติ
พี่เกียรติ - Community Master ถนัดแฝงตัวตามกระทู้เด็กดี มีความสนใจเป็นล้านเรื่องขึ้นอยู่กับดราม่าขณะนั้น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

kapil Member 4 ม.ค. 55 18:38 น. 1
คนอื่นจะติด หนังเกย์ เลสเบียน หรือ อะไรชังหัวมัน
แต่ผมติดหนังโป๊ะทั้งแท่ง ลูกผู้ชายดูจริง ช่วยตัวจริง อายทำไม อิอิ เพราะแสดงเฉพาะในนี้ 555+

0
กำลังโหลด
ซ่อนนาม Member 4 ม.ค. 55 18:42 น. 2
#1
แล้วตัวเอกใส่ถุงยางหรือเปล่า ?
ถ้าไม่ใส่เป็นค่านิยมที่ไม่ดีนะ เวลามีอะไรกันต้องใส่ทุกครั้ง
เพื่อป้องกันโรคและการท้องก่อนวัยอันควร
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด