เรียงหน้าท้าสอบกันเป็นว่าเล่น ล่าสุดที่กำลังสอบอยู่ก็คือ 7 วิชาสามัญ ซึ่งออกจากห้องมาก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนมีอาการเป็นยังไงบ้าง ส่วนอีก 2 อาทิตย์ก็จะถึงคิวของสอบ กสพท. หรือสอบวิชาเฉพาะแพทย์นั่นเอง


               องค์ประกอบของคะแนน กสพท. แม้จะหนักไปที่วิชาสามัญถึง 70% แต่ 30% ที่เหลือซึ่งเป็นสัดส่วนของวิชาเฉพาะ ก็ไม่ควรจะปล่อยไปเหมือนกัน ติดไม่ติดอาจวัดกันที่ส่วนนี้ เพราะฉะนั้น หลังจากที่สู้ตายจาก 7 วิชาสามัญมาแล้ว ก็มาเตรียมตัวรับมือ วิชาเฉพาะแพทย์กันต่อเลยดีกว่า
 
              หลังจากที่พี่มิ้นท์ไปสืบแนวข้อสอบเก่าๆ มา ก็จะพบว่าในแต่ละปีข้อสอบอาจเปลี่ยนไปบ้าง แต่สิ่งที่เหมือนเดิมก็คือ ยังมี 3 พาร์ท ดังนี้


        พาร์ทที่ 1 วัดไอคิว 
              ถ้าเทียบทั้งหมด พาร์ทนี้ถือว่ายากที่สุด ผิดก็คือผิด และยังต้องแข่งกับเวลา เพราะมีถึง 50 ข้อ(ช้อยส์ 5 ตัวเลือก) ในเวลา 75 นาที ในพาร์ทนี้จะวัดการวิเคราะห์ สังเคราะห์ การคิดเร็ว ซึ่งในแต่ละปีข้อสอบจะเน้นไม่เหมือนกัน บางปีเน้นรูปภาพเยอะ แต่อย่างปีที่แล้วเน้นข้อสอบตัวเลข ให้คิดเลขแบบถึกๆ

        กำจัดจุดอ่อนพาร์ทนี้
              เน้นเรื่องเวลาอย่างเดียว แบ่งเวลาให้ดี อย่าใช้เวลาในการคำนวณมาก ต้องอ่านให้เร็วและคิดให้เร็ว ข้อยากให้ข้ามไปก่อน บางทีต้องใช้เซ้นส์ร่วมด้วย คนเก่งของพาร์ทนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคิดถูก แต่ขึ้นอยู่กับความไวล้วนๆ และก่อนหมดเวลาซักสองสามนาที ถ้ายังเหลืออีกเยอะให้รีบฝนมั่วไปเลย อย่ามัวไปเสียดายไม่อยากมั่ว เพราะสิ่งที่เรามั่ว อาจจะถูกก็ได้ ดีกว่าหมดเวลาแล้วตอบไม่ครบนะ

              

 

                             

        พาร์ทที่ 2 วัดจริยธรรม
              ถ้าเทียบทั้งหมด พาร์ทนี้ถือว่ามึนที่สุด เพราะดูๆ ไปมันก็ถูกหมดทุกข้อ โดยโจทย์จะให้สถานการณ์มา แล้วเราก็ต้องวิเคราะห์จากสถานการณ์นั้นว่าจะเลือกอะไรให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งจะมีทั้งสถานการณ์ทั่วไป เรื่องศีลธรรม และเรื่องที่ให้เราสมมติว่าเราเป็นหมอ จริงๆ แล้วทุกข้อมีคะแนน แต่ต้องเรียงลำดับความสำคัญให้ถูก และเล็งว่าอันไหนเหมาะสมที่สุด ความมึนทำให้มีนพาร์ทนี้ เมื่อปีที่แล้ว อยู่แค่ 45% เท่านั้น

        กำจัดจุดอ่อนพาร์ทนี้
               ขึ้นชื่อว่าเป็นพาร์ทศีลธรรม เราก็ต้องสวมบทให้เป็นคนมีคุณธรรมหน่อย แต่ว่าการมีคุณธรรมที่ว่าไม่ต้องถึงขั้นพระเอกนางเองจนน่าหมันไส้ เพราะบางทีคำตอบแบบคนดี๊คนดีก็ผิดได้เหมือนกัน เนื่องจากดูฝืนธรรมชาติเกินไป เอาไว้หลอกเด็ก ทั้งนี้คำตอบที่ดีจะต้องคำนึงถึงกฎหมาย
จรรยาบรรณวิชาชีพของตนเองเป็นหลัก ไม่ดีเกินไป ไม่เลวเกินไป จึงจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุด
พาร์ทนี้เพื่อให้มั่นใจลองหาแนวข้อสอบมาทำ หาแบบที่มีเฉลยอธิบายไว้ด้วย ค่อยๆ เก็บวิธีการคิดไปค่ะ

 

       พาร์ทที่ 3 เชื่อมโยง
               ถ้าเทียบทั้งหมด พาร์ทนี้ถือว่าง่ายสุด เพราะรู้จักและสอบกันมาแล้วในวิชา GAT เรียกว่าทำแบบฝึกหัดกันสนั่นลั่นกรุงทีเดียว หลายคนกระซิบบอกว่าง่ายกว่าข้อสอบ GAT ด้วยซ้ำ ดังนั้นพาร์ทนี้ถือว่าชิว ค่ามีนสูงมาก 

      กำจัดจุดอ่อนพาร์ทนี้
               ทำเยอะๆ แล้วจะคล่องเอง เพราะเหมือน GAT เป๊ะ มาโกยคะแนนกันเถอะ

      ปิดท้ายด้วยสถิติคะแนนวิชาเฉพาะของปีที่แล้ว ทั้ง 3 พาร์ท เอาไว้ดูเป็นแรงฮึด ฮึบ ฮึบ


              เอาล่ะค่ะ นอกจากจะต้องกำจัดจุดอ่อนของข้อสอบให้หมดไปแล้ว น้องๆ ยังต้องสร้างจุดแข็งของตัวเองขึ้นมาด้วย ด้วยการขยันอ่านหนังสือและทำโจทย์เก่าให้คล่อง จะได้เป็น 30% ที่เพอร์เฟคสุด งานนี้พี่มิ้นท์ก็ขอให้ได้ ขอให้โดนคะแนนเต็มๆ ทุกๆ พาร์ทเลยแล้วกันนะคะ


เด็กดีดอทคอม ::       

 

    สุดท้าย พี่มิ้นท์ขอแนะนำหนังสือคู่มือแนะแนวการเรียนต่อคณะแพทย์ "กว่าจะเป็นหมอ" หนังสือที่เจาะลึกทุกแง่มุมในการเรียนหมอ ตั้งแต่ขั้นตอนการสอบ ยันประสบการณ์เด็ดๆ ในชีวิตนักศึกษาแพทย์ตั้งแต่ปี 1-6 บอกได้คำเดียวว่าคนอยากเรียนหมอห้ามพลาดค่ะ สั่งซื้อได้แล้ววันนี้ผ่านเว็บไซต์ Dek-D.com หรือร้านขายหนังสือทั่วไปค่า

 

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

18 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Biogen 17 ม.ค. 55 18:12 น. 16
อยากถามรุ่นพี่ปีที่แล้วว่า วิชาเฉพาะแพทย์ part เชื่อมโยงที่คล้ายๆ GAT ไทยอะครับ
มันมีประมาณกี่ข้อ ถ้าแกทนี้ประมาณ บทความละ 10 ข้อ แต่ในหนังสือแนวข้อสอบค.ถนัดแพทย์
บางบทมีตั้ง 25 ข้ออะครับ อยากรู้ว่าของจริงเยอะอย่างนี้ไหม แล้วของจริงมีกี่บทความ ......


0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด